ฮะนะชิ

พลังสมาร์ทโฟนอ่านใจจะช่วยไขคดีให้ฟุยุกะรู้ตัวคนร้ายที่กำความลับดำมืดได้หรือไม่ แล้วเมื่อไหร่เธอจะยอมเปิดใจให้โอคิตะเสียที มาลุ้นกันค่ะ :-) <อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ชื่อตอน : ตอนที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 664

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2562 11:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2
แบบอักษร

ชายคู่สนทนาไม่ซักไซ้อะไรไปมากกว่านั้น แต่กลับตอบกลั้วหัวเราะ  

"ผมล้อเล่นน่ะ" 

“ถ้าอย่างนั้น หากมีคำถามอะไรเพิ่มเติมก็สามารถโทรศัพท์มาสอบถามได้ทุกเมื่อนะคะ วันนี้ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งที่คุณลูกค้าโทรศัพท์มา ดิฉันมิชิมะ เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาผู้ใช้บริการคลาริโฟน ได้ให้บริการคุณลูกค้าเรียบร้อยแล้ว ขออนุญาตจบการสนทนาแต่เพียงเท่านี้นะคะ” 

วงจรจอมอนิเตอร์ตัดสายอัตโนมัติ  

ฟุยุกะพิมพ์ข้อมูลส่วนบุคคลและเนื้อหาของคำถามใส่หน้าจอให้บริการลูกค้าเพื่อจัดทำประวัติการให้บริการ  

 

ลูกค้าเป็นผู้ชาย อายุยี่สิบปีขึ้นไป โทรศัพท์มาปรึกษาก่อนซื้อสินค้า ข้อมูลที่ได้อยู่ในระดับกลางๆ กำลังพิจารณาว่าจะย้ายจากค่ายอื่นมาใช้บริการของเราดีหรือไม่ ที่บ้านใช้อินเทอร์เน็ตของคลาริเน็ต ทางเราแนะนำให้อ่านรายละเอียดในเว็บไซต์ แคตตาล็อก หรือไม่ก็สอบถามพนักงานตามเคาน์เตอร์ 

 

เธอบันทึกเนื้อหาที่ป้อนเข้าไปแล้วถอนหายใจ จากนั้นก็ขยับเม้าส์เพื่อออกจากโหมดตัดวงจรกลับมาเป็นโหมดเชื่อมต่อ ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงสายเรียกเข้าดังผ่านหูฟังมา 

“ขออภัยที่ให้รอนะคะ ดิฉันชื่อมิชิมะ เป็นเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาแก่ผู้ใช้บริการคลาริโฟนค่ะ” 

ฟุยุกะท่องคำทักทายมาตรฐานด้วยน้ำเสียงสดใส แต่สีหน้ายังคงไร้อารมณ์ดังเดิม 

     

*** 

 

พอได้เวลาพักกลางวัน ฟุยุกะก็ถอดหูฟังออกแล้วลุกจากที่นั่ง  

พนักงานของบริษัทนี้ทำงานเป็นกะและสลับกันไปพักทีละกลุ่ม ระหว่างนั้นโอเปอเรเตอร์คนอื่นๆ จะยังให้บริการทางโทรศัพท์ต่อไป 

มิชิมะ ฟุยุกะ ทำงานในบริษัทให้บริการช่วยเหลือลูกค้าที่มีชื่อว่า ‘บริษัทศูนย์บริการข้อมูลซีอาร์’ หน้าที่รับผิดชอบคือโอเปอเรเตอร์ผู้ให้บริการช่วยเหลือลูกค้า  

ด้วยเหตุผลดังกล่าว เวลามีลูกค้าโทร.มาสอบถาม เธอจึงต้องแนะนำตัวว่าเป็น ‘เจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาแก่ผู้ใช้บริการคลาริโฟน’ 

เมื่อห้าปีก่อน ‘บริษัทคลาริโฟน’ แยกตัวเป็นอิสระจากแผนกโทรศัพท์เคลื่อนที่ของ ‘บริษัทคลาริเน็ต’ ที่เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ส่วน ‘บริษัทศูนย์บริการข้อมูลซีอาร์’ ก็เป็นกิจการที่เกี่ยวข้องซึ่งก่อตั้งขึ้นในวันเดียวกัน  

อันที่จริง ‘บริษัทคลาริเน็ต’ เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่แยกตัวเป็นอิสระจากผู้ผลิตเครื่องบันทึกภาพและเครื่องเสียงรายใหญ่อย่าง ‘บริษัทคลาริส’ ตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีกว่าปีก่อน ทั้งหมดประกอบธุรกิจในฐานะส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจที่มีชื่อว่า ‘คลาริสกรุ๊ป’  

ถ้าให้สรุปประวัติความเป็นมาและสถานะของแต่ละบริษัทก็คือ ‘บริษัทศูนย์บริการข้อมูลซีอาร์ที่ให้บริการข้อมูลแก่ลูกค้า’ ได้เริ่มธุรกิจพร้อมกับ ‘บริษัทคลาริโฟนที่จำหน่ายสมาร์ทโฟน’ ซึ่งบริษัทหลังนี้แยกตัวออกมาจาก ‘บริษัทอินเทอร์เน็ตคลาริเน็ต’ ที่ก่อตั้งโดย ‘บริษัทเครื่องเสียงคลาริส’ นั่นเอง  

