ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 16

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 342

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2564 21:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 16
แบบอักษร

บทที่ 16 

10 ปีผ่านไป 

ผมอยู่ที่นี่มานานหลายปีแล้วแหะ เด็กๆของผมก็โตขึ้นมาอย่างสง่างามกันทุกคนเลย แฝดของผมได้พ่อของเขามาอย่างเต็มเปี่ยม ส่วนฟู่หมิงนั้นได้แม่ของเขามาหน้าหวานมาก ส่วนองค์ชายหกและเจ็ดเองเมื่อโตขึ้นก็รูปงามเป็นอย่างมาก ส่วนองค์ชายที่อยู่ในวังก็โตมารูปงามทุกคนเช่นกัน ฉากละครที่ผมมอบหมายให้ทุกคนมันเริ่มมานานมากแล้ว และใน10ปีที่ผ่านมาก็มีเรื่องราวหลากหลายเกิดขึ้นมากมายแต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร เพราะไอ้ขันทีบ้านั่นมันกำลังรอเวลาอยู่ไงล่ะ 

วันนี้เองผมก็ตามมาดูองค์ชายฝึกยิงธนูด้วย อ่อองค์ชายทุกพระองค์แต่งงานมีชายากันหมดแล้วนะครับ ไวไฟกันมากเด็กพวกนี้แต่ลูกๆผมสิยังไม่มีใครยอมออกเรือนเลยซักคนจนคนเป็นพ่อยังกลุ้มแทนเลยครับ 

องค์ชายทุกพระองค์น่ะเก่งกันมากแต่จะมีก็แต่องค์ชาย12ที่ผมให้เขากดความสามารถเอาไว้รอให้ผมกำจัดคนๆนั้นได้ก่อนเถอะผมจะให้เด็กคนนี้ได้ใช้ความสามารถที่แท้จริงของตัวเองเสียที  

"โอ๊ย!!" 

ผมก็ยืนดูพวกเขาซ้อมไปเรื่อยๆจนองค์ชาย12ร้องขึ้นมา องค์ชาย4ที่เห็นน้องตัวเองบาดเจ็บก็ทำท่าจะวิ่งเข้าไปดู แต่ก็ต้องชะงักตัวเองไว้เมื่อหันไปเห็นบุคคลอันตรายยืนมองอยู่ องค์ชาย5จึงเข้าไปดูแทนให้ 

"เจ้าเป็นอะไรไปน้อง12"น้ำเสียงดูร้อนรนเว่อร์อ่ะครับ กลัวเขาไม่รู้ไงว่าตัวเองบราค่อนขนาดไหนเนี่ยองค์ชาย5 ฟังไม่ผิดหรอกครับ องค์ชาย5กับองค์ชาย4เป็นพวกที่รักน้องมากโอ๋ได้โอ๋ มีอะไรก็ให้น้องหมด เปย์เก่งเหมือนพ่อเขาเลย แค่กๆผมไม่ได้นินทานะ แล้วเสียงอ้อนๆขององค์ชาย12ก็ตอบกลับมาจนพี่ชายใจสั่นกันหมดแล้วลูกเอ๊ย 

"ข้าคงฝึกมากไปพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่ทั้งสองจึงถูกสายเชือกของธนูบาดมือ" 

"ไปทำแผลก่อนเถิดน้องพี่"เสียงตื่นยิ่งกว่าอะไรเลยครับพอรู้ว่าน้องได้แผล นี่ถ้าอุ้มได้คงอุ้มไปแล้วมั้ง 

"พ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่ห้า" 

