ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 32

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 292

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2564 14:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 32
แบบอักษร

บทที่ 32 

(จวนตระกูลฟู่ฉา) 

"เทียนเอ๋อร์! ใครทำกับดวงใจข้าเช่นนี้หมิงซาน!"ฟู่เหิงที่เห็นสภาพคนรักก็นึกเดือดดาลขึ้นมาที่ต้องมาเห็นเทียนโดนทำร้ายเช่นนี้ หมิงซานที่เห็นความโมโหของผู้เป็นนายก็นึกไว้อาลัยให้กับตัวต้นเหตุทันที 

"เป็นคนในวังขอรับนายท่าน แต่นายท่านมิต้องห่วงนายน้อยแฝดกลับมาแล้วขอรับ นายน้อยบอกข้าว่าจะจัดการเองขอรับ" 

"อืม เช่นนั้นข้าก็หมดห่วง ว่าแต่หย่งซ่งกับหย่งเหลียนเล่าได้กลับมาด้วยหรือไม่"เทียนถามถึงองค์ชายทั้งสองเพราะคิดว่าทั้งสองพระองค์คงไม่ยอมให้ผู้ใดทำร้ายเสด็จพ่อของตนอย่างแน่นอนแต่เมื่อได้ยินคำตอบของหมิงซาน ฟู่เหิงก็ถึงกับอึ้งกับความผิดคาดทันที 

"องค์ชายทั้งสองพระองค์ฟาดองครักษ์เงาเรียบเลยขอรับและดูแล้วจะทรงกริ้วมากขอรับเมื่อเห็นหัวของนายหญิงโนเขียวขนาดนี้"หมิงซานที่รายงานนายท่านตนก็ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างอยากลำบากเมื่อนึกถึงภาพของ5พยัคฆ์แห่งจวนฟู่ฉาก่อนจะพานายหญิงกลับมายังจวนว่าสภาพของทหารเฝ้าประตูวังนั้นมีสภาพเช่นไร 

"หึหึ ข้าอยากจะรู้เสียจริงว่าตอนนี้ฝ่าบาทจะมีสภาพเช่นไรกันแน่นะหรือจะถึงเวลาแห่งการพลัดเปลี่ยนแผ่นดินกันแล้วนะ อ่า ข้าจะเข้าวังเสียหน่อยดูแลนายหญิงของข้าให้ดีอย่าให้ผู้ใดมาทำร้ายเทียนเอ๋อร์ของข้าได้อีก หึ เล่นไม่เลิกก็ต้องเจอกันหน่อยล่ะนะฝ่าบาทอย่าหาว่าข้ากระหม่อมโหดเหี้ยมเลย"หมิงซานที่ได้ยินและเห็นไอสังหารลอยวนรอบตัวนายท่านของตนก็ทำให้หมิงซานถอยหลังอย่างห้ามขาตัวเองไม่ได้จนฟู่เหิงออกไปหมิงซานก็ทรุดลงนั่งอย่างหมดแรง 

"ฟู่!น่ากลัวเป็นบ้าเลยแหะ คิดว่าจะมิรอดแล้ว" 

"กลัวขนาดนั้นเลยหรือ" 

"ว๊ากกก!"หมิงซานที่ร้องออกมาอย่างตกใจก็ทำให้เทียนที่เพิ่งฟื้นขึ้นมานั้นได้แต่นอนขำกับความโก๊ะของเงาตนเอง 

"ฮ่าๆๆ โอ๊ย!ข้าขำจนท้องแข็งไปหมดแล้ว ขวัญอ่อนแบบนี้เจ้าเป็นเงาได้อย่างไรกันหมิงซาน" 

"นายหญิงท่านฟื้นแล้ว เฮ้อ...ข้าโล่งอกยิ่งนักถ้าหากท่านยังไม่ฟื้นข้าคงได้ไปนอนเล่นใต้สระบัวอย่างแน่นอนขอรับ"หมิงซานที่เห็นว่าเทียนนั้นฟื้นแล้วก็ดีใจเป็นอย่างมากจนลืมที่ตนโดนแกล้งไปเสียสนิท 

