ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 : แมวเป็นสัตว์ลึกลับ 100%

ชื่อตอน : บทที่ 5 : แมวเป็นสัตว์ลึกลับ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 49.5k

ความคิดเห็น : 188

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2558 13:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 : แมวเป็นสัตว์ลึกลับ 100%
แบบอักษร

 

 

 

THE CAT 

 

บทที่ 5

แมวเป็นสัตว์ลึกลับ

 

 

 

 

                นี่ก็ดึกมากแล้วนะ...

                ทำไมกรถึงยังไม่กลับมาสักทีล่ะครับ

                ผมนั่งหน้ามุ่ยรอร่างสูงอยู่ที่ห้องรับแขกคนเดียว พระจันทร์ดวงกลมๆที่เป็นสีเหลืองสว่างสวยลอยเด่นบ่งบอกเวลากลางคืนที่ผ่านพ้นมานานพอสมควร แต่ก็ไม่เห็นแววว่ากรจะกลับมาเลย ปกติกรจะกลับมาบ้านเร็วๆทุกครั้งเพราะมีผมรออยู่ ไม่รู้ว่าวันนี้เขาหายไปไหน ถึงได้ปล่อยให้ผมรออยู่แบบนี้

                ผมมักจะมานั่งรอกรกลับบ้านแบบนี้ทุกวัน เขามักจะกลับมาช่วงเย็นๆทุกครั้งและผมก็จะนั่งคอยเขาที่โซฟาแบบนี้หรือไม่ก็เดินออกไปรอที่หน้าประตู

                ผมนอนลงกับโซฟาตัวยาว หาวหวอดเมื่อความง่วงเริ่มคืบคลานเข้ามาแต่ก็ถ่างตาไม่ยอมหลับจนกว่าจะปรากฏเงาของร่างสูง ทันใดนั้นเองที่ผมได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังเข้ามาใกล้ตัวบ้าน ผมเบิกตาโตขึ้นก่อนจะวิ่งไปที่หน้าต่างเพื่อชะโงกดู

                เอ๊ะ...?

                ใครน่ะ

                มีคนสองคนลงมาจากรถยนต์คันสวย เป็นผู้ชายทั้งคู่ แต่อีกคนหนึ่งกำลังทำท่าเหมือนเซไปเซมาโดยมีอีกคนหนึ่งพยุงไว้ ผมเบิกตากว้างสุดขีดเมื่อเห็นชัดๆว่าคนที่เดินขวาทีซ้ายทีแล้วยังจะทำท่าเหมือนหกล้มอยู่รอมร่อนั่นไม่ใช่ใครที่ไหน...

                กร...!!!

                ผมหน้าตาตื่น รีบวิ่งไปที่ประตู เอาอุ้งเท้าตะกุยๆประตูไม้บานสวยที่มีกระดิ่งเล็กๆติดอยู่ด้านบนด้วยความร้อนใจ

                กร... ทำไมกรเป็นแบบนั้น!

                ผมร้องแง๊วๆอยู่หลายครั้งจนกนะทั่งบานประตูถูกผลักเข้ามาตามด้วยร่างของคนสองคน

                “มึงอยู่ได้แน่นะเว้ยไอ้กร”

                “เออ” เสียงยานคางตอบกลับไป ผมขมวดคิ้ว จำได้ว่าผู้ชายอีกคนคือเพื่อนของกรที่มาเมื่อวานนี่นา แต่แล้วเขาก็กลับออกไปพร้อมรถคันนั้น เหลือแต่กรที่เดินเอียงไปเอียงมาเข้ามาในตัวบ้าน ผมเดินตาม พยายามร้องเรียกร่างหนาที่ดูแปลกไปจากทุกวัน

                “เมี้ยว...!

                กร...!

                อ๊ะ!!

