ฮะนะชิ

พลังสมาร์ทโฟนอ่านใจจะช่วยไขคดีให้ฟุยุกะรู้ตัวคนร้ายที่กำความลับดำมืดได้หรือไม่ แล้วเมื่อไหร่เธอจะยอมเปิดใจให้โอคิตะเสียที มาลุ้นกันค่ะ :-) <อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ชื่อตอน : ตอนที่ 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 390

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2562 09:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7
แบบอักษร

ต่อจากนั้นก็มีภาพเคลื่อนไหวสั้นๆ ซึ่งเป็นภาพที่โทโมเอะเห็นกับตาตัวเองเหมือนกัน จึงไม่น่าใช่เรื่องโกหก  

มีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกันว่าอาจเป็นสิ่งที่โทโมเอะทึกทักไปเอง เป็นภาพในจินตนาการ หรือภาพจากสิ่งที่ฝันเห็น แต่ในกรณีนั้นภาพเคลื่อนไหวส่วนใหญ่จะไม่ปะติปะต่อกัน  

ถ้าเป็นภาพนิ่งก็จะมีความละเอียดต่ำ หรือไม่ก็เป็นภาพจากมุมซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า  

ทว่าภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่ถูกส่งเข้ามาในไทม์ไลน์ของโทโมเอะกลับไม่มีลักษณะแบบนั้น 

 

เราพลาดที่ทิ้งจดหมายไปแล้วสินะ จำเป็นต้องมีหลักฐานแหละเนอะ 

มีหลักฐานอย่างอื่นอีกไหมนะ ลายนิ้วมือ เส้นผม รูปถ่าย ถ่ายรูปสตอล์กเกอร์เอาไว้น่าจะดี 

รุ่นพี่ฟุยุกะกำลังลำบากใจ ทำยังไงดี เราไม่มีคนอื่นให้ปรึกษาซะด้วย 

พอหยุดพูด การส่งข้อมูลเข้าไทม์ไลน์ก็จะลดน้อยลงด้วย  

 

ปกติเวลาสนทนากับใคร มนุษย์เรามักคิดเรื่องอื่นไปด้วยไม่ค่อยได้ เมื่ออยู่ระหว่างรอคำพูดของคู่สนทนา ระดับความเร็วของการคิดก็จะยิ่งตกลงไปอีก 

“เธอลองปรึกษาแฟนดูรึยัง ว่าแต่เธอมีแฟนรึเปล่านะ” 

“ตอนนี้ไม่มีค่ะ เราเลิกกันไปสองปีแล้ว” 

 

มองเห็นภาพชายหนุ่มผมยาวรุ่นราวคราวเดียวกับโทโมเอะปรากฏขึ้นเป็นภาพเลือนราง แต่ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่ถูกส่งเข้ามาตามลำดับนั้นขาดองค์ประกอบบางอย่าง เหมือนภาพถ่ายที่ฉีกขาดและภาพยนตร์ที่ขาดตอน จึงทำให้ไม่สามารถอ่านข้อมูลได้อย่างราบรื่น 

 

ต่อให้พยายามลืมความหลัง การลบความทรงจำก็ยังเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก แต่หากหมดความสนใจไปเรียบร้อยแล้ว ความทรงจำก็จะสูญสลายภายในชั่วอึดใจ  

ข้อมูลภาพที่ได้รับความเสียหายในลักษณะนี้คือเครื่องแสดงให้เห็นว่าโทโมเอะเลิกให้ความสนใจสิ่งนั้นแล้ว ใช่ว่าพังทลายเพราะเธอโกรธเกรี้ยวหรือเจ็บปวดรวดร้าว 

“ครอบครัวเธอรู้เรื่องนี้รึเปล่า” 

“ฉันไม่ได้เล่าค่ะ เพราะสถานการณ์ก็เป็นอย่างที่เห็น ถ้าเล่าอาจจะทำให้ที่บ้านเป็นห่วงจนเกินจำเป็น โดยเฉพาะพ่อยิ่งชอบพูดมากอยู่ด้วย รุ่นพี่ฟุยุกะก็รู้นี่คะ” 

“คุณพ่อเขาเป็นห่วงลูกสาวคนเดียวต่างหากล่ะจ๊ะ” 

“ไม่หรอกค่ะ เจอหน้าพ่อทีไร พ่อก็ถามทุกทีว่าคุณฟุยุกะสบายดีไหม” 

“เรื่องนั้นก็ขอบคุณนะ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” 

 

ชายหญิงวัยกลางคนและหนุ่มสาวเผยรอยยิ้มให้เห็น ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏขึ้นมาเก่าและขาดหายเป็นห้วงๆ แต่ใบหน้าและทัศนียภาพยังสะท้อนให้เห็นอย่างแจ่มชัด อีกทั้งสีสันก็สดใสสะดุดตา 

 

เข้าใจได้ทันทีเลยว่าความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัวถูกบันทึกไว้ด้วยความหวงแหน ต่างจากแฟนหนุ่มคนเมื่อกี้  

มีภาพบิดาของโทโมเอะที่ฟุยุกะเคยเห็นที่บ้านของรุ่นน้องสมัยอยู่มัธยมปลายด้วย เขาดูเป็นคนเข้มงวด นิสัยเข้ากับลูกสาวไม่ได้ แต่ฟุยุกะก็สัมผัสได้ถึงความพึ่งพาได้และความอ่อนโยนในตัวเขา  

เท่าที่ดูจากทิวทัศน์และเครื่องแต่งกาย ภาพเคลื่อนไหวล่าสุดน่าจะเป็นภาพตอนโทโมเอะกลับบ้านเกิดช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา  

