ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 30

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 273

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2564 13:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 30
แบบอักษร

บทที่ 30 

(วังหลวง ตำหนักของฮองเฮา) 

(เทียน พาร์ท) 

ผมมาถึงวังหลวงแล้วครับและตอนนี้ผมก็กำลังนั่งอยู่ข้างๆเตียงของฮองเฮาที่นอนป่วยหน้าซีดอยู่บนเตียงอย่างน่าสงสารแล้วผมก็ได้รู้มาว่าฮ่องเต้ไม่เคยเสด็จมาหาพระนางอีกเลย รวมถึงพระสนมพระนางอื่นๆก็ด้วยพระองค์ไม่เคยเสด็จไปหาด้วยเช่นกัน ผมว่ามันแปลกๆ 

"หลางเอ๋อร์นั่นเจ้าหรือ เจ้ามาเยี่ยมข้างั้นหรือ" 

"พ่ะย่ะค่ะฮองเฮา กระหม่อมมาเยี่ยม ว่าแต่ทำไมพระวรกายของพระนางจึงไม่ดีขึ้นเลยล่ะพ่ะย่ะค่ะ ขอให้กระหม่อมตรวจดูได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ" 

"อืม เอาสิข้าก็อยากจะรู้เช่นกันว่าทำไมข้าถึงได้เป็นหนักถึงเพียงนี้"จากการตรัสของฮองเฮาก็ทำให้ผมรู้แล้วว่ามันมีเรื่องไม่ชอบมาพากลจริงๆด้วย ผมตรวจชีพจรของฮองเฮาทำให้ผมได้รู้ว่าร่างกายของฮองเฮายังมีพิษของพวกหนอนนั่นไม่จางหายไปไหนเลย 

"พระนางเพคะเสวยยาก่อนนะเพคะ อ๊ะ! เจ้า..."สาวใช้คนสนิทของฮองเฮาเดินหน้าเศร้าเข้ามาพร้อมถ้วยยา ผมจึงเดินเข้าไปแย่งถ้วยยามาจากมือของนาง นางทำท่าจะหันมาด่าผมล่ะแต่ก็หยุดชะงักไปเมื่อเห็นว่าผมคือใคร ผมดมกลิ่นจากถ้วยยา มันคือยาบำรุงร่างกายจริงๆแต่มันมีโสมอยู่ด้วยแม้เพียงเล็กน้อยแต่มันก็สามารถไปเร่งพิษในร่างกายของคนที่ถูกพิษได้ไม่ยากเลย 

"หมอหลวงเป็นคนจ่ายยาให้เจ้าหรือซินเอ๋อร์" 

"ใช่แล่วเจ้าค่ะนายหญิงหลาง ฮ่องเต้ทรงเป็นห่วงฮองเฮามากจึงสั่งทางสำนักหมอหลวงทำยาบำรุงพระวรกายให้กับฮองเฮาเจ้าคะ"หึ เป็นห่วงรึอยากให้ตายกันแน่ว่ะ เอ๊ะ!แต่เดี๋ยวนะการที่ไอ้ฮ่องเต้ขี้เก็กทำแบบนี้ไม่ใช่ว่าเพื่อล่อให้ผมเข้าวังหรอกใช่ป่ะ ซวยแล้วสิ 

แต่ไอ้ฮ่องเต้นี่ก็เหลือเกินนะคิดจะฆ่าฮองเฮาเลยรึไงกันนะถึงได้ทำแบบนี้ ไม่ได้การแล้วหากปล่อยไปแบบนี้อีกไม่นานพระนางคงได้ตามครอบครัวกลับบ้านเก่าไปแน่ ดีนะที่ผมพกยาถอนพิษติดตัวอยู่ตลอด 

"ซินเอ๋อร์นำยาลูกกลอนป้อนพระนางก่อน ยาถ้วยนี้ไม่ต้องดื่มแล้วมันไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายที่มีพิษของฮองเฮาหรอกนะพิษยังไม่ทันถอนแต่ให้ดื่มโสมงั้นหรือคิดจะฆ่ากันให้ตายหรืออย่างไร" 