"นายท่านของเจ้าไปวังแล้ว งั้นเจ้ากับข้าก็ไปกันบ้างเถิดข้ามิอยากพลาดฉากเด็ด" 

"ฉากเด็ดคือสิ่งใดขอรับนายหญิง มันกินได้หรือไม่ขอรับ"หมิงซานที่ไม่เข้าใจสิ่งที่เทียนพูดก็เอ่ยถามเทียนขึ้นมาจนเทียนต้องเอามือกุมขมับตนเอง 

"เอาเถิดเรื่องนั้นช่างมันก่อน ข้าขอเปลี่ยนเสื้อผ้าซักครู่เจ้ารอข้าเดี๋ยวเดียว" 

"แต่นายท่านบอกให้ท่านรอที่จวนนะขอรับ"หมิงซานแย้งขึ้นมาแต่เทียนนั้นหาได้ฟังไม่ยังคงวิ่งไปเปลี่ยนชุดหลังฉากกั้นอย่างรวดเร็วและออกมาพร้อมชุดสีดำอย่างนินจาเพียงเท่านั้น ทำให้หมิงซานได้แต่แบกรับความหนักใจไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะวิ่งตามเทียนที่ขี่ม้าออกจากจวนไปแล้ว 

(วังหลวง) 

"พวกเจ้าคิดจะก่อกบฎกันเช่นนั้นรึ ถึงได้เข้ามาหาข้าพร้อมอาวุธเช่นนี้"ฮ่องเต้ที่นั่งจิบชาอย่างสบายเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจแต่ผู้ที่บุกรุกเข้ามายังตำหนักกลับมิได้เกรงกลัวอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้ฮ่องเต้นั้นทรงเริ่มไม่พอใจขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าแค้นเคืองของผู้บุกรุก 

"ฝ่าบาทพระองค์ช่างสบายอารมณ์เหลือเกินนะพ่ะย่ะค่ะ ลักพาตัวภรรยาของผู้อื่นมาแต่กลับไม่มีความรู้สึกผิดเลยแม้แต่เพียงนิดให้เห็น" 

"ข้าเป็นฮ่องเต้ ข้าเป็นโอรสสวรรค์สิ่งใดที่ข้าต้องการ ไม่ว่าจะเป็นของผู้ใดในเมื่อข้าอยากได้ข้าก็จะเอามาให้ได้"เหล่าคนทั้ง5ที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำหมัดแน่นอย่างข่มอารมณ์จนเสียงๆหนึ่งดังขึ้นทำให้ผู้คนทั้งหมดนั้นต้องหันกลับไปมอง 

"แต่คนผู้นั้นคือภรรยาของกระหม่อมพระองค์ก็คิดจะแย่งเช่นนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะหรือฝ่าบาทเพียงอยากได้ตัวภรรยาของกระหม่อมเพื่อมาต่อรองกับกลุ่มชนเผ่าทุ่งหญ้าเช่นนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะมันจะมิเห็นแก่ตัวไปหน่อยหรือพ่ะย่ะค่ะ 

"หึ อะไรที่เป็นประโยชน์กับข้าและชาวต้าชิง ข้าในฐานะกษัตริย์ย่อมทำได้ทุกอย่างไม่ว่าสิ่งนั้นมันจะผิดต่อผู้ใดก็ตาม" 

"หึหึ เช่นนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะเช่นนั้นต่อจากนี้กระหม่อมฟู่ฉ่า ฟู่เหิงขอลาออกจากราชสำนักเพราะข้าเองก็คงมิสามารถทนทำงานให้กับผู้ที่เห็นแก่ตัวเช่นนี้ได้เช่นกันพ่ะย่ะค่ะและสิ่งใดที่ตระกูลของกระหม่อมเคยทำเพื่อราชสำนักต่อจากนี้กระหม่อมขอยุติทุกอย่างแล้วกันนะพ่ะย่ะค่ะ ต่อไปกระหม่อมจะจ่ายภาษีกิจการของกระหม่อมเท่ากับประชาชนทั่วไปจะมิใช่เอาเงินรายได้จากกิจการครึ่งหนึ่งของตระกูลกระหม่อมเข้าพระคลังอีกแล้ว กระหม่อมทูลลา" 

