ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 17

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 365

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2564 21:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17
แบบอักษร

บทที่ 17 

หลังจากที่เทียนรับลูกธนูแทนองค์ชาย5 เทียนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาจนทำให้ทุกคนเริ่มรู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก ฮองเฮาที่ต้องสวมบทบาทเป็นคนบ้าเพราะด้วยอายุที่มากขึ้นจนผมเริ่มขาวจึงกลัวว่าความโปรดปรานจะหายไป แต่ในใจใครจะรู้บ้างว่าพระนางนั้นอยากจะรีบไปหาเทียนที่นอนเจ็บอยู่มากเพียงใด นางอยากจะจับหยวนชุนหวังมาถลกเนื้อหนังจนแทบไม่ไหวอยู่แล้ว 

"เทียนเอ๋อร์น้องข้าอาการเป็นเช่นไรบ้าง" 

"ยังไม่ฟื้นเลยเพค่ะพระนาง หากว่าหม่อมฉันไม่ได้รับบทให้หลงเสน่ห์มันผู้นั้นหม่อมฉันก็อยากจะเอายาพิษกรอกปากมันนักที่มาทำผู้มีพระคุณเจ็บป่วยถึงเพียงนี้" 

"แล้วแผนต่อไปของมันล่ะ มันได้เล่าให้เจ้าฟังไหม" 

"เพค่ะพระนาง แผนต่อไปของมันก็คือทำให้องค์ชาย15สิ้นพระชนย์เพค่ะจะได้ไม่มีองค์ชายพระองค์ไหนได้ขึ้นครองราชย์นอกจากองค์ชาย12ของพระนางเพค่ะ"นางกำนัลคนสนิทพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงชิงชังในตัวหยวนชุนหวัง 

"หึ มันคิดจะใช้ลูกของข้าเป็นหุ่นเชิดให้กับตัวเองอย่างที่เทียนเอ๋อร์บอกข้าจริงๆเสียด้วย เพราะลูกข้านั้นหัวอ่อนสินะมันถึงได้จะหลอกใช้ลูกของข้า หากจบเรื่องเมื่อใดข้าจะสังหารมันซะ"ฮองเฮาตรัสด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นโกรธเป็นอย่างมากและปาถ้วยยาที่หยวนชุนหวังยกมาให้ก่อนหน้าทิ้งลงกับพื้น พระนางไม่เคยไว้ใจยาที่ขันทีผู้นี้ยกมาให้เลยซักคราเพราะเทียนเคยน้ำไปตรวจสอบให้ครั้งก่อนมันมีพิษอ่อนๆหากดื่มเข้าไปมากๆก็จะทำให้คนผู้นั้นควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ 

"พระนางพระทัยเย็นๆไว้นะเพค่ะ พระนางงดงามที่สุดอยู่แล้วเพค่ะ เดี๋ยวหม่อมฉันจะไปนำยามาให้ใหม่นะเพค่ะ"นางกำนัลคนสนิทพูดเสียงดังขึ้นจนเสียงดังออกไปด้านนอก หยวนชุนหวังที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากตำหนักมากนักก็ยิ้มพอใจออกมากับผลงานของตัวเอง 

1อาทิตย์ต่อมาก็มีข่าวว่าองค์ชาย15ถูกพิษจากพู่กันที่พระสนมน่าหลันเฟยมอบให้ แต่พระสนมน่าหลันเฟยก็พ้นผิดเพราะทุกคนรู้ดีแล้วว่าเป็นใครกันแน่ที่คิดร้ายกับเด็กน้อยอย่างองค์ชาย15  

เทียนที่นอนหลับมานานจากบาดแผลที่ถูกธนูยิงก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายที่เทียนถูกใครบางคนตกน้ำในคืนที่มีดาวตก เทียนลุกขึ้นมาพร้อมกดแผลที่หน้าอกไปด้วย เทียนมองไปรอบๆห้องและหยุดสายตาของตัวเองเอาไว้ที่คนคนหนึ่งที่นอนเฝ้าตัวเองอยู่ข้างเตียง 

