ฮะนะชิ

พลังสมาร์ทโฟนอ่านใจจะช่วยไขคดีให้ฟุยุกะรู้ตัวคนร้ายที่กำความลับดำมืดได้หรือไม่ แล้วเมื่อไหร่เธอจะยอมเปิดใจให้โอคิตะเสียที มาลุ้นกันค่ะ :-) <อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ชื่อตอน : ตอนที่ 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 262

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2562 10:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9
แบบอักษร

บุคลิกและวิธีปฏิบัติตัวกับผู้อื่นตามคู่มือเป็นเรื่องง่ายกว่าการปลอมแปลงตัวตน ต่อให้ถูกด่าว่าอย่างหยาบคาย เธอจึงไม่รู้สึกช็อกแต่อย่างใด  

ถึงแม้อาชีพพนักงานขายและงานรับรองลูกค้าจะเป็นงานที่เหมาะที่สุดสำหรับการอ่านใจคน แต่เธอก็ไม่คิดว่าใจเธอเองจะทนรับไหว   

สมาร์ทโฟนอ่านใจทำงานคล้ายคลึงกับสมาร์ทโฟนของคนอื่นๆ ที่วางอยู่ตรงหน้าเธอ  

สิ่งที่วางไว้ให้เห็นอย่างเปิดเผยนั้นอัดแน่นไปด้วยความเป็นส่วนตัวที่จะให้คนอื่นเห็นไม่ได้โดยเด็ดขาด  

หากหยิบมาดู เธอจะสามารถอ่านได้ทั้งความคิด ความรู้สึก และความลับที่อีกฝ่ายไม่อยากให้ใครรู้ 

แต่เมื่อใดที่ล่วงรู้เข้าแล้ว เธอก็จะหวนกลับไม่ได้อีกต่อไป 

ถึงกระนั้นก็ตาม การไม่รู้ต่อไปเรื่อยๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับการใช้ชีวิตแบบปิดหูปิดตาตัวเอง  

ดังนั้นฟุยุกะจึงเกลียดชังและหวาดกลัวความสามารถพิเศษที่ทำให้ตัวเองใช้ชีวิตได้อย่างยากลำบากเสียเหลือเกิน 

 

*** 

 

เวลาผ่านไปห้าวันแล้วหลังจาก อานัน โทโมเอะ มาปรึกษาว่ามีสตอล์กเกอร์คอยสะกดรอยตาม  

คืนนั้น มิชิมะ ฟุยุกะ นั่งหันหน้าเข้าจอคอมพิวเตอร์ที่ทำงานเพื่อเขียนรายงานประจำวันตามปกติ เธอสรุปจำนวนสายและเนื้อหาของการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ในวันนี้ จากนั้นกรอกประเด็นปัญหาและสิ่งที่ตระหนัก ก่อนจะส่งข้อมูลดังกล่าวเข้าระบบเพื่อให้ผู้บังคับบัญชากับฝ่ายควบคุมดูแลตรวจสอบ และในกรณีที่จำเป็นก็จะได้รับคำสั่งว่าควรทำอย่างไรต่อไป  

กลไกการทำงานทั้งหมดเป็นดังนี้ 

ขณะนี้เป็นเวลาเกือบหกโมงเย็น สิ้นสุดเวลาให้บริการช่วยเหลือลูกค้าแล้ว  

บางวันหลังเลิกงานอาจต้องอยู่ทำงานล่วงเวลาเพื่อให้บริการลูกค้าที่เธอขอติดต่อกลับในภายหลัง หรือเข้าร่วมประชุมที่จัดขึ้นประมาณสัปดาห์ละสองครั้ง  

แต่วันนี้ไม่มีอะไรต้องทำเป็นพิเศษ เธอจึงสามารถกลับบ้านได้เลย 

พอเขียนรายงานประจำวันเสร็จ ฟุยุกะก็ปิดคอมพิวเตอร์ เก็บข้าวของอย่างรวดเร็ว แล้วลุกขึ้นนำเอกสารกับอุปกรณ์ไปเก็บในตู้ล็อกเกอร์ทรงสี่เหลี่ยมพื้นผ้าที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมผนัง บอก มุไก ซากิ หัวหน้าแผนกว่าเธอจะกลับบ้านแล้ว จากนั้นก็เดินไปหาโทโมเอะก่อนจะออกจากพื้นที่สำนักงาน 

“เหนื่อยหน่อยนะ โทโมเอะ วันนี้ทำงานเป็นยังไงบ้างล่ะ” 

“อ๊ะ รุ่นพี่ ฟังฉันเล่าหน่อยนะคะ วันนี้ฉันรับโทรศัพท์ได้สามสิบสายพอดีเลยค่ะ!” 

โทโมเอะชูสามนิ้วให้ดูขณะเขียนรายงานประจำวัน ความจริงไม่ได้มีการกำหนดโควต้าอย่างเข้มงวดว่าต้องรับโทรศัพท์ให้ได้กี่สาย แต่เป็นธรรมดาที่ยิ่งรับได้เยอะก็จะยิ่งดี นอกจากนี้ยิ่งใช้เวลาให้บริการลูกค้าสั้นเท่าใด จำนวนสายที่รับได้ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นกรณีที่กล่าวได้ว่าลูกค้าน่าจะโทร.มาปรึกษาเรื่องง่ายๆ เป็นส่วนใหญ่ 

“ดีจังเลยนะ เข้าที่ละ วันนี้กลับบ้านได้รึยัง” 

“นั่นสินะค้า อีกสักห้าหรือสิบนาทีก็น่าจะกลับได้แล้วค่ะ” 

“เหรอ…งั้นฉันกลับก่อนนะ” 

“อ๊ะ…รับทราบค่ะ วันนี้เหนื่อยหน่อยนะคะ!” 

