ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 25

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 312

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ธ.ค. 2563 16:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 25
แบบอักษร

บทที่ 25 

(เทียน พาร์ท) 

"เฮ้อ....สุขใจซะจริง การได้กลับมาอยู่กับทุกคนนี่มันดีจริงๆเลยน้า ฮึบ 1 2"ชีวิตดี๊ดีครับได้ใกล้ชิดฟู่เหิงของผมอีกครั้ง ตอนนี้ผมย้ายตัวเองมานอนที่เรือนหลักแล้วครับ ถ้าถามว่าก่อนหน้านี้ผมนอนที่ไหน ผมได้นอนเรือนรับรองของแขกครับ พ่อบ้านเขาให้เหตุผลว่าห้องของบ่าวชายนั้นเต็มจึงให้ผมไปนอนที่นั่น แต่ตอนหลังผมไปถามอีกครั้งท่านพ่อบ้านบอกว่าเป็นคำสั่งของนายท่านฟู่เหิง เนี่ยน่ารักแบบเนี่ยจะไม่ให้ผมใจอ่อนยังไงไหวล่ะจริงไหมครับ 

ผมได้กลับมาที่นี่ก็ถือว่าดีครับแต่มันก็มีเรื่องที่ไม่ดีด้วยนั่นก็คือเรื่องความเป็นมาของเด็กคนนี้ที่ผมเข้ามาอยู่ในร่างของเขา ผมไปถามคนที่พาผมมาเขาบอกกับผมว่าเขาเจอผมนอนสลบอยู่กลางป่าจึงพาผมร่วมขบวนมาด้วยในตอนนั้นเขาบอกว่าเนื้อตัวผมมอมแมมมากพอพาขึ้นเรือก็เอาแต่อ้วกจนหัวทิ่มตกเรือสรุปคือผมไม่รู้อีกแล้วว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน สาธุ ขอให้อย่ามีเรื่องพิศดารพันลึกอะไรมายุ่งกับผมอีกเลยเถอะ 

"นายหญิงรองขอรับนายท่านเชิญให้ไปพบที่โถงใหญ่ขอรับ เห็นว่าเป็นของชนเผ่าอะไรซักอย่างนี่แหละขอรับ"นั่นไงยังไม่ทันจะได้ใช้ชีวิตที่สุขสงบอย่างสมบูรณ์ก็ต้องมาเจอกับเรื่องน่าปวดหัวอีกแล้ว 

"ขอบคุณท่านมากท่านพ่อบ้าน"ผมยืดเส้นยืดสายยามเช้าเสร็จผมก็อาบน้ำและสวมชุดสีฟ้าลายเมฆออกไปที่โถงใหญ่ แต่ผมยังไม่ทันจะได้ก้าวเข้าอาณาเขตของโถงใหญ่ผมก็ถูกบรรดาพี่เบิ้มหนวดเฟิ้มส่วมชุดชนเผ่าที่เลี้ยงม้าอยู่กลางทุ่งหญ้าเข้ามาล้อมดักทางไว้ซะแล้ว 

"นายน้อย!พวกข้ามาขอรับโทษกับนายน้อยที่พวกข้าไม่อาจดูแลท่านได้ทำให้ท่านต้องมาลำบากอยู่ในที่แห่งนี้"เอิ่ม ตะมุตะมิไม่สมกับร่างกายเลยครับตัวออกใหญ่โตแต่ทำตัวอ่อนแอกับผมที่ตัวเล็กกว่านี่นะ แต่ดูเหมือนผมจะมีตำแหน่งใหญ่โตแหะปลื้มดีไหม 

"พวกท่านเป็นใคร ข้าไม่รู้จักพวกท่าน" 

"โฮ!!ไม่จริงนายน้อยหนูเอ้อร์หลางของพวกข้า พวกโจรป่าพวกนั้นมันทำอะไรท่านทำไมท่านถึงได้เป็นเช่นนี้ฮือๆ"ไอ้เทียนไม่ไหวแล้วโว้ยน่าสมเพชชะมัดเลยแถมน่าเกียจมากน้ำหูน้ำตาไหลเหมือนมีระบบสร้างน้ำตานึกจะร้องก็ร้องมันซะงั้นน่ะ 

"เงียบ!พวกเจ้ามันน่าสมเพชเป็นลูกผู้ชายประสาอะไรมาเสียน้ำตาด้วยเรื่องพวกนี้ ถ้ายังทำตัวอ่อนแอเช่นนี้อีกข้าจะเอามีดจ้วงพุงพวกเจ้าซะ หลบ!ข้าจะเข้าไปที่โถงใหญ่เกะกะจริงๆ" 