คนห่วงน้องอย่างองค์ชายสี่เองก็ทำเนียนเดินตามไปแล้วต่อว่าองค์ชาย12เล็กน้อยให้ไอ้ขันทีชั่วมันได้ยินเมื่อไม่เห็นว่าคนๆนั้นอยู่แล้วองค์ชาย4ก็รีบเอาน้ำมาล้างแผลให้กับองค์ชาย12แล้วนั่งทำแผลให้กับน้องชายของตัวเองอย่างระมัดระวัง องค์ชาย5เองก็ได้แต่คอยจับมือน้องชายเอาไว้อย่างให้กำลังใจ ก่อนที่ทุกคนจะกลับตำหนักของตัวเอง บอกเลยว่าผมฟินมากคือมึงครับกูจิ้นให้ได้กันไปแล้วบาปมากใจผมตอนนี้ คิดดีไม่ได้เลยครับ 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมก็ถูกไทเฮาเชิญเข้ามาพบบ่อยๆ ส่วนมากก็พูดคุยเรื่องต่างๆด้วยกัน โดยมีองค์หญิงทั้งสองร่วมสนทนาด้วย ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าอะไรในตัวผมไปกระตุกต่อมเอ็นดูของไทเฮาเข้าพระนางถึงเรียกผมมาเข้าเฝ้าบ่อยๆ ครั้งนี้ก็เช่นกันพระนางถึงกับชวนผมไปประพาสทางเรือด้วยกันเลยทีเดียวแต่ผมก็ยังไม่ได้ให้คำตอบพระนาง เพราะสนามรบทางพม่ากำลังจะใกล้เข้ามาแล้วซึ่งครั้งนี้ผมว่าผมจะแอบไปกับขบวนของฟู่เหิงด้วย 

และตลอด10ปีที่ผ่านมาผมได้ส่งหมอเย่วไปที่พม่าเพื่อศึกษายาแก้พิษของแมลงกินศพ ซึ่งไม่กี่เดือนที่ผ่านมาผมก็ได้รับยาแก้พิษมาไว้ในมือแล้ว ส่วนหมอเย่วเองก็กลับมาที่เมืองหลวงแล้วเช่นกัน แถมกลับมาคราวนี้มีลูกชายตัวน้อยกลับมาด้วย ซึ่งเป็นลูกของหมอเย่วกับลั่วหยางฉฮวาหรือปี้เฉินนั่นเอง ถ้าถามว่าแล้วโรงหมอใครดูแล คำตอบก็คือชิงเหลียนเองครับ แล้วตอนนี้เองผมก็ถ่ายทอดวิชาแพทย์ของตัวเองให้กับลั่วหยางทั้งหมดแล้วเพราะตอนนี้ผมรู้สึกว่าเวลาของตัวเองมันช่างน้อยลงทุกวันแล้วล่ะครับ 

เรื่องทุกอย่างผมเองก็ถ่ายทอดให้กับลูกทุกคนเช่นกัน สองแฝดดูแลร้านขนม ฟู่หมิงและฟู่คังอันดูแลเหลาอาหาร ส่วนโรงหมอผมยกให้หย่งซงกับหย่งเหลียนดูแลทุกอย่างลงตัวหมดแล้ว แต่พวกเด็กๆเองก็เข้ารับราชการนะครับ อยู่ในหน่วยองครักษ์กันทุกคนเลยด้วย สาวๆนางในนี่จ้องกันตาเป็นมันกันทุกคน ลูกผมหล่อก็แบบนี้แหละครับต้องทำใจ 

(จวนฟู่ฉ่า) 

ผมกลับมาถึงจวนก็เข้าไปหาสามีที่ห้องทำงานทันที เพราะส่วนมากสามีผมจะอยู่ที่นี่เพื่อเคลียร์งานไม่ก็อ่านตำรา วันนี้ก็เช่นกัน พอผมเข้ามาถึงผมก็เดินเข้าไปหาฟู่เหิงที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่ 

"ท่านพี่ ข้ากลับมาแล้วขอรับ" 

"เป็นอย่างไรบ้างไปเข้าเฝ้าไทเฮามา" 

"ก็ไม่มีอะไรขอรับแค่ชวนคุยเรื่องต่างๆเหมือนดั่งเคยและครั้งนี้พระนางก็ชวนข้าให้ไปท่องเรือกับพระนางด้วยนะท่านพี่" 