                “อื่อ...” เสียงทุ้มครางในลำคอเบาๆแล้วเดินไปนอนลงที่โซฟา สภาพเหมือนคนง่วงนอนของกรแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนทำให้ผมงงอย่างหนัก

                “แง๊ว!!” ผมเรียกร่างสูงเสียงดัง แต่กรก็ยังคงส่งเสืองอือๆในลำคอจนผมไม่รู้ว่ากรจะพูดอะไร ผมกระโดดขึ้นไปนั่งบนโต๊ะรับแขก เอียงคอมองอีกฝ่ายที่ดูแล้วคงพูดไม่รู้เรื่องแน่ๆ เอาหัวกลมๆดุนดันมือหนาที่พาดยาวมาจนถึงโต๊ะ

                ทำไมกรเป็นอย่างนี้ล่ะครับ...

                “เหมียว...” ใครทำอะไรกรเหรอครับ ทำไมกรถึงได้...

                ผมหูตก มองเจ้าของอย่างเป็นห่วงโดยทำอะไรไม่ได้เลย ร่างบางค่อยๆขยับไปใกล้ก่อนจะกระโดดไปนั่งข้างๆลำตัวหนาบนโซฟา เหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าคม ดวงตาที่ปิดสนิทและเสียงที่พยายามจะเปล่งออกมาพูดอะไรบางอย่างทำให้ผมทำอะไรไม่ถูก

                เกิดอะไรขึ้นครับกร มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ ทำไมท่าทางของกรเหมือนคนที่กำลังทรมานยังไงอย่างงั้นเลย

                “น้ำหวาน...”

                !!!!

                ผมชะงักไปนิดหน่อยเมื่อได้ยินชื่อที่หลุดออกมาจากริมฝีปากสีซีด

                “เหมียว...”

                อ๊ะ!!

                แล้วผมก็ต้องสะดุ้งเมื่อจู่ๆมือหนาก็คว้าเข้าที่มือของผมไปจับไว้แน่น วางลงแนบอกแกร่ง

                “น้ำหวาน...”

                มือหนาจับมือผมไม่ปล่อย ซ้ำยังพึมพัมพำไม่หยุด “อย่าไป...”

                กร...

                เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางหัว น้ำใสๆไม่รู้มาจากไหนเริ่มเอ่อคลอดวงตาสีฟ้าสวย ผมส่ายหน้าไปมา

                ผมไม่ใช่น้ำหวาน...

                แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่หยุด กรยังคงเรียกชื่อน้ำหวานต่อไปเรื่อยๆโดยจับมือผมไว้อย่างนั้น ผมก้มหน้าและน้ำตาหยดหนึ่งก็ร่วงลง

                ผมไม่ใช่น้ำหวานนะครับกร...

 

ผมจิเวล... 

 “เหมียวว...” ผมจิเวลเอง...

“อืม...” ร่างหนาขยับตัวพลิกไปมา ผมใช้อุ้งมืออีกข้างแตะเบาๆที่ปลายคางสากก่อนที่กรจะค่อยๆปรือตาขึ้น “จิเวล...”

ผมเงยหน้าขึ้น หัวใจดวงน้อยที่ห่อเหี่ยวกลับเต้นเป็นจังหวะอีกครั้ง

ใช่ครับกร ผมจิเวล!

“เมี้ยว...!” กรเห็นผมแล้วใช่ไหมครับ

“จิเวล...”

ครับกร ผมอยู่ตรงนี้ครับ

ผมพยายามใช้ร่างนุ่มนิ่มขยับเข้าไปแนบชิดในขณะที่กรทำเพียงแค่ยิ้มจางๆ ดวงตาคมเลื่อนลอยเหมือนคนไม่มีสติ ผมยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ รีบร้องเรียกเสียงดังเมื่อกรทำท่าจะหลับลงไปอีก

“ม๊าว!

กร!

จะนอนตรงนี้ไม่ได้นะครับ นอนตรงนี้ไม่ได้น้า...!

