ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 421

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2564 20:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 15
แบบอักษร

บทที่ 15 

หลังจากฟู่เหิงพาเทียนกลับมาถึงบ้าน ฟู่เหิงก็พาเทียนกลับเรือนนอนทันทีเพราะเทียนนั้นเริ่มอาการทรุดลงและไข้เริ่มสูงทำให้ฟู่เหิงนั้นต้องคอยดูแลเทียนทั้งคืนจนถึงยามเช้าฟู่เหิงถึงจะได้นอนหลับพัก เทียนที่อาการดีขึ้นจึงลุกขึ้นมาทำความสะอาดร่างกายตัวเองก่อนเดินกลับไปที่เตียงและก้มลงจูบริมฝีปากของฟู่เหิงแผ่วเบาแต่ก็ถูกคนที่หลับกดลงมาจูบซ้ำๆจนเทียนนั่นเริ่มหายใจไม่ทัน 

"ท่านพี่ อึก อ่า ข้าหายใจไม่ทันแล้วท่านจะดูดวิญญาณของข้าเลยหรือขอรับ" 

"หึ หายแล้วก็มายั่วข้าแต่เช้าแบบนี้ให้ข้าจัดให้ซักดอกดีหรือไม่ที่รัก" 

"ท่านพี่บ้า จัดบ้าจัดบออะไรกันเล่าข้าไม่คุยกับท่านแล้ว ข้าจะไปทำอาหารให้ทุกคน" 

"หึหึ" 

(ห้องครัว) 

"เทียนเอ๋อร์ แม่ได้ข่าวจากชิงเหลียนว่าเจ้าป่วยทำไมไม่พักผ่อนก่อนเล่า เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิดเดี๋ยวที่เหลือแม่ให้เด็กๆทำได้ เจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดีเข้าใจไหมลูกแม่" 

"ขอรับท่านแม่ งั้นเทียนเอ๋อร์ไปพักแล้ว" 

"ดี เจ้าไปพักเถอะเดี๋ยวแม่ให้คนทำข้าวต้มยกไปให้เจ้าที่เรือน" 

"ขอรับท่านเเม่" 

เมื่อเทียนกลับเข้ามาในห้องก็เจอฟู่เหิงที่ตื่นแล้วและกำลังแต่งชุดประจำตำแหน่งขุนนาง เทียนจึงเข้าไปช่วยฟู่เหิงแต่งตัว 

"ข้าขอบคุณท่านพี่ที่ช่วยดูแลข้าทั้งคืนนะขอรับ"เทียนที่แต่งตัวให้ฟู่เหิงเสร็จก็กอดฟู่เหิงจากทางด้านหลังและพูดขอบคุณฟู่เหิงออกมาแต่เทียนก็ถูกฟู่เหิงดึงมือออก ก่อนที่ฟู่เหิงจะหันมากอดตอบเทียนและพูดขึ้นด้วยประโยคที่เรียกเลือดให้มาซับบนหน้าของเทียนได้อย่างไม่ยาก 

"ก็เจ้าเป็นเมียพี่ พี่ก็ต้องดูแลเจ้าอย่างดีอยู่แล้ว ต่อให้บุกน้ำลุยไฟเรื่องที่ข้าสามารถทำเพื่อเจ้าได้พี่ย่อมทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว แม้แต่ชีวิตของพี่ พี่ก็ให้เจ้าได้" 

"ท่านพี่ ข้าไม่อยากให้ท่านไปประชุมแล้ว วันนี้เกเรอยู่บ้านกับข้าซักวันได้หรือไม่ท่านพี่ ข้าอยากนอนกอดท่านพี่ทั้งวันเลย"เทียนลูบวนไปมาที่หน้าอกของเทียนอย่างซุกซนจนฟู่เหิงต้องจับมือของเทียนเอาก่อนที่มันจะลงไปต่ำมากกว่านี้ 

"หึ จะทำให้พี่หลงเจ้าไปถึงไหนกันหืม แค่นี้พี่ก็หลงเจ้าหัวปักหัวปำแล้ว"ฟู่เหิงประคองใบหน้าของเทียนให้เงยขึ้นมาก่อนจะก้มลงมาจูบอย่างแผ่วเบาเนิ่นนาน 