"อืม แล้วเจ้าได้ตอบรับไปหรือไม่" 

"ไม่ขอรับ ครั้งนี้ข้าจะอยู่จวนขอรับท่านพี่ แต่ข้าจะส่งหมอเย่วไปแทนขอรับ" 

"อืม เช่นนั้นก็ดี วันนี้ข้าเมื่อยมากเลย เจ้าช่วยนวดให้ข้าได้หรือไม่เทียนเอ๋อร์ของข้า"อ้อนมาแบบนี้ก็ต้องจัดให้หน่อยแล้วล่ะครับ 

"ได้สิขอรับ ท่านพี่ไปนอนที่เตียงเลยขอรับข้าจะนวดให้"ฟู่เหิงเขารีบวางตำราลงแล้วถอดชุดท่อนบนออกจนเปลือยไปนอนคว่ำที่เตียงเลยครับสงสัยจะเมื่อยมากจริงๆหรือว่าหื่นวะ ส่วนผมเองก็เตรียมน้ำมันนวดเสร็จก็ไปที่เตียงพร้อมกับเทน้ำมันใส่มือแล้วค่อยๆนวดหลังให้กับสามีไปเรื่อยๆทั้งไหล่ทั้งคอผมนวดหมดครับ เมื่อผ่านไปชั่วโมงหนึ่งผมก็นวดแขนให้ฟู่เหิงต่อ 

แต่จู่ๆฟู่เหิงก็พลิกตัวมานอนหงายแล้วดึงร่างของผมให้ล้มลงมาอยู่บนตัวของเค้า ฟู่เหิงกอดผมแน่นมากและพูดประโยคหนึ่งออกมาซึ่งมันเป็นประโยคที่ทำให้ผมน้ำตาซึมเลยล่ะ 

"อยู่กับข้านะเทียนเอ๋อร์ อย่าได้จากข้าไปไหนไกลเลย ข้าคงอยู่ไม่ได้หากเสียเจ้าไป"เชี่ยมาทำซึ้งตอนที่ข้างล่างมันแข็งดันกับตัวผมเนี่ยนะ จะซึ้งตามดีป่ะครับเนี่ย 

"ทำไมท่านพูดเช่นนี้ล่ะท่านพี่ ท่านเป็นอะไรไปทำไมพูดเหมือนกับว่าข้าจะจากท่านไปไหนไกลเลย" 

"ข้าไม่รู้สิ ช่วงนี้ข้ารู้สึกกังวลเหลือเกินเหมือนกับว่าเจ้ากำลังจะจากข้าไปที่ไหนซักแห่ง" 

"ข้าจะไม่จากท่านไปไหนข้าจะอยู่กับท่านและรักท่านทุกชาติทุกภพไปเลยดีหรือไม่ท่านพี่" 

"ข้าก็ขอสาบานว่าข้าจะรักเจ้าทุกชาติทุกภพไปเช่นกันเทียนเอ๋อร์ของข้า ข้ารักเจ้ามากๆเลยนะเทียนเอ๋อร์"น้ำเสียงของเขาช่างเศร้าได้ใจผมมาก มันคงเป็นเซนส์ของคนที่รักกันล่ะมั้งครับ เขาเลยรู้สึกแบบนี้ได้เพราะผมเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน รู้สึกว่าเวลาของตัวเองมันกำลังสั้นลง 

ฟู่เหิงเขากอดผมไว้จนเราทั้งคู่หลับไปและตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เย็นมากแล้ว ผมจึงลุกขึ้นไปทำอาหารให้กับทุกคน เมื่อนั่งทานข้าวกันไปครอบครัวเราก็พูดคุยกันอย่างปกติแม้ว่าบรรยากาศมันจะดูหม่นๆ ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่านะ จนลูกแฝดของผมพูดขึ้น 