"ท่านพี่เหิง"เทียนเปล่งเสียงอันแหบพร่าของตัวเองเพื่อเรียกชื่อของสามีอันเป็นที่รักจนเทียนรู้สึกว่าตัวเองนั้นเริ่มนั่งไม่ไหวแล้วเทียนจึงนอนลงกับเตียงเหมือนเดิมและนอนมองฟู่เหิงที่นั่งหลับอยู่ข้างเตียงของตัวเองอย่างหลงใหล 

"ข้ารักท่านจัง ข้ารู้สึกโชคดีที่ได้มาเจอตัวจริงของท่าน ท่านหล่อยิ่งกว่าดาราหน้าหวานคนนั้นเสียอีก มันคงเป็นโชคชะตาหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ข้าได้มาเจอกับท่านข้าอยากจะขอบคุณสิ่งๆนั้นเหลือเกินที่ทำให้ข้าได้ท่านมาครอบครอง ข้าไม่อยากจากท่านไปเลยแต่มันคงเป็นไปไม่ได้เพราะข้าไม่ใช่คนของที่นี่แต่ข้าก็ยังหวังที่จะได้ครองคู่กับท่านไปทุกภพทุกชาตินะฟู่เหิง อ๊ะ!ฟู่เหิง" 

"ข้าจะไม่ให้ใครมาพรากเจ้าไปจากข้าอย่างแน่นอนเทียนเอ๋อร์" 

เทียนนั้นตกใจเป็นอย่างมากเมื่อคนที่คิดว่าหลับอยู่กลับมาจับมือของตัวเองเอาไว้และเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่าไม่มีทางให้ตัวเองจากไป เทียนก็เผยรอยยิ้มของตัวเองออกมาและดึงฟู่เหิงเข้ามากอดด้วยความดีใจ 

.................................................................................................... 

หลังจากที่เทียนฟื้นมาได้ไม่นานก็ได้รู้ข่าวว่าฟู่เหิงนั้นต้องไปเจรจาการศึกที่พม่าและเรือที่จะไปพักผ่อนของไทเฮากับฮ่องเต้ก็จะออกหลังจากนั้น4-5วัน เทียนจึงเตรียมสัมภาระให้กับฟู่เหิงและแอบเตรียมของตัวเองไปด้วย เพราะครั้งนี้เทียนจะแอบตามฟู่เหิงไปด้วย และคนที่จะร่วมขบวนไปด้วยในครั้งนี้ก็คือองค์ชายหกและองค์ชายเจ็ด ส่วนลูกแฝดของเทียนนั้นจะตามขบวนเสด็จของฮ่องเต้ไปเพื่อคุ้มกันทุกคนบนเรือ 

และแล้ววันเดินทางก็มาถึง เทียนมาส่งฟู่เหิงที่ขบวนทัพเมื่อร่ำลากันเสร็จขบวนทัพก็เริ่มออกเดินทาง ส่วนเทียนนั้นก็ขอลาทุกคนเพื่อกลับบ้านแต่ความจริงแล้วเทียนนั้นได้ไปที่โรงม้าและควบม้าตามขบวนทัพของฟู่เหิง จนมาถึงจุดที่ขบวนทัพของฟู่เหิงนั้นหยุดพักเทียนก็ทำการเปลี่ยนชุดเป็นชุดของพลทหารสุ่มยิง เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จเทียนก็ทำเนียนเดินออกจากป่าเหมือนกับว่าเพิ่งไปทำธุระเสร็จมาแล้วมานั่งกินข้าวกับพวกทหารคนอื่นๆ 

การเดินทัพเป็นไปอย่างเชื่องช้า จนเวลาพระอาทิตย์ตกดินมาถึงเทียนก็เปลี่ยนชุดเป็นเด็กรับใช้ในกองทัพทำหน้าที่ช่วยพ่อครัวทำอาหาร และอาหารในวันนี้ก็อร่อยถูกปากทุกคนเป็นอย่างมาก แต่มันไม่ใช่กับฟู่เหิงและองค์ชายทั้งสองที่คุ้นกับรสมือนี้มาก่อน ทั้งสามมองหน้ากันและเริ่มสังเกตคนครัวของกองทัพจนไปสะดุดเข้ากับเด็กรับใช้ร่างเล็กที่หน้าตามีแต่ถ่านเปื้อนไปทั่วทั้งหน้า 