"กระหม่อมฟู่ฉา เหิงฉิน" 

"กระหม่อมฟู่ฉา เทียนจิน" 

"ขอลาออกจากราชการนับแต่นี้ไปx2!!"สองแฝดที่ประสานเสียงกันออกมานั้นก็ทำให้ท่านแม่ทัพนายกองที่จะรายงานสถานการณ์ชายแดนก็ได้แต่สะดุ้งไปตามๆกัน 

"กระหม่อมลูกบุญธรรมแห่งตระกูลฟู่ฉาของตัดสัมพันธ์กับราชสำนักจากนี้เป็นต้นไปx3"3เสียงหลังที่ดังไม่แพ้กันนั้นทำให้ทุกคนนั้นได้แต่ผวากันอีกครั้งแต่ก็ไม่เท่ากับความกริ้วของผู้เป็นโอรสสวรรค์ที่เหมือนถูกบุคคลทั้ง6ลอยแพไปได้และยิ่งทรงกริ้วมากขึ้นเมื่อได้ยินประโยคถัดมาจากปากของคนสนิทที่กำลังจะเดินออกจากตำหนัก 

"หากตระกูลของกระหม่อมได้ชื่อว่าเป็นกบฎเมื่อใด พระองค์ก็เตรียมใจลงจากบันลังก์ได้เลยนะพ่ะย่ะค่ะแต่หากว่าไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นก็อย่าได้มายุ่งกับคนในครอบครัวของกระหม่อมอีก ฝ่าบาททรงรู้ว่ากระหม่อมสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ฉะนั้นก็ทรงต่างคนต่างอยู่นะพ่ะย่ะค่ะ"จบคำพูดเพียงเท่านั้นคนทั้ง6ก็เดินออกจากพระตำหนักของฮ่องเต้เพื่อกลับไปยังจวนของตนทันที 

แต่เมื่อถึงหน้าประตูวังฟู่เหิงกลับหยุดเดินเสียดื้อๆทำให้เด็กหนุ่มทั้ง5นั้นงงเป็นอย่างมากว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่เมื่อเงาสองสายพุ่งทะยานมาทางหน้าประตูวังอีกทั้งยังได้กลิ่นที่คุ้นเคยลอยมาตามลมก็ทำให้เด็กหนุ่มทั้ง5ได้คำตอบในทันที 

"เจ้าช่างซุกซนยิ่งนักเทียนเอ๋อร์" 

"ท่านพี่เหิง...ก็ข้าไม่อยากพลาดความสนุกท่านก็อย่าได้ต่อว่าข้าเลยนะท่านพี่"เทียนที่กลัวว่าตนจะถูกฟู่เหิงกดจมเตียงอีกจึงรีบวิ่งเข้าไปเกาะแขนออดอ้อนฟู่เหิงทันทีทำให้เด็กหนุ่มทั้ง5ได้แต่ส่ายหัวให้กับความไม่ยอมโตของแม่ตนก่อนที่ทั้ง5จะแยกย้ายกันไปตามกิจการที่ตัวเองนั้นดูแลทำให้เทียนนั้นหมดตัวช่วยลงทันที 

"เจ้ามันดื้อภรรยาข้า วันนี้ข้าจะทำโทษเจ้าเอาให้ไม่สามารถไปซุกซนที่ใดได้อีกเลย" 

"ว๊ากกก!ท่านพี่ข้าสำนึกผิดแล้วขอรับ!"เสียงการหยอกล้อยังคงดังอยู่ตลอดทางแต่สถานที่ที่ฟู่เหิงนั้นพาเทียนมานั้นหาใช่ทางกลับจวนไม่แต่เป็นทุ่งดอกไม้ที่เทียนไม่เคยพบเจอมาก่อนเลยต่างหาก 