"ท่านแม่ขอรับ ท่านแม่เหนื่อยหรือไม่ขอรับ ที่ท่านพยายามทำทุกอย่างเพื่อพวกเราเช่นนี้"หย่งซ่งพูดขึ้นเสียงอย่างเศร้าเลย 

"เหนื่อยสิ แต่แม่ก็มีความสุขเป็นอย่างมากเลยนะเพราะความเหนื่อยของแม่มันแลกมากับความสุขที่ได้เห็นพวกเจ้าเติบใหญ่ขึ้นมาอย่างปลอดภัย หากซักวันแม่ไม่อยู่แล้วพวกเจ้าก็ต้องดูแลตัวเองและครอบครัวให้ดีนะรู้ไหม เป็นพี่น้องกันก็ต้องช่วยเหลือกันนะรู้ไหม ถ้าหากแม่ไม่อยู่แล้วก็อย่าทะเลาะกันบ่อยนักล่ะ แม่น่ะรักพวกเจ้าทุกเลยนะ" 

"ท่านแม่!!!" 

ลูกๆของผมทุกคนวางตะเกียบลงแล้วโผล่เข้ามากอดผมกันทุกคนเลยล่ะ มันช่างเป็นภาพที่น่ายินดียิ่ง ผมร้องไห้หนักมากจนอาหารวันนี้มันช่างกร่อยเหลือเกิน เมื่อทานข้าวกันเสร็จแล้วผมก็กลับมายังเรือนนอนพร้อมกับฟู่เหิง ฟู่เหิงถอดชุดของผมออกจากนั้นเขาก็อุ้มผมลงแช่น้ำพร้อมกับเขาด้วย 

แต่ไม่นานส่วนนั้นที่มันหลับอยู่ก็เริ่มขยายใหญ่จนนูนดันก้นผมเลยล่ะ คนบ้าหื่นชะมัดเลยครับ แล้วก็เป็นผมที่เริ่มก่อนผมพลิกตัวคร่อมร่างของฟู่เหิงเอาไว้จากนั้นก็จับแท่งหยกที่แข็งแรงของฟู่เหิงขยับขึ้นลงอย่างเร็วจนอีกคนต้องครางออกมาอย่างพอใจ 

"อ่า ซี๊ด...." 

"ดีใช่หรือไม่ แต่ข้ามีที่ดีกว่านั้นนะขอรับท่านพี่เหิงของข้า"ผมทำความคุ้นเคยให้กับช่องทางของตัวเองพร้อมกับรูดแท่งหยกของฟู่เหิงไปพร้อมกัน จนช่องทางของผมมันได้ที่ผมก็กดแก่นกายของฟู่เหิงเข้ากับช่องทางของผมแต่มันกลับลื่นผลุบเข้าอีกช่องหนึ่งจนผมไม่ทันตั้งตัวก็ครางเสียวออกมาจนสุดเสียง 

"อ๊า!!....ท่านพี่เหิง!" 

พอมันผลุบเข้าไปเขาก็ขยับมันทันทีแบบไม่รอช้าเลยซักนิด เสียงน้ำในอ่างไม้กระชอกออกมาจนเกือบหมดอ่างแล้วครับ แล้วตัวผมก็ถูกอุ้มอยู่ในท่าอุ้มแตงไปจนถึงเตียงเสียงครางของผมและฟู่เหิงก็ดังไม่หยุดเช่นกัน ยิ่งเสียงกระทบกันของร่างกายของผมกระทบกันจนเกิดเสียงน่าอายออกมา แต่ทั้งผมและฟู่เหิงก็หาได้สนใจมันไม่ พวกผมยังคงกระหน่ำบทรักกันอย่างร้อนแรงจนเตียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดกันเลยทีเดียว 

"อ่า อ๊ะๆๆๆ ท่านพี่ข้าไม่ไหวแล้วขอรับ อิ๊ อ่าๆๆอืม" 

"พร้อมกันนะเทียนเอ๋อร์ อ่าๆ ซี๊ดอืมรัดแน่นไม่เปลี่ยนไปเลย รับน้ำของข้าไปให้หมดนะคนดี อ่า....ซี๊ด" 