"คิกคิก ไม่ใช่แค่ท่านพี่ที่หลงนะขอรับ ข้าเองก็หลงรักท่านพี่ทุกวันเช่นกันขอรับ เอาล่ะขอรับไปทำงานได้แล้วเย็นนี้เจอกันที่เหลาอาหหารนะขอรับ ชวนพี่อิงลั่วและฮ่องเต้จอมเห็นแก่กินมาด้วย วันนี้ที่ร้านของข้าจะมีโชว์พิเศษขอรับ อ่ออย่าลืมพาลูกๆของเรามาด้วยนะขอรับ"เทียนที่อิ่มเอมจากการได้เติมเต็มกำลังใจจากฟู่เหิงแล้วก็ช่วยฟู่เหิงแต่งตัวอีกครั้งจนเสร็จและสำทับให้ฟู่เหิงพาทุกคนมาที่เหลาอาหาร  

"หึหึ ได้สิเจอกันเย็นนี้" 

(เหลาอาหารฟู่ฉา) 

วันนี้เทียนมีรับน้องใหม่อย่างปี้เฉินที่ตอนนี้ได้เปลี่ยนชื่อใหม่แล้วชื่อของนางก็คือลั่วหยางฮวา พอเทียนมาถึงร้านลูกค้าขาประจำทั้งหลายต่างก็ทักทายเทียนกันอย่างล้นหลาม ปี้เฉินที่เข้าใจว่าตัวเองต้องมาอยู่ที่หอนางโลมก็เป็นอันว่านางนั้นเข้าใจผิดไปเองทั้งหมดและยิ่งได้เห็นความสามารถการควบคุมคนของเทียน ปี้เฉินก็ยิ่งทึ่งเข้าไปอีกเพราะไม่คิดว่าเหลาอาหารของเทียนจะใหญ่โตและมีคนหลายระดับเข้ามาใช้บรการเช่นนี้ 

"เถ้าแก่เนี๊ยะ ข้าจะได้เห็นท่านแสดงความสามารถบนเวทีอีกหรือไม่" 

"รอดูคืนนี้นะเจ้าค่ะ รับรองว่าข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน" 

เมื่อเทียนแวะทักทายเหล่าลูกค้าเสร็จก็ขึ้นมายังห้องแต่งตัวของสาวๆที่ยังทำการซ้อมการแสดงของตัวเองที่ต้องเล่นคู่กับนายหญิงของพวกตนกันอย่างขยันขันแข็ง จนปี้เฉินอดไม่ได้ที่จะถามเรื่องที่เกี่ยวกับเทียนออกไป 

"ทำไมพวกเจ้าดูเทิดทูนนายหญิงของพวกเจ้าเหลือเกินล่ะ" 

"เจ้ามาใหม่คงไม่รู้สินะว่านายหญิงของเราน่ะถึงจะเป็นคนสองเพศแต่นายหญิงเทียนของเราก็เก่งรอบด้านแบบหาตัวจับได้ยากเลยล่ะ ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ นายหญิงของเราก็ทำได้ การดนตรีและศิลปะก็เป็นเลิศ ยิ่งด้านการทำอาหารหากเจ้าได้ลองชิมเจ้าจะอยากได้นายหญิงไปเป็นภรรยาเลยล่ะ หากแต่ก็ต้องแห้วล่ะนะเพราะนายหญิงเราน่ะมีคนรักเสียแล้ว มันน่าเสียดายก็ตรงนี้แหละ" 

"ใช่ๆพี่ฮุ่ยหลินพูดถูก เมื่อก่อนพวกเราอยู่หอนางโลมทั้งนั้นไม่ค่อยได้แสดงความสามารถอะไรหรอกแต่พอเราได้รับการต้อนรับของนายหญิงนะ พวกเราที่นี่ล้วนเป็นผู้หญิงที่มีค่ากันทุกคนเลยล่ะ เจ้าอาจจะบอกว่าข้านั้นพูดเกินจริง เจ้าก็ลองสัมผัสด้วยตัวเองดูก็แล้วกัน คืนนี้ก็ทำอย่างเต็มที่ และที่สวนกลางร้านของเราวันนี้จะเป็นโชว์ของพวกเราทุกคนที่จะได้ขึ้นโชว์พร้อมกับนายหญิงล่ะ" 

