ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 26

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 332

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ธ.ค. 2563 11:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 26
แบบอักษร

บทที่ 26 

(เทียน พาร์ท) 

หลังกินหมูกระทะเสร็จผมก็มาอยู่ที่สะพานกลางสระบัวกับลั่วหยางครับบรรยากาศคือโคตรจะโรแมนติกมากเหมาะกับการมาขอสารภาพรักมากเลยครับแต่ว่าตอนนี้มันคือสถานที่สำหรับเชือดผมมากกว่าน่ะสิครับเพราะปี้เฉินกำลังปล่อยไอสังหารมาบีบคอผมอยู่เนี่ยอะไรจะอาฆาตกันขนาดนี้ 

"หยางเอ๋อร์ เรามาคุยกันดีๆ ดีกว่าไหมเจ้าทำแบบนี้ข้าจะอ้วกแล้วนะร่างนี้ทนความกดดันมากไม่ค่อยไหวน่ะ" 

"ชิส์ เจ้ามันใจดำเว่ยเทียน เจ้ากลับมาแล้วแต่กลับไม่มาหาข้าเลยซักนิดเจ้ายังเห็นข้าเป็นพี่หญิงของเจ้าหรือไม่"โอ้ว อารมณ์มาเต็มเลยทำให้ผมสึกนึกผิดแทบไม่ทันเลยครับ 

"ข้าก็อยากจะไปหาเจ้าแต่ข้าก็ไม่อยากเจอฮ่องเต้นี่ เจ้าเข้าใจข้าไหมลั่วหยาง" 

"แล้วฮ่องเต้จะรู้ได้อย่างไรเล่าว่าคือเจ้าน่ะ เจ้าไม่ได้อยู่ในร่างเดิมแล้วนะเว่ยเทียนขนาดข้ายังไม่รู้เลย"นางงอลผมล่ะทุกคนให้ตายเถอะผมง้อฟู่เหิงเป็นคนเดียวนะนอกนั้นผมไม่อยากง้อแต่ก็เอาเถอะครับเดี๋ยวเรื่องไม่จบ 

"ก็ฟู่เหิงไม่อยากให้เจอนี่หน่า เจ้าจะให้ข้าทำเช่นไรเล่า" 

"ชิส์ ข้าเบื่อสามีเจ้าหวงไม่เข้าเรื่อง ว่าแต่ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ในร่างนี้ได้ล่ะ" 

"เจ้าต้องไม่เชื่อข้าแน่ว่าข้าไปเจออะไรมาบ้างข้าได้ไปในที่แปลกตา ข้าได้พบพวกเจ้าในแบบอื่นข้าอยู่ที่นั่นหลายเดือนข้าได้ใช้ชีวิตกับฟู่เหิงคนใหม่ที่ไม่เข้มขรึมแต่สุดท้ายเขาก็ยังไม่ใช่ฟู่เหิงของข้า ข้าสับสนและเสียใจมากแล้วข้าก็ตาย ข้าจึงได้มาอยู่ในร่างของเด็กคนนี้" 

"ไม่เป็นไรนะเว่ยเทียน ตอนนี้เจ้ากลับมายังบ้านของเจ้าแล้วต่อไปข้าจะปกป้องเจ้าเอง"ผมว่ามันแปลกๆนางจะมาปกป้องผมหรอต้องเป็นผมที่ปกป้องนางสิเป็นแบบนี้ไม่ได้นะ 

"เพ้ย!ข้าสิต้องปกป้องเจ้า ข้าเป็นชายนะจะให้หญิงสาวเช่นเจ้ามาปกป้องข้าได้เช่นไร" 

"ได้สิก็เจ้าช่างบอบบางเช่นนี้นี่นะ"ไม่ใช่เสียงของลั่วหยางครับแต่เป็นเสียงของซีหลานนั่นเองมาถึงนางก็กอดคอลั่วหยางอย่างสนิทสนมแล้วหันมาพูดกับผมพร้อมดึงแก้มผมไปด้วย 