"ท่านว่าอะไรนะเจ้าคะนายหญิงสาม ยานี้เป็นโทษต่อพระวรกายของพระนางหรือเจ้าคะ" 

"อืม ดื่มไม่ได้เด็ดขาดถ้าดื่มไปมากกว่านี้คงได้ไปปรโลกอย่างไวแน่นอน" 

"ฮือๆๆ หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะฮองเฮา หม่อมฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ายานี่จะเป็นอันตรายต่อพระนางถึงเพียงนี้ฮือๆๆ"นั่นเขื่อนน้ำตาแตกอีกแล้วครับดูท่าจะไม่หยุดง่ายๆด้วยมั้งน่ะ 

"เจ้าเงียบซะซินเอ๋อร์ไม่ต้องร้องแล้วมันไม่ใช่ความผิดของเจ้าแต่เป็นความผิดของคนที่ใช้เจ้าและฮองเฮาเป็นเครื่องมือเพื่อให้ข้าเข้าวังเสียมากกว่าที่เป็นคนผิด เอาล่ะนี่คือยาถอนพิษให้พระนางเสวยวันละเม็ด เพียงแค่ 5 วันพิษก็จะถูกขับออกไปจากร่างกายเองเจ้าอย่าได้ห่วงไปเลย" 

"เจ้าค่ะนายหญิงสาม ฮึก อึก"น่าสงสารชิบหายเลยครับคนทำนี่ก็ช่างกระไร สงสัยผมต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อแก้เผ็ดคนใจอำมหิตซะหน่อยแล้วล่ะครับ หึคิดจะหลอกล่อให้ผมเข้าวังแต่มาใช้ชีวิตของคนที่ผมนับถือดั่งครอบครัวช่างไม่กลัวอำนาจมืดเสียจริง คิดว่าใหญ่คับฟ้าแล้วผมต้องกลัวรึไง 

"หมิงซานข้ารู้ว่าท่านตามข้ามา ข้ามีงานให้ท่านทำให้ข้าหน่อย" 

"ขอรับนายหญิงสาม ท่านต้องการให้ข้าทำกระไรขอรับโปรดนายหญิงสั่งข้ามาได้เลยขอรับ" 

"นี่คือยาถ่ายชนิดไร้สีไร้กลิ่นแต่เป็นยาถ่ายชนิดอ่อนไม่ร้ายแรง ข้าต้องการให้เจ้าเอาไปใส่ในพระกายาหารของฮ่องเต้เจ้าทำได้หรือไม่ อ่อช่วยไปแจ้งพระสนมพระนางอื่นๆด้วยว่าวันนี้ไม่ต้องทำอะไรถวายฮ่องเต้ไปได้แล้ว"เอาจริงผมพูดไปงั้นแหละแต่ความจริงในห่อกระดาษใบนั้นมันคือSOSที่ผมส่งไปให้ฟู่เหิงต่างหากล่ะ 

"ขอรับนายหญิงสาม"เมื่อหมิงซานรับห่อกระดาษจากผมไปเขาก็หายไปจากตรงหน้าของผมเลย เป็นเงาที่ไปมาว่องไวมากแม้แต่เงาของฮ่องเต้ที่มาสอดแนมผมยังเทียบไม่ติดเลย 

"พวกเจ้าที่เป็นเงาของฮ่องเต้ออกมาจากที่ซ่อนซะไม่เช่นนั้นข้าจะโปรยผงคันคะเยอให้พวกเจ้าแทน ข้าพูดจริงทำจริง"ผมเตรียมหยิบห่อยาออกมาแล้วครับแต่ก็มีเงาทั้งหมดสามสายกระโดดออกมาจากที่ซ่อนพร้อมกัน 

"คารวะคุณชายเว่ยเทียน" 