ปี้เฉินที่ได้ฟังทุกคำพูดของคนเหล่านี้ก็อดที่อยากจะสัมผัสด้วยตัวเองซักครั้งไม่ได้จริงๆ เวลาผ่านไปเพียงเค่อเดียวเทียนก็เข้ามาตามทุกคนไปยังสวนดอกไม้กลางร้านที่จะเป็นเวทีแสดงในคืนนี้ เมื่อมาถึงทุกคนก็ได้รับสิ่งที่เรียกว่าโน๊ตเพลงกันทุกคน เครื่องดนตรีก็มีทั้งพิณ กู้เจิง ผีผา ไวโอลินและเครื่องดนตรีอีกมากมายที่เทียนจะนำมาแสดงในคืนครบรอบสามปีของร้านในคืนนี้ 

"เอาล่ะทุกคนอย่างที่เราได้ซ้อมกันมาถึงสามเดือนในคืนนี้จะคือวันที่ต้องแสดงจริงแล้ว ข้าขอให้พวกเจ้าอย่าได้กังวลหรือตื่นเต้นมากไปปล่อยวางมันซะทำเหมือนกับว่ามันคือการแสดงที่พวกเจ้าแสดงมาในทุกคืนแล้วเจ้าจะไม่ตื่นเต้นมาก" 

"เจ้าค่ะนายหญิง!!" 

"ส่วนเจ้าลั่วหยาง เจ้าดูการซ้อม ดูท่ารำต่างๆไปก่อนเพราะตอนนี้คงปรับแก้ท่าร่ายรำคงไม่ทันแล้ว สาวๆข้าจะแนะนำเด็กใหม่ให้พวกเจ้าได้รู้จัก นางคือลั่วหยางฮวา นางจะมาเป็นผู้ออกแบบท่าร่ายรำให้พวกเจ้าในทุกคืนที่เจ้าขึ้นแสดง นางเก่งเรื่องพวกนี้เป็นอย่างมากรับรองว่าพวกเจ้าได้ขึ้นเป็นดาวเด่นอย่างแน่นอน เอาล่ะๆเริ่มซ้อมได้" 

เมื่อจบการแนะนำทุกคนก็เริ่มซ้อมการแสดงของตัวเอง ลั่วหยางหรือปี้เฉินก็มองการแสดงของสาวๆไปเรื่อยๆ ลั่วหยางก็อดที่จะทึ้งไม่ได้ว่าการแสดงของเว่ยเทียนนั้นมันดูสวยงามและอลังการมากมันไร้ที่ติจนลั่วหยางต้องมองเว่ยเทียนใหม่ทันที จนการซ้อมจบลงลั่วหยางก็มองหาเทียนจนไปเจอเทียนกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่บนกำแพงจนร่างของเทียนนั้นหล่นลงไปอีกด้าน ลั่วหยางและทุกคนตกใจมากจึงรีบวิ่งไปดูเทียนกันทันที 

ทางด้านเทียนที่หล่นมาจากกำแพงก็ลงมานั่งกับเด็กคนหนึ่งที่มักจะมานั่งฟังเทียนซ้อมเพลง มันเป็นความบังเอิญที่เทียนมาไล่พวกปีนกำแพงมาแอบดูการซ้อมทำให้เทียนได้เจอเด็กน้อยโดยบังเอิญ และตลอดสามเดือนที่ผ่านมาเทียนก็มักจะมาพูดคุยผ่านกำแพงกับเด็กน้อยตลอด 

"นี่เด็กน้อยวันนี้ต้องพาพี่ไปบ้านของเราแล้วนะ เราผลัดพี่มาตลอดเลย" 

"ความจริงแล้วข้าไม่มีบ้านหรอกขอรับ ข้านั้นมาตามหาท่านแม่ของข้าที่ต้าชิง ท่านแม่บอกข้าว่าเมื่อไรที่ฮ่องเต้สิ้นพระชนย์ ท่านแม่ถึงจะได้กลับมาอยู่กับข้า" 

"อืม ข้าว่าข้ารู้แล้วว่าแม่ของเจ้าอยู่ที่ใด ท่านแม่ของเจ้า..."เทียนที่ยังพูดไม่ทันจบก้ถูกเด็กน้อยพูดขัดขึ้นมาก่อน 