"โธ่พี่หญิงทั้งสอง ข้าไม่คุยกับพวกท่านแล้วข้าไปทำขนมดีกว่า"ผมเดินหนีออกมาเลยครับด้านหลังก็ยังมีเสียงหัวเราะของสาวดังไล่ตามมาอยู่เลยแต่เมื่อผมมาถึงทางเข้าโถงผมกลับชนใครบางคนเข้าอย่างจังเลยครับ 

"ขออภัยขอรับ ข้าน้อยเดินไม่ระวัง"ผมไม่รู้หรอกว่าใครเป็นใครผมก็ขอโทษไว้ก่อนแหละแต่เสียงที่ตอบกลับมาทำเอาผมต้องรีบเงยหน้าขึ้นไปดูเลยล่ะ 

"วันหลังก็หัดระวังซะบ้าง ฟู่เหิงสอนบ่าวรับใช้ยังไงกันถึงได้ซุ่มซ่ามเช่นนี้" 

"ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท!!"ผมพยายามจะพูดให้ดังเพื่อให้คนด้านในได้ยินผมก็ไม่รู้ว่ามันจะได้ผลไหมแต่คนที่ตามมาด้วยนั้นยิ่งทำให้ผมแทบลมจับเข้าไปอีก คนนั้นก็คืออิงลั่วนั่นเองนางมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะเดินตามฮ่องเต้เข้าไปด้านใน 

"นั่นฝ่าบาทกับหวงเฟยใช่รึเปล่า"เสียงที่ดังมาจากด้านหลังคือลั่วหยางครับและมีซีหลานมองอย่างสงสัยว่าฝ่าบาทมาทำไม 

"นี่มันเรื่องอะไรกันอ่ะพี่หญิง ทำไมฝ่าบาทถึงมากระทันหันเช่นนี้เล่า" 

"ข้าก็อยากรู้เราเข้าไปกันเถิด" 

"ขอรับ"เรื่องเผือกขอให้บอกไอ้เทียนไวอยู่แล้วครับ ผมเดินเข้าไปในครัวพร้อมกับเอาถาดกาน้ำชามาถือเองและเดินเข้าไปในโถงใหญ่ของบ้านที่ตอนนี้มีเพียงแค่ฝ่าบาทและอิงลั่วนั่งอยู่เพียงเท่านั้น ส่วนคนอื่นผมเห็นแวบๆว่าแอบกันอยู่ 

"เจ้าจะไม่เข้าไปหาข้าเลยใช่ไหมฟู่เหิง ข้าก็แค่บอกว่าข้านั้นชอบเว่ยเทียนเจ้าถึงกับจะตัดขาดกับข้าเลยหรือ"พูดเห็นแก่ได้แท้อยากจะยกกาน้ำชาทุ่มหัวเสียจริง พอผมเทชาเสร็จกำลังจะเดินออกเสียงหวานๆของอิงลั่วก็ดังขึ้นทำเอาหัวใจผมตกไปอยู่ตาตุ่มเลยล่ะ 

"นี่น่ะหรือคนที่ท่านจะแต่งเข้าจวนแทนเว่ยเทียนน้องชายของข้า" 

"ข่าวของกระหม่อมช่างไวเสียจริง เรื่องนั้นคือความจริงพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะแต่งชายผู้นี่เข้าจวน" 

เพี๊ยะ!! 