ผมเลิกร้องไห้และหันมาเรียกกรจริงจัง ใช้อุ้งมือทั้งสองข้างทั้งสะกิดทั้งดึงแขนเสื้อกรแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าร่างหนาจะขยับเลย

“ม๊าว!!” กรต้องลุกขึ้นนะครับ นอนตรงนี้ไม่ได้นะ “ม๊าวๆ!

กร!

ผมขึ้นไปบนตัวกร ทาบมือทั้งสองข้างลงบนแผ่นอกกำยำก่อนเขย่าไปมา “เมี้ยว! เมี้ยว...”

กร...

ฮึกก... กรเป็นอะไรกันแน่ครับ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ฮึก...

ผมเริ่มร้องไห้อีกครั้ง ไม่รู้ว่ากรไปทำอะไรมาหรือมีใครทำให้กรเป็นแบบนี้ แต่ผม... ผม... ช่วยอะไรกรไม่ได้เลย

ท่าทางที่เหมือนคนไร้สติและทรมานอย่างนั้นทำให้หัวใจเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเข้ามาอย่างจัง

ฮึกก... กร... ตื่นขึ้นมาสิครับ กรเป็นอะไร ทำไมกรไม่พูดกับผมล่ะ

กรจะมานอนตรงนี้ไม่ได้นะ กลับไปนอนที่เตียงเถอะครับ

ผมพยายามใช้สองแขนกอดเข้าที่ต้นแขนล่ำ อองแรงสุดชีวิตลากร่างหนา แต่แรงที่มีน้อยนิดก็ไม่ส่งผลใดๆเลย

กรเป็นอะไร ฮึก...

ผมน้ำตาร่วง กรเป็นอะไรก็ไม่รู้ ผมไม่เคยเห็นเลย แถมเขายังทำตัวแปลกๆด้วย

“เมี้ยว...”

กร...

ลุกขึ้นเถอะครับ กลับไปนอนที่เตียงเถอะ

ผมพยายามที่จะใช้แรงที่มีน้อยนิดสะกิดปลุกร่างหนาและเขย่าตัวกรแรงๆอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่รับรู้อะไรเลยนอกจากส่งเสียงอือๆออกมาตลอดเวลา

ฮึกก... ผม... ผมก็เป็นแค่ลูกแมว...

เป็นลูกแมวตัวเล็กๆที่ช่วยอะไรกรไม่ได้เลย

ผมนั่งร้องไห้อยู่แบบนั้นไปเรื่อยๆข้างร่างสูงที่นอนหมดสภาพอยู่อย่างนั้น แสงจันทร์สาดส่องลงมาตรงกับบานหน้าต่าง แสงสีเหลือนวลนั้นราวกับจะสะกดตรึงสายตาของผมไว้ กว่าจะรู้ตัว เท้าทั้งสี่ข้างก้ค่อยๆเดินเข้าไปที่หน้าต่าง เกาะลงบนของสีขาวที่มีกระถางต้นไม้เล็กวางอยู่ บนนั้น... ดวงจันทร์กลมๆเต็มดวงฉายแสงเรืองรองราวกับมีมนตร์สะกด

ผมเงยหน้าขึ้นมอง หยดน้ำตาคลอหน่วย

ฮึกก...

พระจันทร์ครับ

ถ้าผม... ถ้าผมได้เป็นคน...

ก็คงจะดีไม่น้อยเลย

ถ้าผมเป็นคน... ผมจะช่วยกร ไม่ให้กรเป็นแบบนี้ ฮืออ...

ผมสะอื้นฮัก ตัวสั่นนิดๆในขณะแหงนหน้าขึ้นอ้อนขอทั้งน้ำตา

ได้โปรดเถอะครับ

ให้ผมช่วยอะไรกรได้บ้าง...

ให้ผมช่วยอะไรคนที่ผมรัก...

แค่นิดเดียวก็ยังดี...

อ๊ะ!!