"O_O!!"นี่คือสีหน้าของพวกเจ้ายักษ์หนวดเฟิ้มแหละครับคงช็อคกันไปแล้วที่เจอนายน้อยของตัวเองในเวอร์ชั่นไอ้เทียนแบบนี้ พอผมเข้ามาในในโถงใหญ่ผมก็ถูกผู้หญิงน่าจะอายุราวๆ40-50ปีวิ่งอกกระเด้งเข้ามาแอ็คแท็คหน้าผมเต็มๆเลยครับผมนี่จมเข้าไปในหน้าอกของเธอจนหายใจแทบไม่ออกแล้วครับ 

"หนูเอ้อร์หลางเจ้าเป็นอย่างไรบ้างลูกแม่ แม่เป็นห่วงเจ้าแทบแย่บาดเจ็บตรงไหนไหม ให้แม่ไปลงโทษเจ้าพวกนั้นดีไหมที่ทำให้ลูกถูกโจรป่าทำร้ายแบบนี้" 

"อึก อ่า แค่กๆ ท่านป้า ท่านใจเย็นก่อนพวกท่านเป็นใครข้าไม่รู้จักพวกท่านเลย"ผมก็ตีเนียนเล่นละครไปก่อนแหละครับถ้าให้ผมยอมรับว่าเป็นลูกของพวกเขาผมโกหกได้ไม่เนียนแน่ๆมีทางรอดเดียวนั่นก็คือความจำเสื่อมมันซะเลย 

"ไม่น้า หนูเอ้อร์หลางของแม่ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ไปได้เล่า"เธอดูจะเสียใจมากๆเลยครับที่ผมจำเธอไม่ได้ ผมจะบาปไหมอ่ะที่ไปทำแม่คนอื่นเขาทุกข์ใจแบบนี้ 

"ข้าให้ท่านหมอมาตรวจแล้วท่านหมอบอกข้าว่าเขาความจำเสื่อม ทำให้จำเรื่องราวก่อนหน้านี้ไม่ได้เลยถ้าเขาจำพวกท่านได้คงไม่มาอยู่ในจวนของข้าถึงเดือนแบบนี้ "สามีใครเล่นละครเก่งจริงเดี๋ยวนี้เนียนกว่าผมอีกนะ 

"เช่นนั้นหรือ เรากลับไปอยู่ที่เผ่าของเราเถอะนะหนูเอ้อร์หลาง แม่จะไม่ให้พ่อเจ้าทดสอบความแข็งแกร่งอะไรอีกแล้วไม่ว่าเจ้าจะเป็นเช่นไรแม่จะไม่ให้ใครมาทำร้ายเจ้าได้อีก"อ่อเลี้ยงลูกแบบไข่ในหินนี่เองแต่จะให้ผมจากฟู่เหิงไปผมไม่เอาด้วยหรอก 

"ข้าคงไปกับท่านไม่ได้ ข้าชอบท่านฟู่เหิงข้าจะอยู่กับเขาที่นี่หวังว่าท่านแม่จะไม่บังคับข้าหรอกใช่หรือไม่ขอรับ" 

"..............................."หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ขณะนี้ ท่านแม่ของหนูเอ้อร์หลางช็อคค้างอึ้งกิมกี่ไปแล้วครับ แต่เหมือนว่าท่านพ่อจะได้สติก่อน เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ 

"เฮ้อ.....เจ้าชอบชายผู้นี้งั้นรึหนูเอ้อร์หลางถ้าเช่นนั้นข้าในฐานะพ่อของเจ้า ข้าขอทดสอบความแข็งแกร่งของเขาว่าจะปกป้องและดูแลหนูเอ้อร์ของข้าได้หรือไม่"เสียงดังใช่เล่นเลยแหะแต่ฟู่เหิงของผมที่ผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชนมีหรือจะกลัว 

"เช่นนั้นข้าขอคำชี้แนะจากท่านอาวุโสแล้ว เพื่อหนูเอ้อร์หลางแล้วข้าพร้อมจะยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา"โอ๊ยแบบนี้ก็ไม่ไหวนะมีหมอนซักใบไหมจะจิกให้ขาดกระจุยเลยเขินไม่ไหวแล้วครับนาทีนี้ 