"O_O!!"สีหน้าของซีหลานและลั่วหยางคือช๊อคมากรวมถึงท่านพ่อท่านแม่ของร่างนี้ด้วยหรือแม้แต่พวกซือข่ายเองก็ช็อคพอได้สติก็แทบพุ่งกระโจนใส่อิงลั่วแล้วครับ แต่ผมหันไปมองพวกเขาแล้วส่ายหัวทันที 

"ข้าเกลียดเจ้าฟู่เหิง น้องชายข้าตายยังไม่ทันครบปีเจ้าจะเอาใครก็ไม่รู้มาแทนน้องของข้าเช่นนั้นหรือ ส่วนเจ้าช่างหน้าด้านเหลือทนอย่าคิดว่าจะมาแทนเว่ยเทียนน้องของข้าได้!!"เจ็บ ตอนนี้แก้มผมชาดิกแล้วครับ ใช่ผมเข้ามารับตบแทนฟู่เหิงเองครับแต่ไม่คิดว่าอิงลั่วจะมือหนักขนาดนี้ น้ำตาผมร่วงเลยล่ะร่างนี้บอบบางเกินไปแล้ว 

"หลางเอ๋อร์!เจ้าจะทำเกินไปแล้วอิงลั่ว พ่อบ้านส่งแขก!กระหม่อมขออภัยที่เสียมารยาทขอให้พระองค์พาหวงเฟยของพระองค์กลับไปเถอะพ่ะย่ะค่ะ ไปกันหลางเอ๋อร์ข้าจะทายาให้เจ้า"สีหน้าของฟู่เหิงตอนนี้น่ากลัวมากเหมือนสามารถฆ่าใครก็ได้แล้วตอนนี้ 

"งั้นข้ากลับก่อน พรุ่งนี้ไปหาข้าที่วังด้วยข้ามีเรื่องที่อยากจะพูดคุยกับเจ้า ไปกันหวงเฟยวันนี้เรากลับกันก่อนเถิด" 

"ก็ได้ จำเอาไว้ว่าข้าไม่ยอมแน่พวกเจ้าจะมีความสุขบนความทุกข์ของน้องชายข้าที่ตายไปไม่ได้ ฮึก อึก" 

"อิง...."ผมกำลังจะเรียกชื่อของอิงลั่วแต่ฟู่เหิงกลับดึงตัวผมเอาไว้ แต่จะให้ผมทนได้อย่างไรอิงลั่วทุกข์ใจขนาดนี้ผมไม่อยากจะปิดบังสถานะตัวเองกับอิงลั่วหรือแม้แต่หมิงอวี้เลยด้วยซ้ำแต่ผมก็ไม่อยากข้องเกี่ยวกับวังหลวงวังวนที่เน่าเฟะเช่นนั้นอีก 

แล้วทั้งฮ่องเต้กับอิงลั่วก็กลับไปทุกคนที่แอบดูอยู่ก็กรูเข้ามาดูอาการของผม แก้มผมบวมแดงมากจนท่านพ่อกับท่านแม่กับพวกซือข่ายแทบจะตามไปเอาคืนให้ผมด้วยตัวเองแล้วอ่ะครับ แต่ก็ถูกซีหลานกับลั่วหยางขวางเอาไว้ได้ทัน 

"ข้าไม่เป็นไรแล้วขอรับ ทุกคนแยกย้ายเถอะขอรับ" 

"เจ้าจะเข้าไปดูเหลาอาหารหน่อยไหมหลางเอ๋อร์"ลั่วหยางถามขึ้นเมื่อทุกคนออกไปจากโถงแล้ว  

"ก็ดีแต่ข้าไปในฐานะคนติดตามของเจ้าแล้วกันนะ" 

"อืม" 

"หลางเอ๋อร์ประคบแก้มก่อนเจ็บมากหรือไม่"ฟู่เหิงที่มาพร้อมกับยาทาก็รีบทาให้ผมเลยครับมือเบามากไม่น่าเชื่อเลยครับว่าคนที่ลงสนามรบมามากมายจะมือเบาขนาดนี้ 

"ข้าเจ็บไม่มากแล้วท่านพี่ท่านก็อย่าได้ห่วงมากไปเลยข้าก็ผู้ชายอกสามศอกแค่นี้เรื่องเล็กน้อย โอ๊ย!พี่หญิงท่านกดแก้มข้าแบบนี้ข้าก็เจ็บสิขอรับ ท่านพี่เหิงคืนนี้ข้าจะไปเหลาอาหารนะขอรับ" 

