ปลุกสวรรค์สยบปฐพี
บทที่ 21 แรงหยุดไม่อยู่
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
บทที่ 21 แรงหยุดไม่อยู่

ทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบงัน

อาจารย์ทั้งสองสำนักที่นั่งเรียงเป็นแถวอยู่บนแท่นผู้คุมสอบล้วนเป็นผู้มีพลังวิญญาณระดับผู้เชื่อมต่อทั้งนั้น ทว่าขณะนี้กลับไม่มีใครพูดอะไรออกมา

ไม่เพียงแต่อาจารย์สำนักเสียเฟิงที่รู้สึกตกใจ แม้แต่อาจารย์สำนักจายเฟิงก็ตกใจเช่นกัน อีกทั้งยังตกใจยิ่งกว่าฝ่ายนั้นอีกด้วย ในสายตาพวกเขาศิษย์คนนี้ไร้ความสามารถมาโดยตลอด ทว่าตอนนี้...

แม้ยังไม่มีใครสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณของลู่ผิง แต่ทุกคนก็ได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งของลู่ผิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปี้เก๋อซึ่งเป็นขุนศึกที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักเสียเฟิงและผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชนนั้นเพียงเผชิญหน้ากับลู่ผิงเท่านั้นก็ถูกผลักจนกระเด็นออกไปโดยยังไม่ทันได้ประมือเลยด้วยซ้ำ

เขากระเด็นออกไปไกลถึงยี่สิบเมตร จากนั้นก็ตีลังกาอีกสี่ตลบ สุดท้ายถึงค่อยไถลไปกับพื้นอีกหกเมตร เหมือนกับที่เว่ยเทียนฉี่ซึ่งครอบครองพลังวิญญาณแห่งกลิ่นขั้นที่หกไม่มีผิดเพี้ยน นี่เป็นการบ่งบอกใช่หรือไม่ว่าปี้เก๋อที่เป็นถึงระดับผู้เชื่อมต่อนั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าลู่ผิงก็ไม่แตกต่างอะไรจากเว่ยเทียนฉี่ซึ่งเป็นเพียงระดับผู้รับรู้เลยสักนิด

ทุกคนล้วนเงียบเสียง แต่ลู่ผิงกลับไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของคนอื่นๆ รวมถึงปาลี่เหยียนซึ่งถือว่ามีอำนาจที่สุดในสนามสอบแห่งนี้ ลู่ผิงไม่แม้แต่จะมองหน้าสักนิด

ลู่ผิงเพียงจ้องไปที่หยวนอี๋ซึ่งมีสีหน้าซีดเซียวอีกทั้งมุมปากก็มีรอยเลือดที่ยังเช็ดไม่หมดที่อยู่ตรงหน้าเขาเท่านั้น ส่วนหมอประจำสำนักที่อยู่ด้านข้างและกำลังตรวจดูบาดแผลให้หยวนอี๋นั้น ภายใต้การจ้องมองเช่นนี้ก็มือไม้ปั่นป่วนขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าควรตรวจดูบาดแผลต่อดีหรือไม่

ส่วนหยวนอี๋ซึ่งกำลังตกอยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่นก็พยายามลืมตาขึ้นมาเพื่อมองเจ้าเด็กหนุ่มตรงหน้าที่กำลังถามคำถามเขา ตอนที่อยู่บนหอคอยชั้นที่สิบสองนั้นเขายังไม่ทันมองเห็นหน้าตาของฝ่ายตรงข้ามอย่างชัดเจนก็พ่ายแพ้หมดรูปไปเสียก่อน แต่เขาจำความรู้สึกในชั่วพริบตานั้นได้ มันเหมือนกับแรงกดดันที่ได้รับตอนนี้โดยสิ้นเชิง

หยวนอี๋อ้าปากพะงาบๆ ราวกับต้องการจะพูดอะไรออกมา แต่พอจะออกเสียงกลับกระอักเลือดออกมาแทน

อัก!