จบประโยคผมก็ต้องหลับตาปี๋เมื่อแสงอะไรไม่รู้สาดวาบเข้ามาทำให้แสบตาไปหมด ผมผงะก่อนจะล้มหงายหลังลงไปนอนอยู่ที่พื้น

!!!!

อะ... โอ๊ย!!

            ทำไม... ทำไมถึงได้เจ็บไปหมดเลย อึกก...!

            เหมือนมีเข็มทิ่มแทงไปทั่วร่างแล้วถูกบีบอัดด้วยความร้อนมหาศาล มือเล็กกุมลำคอตัวเองแน่นเมื่อพบว่าไม่สามารถหายใจได้ตามปกติอีกต่อไป

            อึก!!

            หายใจไม่ออก!

            ผมหายใจไม่ออก!

            เจ็บ! เจ็บไปหมดเลย โอ๊ยยย!!

            ผมเจ็บ...!

            ผมเบิกตาโพลง ทรมานไปทั้งร่างอย่างหาคำอธิบายไม่ได้ เหมือนทั้งร่างจะแหลกสลายยังไงอย่างงั้น ฮึกก...!!!

            กร... ก... กร!!

            กรช่วยผม... ฮึกกกก!!! ช่วยด้วย...!

            ผมพยายามร้องเรียกแต่ก็ทำได้แค่ป่ายมือไปมาและนอนขดตัวอยู่ที่พื้นอย่างทรมาน

            กร...

            ผมปวดหัว!

            โอ๊ยย ปวดหัวไปหมดเลย ฮึกกก เจ็บ...

            ช่วยด้วยครับ ช... ช่วยด้วย!!!

            ผมตะโกนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่สติทั้งมวลจะดับวูบลง...

 

 

 

            “โอ๊ย...”

            เจ็บไปหมดเลย...

            ผมขมวดคิ้วๆทั้งที่ยังหลับตา ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นถึงได้เป็นแบบนี้ ขยับตัวแทบไม่ได้เลย ร่างกายมันล้าไปหมด แถมตาก็ยังลืมแทบไม่ขึ้นอีก ผมร้องในลำคอเบาๆก่อนจะฝืนร่างกายหนักอึ้งให้ขยับก่อนจะค่อยๆฝืนเปลือกตาเปิดขึ้นมองรอบๆ ผมกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสภาพในความมืด

            กร...!

            กรยังคงนอนอยู่บนโซฟาตัวยาวกลางบ้าน สภาพร่างหนาที่ดูแย่เอามากๆทำให้ผมนึกได้ว่าก่อนหน้านี้ผมพยายามที่จะพากรขึ้นไปนอนนี่นา

            “กร...”

            ผมค่อยๆขยับคลานเข้าไปหาร่างหนาที่นอนนิ่ง มองใบหน้าหล่อคมคายพลางเอามือวางลงบนต้นแขนล่ำสัน

            “กร... ตื่นเถอะครับ” ผมไม่ละความพยายาม เรียกกรอีกครั้งพลางเขย่าๆตัวอีกฝ่ายไปมา และตอนนั้นเองที่ผมต้องช็อคจนร่างกายเหมือนถูกฟรีซด้วยน้ำแข็ง

            ม... มือใคร?!

            ผมตาโต เผยอริมฝีปากค้างและตกใจแบบสุดๆที่สิ่งที่วางอยู่บนแขนของกรไม่ใช่อุ้งมือสีขาวฟูๆอย่างที่ควรจะเป็น แต่มัน...

            “น... นี่มันอะไรกัน!” ผมชักมือกลับอย่างรวดเร็วก่อนจะยกมันขึ้นดูท่ามกลางความตกใจสุดขีด

            ม... มือผม!

            ทำไม... ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ!!

            ดวงตาสีฟ้าจ้องวัตถุตรงหน้าผ่านความมืด

            มือเรียวสวยราวกับผู้หญิงที่มีเล็บยาวออกมานิดหน่อยเหมือนแมวนั้นต่อเข้ากับแขนของผมที่ดูต่างออกไปจากทุกวัน

            แขนเรียวขาวทั้งสองข้างทำให้ผมต้องยกมือขึ้นชูและสะบัดไปมาราวกับจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง

            “ไม่จริง...”