"ได้ ระวังตัวเองด้วยข้าเป็นห่วงเข้าใจหรือไม่หลางเอ๋อร์" 

"ยอมให้ไปจริงหรือขอรับ" 

"ใช่"แปลกครับทำไมยอมง่ายจังอ่ะแต่คงไม่มีอะไรหรอกมั่งเนอะแล้วผมก็นั่งให้ฟู่เหิงทายาไปเรื่อยๆจนเสร็จผมก็หันมาหาลั่วหยางที่นั่งรออยู่ 

"ไปกันขอรับพี่ลั่วหยาง พี่....องค์ชาย5!!" 

"ท่านคือท่านอาเทียนจริงหรือขอรับ ท่านอาเทียนกลับมาแล้วงั้นหรือขอรับท่านจริงๆใช่ไหม อึก ฮือ"ผมไม่รู้ว่าองค์ชาย5มาตอนไหนแต่ตอนนี้ผมจมอยู่ในอกแน่นๆของเขาเต็มๆไปแล้วล่ะครับและผมก็แทบจะหายใจไม่ออกแล้วครับแค่วันเดียวผมถูกอัดจมอกไปสองสามรอบแล้วเนี่ยและร่างนี้ก็ช่างตัวเล็กจริงๆไม่คิดว่าจะอายุ20กว่าจะ30จริงๆนะ 

"เจ้าห้าพอได้แล้ว อาเทียนของเจ้าจะตายอีกรอบแล้วเจ้าเห็นหรือไม่น่ะ อ่า...ร่างจะเล็กเกินไปแล้วเจ้าควรจะขุนหลางเอ๋อร์ให้มากกว่านี้นะฟู่เหิง" 

"อืม ข้าก็คิดไว้เช่นนั้นเช่นกัน ผอมเกินไปจริงๆข้าไม่กล้าทำรุนแรงใส่เลยซักนิด" 

"เฮ้ๆข้ายังอยู่ตรงนี้พวกท่านเห็นข้าหรือไม่พูดอะไรกันเนี่ย จะโทษข้าตัวเล็กไม่ได้นะข้าไม่ได้อยากตัวเล็กขนาดนี้ซักหน่อย" 

"หึหึ เอาล่ะรีบไปรีบกลับเถิดข้าจะตามปกป้องเจ้าห่างๆ สายข้าบอกมาว่าตอนนี้อิงลั่วเอาแต่ดื่มอยู่ที่เหลาชั้น2กับหมิงอวี้ที่พยายามห้ามอยู่เจ้ารีบไปเถิด" 

"ออกจากวังได้ด้วยงั้นหรือข้าพึ่งรู้นะ"ไหนว่าผู้หญิงของฮ่องเต้ต้องอยู่แต่ในวังไงไม่เหมือนที่คุยกันนี่หว่า 

"คนโปรดล่ะนะเจ้าก็รู้หากเป็นที่โปรดปรานทำอะไรก็ไม่ผิดหรอก"ซีหลานพูดขึ้นด้วยสีหน้าเศร้าๆเพราะนางไม่เคยเป็นที่โปรดปรานเลยอย่างไรล่ะไม่ว่าชาตินี้หรือในอนาคต 

"เอาเถอะเราไปที่เหลาอาหารกันเถอะ" 

ผม ซีหลาน องค์ชาย5 ลั่วหยางพวกเราทั้ง4คนพากันเดินออกมาจากจวนเพื่อขึ้นรถม้าแต่สายตาผมมันคงดีเกินไปนะ ผมเห็นชายชุดดำไม่ต่ำกว่า5คนแอบมองพวกผมอยู่ ถ้าผมจำไม่ผิดพวกนี้คือองครักษ์เงาของฮ่องเต้นี่ พระองค์ทำแบบนี้หมายความว่าไงกันนะหรือพระองค์ไปสืบรู้อะไรรึเปล่านะ 