ส่วนเหตุผลที่ก่อตั้งบริษัทเพื่อช่วยเหลือลูกค้าโดยเฉพาะก็เนื่องจากว่าในอนาคตมีแผนจะนำเสนอบริการดังกล่าวแก่บริษัททั้งในและนอกเครือข่ายด้วย  

บริษัทมีสำนักงานสาขาสี่แห่งทั่วประเทศ รวมแล้วมีพนักงานกว่าร้อยคน แต่อุปกรณ์และบุคลากรทั้งหลายแหล่นั้น ส่วนใหญ่มาจากคลาริสกรุ๊ป 

ฟุยุกะเข้ามาทำงานที่บริษัทนี้เมื่อสามปีก่อน  

เธอเป็นหนึ่งในเด็กจบใหม่ที่ได้รับการว่าจ้างเป็นพนักงานประจำกลุ่มแรกตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท 

สถานที่ทำงานของเธอตั้งอยู่บนชั้นแปดถึงชั้นสิบภายในอาคารพาณิชย์ขนาดเล็กย่านร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า เดิมทีที่นี่ก็เป็นหนึ่งในศูนย์ให้บริการซ่อมสินค้าของ ‘คลาริส’ เช่นกัน  

นอกจากจะไม่มีป้ายบอกชื่อบริษัทด้วยเหตุผลว่าต้องการรักษาความปลอดภัยและป้องกันการร้องเรียนจากลูกค้าแล้ว บริษัทยังตั้งอยู่ในทำเลที่ค้นหาตำแหน่งทางเว็บไซต์ไม่ได้ง่ายๆ อีกด้วย  

เวลาเข้าบริษัทต้องใช้คีย์การ์ดเฉพาะสำหรับพนักงานแต่ละคน แล้วมู่ลี่หน้าต่างของบริษัทก็ถูกปิดไว้ตลอดเวลา 

วันนี้เวลาพักกลางวันของฟุยุกะตรงกับรุ่นน้องที่ชื่อ อานัน โทโมเอะ ทั้งสองเลยพากันออกนอกบริษัทไปรับประทานอาหารที่ร้านพาสต้าในละแวกใกล้เคียง  

ขณะนี้บ่ายโมงแล้ว ลูกค้าที่มารับประทานมื้อกลางวันมีน้อย จึงสะดวกสำหรับพวกเธอ 

“ขอฉันระบายหน่อยนะคะ รุ่นพี่ฟุยุกะ วันนี้ฉันงานเข้าตั้งแต่เช้าเลย” 

ทันทีที่เข้าไปนั่งโต๊ะกลางแจ้งบริเวณระเบียง โทโมเอะก็โพล่งขึ้นมา  

โทโมเอะเป็นหญิงสาวผมสีน้ำตาลดัดเป็นลอน อีกทั้งยังแต่งหน้าจัดเต็ม รูปลักษณ์และอุปนิสัยของเธอชวนให้นึกถึงผลไม้ตระกูลส้ม 

เธอจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมปลายเดียวกับฟุยุกะ ระหว่างยังศึกษาอยู่พวกเธอเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมชมรมแบดมินตัน  

แม้จะศึกษาต่อมหาวิทยาลัยคนละแห่ง พวกเธอก็ยังคบหากันอยู่ แล้วโชคชะตาก็ดลบันดาลให้ทั้งคู่ได้มาทำงานบริษัทเดียวกันอีก โทโมเอะจึงยังคงเรียกฟุยุกะว่ารุ่นพี่ 

“อะไรของเธอเนี่ย” 

ฟุยุกะหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทีเฉยชา  

วันนี้วันที่ยี่สิบกรกฎาคม สภาพอากาศภายนอกคือกลางฤดูร้อน ทางเท้าของย่านร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าจึงตกอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ร้อนระอุที่สาดส่องลงมาอย่างจัดจ้า  

คนวัยหนุ่มสาวที่อยู่ในช่วงวันหยุดฤดูร้อนเดินผ่านไปมาไม่ขาดสาย การรับประทานอาหารภายในร้านน่าจะเย็นสบายกว่า แต่ถึงจะร้อน ทั้งคู่ก็ยังชอบนั่งใต้เงาไม้เพราะที่ทำงานไม่มีหน้าต่างให้มองเห็นโลกภายนอก แถมยังต้องคอยรับโทรศัพท์ภายในอาคารที่เปิดเครื่องปรับอากาศอยู่ตลอดเวลา 

“ที่ว่างานเข้าเนี่ย หมายถึงไม่สบายเหรอ หรือว่าร่างกายอ่อนเพลียเพราะอากาศร้อน?” 

“ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นนะคะ!” 

"ก็ว่างั้น” 

“ความจริงถ้าร่างกายอ่อนเพลียนิดหน่อยเพราะอากาศร้อน แล้วความอยากอาหารลดลงด้วยก็คงจะดีเนอะ ฉันอยากพูดว่า โอย วันนี้ฉันเพลียนิดหน่อยเพราะอากาศร้อน ไม่อยากอาหาร มั่งจังเลย!”  

ความคิดเห็น