ฟู่เหิงกระแทกอีกสองสามทีก็ปล่อยน้ำรักเข้าไปเต็มมดลูกของเทียนซึ่งเทียนเองก็ปล่อยออกมาจนเลอะหน้าท้องไปหมดเช่นกัน แต่บทรักก็ไม่ได้จบเพียงเท่านั้น แต่มันกลับลากยาวไปจนค่อนคืนกว่าฟู่เหิงจะยอมให้เทียนได้นอนพัก  

ส่วนเด็กๆที่อยู่เรือนถัดไปก็ได้แต่นอนหน้าแดงเพราะเสียงบทรักที่ร้อนแรงของพ่อแม่ตัวเอง ที่พวกเขามักจะได้ยินกันบ่อยๆเมื่อได้ย้ายเรือนนอนมาใกล้ๆกับเรือนนอนของพ่อแม่ตัวเอง จนหนุ่มๆได้แต่คิดว่าคงต้องหาคนรักของตัวเองได้แล้วไม่เช่นนั้นคงได้แต่นอนใช้แม่นางทั้งห้าต่อไปแน่นอน 

เช้าวันต่อมา 

เทียนที่ตื่นเช้าก็ลุกขึ้นมาทำข้าวต้มเป็นอาหารเช้าให้กับทุกคนก่อนที่ทุกคนจะไปทำงาน วันนี้เทียนเองก็จะเข้าวังเช่นกันเพราะเทียนต้องการไปดูว่าขันทีชั่วคนนั้นกำลังวางแผนอะไรต่อไป เพราะเทียนได้รับจดหมายจากฮองเฮาว่าชายคนนั้นเริ่มไปยุยงให้องค์ชาย12เร่งสร้างผลงานให้ฮ่องเต้ได้เห็นเป็นที่ประจักษ์ เพื่อให้ฮองเฮานั้นได้ชื่นพระทัย แต่องค์ชาย12กลับไม่ทำอะไรซักอย่าง 

ชายชั่วผู้นั้นจึงไปยั่วยุองค์ชาย4แทน ซึ่งองค์ชาย4ที่สวมบทบาทเกลียดชั่งพี่น้องอยู่ก็แกล้งคล้อยตามชายชั่วคนนั้นไป วันนี้เขาจึงต้องไปดูแลคลังแสงเสียหน่อยเพื่อความปลอดภัยขององค์ชายทุกคน วันนี้องค์ชาย4นำปืนขององค์ชายห้าออกไปซ่อนและได้นำปืนที่มีปัญหามาใส่ตามแผน เมื่อเสร็จแล้วองค์ชายก็ออกเดินมาดูว่าชายชั่วผู้นั้นจะทำเช่นไร 

ผมที่แอบอยู่ในคลังแสงก็ได้เห็นว่าไอ้ชายชั่วมันมายืนจ้องปืนขององค์ชายห้าตาเป็นมัน ดูเหมือนชายคนนี้จะเก่งรอบด้านเช่นกัน มันมาเพื่อตรวจสอบปืนว่ามีปัญหาจริงไหม เมื่อตรวจสอบแล้วว่ามีปัญหาจริงมันก็เดินออกไป เมื่อผมแน่ใจว่าจะไม่มีใครเข้ามาอีกผมก็สลับปืนปกติให้เข้าที่เช่นเดิม ใครที่มันจะคิดร้ายกับเหล่าองค์ชายผมไม่ยอมหรอก 