"หึ ข้าไม่ใช่เว่ยเทียนหรอกนะข้าคือหนูเอ้อร์หลางและข้าก็แค่มีนิสัยเหมือนกับคนผู้นั้นเฉยๆแต่ยังไงข้าก็ไม่ใช่โปรดอย่าได้เรียกข้าด้วยชื่อนั้นอีก"คึคึ ทำสายตางงกันเลยครับเจอกับนักแสดงมากความสามารถแบบผมเข้าไปแบบนี้ บอกแล้วว่าอย่ามาเล่นกับคนอย่างไอ้เทียนคิดว่าจะตามเทียนทันก็รอไปอีกสามปีเถอะ 

"แต่ฝ่าบาทบอกว่าคุณชายคือคุณชายเว่ยเทียนนี่ขอรับ" 

"ชิส์ไปเชื่ออะไรตาแก่สมองกลับแบบนั้นกัน พวกเจ้าดูหน้าข้าสิว่าเหมือนเขาคนนั้นไหมแค่นิสัยเหมือนพวกเจ้าก็ทึกทักว่าข้าต้องเป็นชายผู้นั้นเลยรึไงกัน" 

"แต่ท่านทำยาถอนพิษแมลงกินศพได้นี่ขอรับ" 

"เพ่ย!!ไอ้พวกลาโง่ แค่ยาถอนพิษใครมาสอนเจ้าทำ เจ้าคิดว่าจะทำไม่ได้เชียวเลยรึโง่เง่าสิ้นดี ข้าน่ะถูกเรียกว่าอัจฉริยะแห่งการลอกเลียนแบบมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ไปบอกนายของพวกเจ้าด้วยว่าอย่ามาเอาข้าไปเป็นตัวแทนของผู้ใดเพราะข้าก็คือข้าไม่ใช่คนที่ตายไปแล้ว"ออสก้าต้องมาแล้วนะ เพราะผมน่ะตีบทแตกกระเจิงจนเงาพวกนี้เชื่อไปแล้วยังไงล่ะครับหึหึ บอกแล้วว่าไอ้เทียนเก่ง 

"เช่นนั้นพวกข้าน้อยขอตัว" 

"อืม ไปรายงานให้นายของเจ้าเข้าใจด้วย ข้าไม่ชอบให้มีผู้มาติดตามข้าเป็นโขยงเช่นนี้ ข้ารู้สึกรำคาญยิ่งนัก" 

"ขอรับ" 

พอพวกเงาไปแล้วผมก็กลับเข้าไปยังตำหนักของฮองเฮาต่อเพื่อตรวจดูอาการของพระนาง เมื่อผลเป็นที่น่าพอใจผมก็ไปตำหนักของอิงลั่วต่อเพื่อไปพบทุกคนที่กำลังรอผมอยู่ 

(ตำหนักเหยี่ยนสี่) 

"ฮองเฮาเป็นเช่นไรบ้างหลางเอ๋อร์"หมิงอวี้นางถามผมทันทีที่ผมนั่งลงกับเก้าอี้ ผมไม่ได้นั่งลงธรรมดาเพราะผมนั้นส่งกระดาษที่ผมเขียนตอนอยู่ที่ตำหนักของฮองเฮาใส่มือของหมิงอวี้ไปด้วย 

"ไม่ดีเลยพี่หมิงอวี้ อ่อ พิษในพระวรกายของฮองเฮามิได้ถูกถอนให้พ่ะย่ะค่ะลิ่งหวงเฟย แถมยังดื่มยาบำรุงร่างกายที่มีส่วนผสมของโสมเข้าไปอีกทำให้พิษนั้นลุกลามอย่างรวดเร็ว ดีที่กระหม่อมพบก่อนมิเช่นนั้นแม้แต่ชีวิตก็ไม่อาจยื้อไว้ได้พ่ะย่ะค่ะ ซินเอ๋อร์บอกกับข้าว่าฮ่องเต้เป็นผู้นำยาถอนพิษมาให้พระนางหาใช่ท่านหมอเย่วเอาเข้าไปให้เองพ่ะย่ะค่ะ"ผมหันไปตอบหมิงอวี้ก่อนจะหันไปพูดกับอิงลั่วด้วยใบหน้าที่จริงจัง อิงลั่วก็ได้แต่กำหมัดแน่นเลยล่ะครับ 