            ฝ่ามือนิ่มสัมผัสเรื่อยไปยังเรียวแขน คอ หน้าอกที่แบนราบ ลำตัวเพรียวอ้อนแอ้นและจบลงที่ใบหน้าเนียน

            ทุกอย่าง... มันเหมือนสิ่งที่เรียกว่า มนุษย์ ไม่มีผิด

            ผมช็อค เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางหัวทำให้สมองเบลอไปชั่วขณะ เมื่อตั้งสติได้ก็ค่อยๆพาร่างของตัวเองไปยังกระจกบานเล็กที่ตกแต่งไว้ในห้องรับแขก เพ่งดูเงาในนั้นอย่างตื่นตะลึง

            “ไม่จริงแน่ๆ”

            มันเป็นเงาของเด็กผู้ชายหน้าสวย ดวงตากลมโตสีฟ้ากระจ่างราวกับอัญมณีล้ำค่า คิ้วโก่งได้รูปรับกับจมูกโด่งรั้นและริมฝีปากสีชมพูอ่อนน่ารัก ผมสีน้ำตาลทองระต้นคอผ่อง ร่างกายเปลือยเปล่าสะท้อนแสงจันทร์เรืองรอง ผิวขาวนวลเนียนราวกับน้ำนมให้ความรู้สึกชวนสัมผัส

            ผมเกือบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองอยู่แล้วถ้าไม่ใช่ว่าสร้อยไข่มุกและจี้อัญมณีสีน้ำเงินรูปหัวใจที่คอนั่นเป็นหลักฐานบ่งบอกได้อย่างดีว่า...

            คนในกระจกนั้น... คือผม

            นั่นเป็นสร้อยที่กรซื้อให้ เพราะฉะนั้นผมคนเดียวเท่านั้นที่มีมัน

            เงานั่น... คือผมจริงๆ

            ผมช็อคไปพักใหญ่ๆก่อนจะได้ยินเสียงฮึมฮัมในลำคอหนาดังมา สะดุ้งและรีบก้าวเข้าปาร่างสูงที่นอนอยู่

            “กร...” เสียงหวานเอ่ย ทำให้ผมนึกได้ว่าก่อนหน้านี้ผมก็พูดออกมาเหมือนกัน ไม่ได้ร้องเสียงเหมียวๆแล้ว แต่ไม่ได้เอะใจอะไรเลยจนตอนนี้ ผมเม้มปากแน่น มองอีกฝ่ายที่หลับตาอยู่ ตัดสินใจพูดเบาๆอ้อมแอ้ม

            “ผม... จิเวลเองนะครับ” กล้าๆกลัวๆเอื้อมมือแตะกรอีกครั้ง “ผม... ตอนนี้ผมพากรขึ้นไปนอนได้แล้วนะ”

            ผมยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรอกแต่ถ้าคำอธิษฐานของผมเป็นจริงแบบนี้ผมก็จะช่วยกรได้เยอะเลย หันไปมองพระจันทร์กลมโตที่ลอยหายเข้ากลีบเมฆช้าๆพลางยิ้มกว้างออกมา น้ำตารื้นเอ่อคลอ

            “ขอบคุณพระจันทร์มากๆนะครับ ^O^

            ราวกับพระจันทร์ยิ้มตอบ ผมดีใจมาก แม้จะแปลกประหลาดและไม่ชินกับตอนนี้ที่เป็นอยู่แต่จุดประสงค์ของผมคือต้องพากรไปที่ห้องนอนก่อนเป็นอันดับแรก

            ผมค่อยๆสอดตัวลงให้แขนหนาวางพาดไหล่เล็ก พยุงคนตัวใหญ่กว่าขึ้นนั่ง

            “อือ...” เสียงทุ้มครางเบาๆ ผมสะดุ้ง

            “กร... ลุกขึ้นหน่อยนะครับ” ผมดึงร่างสูงขึ้นมานั่งได้สำเร็จแล้วก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆกรก็ซบลงพลางกอดตัวผมไว้แน่น

            “อ๊ะ!!” ใบหน้าคมก้มลงประชิดซอกคอขาว ไอร้อนบางอย่างแล่นลามขึ้นมาตามใบหน้าสวย ผมหดคอนิดๆแล้วเขย่าตัวกร “กร...!

