email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

สวัสดีฮะ ♥ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บ้าน พอสกัส นะคะ ♥ ก่อนอ่านเรื่องนี้ต้องยอมรับให้ได้ว่า " พระเอกเลวมาก " #พอสอย่าตีกัส ♥ #ฟี่อย่าอ่อยไมล์ ♥

SO FXXK 6 l Can't escape from hell!!!

ชื่อตอน : SO FXXK 6 l Can't escape from hell!!!

คำค้น : sofxxk,#พอสอย่าตีกัส,#พอสกัส #ฟีฟ่า #Yaoi #Sofuck

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.4k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ย. 2561 23:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SO FXXK 6 l Can't escape from hell!!!
แบบอักษร

​SO FXXK 6​



มาร์คยืนพิงประตูกระจกและสังเกตดูร่างเล็กบนเตียงที่แน่นิ่งอยู่นานจนเกินไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย  ในระหว่างที่พอสหงุดหงิดมากถึงขั้นแสดงออกมาผ่านสีหน้าจากที่มันเคยนิ่งขรึมอยู่ตลอดเวลา 

เจ้าตัวสบถคำหยาบออกมาหลายคำไม่คิดแม้แต่จะช่วยเพื่อนที่โดยคนตัวเล็กล็อคโซ่ติดเตียงหรืออีกคนที่เลือดไหลออกจมูกไม่ขาดสายด้วยซ้ำ...ก็บอกว่าเขาไม่เคยคิดถึงใครยกเว้นครอบครัวและตัวเขาเอง!

" Damn​nnnn ไอ้พอส! เด็กนี่มันหัวแตก! " มาร์คพลิกร่างซูกัสมาดู เขาก็แทบจะช็อคกับเลือดที่ไหลชุ่มผ้าปูที่นอนสีขาว ไหนจะเลือดที่กระเซ่นไปโดนปลอกหมอนนั่นอีก มาร์คเพิ่งรู้ว่าศรีษะของซูกัสแตกด้วยเพราะผมสีน้ำตาลบลอนด์ตรงท้ายทอยเปียกชุ่มไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม...

" แหกปากหาเหี้ยอะไร... "

" ... " มาร์คหันกลับไปมองหน้าพอสอย่างอึ้งๆ รู้ว่ามันเลวมากแต่ก็ไม่คิดว่าจะไร้หัวใจขนาดนี้ได้ พอสรู้อยู่แล้วว่าซูกัสหัวแตกแต่ก็ยังโทรเรียกพวกเขามาหาเนี่ยนะ? บ้าเกินไปแล้ว! 

" กุญแจรถมาเลยเจมส์! " มาร์คถลาไปหาลูกพี่ลูกน้องของตัวเองที่เพิ่งจะเดินไปนั่งลงโซฟาได้ เจมส์แหงนหน้าขึ้นข้างบน รู้สึกปวดโพลงจมูกอย่างมาก ฝ่าเท้าของซูกัสไม่เบาเลยจริงๆทั้งที่ตัวก็เล็กกว่าเขาเป็นไหนๆ เจมส์ปลดกุญแจรถยนต์ให้อย่างไม่อิดออดยังไม่ทันได้ยื่นให้ มาร์คก็กระชากไปด้วยความรวดเร็ว!


พรึ่บ!

" ทนหน่อยนะไอ้หนู "  หนุ่มลูกครึ่งร่างกำยำสามารถอุ้มซูกัสตัวลอยได้ง่ายๆ บวกทั้งอีกคนไร้สติไปแล้วด้วยล่ะมั้งเลยไม่เป็นปัญหากับมาร์คสักเท่าไหร่...แต่ก่อนจะได้อุ้มซูกัสไปไหนมาได้ตามอำเภอใจ มาร์คก็เหลือบไปปะทะกับสายตาดุดันของพอสที่ยืนมองเขาด้วยความนิ่งงัน หากแต่มาร์ครู้ดีว่าภายใต้ความนิ่งจนเกินไปนั้นแฝงไปด้วยพายุโซนร้อนที่โครตทำลายล้างอยู่...