"หึ แม่พวกเจ้านี่ดื้อเสียจริงเห็นทีข้าคงต้องลงโทษแม่ของพวกเจ้าหน่อยเเล้ว" 

"ขอรับเสด็จพ่อ"หย่งซ่งและหย่งหรงมองหน้ากันแล้วยิ้มออกมาเมื่อท่านพ่อบุญธรรมอย่างฟู่เหิงเอ่ยแบบนั้นขึ้นมา ทั้งสองก็เดินกลับเข้ากระโจมของตัวเองเหลือเพียงฟู่เหิงที่รอเวลาที่จะจัดการกับคนรักของตัวเอง เทียนที่เหนื่อยมาทั้งวันก็เดินไปที่แม่น้ำในยามค่ำที่พระจันทร์เต็มดวงเพื่อลงอาบน้ำ เทียนถอดชุดของตัวเองเสร็จก็เดินลงน้ำที่เย็นยะเยือกอย่างสั่นๆ 

"โอ๊ย!หนาวอะไรอย่างนี้นะ เฮ้อ...อยากนอนกอดท่านพี่จังเอาไว้ดึกๆค่อยแอบย่องไปนอนด้วยดีกว่า เฮ้ย!"เทียนที่กำลังวางแผนจะไปนอนกับสามีของตัวเองก็ตกใจเป็นอย่างมากเมื่อตัวเองถูกใครบางคนกอดจากด้านหลังและต่อมาก็ถูกอีกฝ่ายปล้ำจูบ เทียนที่ไม่ยอมก็ดิ้นขัดขืนแต่เมื่อตั้งสติและได้กลิ่นกายที่เป็นเอกลักษณ์ เทียนก็ใจเย็นลงและใช้มือคล้องคอคนที่จูบตัวเองแล้วเบียดร่างกายของตัวเองเพื่อหาความอบอุ่นจากอีกคน 

"เจ้ามันดื้อเทียนเอ๋อร์ ทำไมไม่รอข้าอยู่ที่วังหลวงตามข้ามาทำไมมันอันตรายเจ้าไม่รู้หรือ"ฟู่เหิงที่ปล้นจูบจนพอใจก็เอ่ยว่าเทียนออกมาอย่างห่วงใย 

"ครั้งนี้ไม่ได้จริงๆขอรับท่านพี่ ครั้งนี้ไม่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรข้าก็ต้องมากับท่านให้จงได้" 

"หึหึ งั้นก็อย่าโทษข้าที่รังแกเจ้าแล้วกันเทียนเอ๋อร์" 

"อ๊ะ!ท่านพี่ อืม อึก มันแน่นไปหมดเลยคนลามก ท่านกล้าทำตรงนี้จริงหรือท่านพี่ อื้อ ขยับทีข้าไม่ไหวแล้ว"เทียนที่ถูกสอดใส่ก็ถูกฟู่เหิงอุ้มขึ้นมาจากน้ำและถูกวางตัวลงบนกองชุดของฟู่เหิงที่พื้น ทำให้ส่วนที่เชื่อมกันเกือบหลุดออกมาแต่ฟู่เหิงก็ตามมาโน้มตัวกดลงให้จนสุดช่องทางทำให้เทียนนั้นครางออกมาเสียงดังเพราะความสาดเสียวที่คนเป็นสามีมอบให้ 

"อ๊า!ท่านพี่ อืม อุ่นเหลือเกิน ข้าขอเเรงๆนะท่านพี่ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน" 

"ได้สิคนงามของข้า ข้าจะมอบทุกอย่างให้เจ้าเทียนเอ๋อร์"สิ้นคำพูดฟู่เหิงก็จัดการกระแทกร่างของตัวเองอย่างหนักหน่วงจนเทียนนั้นแทบหายใจตามไม่ทันอย่างเหนื่อยหอบ 