แต่หลังจากคำพูดของฟู่เหิงการต่อสู้ที่ดุเดือดก็ได้เริ่มขึ้น แต่ผมว่าไม่ต้องดูก็รู้ผลได้ว่าฟู่เหิงของผมชนะแน่ งั้นผมไปทำอาหารไว้รอสามีผมแล้วกันเนอะ วันนี้ผมจะทำอะไรเป็นอาหารกลางวันดีนะแถมคนเยอะอีกต่างหาก แต่ผมอยากกินหมูทะอ่าไม่กินนานแล้วงั้นผมคงต้องไปท่าเรือซะหน่อยแล้วสิ 

"ท่านพ่อบ้านเราไปตลาดกันเถอะวันนี้ข้าอยากกินหมูกระทะ เจ้า6 เจ้า7แม่ฝากดูแลพ่อเจ้าด้วย แฝด ฟู่หมิง ฝูคังไปกับแม่ไปช่วยแม่ถือของ"สีหน้าของแต่ละคนนี่ช่างแตกต่างกันไปจริงๆเมื่อได้ยินคำพูดของผม 

"ท่านแม่ข้าขออยู่ดูท่านพ่อได้หรือไม่"แฝดน้องผู้รักความสบายหรือเรียกง่ายๆก็ขี้เกียจนั่นแหละครับ ไม่รู้ได้ใครมา 

"ก็แล้วแต่เจ้า งั้นเรารีบไปกันเถอะ"ที่เหลือดูท่าจะไม่มีปัญหาครับพอผมบอกให้ไปก็ตามกันมาอย่างง่ายดายเลย 

"นายน้อย!พวกข้าขอติดตามท่านไปด้วยขอรับ"ยังไม่ทันพ้นประตูเสียงพวกหมาน้อยก็วิ่งกระดิกหางเข้ามาหาผมเป็นโขยงเลยครับขอมองบนแปปอะไรจะลูกคุณหนูขนาดนี้นะร่างผมในตอนนี้ 

(ตลาด-ท่าเรือ) 

ตอนนี้ผมมาถึงตลาดแล้วครับแถมตรงท่าเรือวันนี้ก็มีของแปลกใหม่เยอะแยะไปหมดเลยด้วยหน้าตื่นตาตื่นใจจริงๆ อ่อถ้าถามว่าผมได้ไปหาปี้เฉินมารึยังต้องบอกว่ายังเลยครับเพราะอะไรน่ะหรอก็เพราะวันนั้นฮ่องเต้เสด็จมาที่เหลาอาหารน่ะสิฟู่เหิงเลยไม่ให้ผมไป ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะหลังจากผมตายไปฮ่องเต้ก็มาอาละวาดฟาดงวงฟาดงาใส่ฟู่เหิงของผมแล้วพูดออกมาหมดเปลือกเลยว่าพระองค์น่ะชอบผมมากแต่เป็นเพราะผมชอบฟู่เหิงพระองค์เลยหลีกทางให้นั่นจึงทำให้ฟู่เหิงของผมไม่อยากให้ผมได้เจอกับฮ่องเต้อีก 

"นายน้อยจะซื้ออะไรหรือขอรับ มีแต่สินค้าหน้าตาประหลาดทั้งนั้นเลยพวกข้ามิเคยเห็นมาก่อน"หนึ่งในลูกน้องชนเผ่าของผมถามขึ้น สีหน้าตอนเอ๋อๆนี่ก็ดูตลกดีขนาดลูกชายผมยังแอบขำเลย 

"มันเป็นสินค้าที่มาจากทะเลพวกเจ้าที่อยู่แต่กลางทุ่งหญ้าและใช้พละกำลังมากคงไม่ค่อยรู้จักสินะ" 

"เป็นเช่นนั้นขอรับนายน้อย" 

การสนทนาจบลงเพียงเท่านั้นเมื่อมีสาวคนหนึ่งทักหนึ่งในคนของชนเผ่าที่มากับผมทำให้ผมต้องหันกลับไปมองและสิ่งที่ทำให้ผมถึงกับขนลุกกับทฤษฎีโลกกลมที่ทำให้ผมมาเจอกับอวี้เฟยที่เข้ามาทักคนของชนเผ่าอย่างสนิทสนม 

"ซือข่ายเจ้ามาทำอะไรที่นี่ ท่านพ่อกับท่านแม่ข้าสบายดีหรือไม่แล้วหนูเอ้อร์หลางน้องชายข้าเล่าเขาโตขนาดไหนแล้ว"มันน่ากลัวขนาดไหนก็คิดดูเอาเถอะนี่มันไม่ใช่แค่โลกกลมธรรมดาแต่เป็นโลกแคบมากกว่านะแบบนี้ แล้วพวกเจ้ายักษ์ก็ติดอ่างไปตามๆกันแถมหน้าซีดเป็นกระดาษกันเลยครับ 