พอช่วงบ่ายมาถึงผมกับองค์ชายห้าก็ช่วยกันเช็คความพร้อมของปืนจนทุกอย่างเรียบร้อยเราก็มาที่สนามประลองกัน องค์ชายห้าได้ทำการพูดคุยกับเหล่าพี่น้องและฮ่องเต้ จนมาถึงช่วงของการทดสอบปืน องค์ชายห้าก็ไปยืนประจำตำแหน่งพร้อมกับหยิบดินปืนที่ขันทีคนหนึ่งส่งมาให้คล้องที่เอว แล้วเตรียมจุดไฟแต่ผมก็ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมหันไปเห็นขันทีคนนั้นยืนคุยกับไอ้ขันทีชั่วคนนั้นอยู่ ผมว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติที่ดินปืนแน่เลย 

"องค์ชายห้าถอดสายคล้องดินปืนออกพ่ะย่ะค่ะ!!"ผมที่ตะโกนเสร็จก็วิ่งออกไปดึงสายคล้องขวดดินปืนนั้นทันทีพร้อมโยนมันออกไปแต่ขวดพวกนั้นมันกลับระเบิดเหมือนพลุแดงที่คร่าชีวิตของเกากุ้ยเฟยเลยครับ 

ปุ้ง! ปุ้ง! บึ้ม! 

พอมันระเบิดจนครบทุกขวดสะเก็ดไฟที่ระเบิดออกมากระจายไปทั่ว ทุกคนพากันวิ่งหนีตายกันอย่างไม่คิดชีวิต ผมที่อยู่ใกล้องค์ชายห้าจึงดึงองค์ชายห้าเข้ากอดพร้อมกับนำผ้าคลุมมาคลุมตัวจากสะเก็ดไฟพวกนั้นแล้วพาองค์ชายห้าวิ่งเข้าไปยังศาลาที่พวกฮ่องเต้และองค์ชายองค์อื่นประทับอยู่ ในระหว่างที่กำลังใกล้จะถึงอยู่ๆก็มีลูกธนูลอยมาทางองค์ชายห้า ผมจึงเอาตัวเข้าไปรับลูกธนูนั้นแทนและคนที่ยิง ทหารก็จับตัวมันได้ด้วย แต่ผมนี่สิกำลังจะแย่แล้วเพราะธนูดอกนั้นมันฝังอยู่ที่อกผมพอดีเลยไงล่ะ 

"เว่ยเทียนx2" 

ทุกคนที่เห็นว่าเทียนถูกลูกธนูปักอกต่างก็ตกตะลึ่ง จนฟู่เหิงและฮ่องเต้ได้สติต่างก็วิ่งเข้าไปรับร่างของเทียนที่กำลังจะล่วงลงพื้นและเรียกเทียนออกมาพร้อมกัน 

"จับมันมาให้ข้า ฟู่เหิงเจ้าพาเทียนไปตำหนักเหยี่ยนสี่เถอะทางนี้ข้าจะจัดการคนที่มันกล้าลงมือเอง"เมื่อจบคำสั่งของฮ่องเต้ ฟู่เหิงก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเพราะตอนนี้เทียนนั้นสำคัญที่สุด 

เมื่อฟู่เหิงอุ้มเทียนออกไปแล้วหย่งซ่งและหย่งเหลียนก็พาองค์ชาย5ตามไปด้วยส่วนสองแฝด องค์ชาย4และองค์ชาย12นั้นกำลังนั่งมองขันทีที่ยิงธนูใส่เทียนอย่างอาฆาตแค้น 

"เจ้ากล้ามากที่กล้ามาลอบฆ่าลูกชายของข้า บอกมาว่าใครสั่งเจ้ามา" 

"องค์ชาย4พ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย4อยากให้องค์ชาย5สิ้นพระชนย์พ่ะย่ะค่ะ"คนร้ายเมื่อถูกฮ่องเต้ถามก็รีบตอบออกมาทันทีจนฮ่องเต้นั้นคิดอยากจะหัวเราะออกมาเสียงดัง เพราะพระองค์นั้นรู้ดีว่าลูกๆของพระองค์นั้นรักกันมากขนาดไหนแต่เมื่อพระองค์ได้รับบทบาทจากเทียนมาจึงตีหน้าขรึม 