"ท่านพี่ อ่า ฟู่เหิง ฟู่...เหิงอ่า อืม อื้อไม่ไหวแล้วอ่าข้าจะเสร็จแล้ว แรงๆ ข้าขอแรงๆ" 

"ข้าก็ไม่ไหวแล้วเทียนเอ๋อร์ อ่า ซี๊ด เจ้ารัดพี่แน่นไปแล้ว อืม"ฟู่เหิงที่ซอยอย่างไม่สนใจอะไรนาทีต่อมาก็ปลดปล่อยทุกหยาดหยดเข้าสู่ช่องทางของเทียนก่อนจะฟุบตัวลงมาและพลิกเทียนให้มานอนบนตัวทั้งที่ส่วนนั้นยังเชื่อมกันอยู่ เทียนที่เหนื่อยหอบก็รู้สึกว่าส่วนนั้นมันขยายขึ้น เทียนที่กดหน้าของตัวเองที่แผ่นอกของสามีก็เงยหน้ามองฟู่เหิงอย่างยิ้มๆ แล้วดันตัวเองขึ้นขย่มส่วนนั้นอย่างลืมอาย ฟู่เหิงที่เห็นแบบนั้นก็อารมณ์ขึ้นสวนกระแทกขึ้นไปทำให้เทียนนั้นเสียวมากกว่าเดิม 

แล้วกิจกรรมเรียกเหงื่อของทั้งสองก็จบลงตอนฟ้าใกล้สาง เทียนจึงอุ้มเทียนกลับไปยังกระโจมของตัวเองทหารที่เฝ้าหน้ากระโจมเมื่อเห็นว่านายของตัวเองกลับมากับหญิงสาวก็งงเป็นอย่างมากว่าไปเอาสาวงามมาจากที่ใด เพราะไม่เคยเห็นท่านแม่ทัพสนใจผู้ใดนอกจากนายหญิงเทียนหลิงที่หลายคนร่ำลือว่างามดังนางฟ้าจำแลง เมื่อทหารเฝ้ายามสะดุดความคิดของตัวเอง ก็เริ่มมองคนในอ้อมกอดของแม่ทัพอีกคราจึงได้สายตาฟาดฟันของคนเป็นนายกลับมาแทน ทหารทั้งสองนายจึงรีบเปิดกระโจมให้กับผู้เป็นนายได้เข้าไปพัก 

"พวกเราไม่ได้ตาฝาดใช่หรือไม่ นั้นมันนายหญิงเทียนหลิงแห่งเหลาอาหารฟู่ฉานี่ มาได้อย่างไรกัน" 

"นั่นสิ"ทหารที่เฝ้ากระโจมถึงกับงงกับการมาของเทียนแต่เพียงไม่นานหย่งซ่งและหย่งหรงก็มาที่กระโจมของฟู่เหิง ทหารสองนายจึงได้คำตอบว่าพวกตนนั้นไม่ได้ตาฝาดกันไปเองแน่แล้ว 

"ท่านพ่อและท่านแม่ของข้ากลับมารึยัง" 

"กลับมาแล้วขอรับท่านรองแม่ทัพ ท่านแม่ทัพฟู่ฉาอุ้มนายหญิงกลับมาเมื่อครู่นี้เองขอรับ" 

"อืม งั้นก็เฝ้ากันต่อไปข้ากลับล่ะ" 

เมื่อยามเช้ามาถึงเทียนที่ตื่นแล้วก็ลุกจากเตียงออกมานอกกระโจมด้วยชุดของฟู่เหิง ทำเอาทหารสองนายที่เฝ้ากระโจมมองหน้ากันอย่างเหรอหรา เทียนก็อดที่จะขำไม่ได้ก่อนจะเดินออกไปที่โรงครัวจำเป็นที่ถูกสร้างขึ้นอย่างลวกๆ พอมาถึงเทียนก็ลงมือทำมื้อเช้าให้ทุกคนพอเสร็จเทียนก็จัดสำรับอาหารสี่ชุดให้ทหารช่วยยกไปที่กระโจมของหย่งซ่ง1ชุด หย่งหรง1ชุด ส่วนสองชุดที่เหลือเทียนให้นำไปที่กระโจมของฟู่เหิง พอเข้ามาก็เห็นว่าฟู่เหิงนั้นตื่นแล้วเทียนจึงให้ทหารวางสำรับอาหารไว้ที่โต๊ะให้ 