หยวนอี๋กระอักเลือดออกมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้เลือดไม่ได้พุ่งไปไกลเหมือนครั้งที่แล้ว เพียงเลอะโต๊ะที่อยู่ข้างหน้าเท่านั้น มีคนไม่น้อยที่อยู่ทางด้านข้างร้องออกมาอย่างตกใจ รวมไปถึงเจ้าสำนักปาลี่เหยียนที่ขยับตัวหลบโดยสัญชาตญาณ แต่ลู่ผิงกลับไม่หลบและปล่อยให้เลือดกระเด็นใส่ตัว

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” มีเสียงตวาดดังขึ้นมา

หลังจากที่ปี้เก๋อถูกลู่ผิงผลักด้วยมือข้างเดียวจนกระเด็นออกไปก็เริ่มที่จะรู้สึกหวาดกลัวและลังเลขึ้นมา แต่เมื่อเห็นท่าทางที่ก้าวร้าวของลู่ผิง อีกทั้งเห็นหยวนอี๋กระอักเลือดออกมา จึงทำให้เขาเลือดลมพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง เขาลุกขึ้นมาจากพื้นอย่างกะทันหัน ด้วยระยะทางที่ห่างถึงสามสิบเมตรนี้ ปี้เก๋อพุ่งเข้าไปพร้อมด้วยรังสีสังหารอย่างรุนแรง พลังวิญญาณแห่งกำลังระดับผู้เชื่อมต่อของเขานี้ได้ถูกเค้นจนถึงขีดสุดแล้ว

พลังวิญญาณแห่งกำลังไม่ได้ประกอบขึ้นจากพละกำลังเพียงเท่านั้น

ความเร็ว ความอดทน ความละเอียดอ่อน ความยืนหยุ่นและความสามารถต่างๆ ของร่างกายล้วนอาศัยการฝึกฝนพลังวิญญาณในการยกระดับความสามารถเหล่านี้ให้สูงขึ้น

ปี้เก๋อที่พุ่งตัวเข้ามาด้วยความรวดเร็วนั้นกระโดดขึ้นมา แล้วเหยียบลงบนหน้าโต๊ะซึ่งฉาบไปด้วยเลือดของหยวนอี๋

โครม!

โต๊ะแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจากแรงเหยียบ ขณะเดียวกันหยวนอี๋ก็ต่อยหมัดออกมา

พลังวิญญาณแห่งกำลังมีพลังทำลายล้างสูงที่สุดในบรรดาพลังวิญญาณทั้งหกชนิดอย่างไม่ต้องสงสัย อีกทั้งยังเป็นชนิดพลังวิญญาณที่ขาดไม่ได้โดยเด็ดขาดในการต่อสู้อีกด้วย ความสามารถที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดของผู้ครอบครองพลังวิญญาณแห่งกำลังระดับผู้เชื่อมต่อนั้นมักจะเป็นกระบวนท่าที่ช่วยเสริมพลังทำลายล้างต่างๆ

กระบวนท่าที่ปี้เก๋อฝึกสำเร็จก็เป็นเช่นนี้เช่นกัน ในอดีตเขาใช้มันในการฆ่าศัตรูและรักษาชีวิตตัวเองในสนามรบ ทว่านับตั้งแต่เข้ามาที่สำนักเสียเฟิงก็ไม่ได้ใช้มันอีกเลย

เพราะว่าไม่มีความจำเป็น

สำนักที่เงียบสงบแห่งนี้ไม่จำเป็นต้องใช้กระบวนท่าที่เกรี้ยวกราดถึงขนาดนี้

แต่ครั้งนี้ปี้เก๋อไม่ได้ออมมือให้อีกต่อไป

ไม่เพียงแต่เพราะเขาได้รับความอัปยศเท่านั้น ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือเขารู้สึกได้ถึงภัยคุกคามจากตัวลู่ผิงอีกด้วย