"พี่หญิงทั้งสองทำไมเงาของฮ่องเต้ถึงมาเยอะแบบนี้ล่ะขอรับ"พอขึ้นรถม้ามาได้ผมก็ถามเลยครับเพื่อให้เสียเวลาสงสัยไปมากกว่านี้ 

"จริงหรือขอรับท่านอา ทำไมข้าถึงไม่รู้สึกถึงพวกเขาเลยล่ะขอรับ" 

"ประสาทรับรู้ของเจ้าเสื่อมถอยแล้วหรือ ข้าไม่อยู่พวกเจ้าหย่อนยานการฝึกขนาดนี้เลยหรือหลังจากนี้มาหาข้าที่จวนข้าจะจับฝึกให้หนักเลย" 

"ท่านอาจารย์...."โอดครวญเข้าไป ตัวใหญ่กว่าผมแล้วยังจะมาอ้อนอีกนะเด็กคนนี้ไม่เปลี่ยนไปเลย 

(เหล่าอาหารฟู่ฉ่า) 

พอมาถึงเหลาอาหารผมก็ลงจากรถม้าแล้วเดินเข้าเหลาอาหารเลยครับตามมาด้วยซีหลานด้านขวาและลั่วหยางเดินอยู่ฝั่งซ้ายของผมส่วนองค์ชาย5นั้นเดินตามหลังผมมา เอาจริงเหมือนพวกบอยแบนด์ที่เดินสโลว์เข้ามาอย่างเท่อ่ะครับแล้วคนก็มองตามกันเต็มเลยด้วยว่าผมเป็นใครทำไมเจ้านายของพวกเขาถึงเดินขนาบกันขนาดนี้ ไม่ใช่ตอนออกมาผมบอกว่าผมจะเป็นแค่ผู้ติดตามหรอฟ่ะแล้วแบบนี้คืออะไร 

"คาระวะท่านหญิงซีหลาน ท่านหญิงลั่วหยาง เออ....คนผู้นี้คือ?" 

"นายใหม่ของพวกเจ้านายหญิงสามหนูเอ้อร์หลาง"ห๊ะ ไม่เหมือนที่คุยกันนี่ลั่วหยางแต่ไม่ทันแล้วครับ 

"ห๊า!"เสียงดังกันมาเลยอ่ะครับ ดีที่ตอนนี้ลูกค้าเบาบางลงไปบ้างแล้วไม่งั้นได้กลายเป็นข่าวใหญ่แน่ 

"ไปคุยกันที่หลังร้านเถอะนะพี่หญิงลั่วหยาง พี่หญิงซีหลาน เชิญพวกนักแสดงมาก่อนเลยส่วนคนอื่นก็ให้ทำงานไปก่อน" 

"ได้ พวกนักแสดงตามข้าไปหลังร้านให้หมด" 

พอมาถึงหลังร้านจริงๆทุกคนก็มีสีหน้าต่อต้านกันมากเลยล่ะครับ ผมล่ะชอบจริงๆไอ้เรื่องความท้าทายเนี่ยเดี๋ยวได้รู้ฤทธิ์ไอ้เทียนเลยหึหึ 

"พวกข้าไม่ยอมรับนายหญิงสามหรอกนะ ใครก็ไม่สามารถมาแทนนายหญิงรองเว่ยเทียนหลิงของพวกเราได้หรอก"โอ้ว ซื่อสัตย์กันมากไม่ทำให้ผมผิดหวังจริงๆ 

"งั้นคืนนี้ข้าจะขึ้นแสดงเพื่อทำให้พวกเจ้าได้รู้ว่าข้าเหมาะสมหรือไม่หากข้าคืนนี้ข้าทำให้พวกเจ้ายอมรับไม่ได้ข้าจะไม่มาข้องเกี่ยวกับที่นี่อีก" 