"ท่านพี่ขอรับทานมื้อเช้ากับข้าก่อนนะขอรับแล้วจะได้เริ่มเดินทางกัน" 

"อืม" 

หลังจากทานมื้อเช้ากันเรียบร้อยแล้วกองทัพของฟู่เหิงก็เริ่มเดินทางกันอีกครั้ง ตลอดการเดินทางก็เป็นไปอย่างราบรื่นมืดที่ไหนก้พักที่นั้นเป็นเช่นนั้นอยู่เกือบสามเดือนจนในที่สุดกองทัพของฟู่เหิงก็เดินทางมาถึงยังค่ายทหารที่ไฮหลันฉาคุมกองทัพอยู่ 

"เว่ยเทียนนี่เจ้าก็มาด้วยงั้นหรอ"ไฮหลันฉาที่เห็นเทียนก็ทักขึ้นอย่างตกใจ 

"ข้าแอบตามฟู่เหิงมาน่ะท่านโซวหลัน"เทียนกระซิบเบาๆพอให้ได้ยินกันสองคนแต่คอเสื้อของเทียนก็ถูกฟู่เหิงดึงกลับไป 

"เป็นอย่างไรคนบาดเจ็บเยอะหรือไม่" 

"ก็เยอะด้วยกันทั้งสองฝ่าย ฝั่งพม่าเองก็อยากจะเจรจาสงบศึกด้วยเช่นกันเพราะหากรบไปมากกว่านี้คงไม่ดีอย่างแน่นอน ว่าแต่เว่ยเทียน หมิงอวี้ภรรยาข้าเป็นอย่างไรบ้าง" 

"นางคลอดลูกชายอ้วนๆให้ท่านแล้วล่ะ เด็กคนนั้นน่ารักมากเลยล่ะอ้วนจ้ำหมำ หากเจ้ากลับไปเจ้าคงแบกเขาไม่ไหวเลยล่ะ" 

"เช่นนั้นหรือ ข้าอยากกลับไปเร็วๆแล้วสิ"ไฮหลันฉาพูดขึ้นอย่างดีใจจนตอนนี้ใจกลับไปถึงเมืองหลวงแล้ว ฟู่เหิงเห็นแบบนั้นจึงดึงสติเพื่อนตัวเองให้กลับมา 

"ว่าแต่จะนัดเจรจากันเมื่อใด" 

"อีกสามวันพวกเราต้องจัดทูตไปเจรจากับฝ่ายนั้น ข้าว่าก็คงไม่มีเรื่องอะไรหรอกมั้งนะ อ่าจริงสิข้าได้สารจากเรือที่ล่องประพาสมาเมื่อวานนี้ข่าวในนั้นบอกว่า เรือถูกโจมตีจากพวกกบฎแต่ทุกอย่างราบรื่นดีแล้วคนที่สมควรจะถูกกำจัดก็ถูกกำจัดแล้ว ข้าก็งงนะตอนแรกว่าส่งสารมาที่ค่ายทหารทำไมแต่เมื่อเห็นเว่ยเทียนมาที่นี่ข้าก็เข้าใจทันที 

"เป็นเช่นนี้ข้าก็โล่งใจ แต่วันที่นัดเจรจาข้าขอไปด้วยแล้วกันว่าแต่ฝั่งนั้นนัดเจรจาที่ใดหรอท่านโซวหลัน" 

"ทางค่ายของฝั่งนั้นน่ะ" 