"ท่านแม่ของข้าถูกฆ่าตายแล้ว มีคนในวังบอกข้ามาเช่นนี้ท่านแม่ของข้าทำอะไรผิดร้ายแรงหรือขอรับพวกเขาถึงลงโทษท่านแม่ของข้า" 

"คนในวังคนนั้นหน้าตาเป็นเช่นไรงั้นหรือ"เทียนถามเด็กน้อยทันทีเมื่อได้ยินว่าคนในวังเป็นคนบอกแก่เด็กน้อย เด็กน้อยวัย 9ขวบนั่งคิดอยู่ครู่ก็วาดลักษณะของคนๆนั้นลงบนพื้น ก็ทำให้เทียนได้รู้ว่าคนที่บอกข่าวแก่เด็กน้อยนั้นเป็นขันทีคนหนึ่ง 

"แล้วขันทีคนนั้นได้บอกรึเปล่าว่าให้เจ้าทำอย่างไร" 

"เขาบอกว่าหากข้าอยากแก้แค้นให้ท่านแม่ ข้าต้องเข้าไปเป็นขันทีขอรับ" 

"แล้วเจ้าอยากไปเป็นขันทีหรือไม่เด็กน้อย"เทียนถามเด็กน้อยออกไปแต่ยังไม่ทันได้รับคำตอบ เสียงของลั่วหยางก็ดังขึ้น 

"อาลั่ว! เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร" 

"ท่านแม่!" 

"เจ้าหลบไปก่อนลั่วหยาง ข้าจะพาเด็กเข้าไปข้างใน" 

(เทียนพาร์ท) 

เมื่อผมพาเด็กน้อยที่เป็นลูกชายของปี้เฉินเข้ามา แม่ลูกก็วิ่งเข้ากอดกันทันทีเล่นซะผมน้ำตาซึมตามเลยให้ตายสิ และถ้าให้ผมเดานะไอ้ขันทีคนนั้นมันต้องเป็นหยวนชุนหวังอย่างแน่นอน แต่มันอย่าได้หวังเลยว่าจะได้ใช้เด็กคนนี้เป็นเครื่องมือผมไม่มีทางยอมแน่ แล้วผมก็ปล่อยให้แม่ลูกได้คุยกัน ส่วนผมน่ะหรอก็มาคอยเซ็ทฉากการแสดงอยู่นี่ไงล่ะครับ 

"พี่สาว ข้าขอบคุณท่านมากเลยขอรับที่ช่วยท่านแม่ของข้าเอาไว้ โปรดรับการคารวะจากข้าด้วยขอรับ" 

"หึหึ เด็กน้อยต่อไปนี้เจ้าก็มาร่ำเรียนกับลูกๆของข้าเถอะนะ เจ้ามิต้องกังวลแล้วว่าใครจะมาทำร้ายท่านแม่ของเจ้าได้เพราะข้าจะเป็นคนปกป้องแม่ของเจ้าเอง" 

"ขอรับพี่สาว" 

แล้วเวลาก็ผ่านจนมาถึงยามค่ำ ทุกคนก็มาถึงที่ร้านของผมครบหมดแล้ว แล้วก็เช่นเดิมแหละครับฮ่องเต้ ฮองเฮา อิงลั่ว ผมจัดพื้นที่โซนวีไอพีไว้ให้แล้วครับ ส่วนองค์ชาย4 องค์ชาย5 และองค์ชาย12ก็มาด้วยเช่นกัน ผมก็มีโซนเด็กไว้พร้อมแล้วเช่นกัน โซนที่จะทำให้พี่น้องเขาได้พบกัน อ่อหากใครยังไม่รู้นะ ผมอยากจะบอกว่าเด็กแสบพวกนี้ผมเป็นอาจารย์สอนการใช้ชีวิตให้พวกเขาด้วย ที่นัดของพวกเราก็คือตำหนักเหยี่ยนสี่นั่นแหละครับ พอเรียนตำราจบพวกองค์ชายทั้งหลายเขาก็จะมารวมตัวกันที่ตำหนักเหยี่ยนสี่ทันทีเลยล่ะ 