"ทำไมพระองค์ถึงได้ทำเช่นนั้นกัน ข้ามิอยากจะเชื่อเลย"อิงลั่วทำท่าทางสงสัยขึ้น ผมจึงตอบข้อสงสัยให้ 

"ฮ่องเต้คงคิดว่ากระหม่อมคือเว่ยเทียนพ่ะย่ะค่ะจึงเอาชีวิตของพระนางมาเป็นเดิมพันเช่นนี้"ละครฉากใหญ่ได้เริ่มขึ้นแล้วครับเพราะว่าเงาชุดที่สองยังแฝงตัวอยู่ในที่มืดอยู่เลย ผมจึงต้องแสดงละครต่อซึ่งผมได้ส่งกระดาษไปให้ทุกคนได้อ่านก่อนหน้านี้ถึงสองแผ่นด้วยกันและโค้ดลับของผมก็คือแสดงละคร ถ้าคนที่รู้จักผมก็จะรู้ทันทีว่ามันคืออะไร 

"ฝ่าบาทคิดว่าเจ้าคือเว่ยเทียนงั้นหรอหลางเอ๋อร์ ทำไมพระองค์ถึงคิดเช่นนั้นเล่าหน้าตาของเจ้าก็ใช่ว่าจะสวย สู้เว่ยเทียนก็ไม่ได้ซักนิดหากไม่ใช่ว่าเจ้ามีทักษะในการลอกเลียนแบบเป็นเลิศเจ้าก็คงไม่มีอะไรสู้เว่ยเทียนของข้าได้เลยซักนิด"นี่คือคำพูดของลั่วหยางล่ะครับจิกกัดกันซะไม่มีชิ้นดีเลย โอ๊ย ไอ้เทียนปวดใจฮ่าๆ 

"พี่หญิงลั่วหยาง ท่านจิกกัดข้าเก่งเหลือเกินนะขอรับข้านั้นปวดใจไปหมดแล้ว หากข้ามิใช่น้องชายของพี่ซีหลานพวกท่านก็คงไม่ยอมให้ข้าได้ร่วมหอกับท่านพี่ฟู่เหิงสินะขอรับ"ผมเล่นบทโศกจนเหล่าองค์ชายถึงกับกลั้นขำกันแทบไม่ไหวแล้วล่ะครับ แต่ล่ะคนคือกลั้นขำกันจนหน้าดำหน้าแดงไปตามๆกันแล้วครับส่วนลั่วหยางนี่มองบนเลยล่ะครับ 

"เจ้าอย่าเศร้าไปเลยนะหนูเอ้อร์ของพี่ เอาล่ะเรากลับจวนกันเถิดป่านนี้ฟู่เหิงคงเป็นห่วงเจ้าแย่แล้ว" 

"ขอรับพี่หญิง"แต่เชื่อม่ะผมยังไม่ทันได้เดินพ้นตำหนักหลี่กงกงก็วิ่งมาขวางหน้าผม แล้วมาจับมือถือแขนของผมด้วยท่าทีร้อนรนเหมือนว่าเกิดเรื่องอะไรซักอย่าง 

"เจ้า....เจ้าเป็นหมอที่เก่งใช่หรือไม่เจ้าช่วยไปดูพระอาการของฝ่าบาทให้ข้าทีเถิด" 

"ฝ่าบาทเป็นอันใดท่านหลี่กงกง"อิงลั่วถามหลี่กงกงด้วยท่าทางตกใจที่ทุกคนดูออกว่ามันคือการแสดง 

"อยู่ๆฝ่าบาทก็ทรงหมดสติไปหลังจากที่พระองค์ทรงถ่ายไม่หยุดพ่ะย่ะค่ะ ข้าได้ข่าวว่าหมอเก่งท่านหนึ่งมาดูพระอาการของฮองเฮา กระหม่อมจึงมาตามท่านหมอไปดูพระอาการของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะหวงเฟย" 