ความเคยชินและสัญชาตญาณที่เขาได้มาจากในสนามรบทำให้เขาไม่คิดจะออมมือให้กับฝ่ายตรงข้ามเมื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามโดยเด็ดขาด แม้ตัวเขาตอนนี้จะอยู่ที่สำนักแต่ประสบการณ์ที่เขาสั่งสมจากสมรภูมิรบซึ่งมีซากศพกองเป็นภูเขาเลากาอีกทั้งโลหิตที่ไหลล้นมหาสมุทรก็ไม่มีทางที่จะหายไปโดยง่าย

ความสามารถระดับสี่ ‘หมัดต่อเนื่อง’

ชื่อธรรมดา แต่พลังไม่ธรรมดา

ถูกประเมินให้อยู่ระดับสี่ถือเป็นหลักฐานที่ดีที่สุด

เมื่อปี้เก๋อต่อยหมัดออกไป แรงหมัดที่พุ่งออกไปอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอนนั้นแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังหยุดไม่อยู่ สมัยที่อยู่ในสนามรบ แรงหมัดนี้เคยปลิดชีวิตคนไปสามคนและทำร้ายบาดเจ็บไปอีกสี่คนด้วยการปล่อยหมัดออกไปในครั้งเดียว ส่วนครั้งนี้ แรงหมัดทั้งหมดที่ต่อยออกไปมีเป้าหมายอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น

‘หมัดต่อเนื่อง’ เมื่อต่อยหมัดออกไปแล้วก็ไม่สามารถหยุดกลางคัน นี่เป็นกระบวนท่าที่บุกได้แต่ถอยไม่ได้

พลังทำลายล้างที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เหนือยิ่งกว่าพลังโจมตีจากภาพลวงตาซึ่งสร้างขึ้นโดยวิชา ‘ท่องจิต’ ของหยวนอี๋เสียอีก แม้ทั้งสองคนต่างก็เป็นถึงระดับผู้เชื่อมต่อและมีความสามารถระดับสี่เหมือนกัน แต่ด้านการโจมตีนั้น พลังทำลายล้างของพลังวิญญาณแห่งลี่ก็เหนือกว่าอยู่ดี

แต่ลู่ผิงก็ยังไม่ยอมถอยเช่นเดิม ยังคงแบกซูถังไว้ ทว่าเมื่อหมัดของปี้เก๋อต่อยมา เขาก็พุ่งตัวเข้าไป หลังจากที่โต๊ะถูกเหยียบจนล้มลงไปกลับทำให้เขามีพื้นที่ในการก้าวไปข้างหน้า

ไม่มีการหลบ ไม่มีการถอย แม้แต่แรงหมัดของปี้เก๋อในขณะนี้ก็หยุดเอาไว้ไม่อยู่ ต่อให้เขาต้องการจะหยุดก็หยุดไม่ได้เสียแล้ว

ต่อยหมัดออกไป พลังวิญญาณแห่งกำลังก็ไหลทะลักตามออกมาด้วย

หมัดของลู่ผิงก็ต่อยออกมาเวลานี้พอดี

หมัดต่อหมัด พลังต่อพลัง

บึ้ม!

เสียงดังสนั่น

เสียงนี้ยังดังยิ่งกว่าตอนที่หอคอยแห่งวิญญาณทั้งสองแห่งถล่มลงมาตั้งหลายเท่า พลังวิญญาณพลุ่งพล่านอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ทั้งสองสายปะทะเข้าหากัน ศูนย์กลางระหว่างสองหมัดที่ชนกันมีอากาศซึ่งรวมตัวกันอย่างแน่นหนาจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มันเกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็วแต่ก็จางหายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ลู่ผิงไม่มีพลังวิญญาณ

ไม่ใช่!