เอาล่ะๆผมพานอกเรื่องแล้ว วันนี้กิจการทั้ง3ของผมครบรอบ3ปีแล้ว ผมเลยจัดงานฉลองมันซะเลย ทุกคนต่างก็อยากจะรู้ล่ะนะว่าผมจะแสดงอะไร ต่างก็เดาว่าคงเป็นการแสดงเล็กๆน้อยๆเหมือนกับหอนางโลมทั่วไป ไอ้พวกเนี่ยมันพวกอคติ ส่วนบางคนก็ว่าคงจะอลังการมาก ไอ้พวกนี้ก็ชอบส่งคนมาป่วนเวลาซ้อมของพวกผมประจำ เจอผมเอาไม้ไล่ตีไปหมดนั่นแหละ บางคนก็แอบไปถามสามีผมก็มีแต่ก็เจอสามีผมตอกกลับไปว่าเมียไม่ให้ยุ่งแค่นั้นแหละครับหนีหายกันหมด แต่สุดท้ายงานผมมันก็เริ่มแล้วครับและพิธีกรขอค่ำคืนนี้ก็คือพ่อบ้านตระกูลฟู่ฉาแสนขี้อายนั่นเอง กว่าผมจะทำให้เขาพูดจนคล่องผมก็เปลืองน้ำลายไปหลายถังเลยล่ะ 

พอพิธีกรของผมพูดจบเสียงดนตรีก็เริ่มขึ้น พวกนางรำของผมก็ออกไปร่ายรำตามที่ซ้อมเอาไว้จนถึงช่วงหนึ่งของการแสดงผมก็ทำให้เวทีมันแยกออกแล้วปรากฏเป็นดอกบัวขึ้นไปอยู่บนเวที จากนั้นดอกบัวตูมก็เริ่มบานออกและปรากฏเป็นสาวงามที่รำอยู่ในดอกบัว งานนี้อลังการทั้งแสงสีเสียงจนทุกคนที่มาวันนี้ต่างอึ้งไปตามๆกันเลยล่ะครับ ยังหรอกครับแค่นี้มันยังไม่พอ 

ตอนนี้ก็ถึงคิวที่ผมต้องออกไปร่ายรำแล้ว ผมให้สัญญาณคนที่คอยดึงลอก ผมเริ่มปล่อยตัวเองลงไปทุกคนอึ้งไปแล้วครับลอยได้และยิ่งอึ้งไปอีกผมลอยค้างอยู่บนอากาศกำลังเชยคางสาวนางรำในดอกบัว ก่อนจะลอยตัวลงมายืนข้างกับสาวนางรำในดอกบัวก่อนจะอุ้มตัวเธอให้ลอยออกจากดอกบัวด้วยกัน แล้วผมก็เริ่มเต้นลีลาศท่ามกลางสาวนางรำร่วมสิบชีวิต การแสดงเป็นไปอย่างราบรื่นจนการแสดงจบผมและทุกตนก็ได้รับเสียงปรบมือที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งร้าน 

พอผมลงมาจากเวทีการแสดงทุกคนก็เข้ามาชนจอกเหล้ากับผมนับไม่ถ้วน ผมก็ต้องชนตามมารยาท จนผมขึ้นมาบนชั้นวีไอพีของฮ่องเต้ ทุกคนก็ร่วมแสดงความยินดีกับผม แน่สิว่าต้องยินดีเพราะเงินส่วนหนึ่งผมต้องส่งเข้าท้องพระคลังด้วย วันนี้ทุกคนดูสนุกสนานมากจนเวลาล่วงเลยมาค่อนคืน แขกเหรื่อก็เริ่มทยอยกลับกันไปหมดแล้ว จึงเหลือผมกับลูกน้องในร้านเท่านั้น วันนี้คือวันแจกเงินเดือนให้กับเด็กๆในร้าน ฟู่เหิงที่จัดซองให้ผมเรียบร้อยแล้วผมก็เรียกให้สาวๆทยอยเข้ามารับซองโดยมีซีหลานและลั่วหยางคอยส่งซองให้ 