"เออ...คือว่านายน้อย นายน้อยความจำเสื่อมขอรับ เมื่อเดือนที่แล้วขณะที่เราเดินทางจะไปส่งม้า เราถูกโจรป่าจู่โจมข้าหานายน้อยไม่เจอจึงให้คนออกตามสืบหานายน้อยจนมาเจอที่จวนตระกูลฟู่ฉาขอรับ นายท่านของที่นั่นเล่าว่านายน้อยจมน้ำเพราะเมาเรือตอนที่นั่งเรือมาที่เมืองหลวงขอรับและหัวได้ไปกระแทกเข้ากับก้อนหินบริเวณนั้นจนช่วยขึ้นมาได้นายน้อยก็จำอะไรไม่ได้แล้วขอรับพวกข้าผิดไปแล้วขอรับคุณหนูที่พวกข้าดูแลนายน้อยได้ไม่ดี" 

"พวกเจ้ามันสมควรตาย แล้วตอนนี้น้องข้าเป็นเช่นไรบ้าง"เสียงดูตื่นหน้าตาแสดงออกชัดว่าห่วงน้องชายมากแต่ผมอยากจะบอกเขาว่าผมขอโทษที่ทำให้น้องชายเขาหายไปแบบนี้ 

"ตอนนี้นายน้อยสบายดีขอรับ เออนายน้อยขอรับนี่คุณหนูใหญ่พี่สาวของนายน้อยขอรับ"ซือข่ายแนะนำให้ผมรู้จักกับอวี้เฟย ซึ่งอยากจะบอกข้ารู้จักนางแล้วโว้ย แต่ผมทำไม่ได้ไงเลยได้แต่ตามน้ำไป 

"หนูเอ้อร์หลางน้องพี่ พี่สาวเจ้าคนนี้ต้องขอโทษเจ้าจริงๆที่ไม่สามารถกลับไปอยู่กับเจ้าได้และยังทำให้เจ้าเป็นเช่นนี้อีก"เสียงนางอ่อนโยนมากเหมือนกับพี่อิงหลินไม่ผิดเลย 

"ไม่ต้องร้องนะขอรับพี่หญิง ข้ามิเป็นไรแล้วข้ายังอยู่ตรงนี้ ว่าแต่ท่านพี่มีความสุขดีหรือไม่ขอรับ" 

"พี่มีความสุขดี พี่ไม่ได้อยู่ในวังหลวงแล้วเพราะพี่นั้นทำผิดบางอย่างจึงถูกขับออกจากวังแต่เจ้าไม่ต้องห่วงนะตอนที่ไม่มีเจ้าคอยปกป้องมีน้องชายที่พี่เอ็นดูคนหนึ่งเขาได้ช่วยเหลือพี่ไว้และให้พี่ได้อยู่อย่างมีความสุขถึงแม้ว่าตอนนี้น้องชายคนนั้นจะจากไปแล้วแต่พี่จะไม่มีวันลืมเขาเลย"ไม่ไหวแล้วมันเศร้าเกินไปแล้วครับ 

"เจ้าร้องไห้ทำไมกันหนูเอ้อร์หลาง"นี่ผมร้องไห้โดยไม่รู้ตัวเลยสินะแต่จะไม่ให้ผมร้องก็คงไม่ได้เพราะผมน่ะซึ้งมากเลยยังไงล่ะตอนที่ผมกลับไปก็ได้เธอที่ดูแลและดีกับผมมาตลอดในตอนนี้ผมได้มาเป็นน้องชายแท้ๆของเธอแล้วผมคงต้องทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดแทนน้องชายของเธอแล้วล่ะ 

"แค่ฝุ่นเข้าตาขอรับพี่หญิงว่าแต่ท่านมาทำอะไรที่นี่ขอรับ" 

"อ่า จริงด้วยสิคืนนี้น่ะลูกชายของพี่เขาจะมาหาพี่ที่ร้านพี่เลยว่าจะทำอะไรทานกันสองคนแม่ลูก เจ้าจะมาทานกับพี่ไหมพี่จะได้แนะนำลูกชายของพี่ให้เจ้าได้รู้จักด้วย" 

"งั้นท่านพี่มาทานหมูกระทะกับพวกข้าที่จวนของท่านฟู่เหิงดีไหมขอรับ ท่านพ่อและท่านแม่ก็อยู่ด้วยนะขอรับ" 