"หนูเอ้อร์หลางไม่ใช่ท่านหมอ อีกอย่างหมอหลวงในวังก็มีออกจะมากมายทำไมถึงมาตามหนูเอ้อร์หลางเล่า มันจะไม่ดูแปลกไปหน่อยหรือท่านหลี่กงกง เชิญท่านกลับไปเชิญท่านหมอหลวงเถอะนะเจ้าคะ หากให้หนูเอ้อร์หลางไปรักษาฝ่าบาทเห็นที ฝ่าบาทคงมีชีวิตอยู่ไม่พ้นคืนนี้"ลั่วหยางมาเป็นชุดเลยครับทำให้หลี่กงกงนี่ถึงกับปาดเหงื่อเลยล่ะครับเห็นแล้วอยากขำครับแต่ทำไม่ได้ 

"เช่นนั้นกระหม่อมขอทูลลาพ่ะย่ะค่ะหวงเฟย"หลี่กงกงเขาจำใจเดินกลับไปแต่เพียงไม่นานหมิงซานก็กระโดดมาอยู่ตรงหน้าของผมพร้อมรายงานสิ่งที่ผมให้ไปทำ 

"ฝ่าบาทมิได้เสวยพระกายาหารขอรับนายหญิงสาม ส่วนจดหมายถึงนายท่านแล้วขอรับ" 

"อืม ข้ารู้อยู่ก่อนแล้วว่าพระองค์มิได้เสวยอาหารหรอก งั้นเรากลับจวนกันเถิดก่อนที่จะไม่ได้กลับ"ผม ลั่วหยาง ซีหลานและพี่อิงหลินกำลังจะเดินออกจากวังทางด้านประตูหลังของวังแต่ก็อย่างว่าวันนี้มันคือวันซวยของผมจริงๆเพราะไม่เพียงจะออกไม่ได้แล้วยังต้องมาเผชิญหน้ากะอีตาฮ่องเต้โรคจิตนี่อีกต่างหาก 

"ถวายพระพรฮ่องเต้x4"พวกผม4คนพูดขึ้นพร้อมกันเลยล่ะครับพี่อิงหลินกับลั่วหยางนี่ทำหน้าเหม็นเบื่อขึ้นมาทันควันเลยล่ะครับ 

"จะเอาไงต่อหลางเอ๋อร์ ข้าว่าวันนี้เจ้าฮ่องเต้แก่นี่คงไม่หยุดรังควานเจ้าแน่"พี่ลั่วหยางเขาเข้ามากระซิบข้างหูผมด้วยเสียงเบื่อๆปนรำคาญหน่อยๆ พี่อิงหลินก็ไม่แพ้กันหน้าตาคืออารมณ์ไม่ดีอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะครับส่วนพี่ซีหลานนั้นทำหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ จนฮ่องเต้เริ่มตรัสขึ้น 

"พวกเจ้าจะรีบไปไหนกันล่ะ ทำผิดแล้วคิดจะหนีเช่นนั้นหรือ" 

"ไม่ทราบว่าพวกกระหม่อมทำสิ่งใดผิดงั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ" 

"หึ เป็นเจ้ามิใช่รึที่วางยาถ่ายในอาหารของข้า"แหมมาทำลอยหน้าลอยตาพูดระวังจะเก็บเศษหน้าตัวเองไม่ทันนะไอ้คุณฮ่องเต้ มาแบบนี้ผมก็แกล้งตกใจหน่อยแล้วกันเนอะ 

"โอ๊ะ!กระหม่อมทำเช่นนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมอยู่แต่ตำหนักของฮองเฮาและตำหนักของหวงเฟยกระหม่อมจะไปวางยาฝ่าบาทได้อย่างไรล่ะพ่ะย่ะค่ะ" 

"แต่เงาของข้าบอกว่าคนของเจ้านำยามาใส่ในอาหารของข้านี่"เอิ่ม ท่าทางอย่างกับเด็กสามขวบที่โดนขัดใจเลยครับ นี่ถ้าลงไปชักดิ้นชักงอด้วยก็ใช่เลยล่ะครับ 

"หืมจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ หมิงซานออกมาเจ้าเอายาถ่ายไปใส่ในอาหารของฝ่าบาทเช่นนั้นหรือ"พอหมิงซานออกมาผมก็ถามเลยครับ สีหน้าฮ่องเต้คือตกใจมากที่หมิงซานกล้าออกมา 

"ข้าน้อยมิได้ใส่สิ่งใดลงไปในอาหารขอรับนายหญิงสาม"ทำเสียงซะหล่อเลยเงาผม 

"แล้วกระดาษที่เว่ยเทียนให้เจ้าไปเล่า"น่ะยังไม่ยอมแพ้ 

"กระหม่อมขอบังอาจถามว่าผู้ใดคือเว่ยเทียนพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมไม่รู้จักเพราะกระหม่อมรับคำสั่งจากนายหญิงสามเพียงผู้เดียวเท่านั้น"หึหึ คนของผมเนียนป่ะล่ะ ทำเอาฮ่องเต้ควันออกหูเชียวล่ะ บอกแล้วว่าอย่ามาท้าทายอำนาจมืดของผม 

"หึ คิดว่าข้าโง่รึไง เว่ยเทียนเจ้าคิดว่าข้าจะจำเจ้าไม่ได้งั้นหรือ นิสัยที่แตกต่างจากคนอื่นก็มีเพียงแต่เจ้าเท่านั้น" 

"พระองค์นี่ก็ช่างตลกนะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมก็บอกไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วว่ากระหม่อมนั้นมิใช่เว่ยเทียน กระหม่อมคือหนูเอ้อร์หลางกระหม่อมก็แค่เก่งเรื่องการลอกเลียนแบบเพียงเท่านั้นกระหม่อมขอให้พระองค์ปล่อยกระหม่อมไปเถอะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่ใช่ ฮึก ท่านพี่เหิง ฮือๆข้าอยากกลับไปหาท่าน อึก" 

ฟุ่บ! 

งานเป็นลมก็มาแล้วดูดิว่าผมจะรอดเงื้อมมือตาแก่นี่ไปได้ไหม แต่ผมเป็นลมปุ๊บร่างผมก็ถูกใครซักคนเข้ามารับเลยล่ะครับและกลิ่นนี้ผมจำได้แม่นเลยว่าคือกลิ่นกายของฟู่เหิงแต่ผมต้องเอาให้ชัวร์จึงหลี่ตามองก็เห็นว่าเป็นฟู่เหิงจริงๆแถมยิ่งได้ยินเสียงที่เรียกชื่อของผม ผมยิ่งมั่นใจเต็มร้อยเลยล่ะ 

"หลางเอ๋อร์!!เจ้าเป็นอะไรไปหลางเอ๋อร์ หืม ตัวร้อนขนาดนี้เลยหรือข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่าฝืนร่างกายตัวเองทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้กัน" 

"นี่นายท่านกำลังจะบอกอะไรกันแน่ขอรับ พี่หนูเอ้อร์เป็นอันใดกันแน่ขอรับ เฮ้ย!ทำไมตัวร้อนเป็นเช่นนี้เล่า"พี่อิงหลินถามขึ้นด้วยเสียงที่โคตรตื่นอ่ะครับ ดีนะที่ผมกินสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ทำให้ร่างกายร้อนได้เข้าไปเยอะเลยทำให้ตัวผมร้อนเป็นไฟไม่งั้นโป๊ะแตกแน่เลยครับ 

"กระหม่อมขอพาตัวภรรยาของกระหม่อมกลับจวนก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ ขอประทานอภัยด้วยนะพ่ะย่ะค่ะที่ภรรยาของกระหม่อมอาจจะทำอะไรให้พระองค์ทรงกริ้วกระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ"ฟู่ รอดแล้วครับเพราะตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกฟู่เหิงอุ้มออกมาแล้ว 

"ทนอีกนิดนะหลางเอ๋อร์ ข้ากำลังจะพาเจ้ากลับจวนของเราแล้ว" 

"ขอรับท่านพี่" 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 

ความคิดเห็น