" กูขอเถอะ...เด็กมันจะตายเอา "  สุดท้ายมาร์คก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาเสียเอง อาจจะเพราะทนกับสายตาแบบนั้นไม่ไหว บทจะเดินเลี่ยงไปเลยดื้อๆก็กลัวพอสจะทำอะไรตนขึ้นมาแล้วเป็นผลให้คนในอ้อมแขนเจ็บตัวไปด้วย...

" แล้ว? " 

" แล้วงั้นเหรอ? ไม่เอาหน่าไอ้พอส... " 

" แล้วไง...มันใช่เรื่องของมึงเหรอ? " 

" มึงอย่ามาเถียงกับกูตอนนี้ได้ป่ะวะ...มันถึงมือหมอเมื่อไหร่ จากนั้นมึงข้องอะไร มึงค่อยมาเคลียร์กับกูก็แล้วกัน " มาร์คเองก็มีขีดจำกัด เขาไม่ได้อยากมีปัญหากับเพื่อนเพราะไอ้หน้าอ่อนที่ไหนก็ไม่รู้แต่อย่างน้อยเขาก็มีมนุษยธรรม​มากกว่าเพื่อนใจบาปของเขาก็แล้วกัน...

" โอ๊ย! เชี่ยเจมส์ เบาๆดิ๊สัส! " เสียงเพื่อนสองคนร้องขึ้นขัดจังหวะอึมครึมระหว่างพอสและมาร์คได้เป็นอย่างดี ภูมินทร์ลุกขึ้นยืดพร้อมกับบิดข้อมือตัวเองไปมาหลังจากเจมส์มาช่วยปลดโซ่ออกให้ 

" พวกห่า ยืนทะเลาะกันอยู่ตรงนี้ไปเลยนะแล้วส่งน้องคนสวยมาให้กู " 

" มึงอย่าสะเออะไอ้ภูร์! " 

" ยูนั่นแหล่ะมาร์ค เกิดเป็นคนดีเหี้ยอะไรขึ้นมาตอนนี้! " เจมส์แหวออกมาบ้าง พร้อมส่งสายตาขุ่นเคืองให้คนเป็นพี่ มาร์คมองผ่านตัวภูมินทร์ไปยังน้องตัวเอง สายตาของคนพี่ทำให้เจมส์สะบัดหน้าหนีไปอีกทางพร้อมแค่นหัวเราะในลำคออย่างขัดใจ! กลายเป็นการพูดคุย เสวนาถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง... 

พอสกัดฟันพร้อมกับยกมือบีบนวดขมับอย่างหงุดหงิด เขาปลีกตัวไปสวมเสื้อยืดตัวเดิมของตัวเองจากนั้นก็วกกลับมาแย่งซูกัสในอ้อมแขนมาร์คไปหน้าตาเฉย มาร์คยืนมองรวมถึงภูมินทร์ที่ขมวดคิ้วอย่างเหลือเชื่อ 

ชีวิตนี้ยังไม่เคยเห็นพอสอุ้มใครแนบอกมันเลยนอกจากพี่สาวสุดที่รักของมันเอง!

" มึงจะพาเด็กนั่นไปไหนไอ้พอส! " มาร์คถามขึ้น เมื่อเห็นเพื่อนส่งสายตาให้เปิดประตูให้เขาเดี๋ยวนี้ มาร์คไม่เปิดแต่กลายเป็นภูมินทร์เดินไปเปิดให้ไอ้หน้าโหดพอสแทน


" นี่ กูชักสงสัยแล้วนะว่ามึงสนใจอะไรกับไอ้เวรนี่นักหนาไอ้มาร์ค... " พอสอุ้มซูกัสเดินออกจากห้องแต่ก็ต้องข่มตาพูดออกมาทั้งที่ยังหันหลังให้มาร์คอยู่ด้วยอารมณ์ไม่เข้าที่เข้าทางเอาเสียเลย!