"ท่านพี่ท่านหาที่นี้พบได้อย่างไรขอรับ ที่นี่ช่างสวยงามจริงๆ" 

"ข้าว่าแล้วว่าเจ้าต้องชอบ"ฟู่เหิงพูดขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มก่อนจะจับจูงม้าที่เทียนนั้นนั่งอยู่ไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เมื่อมาถึงเทียนก็กระโดลงจากม้าและพาตัวเองนั้นวิ่งไปตามทุ่งดอกไม้อย่างสนุกสนานทางด้านฟู่เหิงเองก็ได้แต่นั่งมองเทียนอย่างหลงใหล จนผ่านไปได้หนึ่งก้านธูปเทียนก็วิ่งหอบเข้ามาหาฟู่เหิงที่นั่งหลับอยู่ใต้ต้นไม้ เทียนเมื่อเห็นว่าฟู่เหิงหลับจึงได้แต่นั่งจ้องมองใบหน้าของคนรักด้วยรอยยิ้มก่อนจะนั่งลงและซบอิงไหล่ของฟู่เหิงและหลับลงไปในอ้อมกอดของฟู่เหิงที่ขยับตัวและดึงเทียนให้มาซบอกตนแทน 

............................................................................................................. 

(2 วันต่อมา) 

"ท่านพี่เหิง ท่านลองชิมอาหารจานนี้ให้ข้าหน่อยขอรับ" 

"อาหารอะไรของเจ้ากันช่างน้อยนิดเหลือเกิน น้อยเพียงนี้จะอิ่มท้องหรือ"ฟู่เหิงถามขึ้นเมื่อเห็นอาหารในจานของเทียนมีเพัยงแค่เนื้อชิ้นเล็กๆหนึ่งชิ้นพร้อมกับผักอีกไม่กี่ชิ้นเพียงเท่านั้น 

"ข้าให้ท่านชิมขอรับไม่ใช่เอาอิ่มนะขอรับ" 

"อ่อ งั้นวางเถอะข้าจะชิมให้เจ้าเอง"เทียนวางจานสเต็กหมูลงตรงหน้าของฟู่เหิงพร้อมนำมีดและส้อมมาให้กับฟู่เหิงแล้วเทียนก็ได้สีหน้างงๆของฟู่เหิงกลับมาเมื่อฟู่เหิงถือมีดและส้อมและมองด้วยความประหลาดใจ 

"สองสิ่งนี้มันใช้ทำสิ่งใดงั้นหรือ" 

"คิกคิก มันใช้สำหรับการทานอาหารจานนี้ขอรับ มาขอรับข้าจะทำให้ท่านดู"หลังพูดจบเทียนก็นั่งฝั่งตรงข้ามกับฟู่เหิงและทำการใช้มีดและส้อมหั่นเนื้อในจานอย่างชำนาญและภาพตรงหน้าก็ทำให้ฟู่เหิงนั้นอึ้งไปแล้ว เมื่อเทียนหั่นเสร็จก็นำเนื้อที่จิ้มซอสในจานเพียงเล็กน้อยไปจ่อที่ปากของฟู่เหิง เมื่อฟู่เหิงได้ชิมก็พยักหน้าและส่งเสียงหึมฮัมออกมา 

"อร่อยมากเลยเทียนเอ๋อร์สิ่งนี้มันเรียกว่าสิ่งใดหรือ" 

"มันเรียกว่าสเต็กขอรับท่านพี่" 

"ท่านแม่ขอรับข้ากลับมาแล้ว โอ้วน่าทานมากขอรับข้าขอชิมบ้างขอรับท่านแม่"แฝดพี่ที่กลับมาจากโรงหมอก็เข้ามาอ้อนเทียนทันที เทียนที่เห็นเช่นนั้นก็หั่นเนื้อในจานป้อนลูกชายทั้งสองของตนด้วยรอยยิ้ม 

"เป็นเช่นไรอร่อยหรือไม่ แม่ว่าจะเปิดร้านอาหารสำหรับชาวต่างชาติเพิ่มเสียหน่อย" 