“อืม ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ” 

ฟุยุกะโบกมือลาโทโมเอะ เธอกล่าวอำลาเพื่อนร่วมงานจำนวนหนึ่งที่เดินสวนมา จากนั้นก็ลงลิฟต์ แล้วออกจากบริษัท 

ปกติถ้าเลิกงานตรงกัน เธอมักจะออกจากบริษัทพร้อมโทโมเอะ แล้วแวะกินมื้อเย็นด้วยกัน  

ทว่าวันนี้ฟุยุกะแสร้งรีบร้อนออกจากบริษัทคนเดียวเหมือนมีธุระ  

โทโมเอะจะเลิกงานในอีกห้าถึงสิบนาที ใช่ว่าฟุยุกะจะอยู่รอไม่ได้ แต่เธอจงใจให้โทโมเอะกลับบ้านคนเดียวเพื่อล่อให้สตอล์กเกอร์สะกดรอยตามต่างหาก  

เพราะอย่างนั้นฟุยุกะจึงทำทีเป็นกลับก่อน แล้วระหว่างนั้นก็จะแอบซุ่มรอเพื่อให้ได้หลักฐานแบบคาหนังคาเขา 

แน่นอนว่าเธอคุยกับโทโมเอะไว้ตั้งแต่แรกแล้ว แถมบอกเอาไว้ด้วยว่าถ้าสบโอกาสเมื่อไหร่ก็จะลงมือทันที   

ต่อให้อ่านใจคนไม่ได้ แต่คิดว่าโทโมเอะก็น่าจะตระหนักถึงเรื่องดังกล่าวจากบทสนทนาก่อนหน้านี้ 

แม้จะเป็นวันธรรมดา แต่ย่านร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอันเป็นสถานที่ตั้งของบริษัทก็ยังคับคั่งไปด้วยผู้คนมาตั้งแต่ช่วงเย็นเช่นเดียวกับย่านอื่นๆ  

ฟุยุกะแวะร้านขายสินค้าแอนิเมชั่น แสร้งทำเป็นหาสินค้าบนชั้นที่วางอยู่ใกล้ทางเข้าร้านพลางลอบมองหน้าร้านไปด้วย 

ภายในร้านสว่างจ้า มีสินค้าแอนิเมชั่นตั้งอยู่เรียงราย อย่างเช่น ผลงานหรือโปสเตอร์ตัวการ์ตูนสาวน้อยจอมพลังที่ยืนอยู่หน้าฉากหลังอันประกอบด้วยสีสันหลากหลาย  

เธอแค่เข้ามาในร้านด้วยเหตุผลว่าทำให้มองเห็นทางเดินได้ชัดเจนเท่านั้นเอง จึงไม่คุ้นเคยกับสินค้าในร้านแต่อย่างใด  

เธอไม่ค่อยรู้จักแอนิเมชั่นหรือหนังสือการ์ตูนสักเท่าไหร่ แต่ละภาพจึงดูคล้ายคลึงกันไปหมดจนแยกไม่ออก 

ในย่านนี้มีทั้งร้านฟิกเกอร์ ร้านโมเดลพลาสติก ร้านเกม ร้านเทรดดิ้งการ์ด และร้านโมเดลรถไฟตั้งอยู่ติดๆ กัน ซึ่งมันก็ดูเหมือนๆ กันไปหมดในสายตาของฟุยุกะ  

รู้สึกว่าจะมีร้านกล้องถ่ายรูปโบราณ ร้านเครื่องเสียง และร้านอุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่แถวนี้ด้วย  

สมกับเป็นย่านร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียจริง  

ขนาดทำงานแถวนี้มาสามปีแล้ว เธอยังไม่เคยแวะร้านพวกนี้เลย 

คงเป็นงานอดิเรกที่บรรดาผู้คลั่งไคล้ให้ความสำคัญ เข้าใจ และเพลิดเพลินไปกับความแตกต่างเพียงเล็กน้อยของข้าวของแต่ละประเภท  

พอไม่รู้จักสิ่งเหล่านั้นอย่างลึกซึ้ง ก็เลยไม่เข้าใจว่ามันน่าสนุกตรงไหน 

ทว่าเมื่อลองมาคิดดูแล้ว งานอดิเรกของคนในแวดวงสังคมอย่างเสื้อผ้า ไวน์ อาหาร หรือน้ำหอมก็คงเหมือนกัน  

สำหรับคนที่ไม่สนใจ พวกมันก็เป็นเพียงผ้า เหล้า ข้าว แล้วก็กลิ่นหอม คงไม่มีวันเข้าใจเหตุผลว่าทำไมของพวกนี้ถึงได้เป็นเรื่องน่าเพลิดเพลินจริงๆ นั่นแหละ 

ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าฟุยุกะจะเชี่ยวชาญเรื่องใดเป็นพิเศษ แล้วก็ไม่ได้มีความสนใจอะไรจนถึงกับเรียกว่าเป็นแฟนตัวยงอีกด้วย  

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนิสัยแต่เดิมหรือเพราะอ่านใจคนได้ถึงทำให้เป็นคนแบบนี้ เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน  

เพียงแต่ความสามารถที่มีนั้นทำให้เธอเกิดความหวาดกลัวอันใกล้เคียงกับความรู้สึกอยากหลีกหนีจากการหมกมุ่นกับบางสิ่งบางอย่างหรือแม้แต่การค้นคว้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างลึกซึ้ง 

จังหวะนั้นเองเธอเห็นโทโมเอะเดินผ่านหน้าไป 

ความคิดเห็น