"พวกเจ้าสองคนจับองค์ชาย4ไปขังที่ตำหนักของตัวเองรอการตัดสินโทษ เฝ้าไว้อย่าให้คาดสายตา"ฮ่องเต้สั่งให้สองแฝดจับกุมตัวองค์ชาย4ไปขังที่ตำหนักและให้สองแฝดนั้นเฝ้าเอาไว้ให้ดี 

"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท" 

"ฝ่าบาทไว้ชีวิตกระหม่อมด้วยหากกระหม่อมไม่ทำครอบครัวของกระหม่อมก็จะลำบากไปด้วย ฝ่าบาท" 

"หึคิดว่าข้าจะเชื่อเจ้ารึไง บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าใครสั่งเจ้ามา"ฮ่องเต้เข้ามาพูดข้างหูของชายผู้นั้น จนชายคนนั้นอึ้งไปเมื่อคำบอกกล่าวของตัวเองไม่เป็นผล 

"หากพระองค์รับประกันความปลอดภัยให้กับครอบครัวกระหม่อมได้กระหม่อมจะบอกทุกอย่างเลยพ่ะย่ะค่ะ" 

"หึหึ ไม่ต้องรู้จากปากเจ้าหรอกเพราะข้ารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นใคร ส่วนเจ้าก็ไม่ต้องห่วงว่าเจ้าจะเหงาเพราะครอบครัวของเจ้าจะตามเจ้าไปอย่างแน่นอน" 

ฉึบ 

จบคำพูดฮ่องเต้เฉียนหลงก็ฟันคอของชายคนนั้นจนหลุดกระเด็นในทันที หยวนชุนหวังที่ดูเหตุการณ์อยู่ไกลๆก็ยิ้มชั่วร้ายออกมาเพราะคิดว่าแผนของตนนั้นคงสำเร็จแล้วอย่างแน่นอน 

ทางด้านเทียนที่ถูกพาตัวมาถึงตำหนักเหยี่ยนสี่ก็ถูกหมอหลวงทำการรักษาในทันที อิงลั่วและหมิงอวี้ต่างก็ห่วงเทียนกันจนแทบจะนั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ส่วนฟู่เหิงนั้นก็เอาแต่เดินไปเดินมาเพราะกลัวว่าเทียนนั้นจะจากไป ลั่วหยางที่ทราบข่าวก็รีบเดินทางมาที่วังหลวงทันทีพร้อมกับหมอเย่ว 

เมื่อลั่วหยางมาถึงก็ได้เห็นสภาพของเทียนที่มีเลือดออกมามากมาย นางจึงจับหมอหลวงเฒ่าให้หลบทางตัวเอง นางวางกล่องเครื่องมือและทำการดึงธนูออกในคราเดียวทำให้เลือดนั้นพุ่งกระฉูดออกมา จากนั้นนางก็ให้ซีหลานที่ใช้ผ้าคลุมครึ่งหน้าเข้ามากดผ้าห้ามเลือดเอาไว้ ส่วนลั่วหยางก็เตรียมสมุนไพรห้ามเลือดแล้วเอามาโป๊ะบนแผลของเทียน เมื่อเลือดหยุดไหลลั่วหยางก็ทำการทำความสะอาดแผลก่อนจะเย็บปากแผลให้กับเทียนพร้อมนำยาแก้ปวดที่เป็นน้ำมาให้เทียนดื่ม 

"ท่านมันใช้ไม่ได้ ท่านดูแลเขายังไงกันทำไมเขาถึงบาดเจ็บถึงเพียงนี้ห๊ะ!"ลั่วหยางที่ทำความสะอาดร่างกายให้เทียนแล้วก็ออกมาระเบิดอารมณ์ใส่ฟู่เหิงจนดังไปทั่วตำหนัก ซีหลานที่ไปดูอาการขององค์ชาย5เพิ่งกลับมาก็รีบเข้าไปดึงตัวของลั่วหยางไว้ได้ทันก่อนที่ฝ่ามือจะทันได้กระทบหน้าของฟู่เหิง 