"ขอบคุณเจ้าคะนายหญิง!!"ทุกคนผสานเสียงขอบคุณผมกันทุกคนอย่างพร้อมเพียง มันเป็นอะไรที่ผมโคตรจะปลื้มเลย แล้วผมก็ได้จัดโต๊ะเลี้ยงให้อาหารให้พวกเธอทุกคนด้วย ซีหลานและลั่วหยางก็เข้ามาร่วมทานด้วยเพราะสิ่งที่ผมเตรียมไว้ให้มันคือหมูกระทะที่มีน้ำจิ้มรสแซ่บเตรียมไว้ให้ไงล่ะทุกคนถึงไม่มีใครเกียงงอนซักคน แถมจะพุ่งเข้าใส่กันเสียมากกว่า อีกโต๊ะก็เป็นโต๊ะของผมกับคนในครอบครัวเองโดยมีเหล่าองค์ชายที่ยังไม่กลับเพราะคืนนี้จะไปนอนที่จวนของผมด้วย 

"ทานเยอะๆนะทุกคน เหนื่อยกันสายตัวแทบขาดมาด้วยกันตลอดวันนี้ทานกันให้เต็มที่ ข้าจะปิดร้านให้พักสองวันให้พวกเจ้าได้มีเวลาพักผ่อนกับครอบครัว" 

"ขอบคุณขอรับ/เจ้าค่ะนายหญิง!!" 

"เจ้านี่ใจดีกับพวกคนงานเหลือเกินนะเว่ยเทียน"ลั่วหยางที่นั่งทานใกล้ๆเทียนก็เอ่ยขึ้นโดยมีซีหลานนั่งเป็นคนถัดไป แถมยังได้แต่ยิ้มขำกับคำถามของลั่วหยางเป็นอย่างมากเพราะตนก็เคยถามคำถามนี้มาก่อน 

"ก็ทุกคนดีกับข้า ข้าก็ต้องดีตอบสิ อยากจะได้ความเคารพเราก็ต้องทำตัวให้น่าเคารพและเป็นตัวอย่างที่ดีให้พวกเขาด้วยแค่นี้เราก็ได้ใจของทุกคนแล้ว หากเจ้าเอาแต่ทำตัวร้ายๆใครเขาอยากจะภักดีด้วยละจริงไหม"เทียนคีบเนื้อไปวางให้ฟู่เหิงก่อนจะตอบคำถามของลั่วหยางฮวาอย่างกวนๆ 

"อืมก็จริงของเจ้า" 

"ทานๆ หากเจ้ายังมัวถามจะพลาดของอร่อยนะลั่วหยาง"ผมที่กำลังพลิกเนื้อย่างก็พูดเตือนเพราะลั่วหยางหรือปี้เฉินเคยกินเป็นครั้งแรกจึงไม่รู้อะไรเพราะพริบตาเดียวเนื้อที่ย่างไว้ก็หมดเกลี้ยงไปแล้ว 

"ใช่ๆ เจ้าอย่าได้ชักช้ารีบคีบเร็วเดี๋ยวจะไม่ทันเด็กๆเสียก่อน"ซีหลานสำทับคำพูดของผมอีกที ผมเห็นท่าทีเงอะงะของลั่วหยางผมเลยคีบเนื้อให้นางแทน ซึ่งก็เรียกความไม่พอใจจากฟู่เหิงได้เป็นอย่างดี 

"คีบให้แต่นางแล้วข้าเล่าเทียนเอ๋อร์"ฟู่เหิงของผมหึงแล้วน่ารักเนอะแหม กับสาวๆก็ไม่เว้นเลย ลั่วหยางเองก็ทำหน้าตาเหนือกว่าใส่ฟู่เหิงเช่นกันครับ เอาล่ะไงสงครามสายตากำลังจะเริ่มแล้ว ผมก็คิดว่าปี้เฉินจะชอบสามีผมซะอีกแต่ที่ไหนได้เป็นผมที่มโนไปเองน่ะสิ เพราะดูแล้วปี้เฉฮินทำให้สามีผมฟาดงวงฟาดงามาหลายรอบแล้วที่ปี้เฉินมาทำหวานใส่ผม 

"ท่านพี่ ท่านก็ทานเยอะๆนะขอรับทำงานมาเหนื่อยๆทั้งวัน"ผมตัดสินใจจบปัญหาด้วยการคีบอาหารให้สามีบ้าง ส่วนคนอื่นไม่มีเวลามาสนใจพวกผมหรอกครับเพราะแต่สนใจของกินกันมากกว่า จนเริ่มดึกงานเลี้ยงก็จบลงผมและฟู่เหิงพาเด็กๆที่เริ่มง่วงพากันกลับจวน ส่วนแม่สามีของผมกลับไปได้ซักพักแล้วพร้อมกับญาติคนอื่นๆ  