"นี่คืออาหารของพวกต่างชาติหรือขอรับท่านแม่" 

"อืม ใช่แล้วล่ะเจ้าว่าใช้ได้ไหม"เทียนถามความเห็นของลูกชายแต่กลับไม่ได้รับคำตอบกลับมามีเพียงการพยักเท่านั้นที่เทียนได้รับกลับมาเพราะตอนนี้แฝดคนพี่กำลังเอร็ดอร่อยกับสเต็กเนื้อในจานเท่านั้น 

"หึหึ ข้าว่าใช้ได้แล้วล่ะนะแต่เจ้าจะเหนื่อยเกินไปหรือไหมเทียนเอ๋อร์" 

"ไม่เหนื่อยเลยขอรับท่านพี่ ข้าว่าสนุกออกได้เห็นคนดิ้นทุรนทุรายเพราะรายได้หดหายข้าว่าข้าอารมณ์ดีมากกว่าจะเหนื่อยนะขอรับ" 

"หึหึ เอาเถอะตามที่เจ้าต้องการ ขอเพียงเจ้ามีความสุขข้าพร้อมสนับสนุนเจ้าเสมอเทียนเอ๋อร์" 

"ขอรับท่านพี่"เมื่อเห็นบิดาและมารดาของตนนั้นกำลังหวานใส่กัน แฝดผู้พี่ก็ยกจานเสต็กออกมาจากห้องตำราทันที" 

(ห้องอาหาร) 

แฝดพี่ที่มาถึงโต๊ะอาหารก็นั่งลงรวมตัวกับพี่ๆของตัวเองที่มีสีหน้าเหนื่อยอ่อนไม่เเพ้กัน 

"เจ้าไปเอาอะไรมาเนี่ยเหิงฉิน" 

"ท่านแม่เรียกมันว่าสเต็กขอรับท่านพี่ฟู่หมิงลองทานดูขอรับ มันอร่อยมากท่านแม่บอกว่าจะเพิ่มร้านนี้เข้าไปเพื่อพวกต่างชาติที่เข้ามาในเมืองของเราขอรับ" 

"อ่อ อื้มอร่อยมากเลยพวกเจ้าลองชิมดู"หลังคำพูดของฟู่หมิงแฝดพี่ก็รีบหันเนื้อในจานแจกจ่ายให้พี่ๆได้ชิมทันที 

"อร่อยจริงๆด้วย ท่านแม่ของพวกเรานี่เก่งไม่เปลี่ยนไปเลยแบบนี้รับรองว่าพวกต่างชาติที่จะเข้ามาทำการค้ากับเราต้องถูกใจอย่างแน่นอน เฮ้อ...แต่น่าเสียดายยิ่งนักที่พวกเราไม่สามารถพูดภาษาต่างชาติได้มากนัก" 

"ประเดี๋ยวแม่จะสอนพวกเจ้าเองดีหรือไม่"เทียนที่มาทันได้ยินสิ่งที่ลูกๆของตนคุยกันเทียนจึงเสนอตัวช่วยลูกๆของตนทันที 

"ขอรับท่านแม่ หากว่าเราได้ทำการค้ากับพวกต่างชาติคงดีไม่น้อยเลยขอรับ"ฝู่คังอันที่เก่งด้านการต่อสู้และการวางแผนก็ได้แต่นั่งฟังตามพี่ๆน้องๆของตนไปและคิดว่าจะช่วยอะไรพี่น้องของตัวเองได้บ้าง 

"ท่านพี่ฝู่คังท่านต้องช่วยท่านแม่ออกแบบร้านอาหารแล้วขอรับ"แฝดน้องอย่างเทียนจินพูดขึ้นเพราะรู้ว่าพี่ตนนั้นเก่งด้านการออกแบบเป็นอย่างมากแต่ความสามารถนี้น้อยคนนักที่จะรู้ 

"เจ้าช่วยแม่เรื่องการออกแบบร้านได้ใช่หรือไม่ฝู่คัง" 