"ได้ไงกัน! ท่านโซวหลันให้ม้าเร็วส่งสารไปใหม่ว่าหากจะนัดเจรจาให้พบกันครึ่งทาง ไม่เช่นนั้นก็ให้พวกเขามาเจรจาที่ค่ายของเรา หากเราเข้าไปเจรจาที่ค่ายของพวกมันท่านคิดว่าเราจะรอดกลับมารึไง คิดซะบ้างสิฝ่ายนั้นก็เจ้าเล่ห์ออกขนาดนี้หากไปที่ค่ายของพวกมันเราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง" 

"เออ...ได้สิ"ไฮหลันฉาที่ถูกเทียนตวาดใส่ก็ตกใจเป็นอย่างมากรวมถึงแม่ทัพนายกองคนอื่นก็ด้วยที่ตกใจเพราะไม่คิดว่าชายที่หน้าหวานอย่างเทียนจะเก่งทางด้านนี้ด้วยแต่ฟู่เหิงและเด็กหนุ่มทั้งสองกลับไม่แปลกใจเลยซักนิดเพราะได้เห็นความสามารถด้านการคุมคนของเทียนมาแล้ว 

หลังจากที่สารถูกส่งไปฝ่ายข้าศึกก็ส่งสารกลับมาว่าตกลงที่จะเจอกันครึ่งทางอย่างที่ทางเทียนต้องการ จนวันเวลาล่วงเลยมาถึงวันนัดเจรจาคนของทั้งสองฝ่ายก็มาประจันหน้ากันเทียนก็ส่งสัญญาณให้พลทหารยกเก้าอี้ โต๊ะและเต๊นท์ออกมาตั้งกลางทุ่งหญ้าที่เป็นสถานที่นัดเจรจา ฝ่ายข้าศึกที่เห็นเทียนก็อดจะแปลกใจไม่ได้ว่าอะไรจะสบายๆกันขนาดนี้ ดูไม่มีความตึงเครียดในสายตาของคนร่างเล็กเลยซักนิด ก็ทำให้หัวหน้าทัพฝ่ายข้าศึกรู้สึกถูกใจเทียนเป็นอย่างมาก เมื่อเทียนเริ่มนั่ง เทียนก็ผายมือให้ให้ฝ่ายมานั่งเช่นกันแต่อยู่ๆเทียนก็ยกมือขึ้นห้ามคนที่กำลังจะนั่งลง 

"หยุด เจ้าไม่ใช่คนที่ข้าจะเจรจาด้วย หากคิดจะเล่นแบบนี้ก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน เรียกคนที่จะเจรจาตัวจริงออกมา"ทุกคนที่ได้ฟังเช่นนั้นก็นึกงงว่าทำไมเทียนถึงกล่าวแบบนั้นจนคนร่างสูงที่ใส่ชุดของพลทหารเดินออกมาก็ร้องอ๋อในใจแทบจะทันที 

"หึเก่งนี่ ที่รู้ว่าเป็นข้าทั้งที่ข้าและเจ้าไม่เคยได้พบเจอกันมาก่อน" 

"ก็แค่เรื่องง่ายๆสายตาท่านมันฟ้องทุกอย่างอยู่แล้ว เรารีบมาเจรจากันเถอะอย่าได้เสียเวลาไปมากกว่านี้เลย"เทียนเอ่ยออกมาอย่างติดหงุดหงิด แต่อีกฝ่ายกลับคิดว่าท่าทางแบบนั้นมันช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก ฟู่เหิงที่เห็นวสายตาของอีกฝ่ายที่มองภรรยาร่างเล็กของตัวเองก็กำหมัดแน่นแทบพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายแต่ก็ถูกเพื่อนสนิทและองค์ชายยื้อตัวเอาไว้ได้ 

ครึ่งชั่วโมงต่อมาการเจรจาก็ประสบผลสำเร็จ เทียนและฝ่ายตรงข้ามจับมือกันเพื่อแสดงถึงความเป็นมิตรต่อกัน แต่พอเทียนจะดึงมือกลับอีกฝ่ายกลับไม่ยอมปล่อยมือของเทียน เทียนจึงเนียนกระทืบเท้าของอีกคนเข้าให้ 