วินาทีนี้ทุกคนสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงพลังวิญญาณ สิ่งที่แผ่ออกมาจากหมัดของลู่ผิงซึ่งกำลังปะทะเข้ากับ ‘หมัดต่อเนื่อง’ ของปี้เก๋อนั้นเป็นพลังวิญญาณจริงๆ

แต่ว่า เป็นพลังวิญญาณแห่งไหนกันแน่

ในชั่วเวลาสั้นๆ เช่นนี้ทุกคนไม่มีปัญญาจะแยกแยะชนิดของพลังวิญญาณ แรงกระแทกที่เกิดจากการปะทะกันของพลังวิญญาณทั้งสองสายนั้นทำให้พวกเขาต่างก็ต้องใช้พลังวิญญาณกันเอาไว้เพื่อไม่ให้ถูกตัวเอง

‘หมัดต่อเนื่อง’ แรงหยุดไม่อยู่!

กระแสพลังวิญญาณที่ปั่นป่วนนี้กำลังไหลทะลักจากหมัดของเขาออกไปสู่ภายนอกอย่างบ้าคลั่ง

แต่แล้วสีหน้าของปี้เก๋อพลันเปลี่ยนไป

พลังวิญญาณของเขาเพียงแค่ไหลออกมาอย่างต่อเนื่องเท่านั้น แต่พลังวิญญาณของฝ่ายตรงข้ามกลับกล้าแข็งขึ้นเรื่อยๆ  หมัดของทั้งสองฝ่ายที่กำลังปะทะกัน เนื่องจากพลังวิญญาณที่รวมตัวเข้าหากันจนเกิดเป็นกลุ่มแสงของฝ่ายตรงข้ามกล้าแข็งขึ้นเรื่อยๆ  ดังนั้นจึงเริ่มที่จะค่อยๆ กลืนกินพลังวิญญาณของเขาไป...

นี่เป็นพลังวิญญาณระดับไหนกัน?

ใบหน้าของปี้เก๋อเริ่มแสดงสีหน้าหวั่นเกรงออกมา แต่ทว่า...แรงหยุดไม่อยู่เสียแล้ว

ตูม!

เสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการปะทะกันของหมัด แต่เป็นเสียงที่เกิดจากพลังวิญญาณที่ปลายหมัดของปี้เก๋อถูกโจมตีจนหมดสภาพ กลุ่มแสงกลุ่มนั้นที่มีพลังวิญญาณมากกว่าหมัดของเขาหลายเท่ากำลังจะดูดกลืนพลังวิญญาณของเขาเข้าไป

ตายแน่...

สัญชาตญาณที่ได้มาจากสมรภูมิได้บอกกับเขาเช่นนี้ ปี้เก๋อไม่ได้หวาดกลัวต่อความตายมากสักเท่าไหร่หรอก เขาเพียงแต่ยังไม่อาจเชื่ออยู่บ้างเท่านั้น

นี่เป็นพลังชนิดไหนกัน

มันเป็นใครกันแน่

ติ๊ง ติ๊ง...

ทันใดนั้นปี้เก๋อก็ได้ยินเสียงนี้ขึ้นมา ออกจะแสบแก้วหูอยู่บ้าง ทว่าท่ามกลางการปะทะกันระหว่างพลังวิญญาณทั้งสองสายอย่างบ้าคลั่งและรุนแรงนี้กลับยังคงสามารถได้ยินอย่างชัดเจน

คนที่ได้ยินไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น มีบางคนไม่เพียงแต่ได้ยินแต่ยังเห็นอีกด้วย

มือทั้งสองข้างของลู่ผิงซึ่งกำลังแบกซูถังอยู่นั้นราวกับมีสายโซ่ห้อยอยู่ด้วย แต่ภายใต้กลุ่มแสงที่สว่างไสวซึ่งเกิดขึ้นจากการรวมตัวของพลังวิญญาณนั้นทำให้มองเห็นโซ่ที่มือชัดเจนบ้างคลุมเครือบ้าง

“นั่นมันอะไรกัน” มีคนไม่น้อยถามขึ้นมาอย่างไม่หยุดหย่อน พวกเขาไม่เคยเห็นสายโซ่เช่นนี้มาก่อน แต่มันกลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้านี้ มันเป็นความสามารถชนิดหนึ่งหรือเปล่า