"งั้นก็ได้ ข้าก็อยากจะรู้ว่าใครจะมาเทียบนายหญิงของเราได้ พวกเราไปเตรียมการแสดงเถอะ"พอนักแสดงทั้งหมดออกไปหมดแล้วผมก็ฟุบลงนั่งกับพื้นเลยครับ 

"พวกเจ้าแกล้งข้า พวกเจ้าจะผลักภาระให้ข้างั้นหรือข้าหายใจไม่ทั่วท้องแล้วเจ้ารู้หรือไม่" 

"ฮ่าๆท่านอาท่านเทพมากขอรับ ข้าน้อยขอคาระวะท่านอาจารย์" 

"เจ้าก็ด้วยเจ้าห้าไม่ช่วยอาของเจ้าเลย รอให้จบคืนนี้ก่อนเถิดข้าจะคิดบัญชีกับพวกเจ้าให้ครบต้นครบดอกเลย"วันนี้ผมสูญเสียพลังงานไปเยอะจริงๆไม่ทันไรหมูกระทะที่ผมยัดมาช่วงเที่ยงมันก็ย่อยหมดแล้วล่ะครับนี่ยังต้องไปคุยกับอิงลั่วอีกไม่รู้ว่าจะหนักหนาขนาดไหนเลย 

"ข้าไปหาอิงลั่วก่อนนะแล้วเจอกัน" 

"อืม" 

(ชั้น2ของเหลาอาหาร) 

"เว่ยเทียนน้องข้า เจ้ารู้ไหมฟู่เหิงที่เจ้ารักเขานักหนาเขากำลังจะแต่งผู้อื่นมาแทนที่เจ้าแล้วนะ ฮือๆทำไมเจ้าถึงจากข้าไปแบบนี้เล่าเทียนเอ๋อร์"เสียงยานคางของอิงลั่วฟังดูก็รู้ว่าเศร้าใจขนาดไหน แต่ผมก็ยังได้ยินเสียงเล็กของพี่รองอย่างหมิงอวี้เอ่ยห้ามอิงลั่วอยู่ 

"หยุดร้องเถอะนะอิงลั่ว เว่ยเทียนจะเสียใจเอาได้นะถ้ารู้ว่าเจ้าร้องไห้ถึงเพียงนี้กลับวังเถอะหากฮ่องเต้รู้เข้าเจ้าจะแย่เอาได้นะ" 

"นั่นสิ กลับกันเถิดนะอิงลั่ว"เสียงนี้เสียงของฮองเฮานี่ 

"พี่เสียนข้าควรจะทำอะไรเพื่อน้องเล็กของเราดี น้องเราจากไปไม่ทันครบปี ฟู่เหิงก็ไปคว้าใครมาก็ไม่รู้มาแทนน้องของเราแล้ว ผู้ชายนี่ลืมง่ายเสียจริง" 

"ก็ไม่ทุกคนนะขอรับ"ผมทนฟังไม่ไหวแล้วครับแต่ละคนตาบวมหมดสวยกันแล้ว ผมก็พึ่งรู้ว่าฮองเฮาก็ออกมาด้วย 

"เจ้าเป็นใคร!"ฮองเฮาถามผมเสียงดุเลยครับ แต่คงไม่มีใครจำผมได้หรอกเพราะผมใส่หน้ากากไว้ครึ่งหน้าเลยนะ 

"ข้าเป็นนักดนตรีคนใหม่ขอรับ ข้าขอทำการแสดงเลยนะขอรับ"ผมถือไวโอลีนเข้ามาและเริ่มเล่นเพลงYesterday one moreที่ไม่มีใครสามารถเล่นได้นอกจากผมทำให้ทุกคนในห้องนั้นหันมามองกันเป็นตาเดียวเลยล่ะครับ 

"เว่ยเทียนนั่นเจ้าหรอ"เสียงของหมิงอวี้ดูตื่นเต้นมากเลยครับ นางเดินเข้ามาหาผมแทบจะทันทีเลยด้วยซ้ำแล้วนางก็ดึงหน้ากากผมออกพออิงลั่วเห็นเท่านั้นแหละครับนางร้องไห้โหยิ่งกว่าเก่าอีก 