" กูว่ามึงเอาเวลาสงสัยว่ากูจะทำอะไรกับมัน​...หันกลับไปสนใจเมียมึงดีกว่าไหม " 

" ... " 

" ส่วนไอ้เด็กนี่ กูจะฆ่าทิ้งหรือเก็บไว้ ต้องให้กูย้ำไหมว่า...มัน ไม่ เกี่ยว อะไร กับ มึง... "





[ SUGUS PART ]

" อ่ะ...ซี๊ดด "  พอรู้สึกตัวแล้ว ผมก็รู้สึกว่าร่างกายตัวเองไม่สมบูรณ์ดีเหมือนอย่างเคย รอยบอบช้ำตามร่างกายและผิวที่ขึ้นรอยแดงจนเกือบจะกลายเป็นสีม่วง ครึ่งหัวของผมโดนพันด้วยสีขาวและรู้สึกเจ็บจี๊ดตรงจุดใดจุดหนึ่งบนนั้น...

และที่สำคัญ...ที่นี่มันที่ไหน!!!

พอคิดได้เท่านั้นผมก็รีบผุดลุกขึ้นมา ความรวดเร็วบวกทั้งร่างกายยังไม่คงที่ทำให้ผมเวียนหัวนิดหน่อยแต่พอทนไหว บนเตียงเล็กๆนี่ไม่ใช่ห้องนอนของผม...และไม่ใช่ห้องนอนของน้องสาวผมด้วย! ก็นั่นแหล่ะ ที่นี่มันที่ไหน!!

" อึก...แฮ่กๆ " แค่พยายามจะก้าวลงจากเตียงไปที่บานประตูไม้ตรงนั้น ทำให้ผมเหนื่อยหอบมากขนาดนี้ได้ยังไง...วิ่งรอบสนามใหญ่ๆสิบหรือยี่สิบรอบ มึงก็ทำมาแล้วนะไอ้กัส!


แกร็ก ผลั่ก!

" อั๊ก!! "  จังหวะเหมาะสมพอดีกับใครสักคนที่มันเปิดประตูเข้ามาทำให้ผมที่กำลังจะถึงประตูบานนั้นร่วงมากองอยู่ตรงพื้นแข็งๆนี่ รู้สึกว่าแรงกระแทกจะทำให้แผลบนหัวผมปริแตก พอลองเอามือขึ้นไปลูบดูก็พบความชื้นของเลือดที่ไหลซึมผ่านผ้าพันหัวสีขาว...แต่นั่นยังไม่ตกใจเท่าใบหน้าของมันที่ยืนค้ำบานประตูอยู่เหนือหัวผม!

อะ ไอ้เหี้ยพอส...

" ทำหน้าเหมือนเห็นผีเลยนะ " มันพูดเสียงนิ่งก่อนจะค่อยๆย่อลงมาหาผมที่พื้นและผมเองที่ผงะถอยหลังหนีมัน! จะพูดว่าไม่กลัวก็ยังไง! สายตาผมหาทางหนีทีไล่ด้วยความหวาดหวั่น แค่มันยื่นมือมาข้างหน้าผมก็รีบหลับตา เผลอกลั้นหายใจไปทันที! 

คนอย่างมัน...ไม่สมควรยืนหายใจอยู่บนพื้นโลกนี้แล้ว!!

" เดินมาถึงตรงนี้นี่...คิดจะออกไปไหนไม่ทราบ " 

" กะ กู- อื้อ!!! "  ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ ใบหน้าของผมก็โดนมันบีบกระพุ้งแก้มอย่างแรง มันบังคับให้ผมเงยหน้าขึ้นมามองหน้ามันตรงๆ  จากนั้นไม่นานนิ้วมือเย็นไล้ไปตามโครงหน้าของผม​ช้าๆเหมือนจะกระตุ้นความกลัวออกมาให้มันเห็นมากกว่านี้...

