ฮะนะชิ

พลังสมาร์ทโฟนอ่านใจจะช่วยไขคดีให้ฟุยุกะรู้ตัวคนร้ายที่กำความลับดำมืดได้หรือไม่ แล้วเมื่อไหร่เธอจะยอมเปิดใจให้โอคิตะเสียที มาลุ้นกันค่ะ :-) <อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ชื่อตอน : ตอนที่ 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 323

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ย. 2562 22:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6
แบบอักษร

ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งที่เธอได้ยินรุ่นน้องเล่าเรื่องทำนองนั้น และทุกครั้งเธอจะโดนอีกฝ่ายบังคับให้ฟังสารพันคำบ่นที่มาในรูปแบบของการขอคำปรึกษา 

“ต่อให้สถานการณ์จะเป็นยังไงก็ตาม แต่การสะกดรอยตามคนอื่นยังไงก็ผิดค่ะ”

“ก็จริง แล้วพอเป็นคนในบริษัทเดียวกัน เธอก็เลยคิดว่าการแจ้งตำรวจเป็นเรื่องเสียเปล่าสินะ”

“ใช่ค่ะ ขืนเรียกตำรวจมา หัวหน้าแผนกอุริโนะก็ได้กลายเป็นอาชญากรน่ะสิคะ ฉันกำลังลำบากก็จริง แต่ไม่ได้อยากให้เรื่องมันกลายเป็นแบบนั้น”

“ถ้าเธออยากแก้ปัญหาแบบสันติวิธี เธอไปถามเจ้าตัวตรงๆ เลยก็ได้ว่ามีธุระอะไรกับเธอรึเปล่า”

“แหม ฉันไม่กล้าเดินเข้าไปพูดแบบนั้นหน้าตาเฉยเหมือนรุ่นพี่ฟุยุกะหรอกค่ะ ถ้าไปถามอะไรแปลกๆ กลัวจะทำให้เขาโกรธจนมาทำร้ายฉันน่ะสิ”

“ฉันไม่เคยเห็นหัวหน้าแผนกอุริโนะโกรธเลยนะ เขาดูเป็นคนจริงจังแล้วก็ใจเย็นจะตาย”

“มันน่ากลัวตรงที่ฉันโดนคนแบบนั้นสะกดรอยตามนี่ละค่ะ”

“ก็จริง…งั้นฉันไปคุยให้ไหม”

“ไม่ได้นะคะ! ขืนทำแบบนั้น ความก็แตกกันพอดีว่าฉันเล่าให้รุ่นพี่ฟุยุกะฟัง ไม่รู้ว่ารุ่นพี่จะเจออะไรบ้าง”

โทโมเอะยื่นมือขวามากุมมือซ้ายของเธอ

ฟุยุกะไม่คิดว่าอุริโนะจะใช้ความรุนแรง แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัยเต็มร้อย หากไปเจรจากันในที่ลับตาคน โทโมเอะคงยิ่งกังวลมากกว่าเดิม

“รุ่นพี่ฟุยุกะ ฉันควรทำยังไงดีคะ เรื่องแบบนี้ฉันมีคนให้ปรึกษาได้แค่รุ่นพี่คนเดียวนี่ละค่ะ”

“ทำยังไงดีนะ…”

ฟุยุกะกุมมือทับอีกฝ่ายที่กุมตนเองอยู่ รุ่นน้องของเธอมีนิสัยมองไปข้างหน้าและร่าเริงสดใสอยู่เสมอ แต่ก็ขี้กลัวและขี้กังวลเกินคาด เพราะฉะนั้นเธอถึงได้กลายเป็นคนดูแลอีกฝ่ายอยู่เรื่อยโดยไม่ทันรู้ตัว

โทโมเอะคงมาปรึกษาเพราะรู้จักนิสัยของเธอดีเช่นกัน

จู่ๆ วิธีแก้ปัญหาก็แวบเข้ามาในสมองของฟุยุกะ เธออาจทำให้อุริโนะหยุดทำตัวเป็นสตอล์กเกอร์ได้โดยไม่มีใครล่วงรู้ และแม้แต่ตัวอุริโนะเองก็อาจไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ

มันเป็นวิธีเดียวที่มีเฉพาะเธอเท่านั้นที่ทำได้

ทว่าฟุยุกะกลับไม่บอกอะไรโทโมเอะ เธอแสร้งทำเป็นเหม่อมองบนอย่างกลัดกลุ้ม

เดิมทีก็ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดออกมาได้อยู่แล้ว ต่อให้เป็นโทโมเอะ ไม่ใช่สิ เพราะเป็นโทโมเอะนี่แหละ เธอถึงได้อยากปิดเอาไว้เป็นความลับ

ความจริงก็คือฟุยุกะอ่านใจคนได้นั่นเอง

“นี่ โทโมเอะ”

“คะ”

พอฟุยุกะปล่อยมือแล้วส่งเสียงเรียก โทโมเอะก็เงยหน้าขึ้นมามองทันที

ชั่วพริบตานั้น ฟุยุกะจินตนาการว่าตัวเองยื่นนิ้วชี้ไปแตะหน้าผากของโทโมเอะที่อยู่ตรงหน้าอย่างแผ่วเบา

พอทำอย่างนั้น หน้าจอใสดุจกระจกหน้าต่างบานใหญ่ขนาดประมาณใบหน้าก็ผุดขึ้นเบื้องหน้าโทโมเอะ

ข้อความสั้นๆ เริ่มเรียงตัวเป็นแนวนอนบนหน้าจอที่ฟุยุกะเรียกว่า ‘ไทม์ไลน์’

อ๋า เผลอกินคาร์โบนาราอีกแล้ว อร่อยก็จริง แต่กินแล้วอ้วนนะ

หัวหน้าอุริโนะน่าขยะแขยงจัง เคยนึกว่าเป็นคนดีซะอีก ไหงกลายเป็นแบบนี้ไปได้เนี่ย

รุ่นพี่ฟุยุกะผิวสวยจังเลย รุ่นพี่เรียกชื่อเราด้วย ดีใจจัง!