"เจ้า เป็นเจ้างั้นหรอแล้วทำไมก่อนหน้านี้ทำไมเจ้าไม่บอกข้าเล่าฮือๆเจ็บมากหรือไม่ข้าขอโทษที่ตบเจ้า"เอาแล้วความดราม่ามาเต็ม 

"ไม่คิดจะสงสัยกันหน่อยรึไงหืม ข้าอาจไม่ใช่เว่ยเทียนของพวกท่านก็ได้นะอาจเป็นพวกแอบอ้างก็ได้" 

"ไม่มีทางหรอกเพลงที่เจ้าเล่นเมื่อครู่เว่ยเทียนเคยบอกข้าว่าเป็นเพลงที่ไม่มีใครเคยรู้จักนอกจากเขา"เออแบบนี้ก็ได้หรอไม่ต้องเปลืองแรงอธิบายเลยเนอะแต่มันก็ประหลาดเกินไปไหมล่ะนิดหน่อยก็เชื่อกันแล้ววุ้ยแบบนี้ใครแอบอ้างมาก็เชื่อสิวะ 

"พวกท่านต้องหัดสงสัยบ้างนะหากมีผู้ใดมาแอบอ้างเป็นข้า พวกท่านไม่เชื่อไปกันหมดเลยหรือ" 

"ไม่หรอก ยังไงเจ้าก็คือเจ้า หากคนหน้าตาเหมือนเว่ยเทียนมาแอบอ้างเป็นเจ้าข้าก็ไม่เชื่อหรอกนะ"ฮองเฮาท่านกล่าวออกมาเช่นนี้ดูมั่นใจเหลือเกินนะเนี่ยหากมีขึ้นมาจริงๆผมคงร้องอ่ะ 

............................................................................................... 

หลังจากที่ผมได้พูดคุยสารทุกข์สุกดิบพอหอมปากหอมคอโดยมีอิงลั่วกอดผมไม่ปล่อย เวลาแห่งการทดสอบก็มาถึงแล้วครับ วันนี้แขกเพียบเลยครับผมก็ไม่รู้ว่าทำไมมาเยอะกันแบบนี้เหมือนกัน  

ตื่นเต้นจะแย่แล้วครับแต่ความตื่นเต้นของผมมันก็หดทันทีเลยครับเมื่อผมหันไปเห็นตัวผมคนเดิมกำลังนั่งเคียงข้างฮ่องเต้ นั่งแบบว่านั่งตักเลยดีกว่าเอ้าแบบไม่แคร์สายตาชาวบ้านชาวช่องกันเลย อิงลั่วที่สร่างเมาแล้วก็ได้ทำหน้าเหม็นเบื่อก่อนจะหันมายิ้มให้ผม ส่วนฮองเฮาน่ะหรอครับวันนี้พระนางให้เกียรติมาเล่นดนตรีคู่กับผมโดยมีพี่ซีหลานและลั่วหยางมาเป็นนางรำ 

อ่อ ผมใส่หน้ากากไว้ครึ่งหน้านะครับ เพราะผมไม่อยากจะให้ใครเห็นหน้าของผมและผมก็ให้เหตุผลกับทุกคนว่าหน้าผมนั้นมีแผลเป็นที่น่ารังเกียจทุกคนจึงเข้าใจแต่ที่ทุกคนไม่เข้าใจคงเป็นนักแสดงคนอื่นก็ใส่ด้วย อันนี้ผมโนคอมเม้นต์พร้อมปล่อยไอความกดดันออกไปทุกคนจึงล่าถอยไป 