ไม่มีใครรู้สักคน

มีเพียงปาลี่เหยียนซึ่งเป็นเจ้าสำนักของสำนักเสียเฟิงเท่านั้นที่รู้ ระดับพลังวิญญาณของเขาสูงกว่าอาจารย์ท่านอื่นๆ อยู่บ้าง ความรอบรู้ของเขาก็เหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปไม่น้อย เมื่อเห็นสายโซ่ที่ผลุบๆ โผล่ๆ ขึ้นมานั้น สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไปในบัดดล นับตั้งแต่ได้ยินเรื่องที่สำนักจายเฟิงมีผู้มาเรียนต่อเป็นต้นมา ครั้งนี้เป็นครั้งที่เขาแสดงปฏิกิริยาออกมามากที่สุด เขาถึงกับเดินถอยออกมาหลายก้าวอย่างไม่อาจควบคุมตัวเอง ราวกับว่าต้องการจะหลบจากอะไรสักอย่างไปให้ไกล

สายตาของเขาที่เต็มไปด้วยความตกใจนั้นกวาดมองไปทุกทิศทางราวกับต้องการหาที่ปลอบประโลมจิตใจ สุดท้ายมองเห็นกัวโหย่วเต้า ทว่ากัวโหย่วเต้ากลับดูไม่ตกใจเหมือนกับคนอื่นๆ  อีกทั้งกำลังมองมาที่ตัวเขาอีกด้วย

“นี่มัน...” ปาลี่เหยียนเอ่ยปากออกมาอย่างยากลำบาก

“ใช่แล้ว” กัวโหย่วเต้าพยักหน้า

“โซ่ขังวิญญาณ...” ปาลี่เหยียนสูดหายใจเข้าไปลึกๆ

แต่แล้วพลังวิญญาณที่บ้าคลั่งนั้นอยู่ดีๆ ก็หายไป ลู่ผิงยังคงยืนแบกซูถังอยู่ที่นั่น ในมือก็ไม่มีสายโซ่ ส่วนปี้เก๋อก็ตกลงมาจากกลางอากาศจนล้มทับใส่ตัวหยวนอี๋พอดี จากนั้นทั้งสองคนก็ล้มกลิ้งไปกับพื้นด้วยกัน

กลับหน้าเรื่อง

 

 

#

 

 

โปรเจกต์ "หอหมื่นอักษร" เป็นโปรเจกต์ที่ซื้อลิขสิทธิ์นิยายออนไลน์มาอย่างถูกต้อง

เผยแพร่อย่างเป็นทางการโดย OokbeeU และ China Literature

 

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ China Literature

 

 

จากใจเก๋อเก๋อ

 

นิยายทุกเรื่องที่อยู่ในโปรเจกต์หอหมื่นอักษรเราเป็นนิยายที่เก๋อเก๋อพยายามพิถีพิถันคัดเลือกมาอย่างเต็มความสามารถโดยผ่านการเรียบเรียงและกลั่นกรองด้วยความตั้งใจของเหล่านักแปล เพื่อให้นายท่านได้รับความเพลิดเพลินอย่างถึงที่สุด

เก๋อเก๋อหวังเป็นอย่างยิ่งว่านิยายของเราจะเติมเต็มความปรารถนาของนายท่านทุกๆ คนได้อย่างพึงพอใจ และเชื่อมั่นว่านายท่านจะสนับสนุนนิยายของเราอย่างถูกลิขสิทธิ์ เพื่อเป็นกำลังใจในการคัดสรรนิยายเรื่องอื่นๆ ของเราต่อไปในอนาคต

ถ้าหากนายท่านพบเห็นนิยายของหอหมื่นอักษรถูกนำไปเผยแพร่อย่างผิดลิขสิทธิ์ที่ใด สามารถเข้ามาแจ้งกับเราได้ในทุกช่องทางการติดต่อ

 

ท้ายที่สุดนี้เก๋อเก๋อขอขอบพระคุณแรงสนับสนุนของนายท่านทุกคนจากนี้และต่อไปในอนาคตด้วยเจ้าค่ะ

 

เก๋อเก๋อ แห่งหอหมื่นอักษร

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น