"จริงหรือ งั้นดีเลยข้าไม่เจอกับท่านพ่อท่านแม่มานานมากแล้ว" 

"งั้นเราไปหาซื้อของกันเถิดขอรับพี่หญิง ไปขอรับนายน้อยทั้ง3ข้าต้องขออภัยที่ทำให้การซื้อของนายน้อยล่าช้า" 

"แฮ่มๆไม่เป็นไรข้ารอได้ เอาล่ะไปซื้อของได้แล้ว"ลูกผมแต่ละคนนี่กลั้นขำกันจนหน้าดำหน้าแดงเลยครับ จะทำไงได้ล่ะครับขืนออกตัวแรงไปความได้แตกคราวนี้แหละจบเห่ของจริงแน่ แต่พวกพี่ยักษ์ก็ยังดันหาเรื่องให้กับผมจนได้ 

"จริงด้วย คุณหนูขอรับตอนนี้ท่านหัวหน้ากำลังประลองความแข็งแกร่งกับนายท่านของจวนนั้นเพื่อทดสอบว่าจะดูแลนายน้อยหนูเอ้อร์ได้หรือไม่หากต้องแต่งนายน้อยเข้าจวน" 

"เจ้าว่าอะไรนะซือข่าย ใครจะแต่งเข้าจวนฟู่ฉ่า" 

"คนที่จะแต่งเข้าจวนฟู่ฉ่าคือนายน้อยหนูเอ้อร์หลางขอรับคุณหนู" 

"เป็นไปไม่ได้ ท่านฟู่เหิงน่ะหรือจะกล้าทรยศต่อความรักที่มีต่อเว่ยเทียนได้เป็นไปไม่ได้หรอก หนูเอ้อร์หลางเจ้าบอกพี่มาว่ามันคือเรื่องเข้าใจผิด" 

"คือ..."เอาว่ะบอกความจริงก็ได้งั้นคงต้องไปคุยในที่ลับตาคนหน่อยแล้วกัน 

"พวกเจ้าไปซื้อของกันมาให้ครบตามรายการนี้หากขาดแม้แต่รายการเดียวเตรียมตัวอดกันได้เลย" 

"ขอรับ!!" 

"ไปกันเถอะซีเอ๋อร์ข้ามีเรื่องคุยกับท่านเพียบเลย" 

"ห๊ะ อ่ะ เออ หนูเอ้อร์เจ้าเป็นอะไรไป" 

ตอนนี้ผมลากอวี้เฟยมาจนถึงท่าน้ำที่เต็มไปด้วยดอกบัวแล้วครับดูโรแมนติกชะมัดถ้าแดดมันจะไม่ร้อนขนาดนี้ ดีนะที่อวี้เฟยนางพกร่มมาด้วย 

"เอาล่ะข้ามีเรื่องที่ต้องบอกกับเจ้าซีหลาน ข้าขอโทษนะซีหลานที่ข้าทำให้น้องชายของเจ้าหายไป ความจริงแล้วข้าคือเว่ยเทียนที่เข้ามาอยู่ในร่างของน้องเจ้าตอนที่น้องเจ้าจมน้ำ"สีหน้าของอวี้เฟยดูไม่ได้เลยครับเหมือนเจอผีหลอกมายังไงยังงั้นเลย 

"เจ้าบ้าไปแล้วเจ้าจะเป็นเทียนเอ๋อร์น้องชายที่จากไปขอข้าจริงงั้นหรอ ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอกนะหนูเอ้อร์เจ้าอย่ามาหลอกพี่แบบนี้" 

"ข้าไม่ได้โกหกข้าพูดความจริง ถ้าหากว่าเจ้าไม่เชื่องั้นข้าจะทำให้เจ้าเชื่อเอง เจ้าเมื่อก่อนชื่ออวี้เฟยแต่พอทำผิดและถูกตัดสินโทษด้วยการบวชตลอดชีวิตแต่เจ้ากลับถูกลอบทำร้าย ข้าเป็นคนไปช่วยเจ้าไว้และให้ชื่อใหม่แก่เจ้าว่าซีหลาน ลูกชายของเจ้าคือองค์ชายห้าที่ตอนนี้มีผลงานโดดเด่นเป็นอย่างมากและอาจได้เป็นฮ่องเต้องค์ต่อไปในอนา...อุ๊บ!" 