            ไม่ละความพยายาม ผมดึงกรให้ลุกขึ้นยืนได้สำเร็จแม้จะทุกลักทุเลเอามากๆ ค่อยๆพยุ่งร่างหนาที่ตัวหนักกว่าผมหลายเท่าขึ้นบันไดแบบเกือบจะตกลงมาหลายครั้ง จนสุดท้ายเราก็มาถึงห้องนอนจนได้

            ผมเดินโซเซพร้อมร่างใหญ่กำยำของกรที่พอมาถึงก็ล้มตัวลงแถมยังทำให้ผมล้มลงไปด้วยเนื่องจากเขาไม่ได้ปล่อยมือจากตัวผมเลย

            “อ๊ะ...!!!” ทำให้กลายเป็นว่าตอนนี้เรากำลังนอนทับกันโดยมีผมอยู่ด้านบน ผมกำลังจะดันตัวลุกขึ้นกว่าจู่ๆแขนแกร่งก็ตวัดรอบเอวผมและกอดผมไว้แน่น

            “กร...” ผมพยายามจะดันตัวเขาออกแต่ร่างหนาก็พลิกตัวมาอีกด้านทำให้ตอนนี้กลายเป็นว่าเรากำลังนอนกอดกัน กรขยับตัวให้หัวผมซุกอยู่ตรงอกแกร่งแบบพอดิบพอดีทำให้หัวใจดวงเล็กเต้นตึกๆเป็นจังหวะรัวเร็ว ไอร้อนที่แล่นผ่านหน้าลามไปทั่วสองแก้มและทำให้ผมก้มหน้างุด

            อุ่นจังเลยครับ...

            ผมปรือตาลง ไม่นานความง่วงก็เข้าคลืบคลาน

            กรจะรู้หรือเปล่า... ว่าผมเป็นคนแล้ว

            คุณพระจันทร์ใจดีฟังคำอธิษฐานของผมด้วยล่ะครับ

            ตะ... แต่มันจะแปลกไหม กรจะมองว่าผมเป็นตัวประหลาดหรือเปล่า...

            “กร...” เสียงใสร้องเรียก แต่ลมหายใจสม่ำเสมอของอีกฝ่ายทำให้ผมรู้ว่าเขาหลับไปแล้ว

            ผมไม่รู้ว่านี่คือความฝันหรือว่าอะไรนะครับ ไม่รู้ว่าถ้าตื่นขึ้นมาอีกทีผมจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมหรือเปล่า ไม่รู้ว่ากรจะรับได้ไหมที่ผมเป็นแบบนี้ กรยังจะเลี้ยงผมอยู่ไหมครับ...

            ผมกลัว... กลัวเหลือเกิน

            กลัวว่ากรจะทิ้งผมไป... กลัวไปหมด

            ความคิดบางอย่างเริ่มทำให้ผมจิตตก มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่จู่ๆลูกแมวจะกลายร่างมาเหมือนมนุษย์ทุกอย่างแบบนี้ มัน... มันประหลาด...

ตะ... แต่ว่าถ้าผมตัวเท่านี้...

            ผมค่อยๆวาดแขนเรียวโอบตอบรอบแผ่นหลังกว้างและก้มหน้าลงซบอกหนา

            ผมก็จะสามารถเป็นฝ่ายกอดกรได้บ้าง...

 

            แค่คืนนี้คืนเดียวก็ยังดี...

 

 

 

ความคิดเห็น