ณ ตอนนั้นไม่มีการบันทึกภาพเคลื่อนไหวขณะฟ้องครอบครัวว่าโดนสตอล์กเกอร์ตามอยู่ 

แม้จะอ่านจิตใจของโทโมเอะออก แต่แน่นอนว่าฟุยุกะก็ยังไม่พบวิธีแก้ปัญหาที่ชัดเจนอยู่ดี เข้าใจเพียงว่าอีกฝ่ายไม่ได้ปั้นน้ำเป็นตัวเรื่องโดนสตอล์กเกอร์สะกดรอยตาม ถึงได้มาปรึกษาฟุยุกะว่าควรทำอย่างไร 

“เรื่องของฉัน…” 

“อะไรนะคะ” 

“เปล่า ไม่มีอะไร” 

ฟุยุกะรีบหุบปากแล้วจินตนาการว่าแตะหน้าผากของโทโมเอะอีกครั้ง ไทม์ไลน์ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเธออันตรธานไปทันที ทำให้อ่านจิตใจของหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้อีกต่อไป 

 “…ได้เวลาต้องกลับไปทำงานแล้วนะ เรื่องที่เธออยากปรึกษา ฉันเข้าใจแล้ว เอาไว้เราค่อยมาช่วยกันคิดกันอีกทีว่าจะทำยังไงต่อไปดี” 

 “ค่ะ! รบกวนด้วยนะคะ พอได้เล่าหลายๆ อย่างให้รุ่นพี่ฟุยุกะฟัง ฉันก็โล่งใจแล้วละค่ะ จะพยายามกับงานช่วงบ่ายด้วย!” 

โทโมเอะวางมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ แล้วยันกายลุกขึ้นยืนพร้อมกับค้อมศีรษะให้  

ฟุยุกะหันใบหน้าที่หม่นหมองหนีแล้วลุกขึ้นยืนโดยไม่พูดอะไร เธอโบกนิ้วชี้ไปมาในใจด้วยความลังเล รู้สึกเกลียดตัวเองอย่างรุนแรงที่แอบอ่านใจรุ่นน้อง 

 

*** 

 

มิชิมะ ฟุยุกะ มีพลังพิเศษที่สามารถอ่านใจคนอื่นได้ 

หากเธอหันหน้าเข้าหาคู่สนทนาแล้วจินตนาการว่ายื่นนิ้วชี้ไปแตะหน้าผากของอีกฝ่าย ‘ไทม์ไลน์’ ที่มีข้อความสั้นๆ เรียงตัวกันในแนวนอนก็จะโผล่ขึ้นมา 

ภาพในใจและความคิดของอีกฝ่ายจะถูกส่งเข้าไทม์ไลน์ตามลำดับเวลา และเมื่อเจ้าตัวนึกถึงทัศนียภาพที่เคยเห็นและเหตุการณ์ที่เคยประสบ ก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มรายละเอียดให้กับภาพเหล่านั้น 

เปรียบเหมือนโซเชียลเน็ตเวิร์กหรือบล็อกสำหรับบันทึกเรื่องราวในอินเทอร์เน็ต แตกต่างกันตรงข้อมูลที่ถูกส่งเข้ามาคือความนึกคิดของผู้ส่ง จึงไม่สามารถโป้ปดหรือปลอมแปลงได้ เพราะคนเราโกหกตัวเองไม่ได้ แต่หากเป็นแค่การทึกทักเอาเองหรือการบอกเป็นนัยในระดับเบาบาง ฟุยุกะก็จะสามารถดูออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง 

ทว่าต่อให้อีกฝ่ายรู้บางสิ่งจากก้นบึ้งของหัวใจแต่ไม่ได้กำลังนึกถึงสิ่งนั้น เธอก็จะไม่สามารถอ่านใจอีกฝ่ายได้ จึงจำเป็นต้องคอยยิงคำถามให้อีกฝ่ายนึกถึงเรื่องราวต่างๆ เพื่อที่เธอจะได้เห็นภาพตาม 

ฟุยุกะมีพลังพิเศษนี้มาตั้งแต่เด็ก 

เวลามีผู้ใหญ่เรียกชื่อ เธอจะชูนิ้วตอบว่าสามขวบทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ถาม และมักจะชิงพูดดักคอเพื่อน แค่ฟังอาจารย์สอนในชั่วโมงเรียนก็รู้แล้วว่าโจทย์ข้อไหนจะออกหรือไม่ออกสอบ ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในฐานะ ‘เด็กที่มีลางสังหรณ์แม่นยำ’  

คนอื่นๆ พากันเข้าใจว่าเธอสืบทอดความสามารถในการหยั่งรู้มาจากมารดาผู้เป็นนักทำนายดวงชะตา แต่ตอนนั้นเธอแค่ ‘คาดเดา’ ยังทำไม่ได้ถึงขนาด ‘อ่านความคิด’ ของคนอื่นออกอย่างชัดเจน  

ลางสังหรณ์อันคลุมเครือขาดความคงเส้นคงวาอาจทำให้แปลความบิดเบือนไปจากความเป็นจริงบ้าง กล่าวคือในขณะนั้นเธอยังมีลางสังหรณ์ที่ไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไป            

แต่แล้ววันหนึ่งในช่วงฤดูร้อนสมัยขึ้นมัธยมสี่ เธอมีโอกาสแวะร้านขายโทรศัพท์มือถือกับเพื่อนๆ และได้สัมผัสกับสมาร์ทโฟน ตอนนั้นเองที่จู่ๆ พลังพิเศษก็เบ่งบาน     

ความคิดเห็น