"หยุดๆเว่ยเทียนเจ้ากลับมาแล้ว ข้าดีใจยิ่งนัก"นางปิดปากผมให้หยุดพูด นางร้องไห้กอดคอผมไม่ยอมปล่อยเลยล่ะครับ เฮ้อ...นี่ล่ะนะพี่สาวที่แสนดีของผมไม่ว่าเมื่อไรก็ยังคงร้องไห้เพื่อผมตลอด 

"นี่ไม่โกรธข้าหรอที่ข้าทำให้น้องเจ้าตายเลยนะ" 

"ไม่หรอกน้องชายข้าอาจจะถึงคาดแล้วก็เป็นได้ถ้าเจ้าไม่มาเข้าร่างน้องของข้าตอนนี้น้องข้าอาจจะตายไปจริงๆแล้วก็ได้แบบนั้นข้าไม่อยากจะนึกเลยว่าท่านพ่อท่านแม่ของข้าจะเป็นเช่นไร" 

"แหะๆข้าก็นึกว่าพี่จะโกรธซะอีก แต่พี่หญิงห้ามไปบอกเรื่องนี้กับใครนะขอรับโดยเฉพาะฮ่องเต้" 

"อืมได้เลย งั้นเราไปซื้อของกันเถอะข้าคิดถึงอาหารฝีมือของเจ้าเป็นอย่างมากเลยรู้หรือไม่" 

"ขอรับๆ พี่หญิงข้าฝากไปชวนปี้เฉินหน่อยสิ ข้ากลัวนางจะเศร้าเกินไปท่านหมอเองก็ดูเป็นกังวลมากเลย" 

"อืม ได้สิข้าจะจัดการเอง เจ้าจะชวนฮองเฮากับหวางเฟยมาไหม" 

"คงไม่ขอรับพี่หญิง ข้าไม่อยากไปวุ่นวายกับวังหลวงแล้วขอรับต่อจากนี้ข้าอยากมีชีวิตอยู่เพื่อคนที่ข้ารักเพียงเท่านั้นดีกว่าขอรับ" 

"อืมตามที่เจ้าว่างั้นเรารีบไปกันเถิดลูกๆของเจ้าคงรอกันนานแล้ว" 

เมื่อผมกลับมาถึงตรงท่าเรือก็เจอพวกเด็กๆนั้นถือของกันพะรุงพะรังมากันเลยครับ พอเช็คของดูปรากฎว่าก็ครบเรียบร้อยกันดีทุกอย่าง ทำให้ผมไม่ต้องเสียเวลาเพิ่มอีกแต่ระหว่างเดินกลับผมก็เห็นแตงโมวางขายอยู่ทำให้ผมอยากทำน้ำแตงโมขึ้นมา ผมเลยจัดมาเสีย5ลูกเลยครับคนที่ได้ถือไปก็คือซือข่ายกับลูกน้องเขานั่นแหละครับแตงโมที่นี่ลูกใหญ่มากเลยครับแต่ไม่รู้ว่าจะหวานไหม ถ้าไม่หวานผมจะไปทุ่มใส่หัวพ่อค้าคนเมื่อกี้เองฮ่าๆๆ 

(จวนตระกูลฟู่ฉา) 

"ฮ่าๆๆดีดี เจ้าทำดีมากยังหนุ่มยังแน่นแบบนี้ภายภาคหน้าข้าก็ขอฝากหนูเอ้อร์หลางของข้าด้วย"ดเหมือนทุกอย่างจะแฮปปี้ตามที่ผมคาดเอาไว้แล้วล่ะครับ งั้นต่อไปก็คงถึงเวลาฉลองแล้วสินะ 

"พวกเจ้าเอาของเข้าไปเก็บในครัวเดี๋ยวข้าจะตามไปทีหลัง" 

"ขอรับนายหญิง/ขอรับนายน้อย" 

"เจ้ากลับมาแล้วหนูเอ้อร์ เจ้าไปที่ใดมางั้นหรือ เอ๊ะ!นั่นเป็นไปไม่ได้อวี้เอ๋อร์ของแม่เจ้า เจ้ายังไม่ตายฮือๆลูกของแม่"ตายงั้นหรอทางฮ่องเต้ไปบอกอะไรทางเผ่าเนี่ย ชักจะไม่ชอบมาพากลแล้วสิ 

"ท่านแม่ทำไมท่านถึงคิดว่าพี่หญิงเสียชีวิตเล่าขอรับ" 