"โอ๊ย!นี่เจ้ากล้าเหยียบเท้าข้างั้นรึ" 

"สมน้ำหน้าอยากไม่ยอมปล่อยมือข้าเองนี่" 

"หึ แสบซะจริงนะ" 

เทียนเดินกลับมาหาฟู่เหิงทันที แต่อยู่ๆคนของฝ่ายตรงข้ามก็ร้องเสียงดังออกมาเมื่อหลายคนล้มลงไปนอนที่พื้น เทียนที่เห็นแบบนั้นจึงเข้าไปดูก้เห็นว่าเป็นแมลงกินศพที่มีพิษร้ายแรง ทำให้เทียนงงเป็นอย่างมากว่ามันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร จนได้คำตอบที่สงสัยเมื่อมีทหารของฝ่ายตรงข้ามนอนอยู่ข้างศพของเสือตัวใหญ่ที่นอนตายอยู่ริมชายป่าและมีพวกแมลงกินศพบินให้ว่อนไปหมด 

"เห้ยมากันเป็นรังเลย วิ่งหนีก่อนเร็วเถิด"ไฮหลันฉาพูดขึ้นแล้วดึงสองหนุ่มที่จะวิ่งกลับไปหาเทียนให้วิ่งตามตัวเองไปที่รถม้า ทางด้านเทียนเองก็จุดไฟเผาพวกมันจนวอดไปหมด เมื่อกำจัดพวกแมลงกินศพได้ทั้งหมดแล้ว เทียนก็ทำการรักษาพวกที่ถูกพิษของแมลงกินศพทันที รวมถึงคนของฝ่ายตรงข้ามด้วย คืนนั้นพวกเทียนจึงต้องกลางกระโจมเพราะไม่สามารถเคลื่อนย้ายคนเจ็บได้ 

"เจ้าเป็นอย่างไรบ้างเจ็บปวดตรงไหนหรือไม่"ฟู่เหิงเข้ามาถามเทียนที่นอนอยู่บนเตียงไผ่ 

"ข้าไม่เป็นอะไรท่านพี่ ว่าแต่เด็กๆปลอดภัยไหม" 

"ปลอดภัยดี แล้วเจ้านอนพักเถอะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"จบคำฟู่เหิงก็เดินออกมานอกกระโจมเพื่อไปรับอ่างน้ำและผ้าจากนายทหารเพื่อมาเช็ดตัวให้กับเทียน ฟู่เหิงที่กลับมาเข้ามาก็ถอดชุดให้เทียนจนไปสะดุดกับรอยเขียวช้ำอมม่วงที่มีสีเหมือนเนื้อเน่าเข้าฟู่เหิงก้เข้าใจทันทีว่าเทียนนั้นคงจะถูกผิดเข้าให้แล้ว 

"เว่ยเทียนเจ้าตื่นก่อน ยาถอนพิษอยู่ที่ไหน เว่ยเทียนเจ้าตอบพี่มายาถอนพิษอยู่ที่ใด"ฟู่เหิงตะโกนลั่นจนองค์ชายทั้งสองพุ่งเข้ามาในกระโจมก็เห็นกับรอยเขียวช้ำที่ลามไปทั่วทั้งแผงอกก็ตกใจกันไม่น้อย 

"ท่านแม่!ไม่นะท่านแม่ อย่าเป็นอะไรนะข้า ข้าจะทำยาถอนพิษเดี๋ยวนี้แหละท่านแม่อยู่กับข้านะอย่าจากข้าไป"หย่งซ่งพูดขึ้นอย่างร้อนรนไม่คิดว่ายาถอนพิาที่เทียนสอนให้ในวันนั้นต้องนำมาใช้ในวันนี้ หย่งซ่งวิ่งออกไปพร้อมหย่งหรงเพื่อตามหาตัวยาที่ต้องนำมาเป็นยาถอนพิษ 