" กู-มึงเหรอ? มึงคิดว่ามึงกำลังคุยอยู่กับใคร...ไอ้กัส " 

" ... " มันรู้ชื่อของผมได้ยังไงไม่สำคัญ ตอนนี้ผมได้แต่ส่ายหัวไปมาเป็นคำตอบ หางตาเหลือบไปเห็นอาวุธที่สามารถปลิดชีวิตผได้ง่ายดาย...ไอ้เหี้ย... ปืน...

" รู้อยู่แล้วนี่ ว่ากูชื่ออะไร...แล้วก็จำใส่หัวเอาไว้ว่ากูอายุมากกว่ามึง! " 


ผลั่ก!!

อึก...

พูดจบมันก็ผลักหน้าผมด้วยฝ่ามือของมันแรงๆ ผมเซล้มลงมาที่พื้นห้องจากนั้นมันก็ใช้เท้ามันถีบขาของผมที่ยื่นออกไปขวางทางเดินมันให้กลับเข้ามาอยู่ตามเดิม เสียงปิดประตูไม้ดังขึ้นอีกครั้ง ผมได้สติก็รีบถลามาเขย่าประตู กระหน่ำทุบมันอยู่แบบนั้นทั้งที่รู้ว่ามันไม่มีทางเปิดได้...

ไอ้น้ำตาก็พานจะไหล...เรื่องมันมาถึงขนาดนี้ได้ยังไงกัน เพราะผมทำให้มันกับไอ้ดิสย์ไม่ได้เจอกันแค่นั้นน่ะเหรอ? แค่ผมทำให้มันไม่รู้ว่าบ้านไอ้ดิสย์อยู่ที่ไหน...ดิสนีย์สำคัญกับชีวิตมันขนาดนั้นเลยหรือไง...ทำไมมันต้องทำกับผมถึงขนาดนี้...



เวลาผ่านไปสักพัก...ผมรู้ว่าประตูมันเปิดไม่ได้ก็เลยเลือกที่จะไม่ทำอะไรอีกไม่ใช่ว่าผมไม่พยายามจะทำ แต่เพราะยิ่งพยายามหนี มันก็เหมือนผมกำลังพยายามฆ่าตัวตาย...แล้วบทสุดท้ายที่กำลังจะตาย มันก็ยังไม่ยอมให้ผมตายอีกแบบนี้!


แกร็ก...

มีเสียงไขประตูและเปิดมันเข้ามา ผมไม่หันกลับไปมองหรอกเพราะคิดว่าเป็นมัน...แต่ผิดคาดที่ไม่ใช่กลับเป็นใครที่ไหนก็ไม่รู้ ผมตาโตและเขยิบหนีอัตโนมัติ! ใครไม่เกือบโดนรุมข่มขืนไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของผมในตอนนี้หรอก!!!

" ใจเย็นๆนะ...พี่ชื่อปุนณ์ พี่ไม่ได้จะทำอะไรเรา...แต่ขอดูแผลบนหัวหน่อยได้ไหม? "  มันค่อยๆวางกระเป๋าในมือที่ปลายเตียงก่อนจะแบมือขึ้นสูงทั้งสองข้างเป็นเชิงบอกผมว่า มันไม่ได้มาร้ายจริงๆ 



ความกลัวเมื่อกี้เริ่มคลายลง...นิดเดียว ผมไม่ไว้ใจเพื่อนมันคนไหนทั้งนั้นแต่คนๆนี้ผมไม่เคยเห็นหน้ามัน ท่าทางมันดูใจดีกว่าไอ้เลวนั่นและเพื่อนมันในคืนนั้นด้วย เพราะงั้นผมถึงหายใจออกมาได้บ้างหลังจากที่กลั้นหายใจไปตั้งนาน...เพราะผมกลัว ผมระแวงไปซะทุกอย่างเลยจริงๆ...