"เมื่อหลายปีก่อนพ่อเจ้าได้รับจดหมายจากวังหลวง ในนั้นเขียนว่าอวี้เอ๋อร์ของเราทำผิดกฎร้ายแรงจึงถูกลงโทษด้วยการให้บวชตลอดชีวิตแต่ระหว่างเดินทางกลับถูกโจรป่าสังหาร ในจดหมายเขียนมาขอโทษที่ดูแลอวี้เอ๋อร์ของเราได้ไม่ดี" 

"จดหมายนั้นส่งมาจากฮ่องเต้หรือขอรับท่านแม่" 

"เปล่าจ๊ะ มันถูกส่งมาจากไทเฮาตั้งแต่ได้รับจดหมายฉบับนั้นพ่อเจ้าก็ตัดขาดจากทางวังหลวงทันที ทางฮ่องเต้เองก็ส่งคนมาเจรจาเรื่องส่งม้าในการรบและบอกว่าพี่สาวเจ้ายังมีชีวิตอยู่แต่พวกแม่ไม่เชื่อไม่คิดว่าที่ฮ่องเต้ทรงตรัสนั้นจะคือความจริง"หึ ร้ายกาจจริงๆเป็นคนส่งมือสังหารมาเองกลับมาขอโทษด้วยจดหมายแค่ใบเดียวเนี่ยนะน่าสมเพชจริงๆ ฮ่องเต้เองก็ใช้ประโยชน์จากอวี้เฟยเช่นเดียวกันนี่มันผิดอะไรกับพี่อิงหลินกันล่ะ 

"เอาเถิดท่านพ่อท่านแม่พวกท่านทำถูกแล้ว ยังไงซะตอนนี้ทางฮ่องเต้ก็ได้คู่ค้าใหม่แล้วใช่หรือไม่ท่านพี่เหิง ท่านพ่อท่านแม่ไม่ต้องกังวลแล้วล่ะขอรับ" 

"ใช่ขอรับ ท่านพ่อตาท่านไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว ที่เหลือให้เป็นหน้าที่ข้ากับหลางเอ๋อร์เถอะขอรับ" 

"คู่ค้าใหม่ของฮ่องเต้ก็คือข้านี่ล่ะนะ แต่เพียงข้าไม่ได้ออกนามเพราะข้ากลัวว่าจะถูกกดราคาอีก ตั้งแต่ที่อวี้เอ๋อร์ไปอยู่วังหลวงข้าก็ถูกกดราคามาตลอดเลย"ท่านพ่อนี่ฉลาดมาก ถ้าฮ่องเต้รู้เข้าคงกระอักเลือดตายแน่ 

"งั้นดีเลยขอรับต่อจากนี้ข้ากับท่านพี่เหิงจะช่วยท่านพ่อเองขอรับ ข้าจะขูดเลือดให้หมดตัวเลยคอยดู" 

"ดี!เอ้าดื่ม" 

"ข้าขอตัวนะขอรับ ข้าจะไปทำอาหารมาให้พวกท่านรอสักครู่นะขอรับ"ผมเดินออกมาจากวงสนทนาไปยังทันทีและเมื่อมาถึงทุกอย่างก็เรียบร้อยหมดแล้วแต่ละคนนี่เหมือนกับหลงอยู่กลางทะเลทรายแล้วเจอโอเอซิสอ่ะครับดูกระหายหิวกันมาก 

"ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะนายหญิง นายหญิงต้องการสิ่งใดเพิ่มไหมเจ้าคะ" 

"ใช่ขอรับนายหยิงต้องการสิ่งใดเพิ่มไหมขอรับ" 

"ข้าจะทำน้ำแตงโมเย็นๆเพิ่มอีกซักอย่างแล้วกัน พวกเจ้ายกของออกไปเถอะแล้วกลับมาทานในส่วนของพวกเจ้าได้เลยเดี๋ยวข้าจะดูแลข้างนอกเอง" 

"ขอรับ/เจ้าค่ะ"พร้อมเพียงกันเชียวให้ตายสิ แล้วผมก็เริ่มผ่าแตงโมพวกซือข่ายกับพวกลูกน้องมองผมกันแบบขยาดมากทำหน้าแบบไม่เชื่อว่าผมจะทำแล้วมันจะกินได้อ่ะครับ สงสัยเจ้าของร่างคนเดิมคงทำได้ห่วยมากมั้ง  

"ลองกินไหมอะไรอร่อยนะ"ผมยื่นแตงโมที่ตัดเป็นชิ้นๆให้กับซือข่ายและลูกน้องพวกเขารับไปกัดอย่างกล้ากลัวๆแต่พอได้ลิ้มรสพวกเขาก็เคี้ยวกันใหญ่เลยครับ 

"อร่อยมากเลยขอรับนายน้อย" 

"หึหึ เอาล่ะพวกเจ้าก็ไปนั่งที่โต๊ะหินกันได้แล้วเดี๋ยวพอพวกบ่าวรับใช้มาข้าจะให้พวกเขาสอนพวกเจ้ากินหมูกระทะ" 

"ขอรับนายน้อย!" 