"เทียนเอ๋อร์อยู่กับข้าอย่าจากข้าไปได้โปรด หากไม่มีเจ้าอยู่ข้าคงอยู่ไม่ได้ เจ้ารอก่อนนะเด็กๆกำลังจำยาถอนพิาให้กับเจ้าแล้ว ฮึก"ฟู่เหิงจับมือของเทียนเเนบกับอกของตัวเองแล้วร้องไห้อ้อนวอนให้เทียนนั้นสู้ 

"ท่านพี่ อย่าเสียใจไปเลยนะข้าก็แค่หมดเวลาที่จะอยู่ที่นี่แล้ว ข้าต้องกลับไปยังที่ที่ตัวเองจากมา ข้ารักท่านพี่นะข้าดีใจเหลือเกินที่ได้อยู่กับท่านจนวันสุดท้ายของชีวิต รู้อย่างนี้เวลาที่ท่านไปรบข้าน่าจะไปกับท่านตั้งแต่แรกเราจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันนานกว่านี้หน่อยเนอะ แค่กๆ อึก"เทียนที่พูดกับฟู่เหิงอยู่ดีๆก็กระอักเลือดออกมาจนฟู่เหิงต้องรีบเช็ดเลือดออกจากปากของเทียน 

"เทียนเอ๋อร์นอนพักนะเด็กๆกำลังทำยาถอนพิษแล้ว เจ้าต้องสู้นะเทียนเอ๋อร์อยู่กับข้าและลูกก่อน" 

"เทียนที่แทบจะทนไม่ไหวแล้วก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างฝืนๆเพราะตอนนี้ร่างทั้งร่างนั้นเหมือนมีเข็มพันเล่มกำลังทิ่มแทงอยู่ จนเทียนรู้สึกหายใจไม่ออกจึงรีบไปคว้ามือของฟู่เหิงเอาไว้ 

"ท่านพี่ ฟังข้าก่อนอย่าพึ่งไป"เสียงระโหยโรยแรงของเทียนดังขึ้นแผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบฟู่เหิงจึงก้มหน้าลงมาเพื่อฟังสิ่งที่เทียนจะพูด 

"ฟู่เหิงข้ารักท่าน อึก"สิ้นคำพูดมือของเทียนที่จับฟู่เหิงไว้ก็ร่วงหล่นลง ใจของฟู่เหิงนั้นกระตุกพร้อมหยาดน้ำตาที่หลั่งรินไม่หยุด 

"เว่ยเทียน!เจ้าอย่าทิ้งข้าไป กลับมาหาข้าก่อน ข้าไม่ให้เจ้าไปฮือๆเว่ยเทียนทำไมเจ้าใจร้ายกับข้าแบบนี้" 

1ชั่วยามต่อมาองค์ชายทั้งสองพระองค์ก็กลับมาพร้อมกับยาถอนพิษแต่ก็ดูเหมือนจะช้าเกินไปเพราะตอนนี้เทียนนั้นได้หมดลมหายใจไปเสียแล้วเสียงร่ำไห้มีให้ได้ยินไม่หยุด จนคนที่เฝ้ามองต่างก็พากันเศร้าสร้อยตามไปด้วย แล้วสารที่ถูกส่งไปถึงในหนึ่งเดือนต่อมาก็ถูกอ่านโดยฮ่องเต้ เนื้อความในสารทำเอาฮ่องเต้ถึงกับเสียอาการที่ต้องมารู้ว่าคนที่พระองค์เฝ้ามองนั้นได้จากไปแล้ว เมื่อหลี่กงกงนำเรื่องไปแจ้งกับองค์ชาย พระสนมทุกพระองค์รวมถึงฮองเฮาและไทเฮา ทุกพระองค์ที่ได้ทราบก็ถึงกับร่ำไห้เมื่อคนสำคัญของพวกเขาได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 

โอ๊ยมันเศร้าไหมไม่รู้แต่ไรท์พิมพ์ไปน้ำตาซึมไป ตอนหน้าเจอกับน้องเทียนในยุคปัจจุบันกันจ๊ะ มาให้อีกหนึ่งตอนนะจ๊ะ 

ความคิดเห็น