(จวนตระกูลฟู่ฉา) 

จนมาถึงจวนเด็กๆก็พากันล้างหน้าล้างตาแล้วเข้าห้องนอนกันทันทีองค์ชาย5นอนกับฟู่หมิง ส่วนแฝดนั้นลากองค์ชาย12ไปนอนด้วย จึงเหลือแค่องค์ชาย6และ7ที่ต้องนอนด้วยกันอย่างช่วยไม่ได้ ผมก็หวังว่าทั้งสองคนจะไม่ตีกันหรอกนะ ส่วนองค์ชาย4นั้นกลับไปแล้วเพราะดูเหมือนจะมีอาการป่วย 

จนมาถึงช่วงเช้าอีกวันผมก็พาเด็กๆกลับเข้าวังโดยที่ขนกันมาหมดเลยเพราะวันนี้ทุกคนมีเรียนกับท่านอาจารย์ และวันนี้ผมก็ต้องเริ่มสอนการแสดงและสอนเกี่ยวกับมารยาของสาวๆและขุนนางต่างๆให้กับเด็กๆด้วย ส่วนฟู่เหิงเองก็ถูกเรียกตัวเข้าเฝ้าวันนี้ทุกคนจึงมาพร้อมกันหมดเลย 

การเรียนการสอนเป็นไปอย่างสนุกสนานจนเย็นผมจึงเริ่มมอบหมายงานให้เด็กๆด้วยการให้องค์ชายสี่เริ่มแสดงก่อนคนแรกด้วยการสวมบทบาทเป็นคนอารมณ์ร้อนวู่วาม ซึ่งองค์ชายสี่ก็แสดงได้เป็นอย่างดี ต่อมาก็องค์ชาย12 ที่ผมให้เขาแสดงเป็นคนสมองทึบเรียนไม่เก่ง อะไรก็ไม่เก่งซักอย่าง ซึ่งองค์ชาย12ก็แสดงได้ดีอีกเช่นกัน ส่วนองค์ชาย5 ผมไม่ได้ให้เขาแสดงอะไรเลย 

"เอาล่ะเด็กๆที่ท่านอาสอนการแสดงให้พวกเจ้าเพราะอามีงานใหหญ่ที่กำลังรอพวกเจ้าอยู่ในภายภาคหน้า วังหลวงก็คือสนามรบย่อมๆ หากว่าพวกเจ้าพี่น้องแตกคอกันเอง ไอ้พวกที่หวังร้ายกับเรามันก็จะเข้ามาแทรกและเข้ามาทำลายบ้านเมืองของเราได้อย่างไม่ยาก ข้าจะยกตัวอย่างให้ดู หากท่านองค์ชายสี่ ไม่ลงรอยกับองค์ชาย12 คนที่ไม่หวังดีก็จะเข้ามาเป่าหูท่านได้อย่างง่ายดาย และชักนำท่านเพื่อให้ทำร้ายคนในครอบครัวเดียวกันทันที ฉะนั้นภายในอนาคตใครจะได้ขึ้นเป็นรัชทายาทเราก็ต้องยินดีกับพี่น้องของเราเข้าใจหรือไม่" 

"ขอรับท่านอาจารย์อา!!" 

"ข้าจะบอกให้ว่าการช่วยเหลือพี่น้องตัวเองบริหารบ้านเมืองอย่างดี นั่นก็เหมือนเป็นการได้ครองบัลลังก์เช่นกัน เจ้าไม่จำเป็นต้องได้ครอบครองก็สามารถทำให้เหมือนได้มันมาครอบครองเช่นกัน ความสามัคคีมันเป็นยันชั้นดีที่จำให้พวกเจ้าประสบความสำเร็จเพราะความยิ่งใหญ่มันไม่ได้เกิดขึ้นจากคนๆเดียวแต่มันคือการที่ทุกคนช่วยกันสนับสนุนซึ่งกันและกันจำเอาไว้นะเหล่าองค์ชาย ภายภาคหน้ามีงานใหย่รออยู่ข้าก็จะสอนการใส่หน้ากากให้พวกท่านทุกคนด้วยวันนี้พอแค่นี้ก่อน" 