ผ่านไป15นาทีผมก็ทำน้ำแตงโมใส่น้ำแข็งเสร็จพอดีกับที่พวกบ่าวรับใช้กลับเข้ามาผมแบ่งน้ำแตงโมให้กับพวกบ่าวรับใช้สองไห ที่ผมทำใส่ไหเพราะมันจะได้เก็บความเย็นได้นานขึ้นอีกหน่อยเวลาดื่มก็เพียงแค่เทใส่ถ้วยเหมือนดื่มชานั่นแหละครับอร่อยเหาะเหมือนกันเลย 

พอผมออกมาด้านหน้าฟู่เหิงก็รีบเข้ามาช่วยผมถือของเลยครับ แถมยังช่วยเตรียมชามกับตะเกียบให้ผมด้วยน่ารักซะไม่มีและการกระทำนี้ก็ตกอยู่ในสายตาของคนทั้งโต๊ะเลยน่ะสิแถมคนที่มองจิกผมมากที่สุดคงจะเป็นปี้เฉินหรือลั่วหยางนั่นเอง ขนาดองค์ชาย5ยังมองผมแปลกๆด้วยเลยอันตรายจริงพวกนี้จะน่ากลัวกันเกินไปแล้วแต่พวกที่รู้ว่าผมคือใครต่างก็อมยิ้มกันถ้วนหน้าแล้วนั่งทานกันไปเงียบ 

"ทานหมูนี่สิขอรับพี่หญิง" 

"ขอบคุณเจ้ามากนะหลางเอ๋อร์เจ้าเองก็ต้องทานด้วยนะไม่ใช่มัวแต่ตักให้พวกข้า" 

"ขอรับพี่หญิง" 

"เจ้าก็เป็นไปกับเขาด้วยรึไงซีหลาน เจ้าลืมเว่ยเทียนแล้วหรือยังไง" 

"หึหึ อย่างเจ้าไม่รู้อะไรก็อย่าพูดมากหากรู้อะไรขึ้นมาแล้วจะร้องไห้ไม่หยุดเอาได้นะ"เอาแล้วสงครามขนาดย่อมเริ่มมาแล้วครับท่านพ่อท่านแม่และคนอื่นในโต๊ะเริ่มมองมาทางซีหลานและปี้เฉินแล้วครับ 

"เจ้าจะพูดอะไรกันแน่"ปี้เฉินไม่ยอมครับถามกลับแบบไม่เกรงใจกันแล้วครับ 

"กินให้เสร็จแล้วข้าจะเป็นคนอธิบายเอง อย่าทำให้บรรยากาศดีๆบนโต๊ะหายไปไม่งั้นพวกเจ้าได้กินกันทั้งน้ำตาแน่"ผมชักรำคาญครับเพราะถ้าผมไม่พูดแบบนี้ผมคงได้กินหมูกระทะที่อยากกินมานานไม่อิ่มแน่ แต่เหมือนผมจะลืมอะไรไปอย่างแหละว่าตอนนี้ผมไม่ใช่เว่ยเทียนแต่ผมกลับพูดเหมือนตอนที่ผมยังเป็นผมอยู่ทำให้ตอนนี้ทั้งโต๊ะนั่งอึ้งมองผมในโหมดโหดกันอย่างตะลึงไปแล้วซวยจริงไอ้เทียนเอ้ย 

"เจ้าต้องอธิบายทุกอย่าง เอาละทานกันต่อเถอะเจ้าค่ะ เจ้าทานเยอะๆตัวเล็กไปแล้ว"ดูเหมือนว่าปี้เฉินจะได้สติก่อนและคงจะเดาอะไรได้บ้างแล้วเพราะการกระทำของนางเปลี่ยนไปอย่างกับหนังคนละม้วนแล้วครับทำเอาทุกคนงงหนักกันไปใหญ่เลยสิครับทีนี้ แบบนี้เค้าเรียกไบโพล่ารึเปล่านะเฮ้อ...ห่างไกลคำว่าสงบสุขไปอีกนิดแล้วครับ 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 

ความคิดเห็น