เมื่อการแสดงเริ่มขึ้นผมก็เล่นไวโอลินเปิดงานก่อนหนึ่งเพลงเพราะผมต้องให้เวลาฮองเฮาทำสมาธิก่อนน่ะสิครับเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พระนางต้องขึ้นแสดงต่อหน้าผู้คนมากมาย เพลงที่ผมใช้เล่นเป็นเพลงcannon in d ซึ่งเพลงนี้เดี๋ยวนี้ใครก็เล่นได้ ผมจึงหยิบยกเพลงนี้มาเล่น  

เมื่อเพลงจบลงทั้งเหลาอาหารที่เต็มไปด้วยผู้คนแต่กลับเงียบกันจนน่าตกใจนี่ผมเล่นไม่ดีขนาดนั้นเลยหรอ จนมีคนต่างชาติคนหนึ่งบนชั้นสองหอบกุหลาบโยนลงมาให้ผมทั้งหอบเลยครับจากนั้นเสียงปรบมือก็เริ่มกระหึ่มไปทั้งร้านเลย ผมเลยได้แต่โค้งตัวขอบคุณแบบตะวันตกไปรอบทิศเลยล่ะจากนั้นผมก็เดินกลับไปหลังเวทีเพื่อให้เด็กได้เคลียร์พื้นที่ พอลงมาถึงผมก็เจอกับฮองเฮาที่นั่งสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่ที่โต๊ะคนเดียว 

"ตื่นเต้นหรือขอรับพี่หญิง เอาแบบนี้ไหมตอนออกไปข้าขอให้ท่านคิดซะว่าท่านกำลังเล่นดนตรีอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ได้ไหมขอรับ" 

"ได้ๆข้าจะพยายามนะ" 

ผ่านไป15นาทีการแสดงที่สองของผมก็เริ่มแล้วครับผมเล่นกู่เจิ้ง ฮองเฮาจะเล่นผีผาแต่ผมยังไม่เห็นพระนางเลยครับจนมีใครคนหนึ่งสวมหน้ากากเหล็กเดินขึ้นเวทีมาคนๆนั้นก็คือ.. 

"ท่านพี่เหิง!" 

"อืมข้าเอง...ข้าจะเป่าขลุ่ยเป็นเพื่อนกู่เจิ้งของเจ้าเองนะหลางเอ๋อร์"บรรยากาศสีชมพูต้องมาแล้วนะงานนี้ โอ๊ยไอ้เทียนฟินอย่างกับเว่ยอู่เซียนกับหลานวั่งจีเลยโว้ย 

"งั้นเล่นเพลงที่เราเคยเล่นด้วยกันบ่อยๆแล้วกันนะขอรับท่านพี่เหิง" 

"อืม"เมื่อเพลงเริ่มบรรเลงพี่ซีหลานและลั่วหยางก็เริ่มรำไต่ผ้าลงมาอย่างงดงามทั่วทั้งบริเวณร้านมีเพียงดนตรีเท่านั้นที่ยังคงดังต่อไปเรื่อยๆส่วนลูกค้าที่นั่งชมการแสดงก็ไม่มีใครสามารถละสายตาและหูออกจากการแสดงนี้ได้แม้แต่คนเดียวไม่เว้นแม้กระทั่งฮ่องเต้ที่ตอนนี้สายตาจับจ้องอยู่ที่ชายหนุ่มสองคนที่กำลังเล่นดนตรีอยู่บนเวทีด้วยสายตาที่เฉยชาจนคนที่นั่งอยู่บนตักยังต้องหันไปมองที่เวทีด้วยอีกคน 

"เจ้าลืมเว่ยเทียนไปแล้วจริงๆเช่นนั้นหรือฟู่เหิง ทำไมความรักของเจ้าช่างลืมเลือนง่ายเหลือเกิน" 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 

สปอยนิดๆ หลังจากนี้น้องเทียนของเราต้องปะทะกับเว่ยเทียนตัวปลอมแล้วนะจ๊ะมาดูว่าของปลอมจะทนน้องเทียนของเราได้ขนาดไหน ติดตามตอนต่อไปจร้า 

ความคิดเห็น