ข้อความที่เหมือนพูดกับตัวเองถูกส่งเข้าไทม์ไลน์อย่างต่อเนื่อง มันไม่ใช่สิ่งที่ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบคำพูด แต่เป็นเรื่องที่โทโมเอะกำลังคิดอยู่

ฟุยุกะจ้องมองโทโมเอะในโลกแห่งความเป็นจริงผ่านหน้าจอที่ลอยคว้าง

“โทโมเอะ เรื่องจดหมายที่ว่าน่ะ…”

“จดหมาย? อ๋อ หมายถึงจดหมายที่ใส่อยู่ในตู้รับจดหมายน่ะเหรอคะ”

ทันทีที่โทโมเอะตอบ เนื้อหาของไทม์ไลน์ก็อัพเดทไปเรื่อยๆ จากนั้นภาพในความทรงจำก็แปรเปลี่ยนเป็นข้อมูลที่ถูกส่งเข้ามาเพิ่มเติม

ห้องวันรูม*ห้องหนึ่งปรากฏขึ้น สภาพชวนให้คิดว่าน่าจะมีผู้หญิงใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เห็นมือขวาของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังคลี่กระดาษจดหมายจากมุมสูง บนโต๊ะข้างๆ มีซองสีขาวที่คาดว่าเป็นซองใส่จดหมายฉบับที่ว่านี้วางอยู่ ปากซองเปิดอ้า

นี่คือภาพที่โทโมเอะมองเห็น ใบหน้าของตัวเธอเองจึงไม่ปรากฏ

จดหมายเป็นกระดาษขาวไร้ซึ่งจุดเด่น บนนั้นมีข้อความที่ถูกเขียนขึ้นด้วยปากกาลูกลื่นเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม

ซองไม่ได้ติดแสตมป์หรือแบบฟอร์มส่งของ อีกทั้งปากซองยังไม่ได้ติดกาวด้วย แสดงว่าผู้ส่งนำมาหย่อนไว้ในตู้รับจดหมายด้วยตัวเองไม่ผิดแน่

“…เรื่องจดหมายที่ว่าน่ะ หัวหน้าอุริโนะเป็นคนเขียนจริงๆ เหรอ ต่อให้หัวหน้าอุริโนะเป็นสตอล์กเกอร์ แต่คนที่เอาจดหมายมาหย่อนไว้อาจเป็นคนอื่นก็ได้นี่นา”

“จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงล่ะคะ ฉันไม่ใช่รุ่นพี่ฟุยุกะสักหน่อย ไม่เนื้อหอมขนาดนั้นหรอกค่ะ”

“นี่เธอเหน็บฉันเหรอ ฉันไม่ได้เนื้อหอมซักหน่อย”

“รุ่นพี่ไม่สนใจเองต่างหากล่ะคะ ออกจะมีคนแอบชอบรุ่นพี่อยู่เพียบตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว ไม่ได้มีเฉพาะผู้ชายด้วยนะ…”

 “โอย แหม เรื่องพรรค์นั้นจะยังไงก็ช่างเถอะ”

ฟุยุกะเอ่ยพลางขมวดคิ้ว ภาพในอดีตของทั้งคู่ถูกส่งเข้าไทม์ไลน์บนจอเบื้องหน้าอย่างต่อเนื่อง

เข้าใจได้เป็นอย่างดีเลยว่าโทโมเอะกำลังสับสน

“เราคุยเรื่องสตอล์กเกอร์กันอยู่ไม่ใช่เหรอ โทโมเอะเป็นฝ่ายมาปรึกษาเองแท้ๆ  ตกลงเรื่องจดหมายน่ะว่ายังไง”

“ขอโทษค่ะ จดหมายเป็นของหัวหน้าอุริโนะจริงๆ ค่ะ เพราะมีชื่อเขียนเอาไว้ชัดเจนเลย”

“อ๋อ อย่างนั้นน่ะเอง”

ข้อมูลภาพชุดใหม่ถูกส่งเข้ามา จดหมายในมือลงท้ายด้วยชื่อ ‘อุริโนะ มิจิทากะ’ จริงอย่างที่โทโมเอะว่า

“แต่รุ่นพี่ฟุยุกะคะ ฉันทิ้งจดหมายฉบับนั้นไปแล้วน่ะสิคะ”

“ทิ้งไปแล้วเหรอ ทำไมล่ะ เป็นหลักฐานที่จะสาวถึงตัวสตอล์กเกอร์ได้แท้ๆ”

“ก็มันน่าขยะแขยงนี่คะ”

จดหมายถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก่อนจะถูกทิ้งลงถังขยะ เจ้าตัวมองลงไปข้างล่างจากระเบียงแมนชั่นเพื่อดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครยืนอยู่แถวนั้น

เพราะเป็นตอนกลางคืน รอบด้านจึงมืดสนิท มองไม่เห็นเลยว่ามีบุคคลน่าสงสัยอยู่แถวนั้นหรือไม่

 

*วันรูมหมายถึงห้องที่ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และครัวรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกันโดยไม่มีการกั้นแบ่งบริเวณ จะมีการแยกส่วนเฉพาะห้องน้ำและห้องอาบน้ำเท่านั้น

ความคิดเห็น