"ขอรับท่านแม่"ฝู่คังตอบด้วยใบหน้าเขินๆจนเทียนนั้นอดเอ็นดูเสียไม่ได้เพราะไม่คิดว่าลูกชายของเขาคนนี้ก็มีมุมขี้อายมากด้วยเช่นกัน 

ทางด้านวังหลวงเหล่าสนมที่มารวมตัวกันอย่างเคยก็พูดคุยกันด้วยเรื่องราวต่างๆอย่างสนุกสนานผิดกับเมื่อก่อนที่ชอบชิงดีชิงเด่นกัน ฮองเฮาที่อยู่นั่งประจำตำแหน่งก็ได้แต่มองภาพนี้อย่างมีความสุขพร้อมจิบชาและตัดเค้กเขาปากอย่างอารมณ์ดี แต่ก็ยังมีผู้ที่อารมณ์ขุ่นมัวเป็นอย่างมากเมื่อเหมือนว่าตัวเองนั้นถูกลอยแพจากทุกคนและผู้ที่รองรับอารมร์ขุ่นมัวนี้ก็มีเพียงขันทีคนสนิทเพียงเท่านั้น 

"ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ไปได้กันฮึ้ย!"ฮ่องเต้ที่ถูกทิ้งให้อารมร์เสียแต่เพียงผู้เดียวนั้นก็เอาแต่อาละวาดฟาดงวงฟาดงา ขว้างปาสิ่งของเพื่อระบายอารมร์ของตัวเองจนหลี่กงกงนั้นตามเก็บแทบไม่หวาดไม่ไหว 

เพล้ง! 

"ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะเถอะพ่ะย่ะค่ะ" 

"จะให้ข้าระงับได้อย่างไร ข้าไม่คิดว่าเด็กคนนั้นจะสำคัญกับฟู่เหิงถึงเพียงนี้แล้วดูตอนนี้เล่าทั้งต้าชิงของข้ามิมีกิจการใดที่จะพ้นมือของเด็กคนนั้นไปได้เลย ไม่ว่าอะไรเด็กคนนั้นก็ทำให้ข้าประหลาดใจยิ่งนักว่าเด็กคนหนึ่งจะสามารถทำได้มากถึงเพียงนี้เชียวหรือ" 

"เด็กคนนั้นช่างเหมือนเว่ยเทียนมากจริงๆนะพ่ะย่ะค่ะถึงแม้ว่าเด็กคนนั้นจะพูดเพียงแค่ว่าตนนั้นสามารถเลียนแบบงานทุกอย่างของเว่ยเทียนได้แต่กระหม่อมคิดว่าอย่างไรก็ไม่น่าจะลอกเลียนได้อย่างไร้ที่ติเช่นนี้นะพ่ะย่ะค่ะ" 

"เจ้าคิดเช่นเดียวกับข้าเลยหลี่กงกง เฮ้อข้าอยากรู้ตัวตนจริงๆของเด็กนั้นจริงๆว่าเป็นใครมาจากไหน" 

"ให้กระหม่อมส่งคนแฝงเข้าไปสืบความดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ" 

"ดี เช่นนั้นข้าฝากเจ้าด้วยหลี่กงกง ข้าต้องการพิสูจน์ ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าเจ้าเป็นใครกันแน่หนูเอ้อร์หลางหากว่าเจ้าคือเว่ยเทียนจริงข้าจะปล่อยมือจากเจ้าไม่ไปกวนใจเจ้าอีกและข้าจะกลับมาเฝ้ามองเจ้าเช่นเดิมอย่างที่ข้าเคยทำมาตลอดดวงใจของข้า" 

หลี่กงกงที่ยืนเฝ้ามองนายเหนือหัวของตนเหม่อมองไปบนท้องฟ้าก็ได้แต่คิดว่าควรจะทำแบบนี้นานแล้วมิใช่หาเรื่องให้ตัวเองจนเกิดปัญหาเช่นนี้ หลี่กงกงก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาและเดินออกมาข้างนอกอย่างเงียบเชียบ 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 

ความคิดเห็น