"ลั่งหยางเจ้าใจเย็นๆ มันไม่ใช่ความผิดของท่านฟู่เหิงแต่เป็นเพราะขันทีชั่วคนนั้นต่างหากเล่า" 

"ข้าอยากจะสับมันผู้นั้นให้เป็นพันๆชิ้น" 

"อีกไม่นานหรอก มันจะได้รับกรรมอย่างสาสมแน่ ตอนนี้ก็ต้องดูแลเว่ยเทียนอย่างใกล้ชิดไปก่อน เอ๊ะจะว่าไปก่อนเทียนเอ๋อร์จะไปลานฝึกเขาฝากจดหมายไว้ให้ข้าหนึ่งฉบับ"อิงลั่วที่พึ่งนึกขึ้นได้ก็รีบเข้าไปหยิบจดหมายใต้หมอนมาอ่านทันที 

"จดหมายว่าอย่างไรบ้างอิงลั่ว"หมิงอวี้ถามขึ้นซึ่งทุกคนที่มาที่ตำหนักก็ตั้งตารอฟังคำตอบของอิงลั่วเช่นกัน 

"เว่ยเทียนเขียนเพียงชื่อองค์ชาย4และองค์ชาย15เอาไว้เพียงเท่านั้น"อิงลั่วพูดออกมาเสียงสั่น 

"เช่นนั้นเป้าหมายต่อไปของไอ้ชั่วนั่นก็คือองค์ชายทั้งสองที่มีสิทธิ์ในการครองบัลลังก์สินะ"ลั่วหยางพูดสิ่งที่อิงลั่วกลัวออกมา สีหน้าของทุกคนก็หวั่นวิตกไปตามๆกัน ฟู่เหิงที่เงียบมานานก็เดินเข้ามาหยิบจนหมายของเทียนไปดม ทำเอาทุกคนทำหน้าสงสัยใส่ฟู่เหิงกันทันที 

"มีอะไรงั้นหรือท่านฟู่เหิง"หมิงอวี้ถามขึ้นอย่างสงสัย 

"มันมีข้อความอีก มันเป็นข้อความล่องหนที่เทียนเอ๋อร์เคยทำให้ข้าดู"ฟู่เหิงพูดจบก็นำกระดาษไปที่ตะเกียงไฟจนได้เห็นข้อความบนจดหมาย พอทุกคนได้เห็นข้อความบนจดหมายต่างก็แยกย้ายกันไป 

เมื่อทุกคนไปกันหมดแล้วคนๆหนึ่งก็แอบเข้ามาในห้องที่เทียนกำลังรักษาตัวอย่างเงียบเชียบ พร้อมมองใบหน้าที่ซีดเซียวของเทียนอย่างปวดใจก่อนจะนั่งลงลูบไล้ใบหน้าของเทียนแล้วมองแผลที่หน้าอกของเทียน 

"ข้าจะไม่ยอมให้คนที่ทำร้ายเจ้าได้ลอยนวลนานอย่างแน่นอนเว่ยเทียน ถึงแม้ไม่อาจเคียงคู่กันแต่ข้าก็จะคอยดูแลเจ้าอยู่ห่างๆเองเทียนเอ๋อร์"แล้วคนที่แอบเข้ามาก็จากไปโดยไม่รู้เลยว่าในห้องนั้นยังมีคนๆหนึ่งเฝ้ามองการกระทำนั้นอยู่ไม่ห่าง  

"ในที่สุดก็ยอมเผยตัวสินะหึหึ คิดว่าจะนานกว่านี้เสียอีก แต่อย่าได้หวังเลยว่าข้าจะยอมยกเทียนให้" 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 

เอ๊ะๆใครเข้ามาหาน้องเทียนของเรานะ พอจะเดากันได้ใช่ไหมล่ะ มาดูกันจ้าว่าพี่เหิงจะทำอย่างไร 

ความคิดเห็น