"ขอรับท่านอาจารย์" 

ผมรู้สึกดีนะที่ทำให้พี่น้องเขาปรองดองกันได้ แต่ตอนนี้ผมคงต้องสงสารอิงลั่วเสียแล้วที่ต้องรับบทหนักกว่าคนอื่น นางเริ่มมีอาการแพ้ท้องออกมาแล้ว ผมจึงส่งสารลับให้กับองค์ฮ่องเต้ว่าตอนนี้ให้กลับมาหาเว่ยอิงลั่วได้แล้ว และเป็นไปตามคาดขันทีหยวนชุนหวังถูกฮ่องเต้ลงโทษให้โบยไปหลายไม้เลยล่ะโทษฐานที่บังอาจมาลงโทษเว่ยอิงลั่วโดยพละการ เมื่อเว่ยอิงลั่วหมดสติไปฮ่องเต้ก็เรียกหมอหลวงให้มาตรวจเว่ยอิงลั่วทันที 

"เป็นไงบ้างลิ่งเฟย"เทียนที่ตามมาด้วยก็รีบถามอาการของอิงลั่วทันที 

"อืม ข้าแพ้ท้องหนักมากเลยเว่ยเทียน ข้าไม่ไหวแล้ว" 

"งั้นทานอะไรเปรี้ยวๆหน่อยแล้วกันนะ หมิงอวี้ไปเอาของที่ข้าเตรียมมาที" 

"ได้ๆ" 

ผ่านไปเพียงเค่อเดียว มะม่วง ตะลิงปลิง กระท้อน ที่ผมไปหาซื้อมาจากเรือที่ขายของไทยๆก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว ผมก็ส่งมะม่วงให้กับอิงลั่วได้ลองชิม นางกัดเข้าไปคำเดียวก็มีคำต่อๆมา จนของเปรี้ยวทั้งหลายหมดลงอย่างรวดเร็ว 

"เป็นไงบ้าง ยังรู้สึกอยากจะอาเจียนอีกไหม" 

"ไม่แล้วล่ะ" 

"ดีแล้ว นี่พี่หมิงอวี้ท่านเตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว ชุดแต่งงานเรียบร้อยดีไหมขอรับ" 

"เรียบร้อยหมดแล้วล่ะ แถมสามีเจ้าก็ให้ที่ดินที่ติดกับวังหลวงมาด้วย ทั้งข้าและไฮหลันฉาจึงเข้าไปเตรียมของมาบ้างแล้ว" 

"อืมดีแล้ว ข้ายินดีกับท่านด้วยนะพี่หมิงอวี้" 

"อืม ข้าดีใจที่ฝ่าบาทยังให้ข้ามาหาอิงลั่วได้ด้วย ไม่เช่นนั้นข้าคงคิดถึงนางมาก เอ๊ะ?จะว่าไปข้าเห็นหยวนชุนหวังคนนั้นมาคุกเข่าอยู่เป็นนานแล้วนะ ฝีมือเจ้ากับฮองเฮาใช่หรือไม่" 

"คิกคิก ก็แค่เอาคืนเล็กๆน้อยๆนั่นแหละนะพี่หมิงอวี้ เอาล่ะข้าจะไปทำอะไรมาให้เจ้าทานนะลิ่งเฟย" 

"ขอบคุณเจ้ามากเว่ยเทียน" 

เทียนที่บอกจะไปทำอาหารให้อิงลั่วก็เดินมาที่หยวนชุนหวังคุกเข่าอยู่ และมองหยวนชุนหวังอยู่นานก่อนจะนั่งยองๆลงตรงหน้าของหยวนชุนหวัง 

"เหนื่อยไหมที่ต้องวางแผนเพื่อจะทำให้ทุกคนหันมาสนใจเจ้าน่ะ หยวนชุนหวัง คงแค้นมากเลยสิ หึหึ แต่ข้าบอกเลยว่าถ้ามีข้าอยู่เจ้าอย่าได้หวัง ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าสมหวังแน่ อ่อขอให้แค้นจนจุกอกไปเลยนะจ๊ะ หยวนชุนหวัง หึหึ" 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 

ความคิดเห็น