" ... " ผมนั่งนิ่งตลอดเวลาที่มันเปลี่ยนผ้าพันแผลบนหัวให้ ส่วนตอนนี้มันก็เปิดฝาขวดยาแก้ฟกช้ำและใช้ยานั่นป้ายมันตามร่างกายที่ขึ้นสีม่วงของผม มันทายาไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงบริเวณหางคิ้ว โหนกแก้มและริมฝีปากของผม...รอยยิ้มของมันผุดขึ้นมาเล็กๆ ทำให้ผมคิ้วกระตุกหรือ บางที...เขาจะช่วยพาผมออกไปจากที่นี่ได้หรือเปล่านะ...

" ตรงมุมปากพี่จะยังไม่ทายาให้นะ...เราทานข้าว ทานยาก่อนแล้วก็ป้ายยาทาตรงนี้เบาๆนะ " 

" อะ เอ่อ...ดะ เดี๋ยวครับพี่ปุนณ์ "  อะไรสักอย่างทำให้ผมรีบคว้าแขนของเขาเอาไว้ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไป พี่มันหันมามองหน้าผมด้วยความสงสัยแต่สักพักก็เปลี่ยนเป็นยิ้มจางๆให้นั่นยิ่งทำให้ผมคิดว่าเขาคงช่วยผมได้เข้าไปใหญ่...

" พี่...พี่ อึก พะ พาผมไปด้วยได้ไหมครับ...ผะ ผมไม่อยากอยู่ที่นี่...ผะ ผม- " 

...

...

" หึ ก็เอาสิไอ้หมอ มันอุตส่าห์ขอร้องมึงขนาดนั้น... " แต่แล้วเสียงคุ้นเคยที่แสนน่ากลัวก็ดังแทรกขึ้นมา พี่ปุนณ์หันกลับไปมองต้นเสียงก่อนจะวกกลับมามองที่ผม พี่เขายังยิ้มเย็นเหมือนเดิมก่อนที่จะค่อยๆปลดมือผมออกจากต้นแขนของเขาโดยที่รอยยิ้มนั้นยังไม่จางหายไปสักนิด...นี่ มันบ้าอะไรอีก...

" ไม่เสี่ยงจะดีกว่านะครับเด็กดี...ถ้าเราไม่ดื้อล่ะก็...ที่นี่น่ะ น่าอยู่จะตายไป...โอเคนะ ^^ "  มันพูดด้วยเสียงนุ่มนวลแต่บาดร่างกายผมไปทีละนิด...ทีละนิด ฝ่ามือของมันบีบปลายคางผมให้เงยขึ้นก่อนที่ริมฝีปากเย็นชืดจะประกบลงมาบนริมฝีปากของผม 

ผลั่ก!

ผมผลักมันออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี น้ำตาก็ไหลออกมาอีกแล้วเหมือนคนอ่อนแอทั้งที่ความจริงแล้วผมก็แค่กลัวพวกมันทุกคน! 

" ว๊า...อดเลย " ไอ้หมอหน้ายิ้มโรคจิตนี่พูดปนขำก่อนจะเดินไปหาเพื่อนร่วมโลกของมันด้วยสีหน้าตลกปนขำๆ ดูสนุก จังหวะเดียวกันนั้นผมเห็นไอ้พอสกระตุกยิ้มมุมปากแล้วเพื่อนมันก็ตบไหล่มันเบาๆสองสามครั้ง 

จากนั้นไอ้หมอระยำนั่นก็เดินออกไป...


" ไม่ต้องบีบน้ำตาหรอกกัส ...มันไม่มีผลอะไรกับคนอย่างกู " 


ปัง!!!

" อยากหนีใช่ไหมมึง...งั้นคืนนี้ก็อย่าตายห่าก่อนล่ะ!!! "






นอกจากจะคอยผวากับอีพอสแล้ว ยังต้องขนลุกกับเพื่อนอีพอสทุกคน!!

​พวกแกร...มัน...นรกของจริง...


#พอสอย่าตีกัส

คุยกันๆ > Tw. @Coffeemellon

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว