ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 450

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2564 19:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12
แบบอักษร

บทที่ 12 

วันต่อมาหลี่กงกงก็มาตามอิงลั่วให้ไปตำหนักหย่งเฮ่อของพระสนมอวี้เฟย พอไปถึงอิงลั่วก็ได้เห็นว่าองค์ชายห้านั้นป่วยจนไม่ได้สติ ก็นึกถึงคำพูดของเทียนที่พูดกับตนไปด้วย อิงลั่วจึงให้ทุกคนพูดจนให้พอใจ ส่วนฮ่องเต้ก็ทำหน้าเครียดออกมา แต่แววตาที่ส่งให้ฮองเฮาและพระสนมทั้งสองนั้นแวววับไปด้วยความตื่นเต้น ที่จะได้เล่นสนุกไปกับการชิงดีชิงเด่นของเหล่าสนมของพระองค์ 

จนเมื่อหมอหลวงเย่วมาถึงก็พูดร่ายทุกอย่างทันทีจนสีหน้าของฉุนกุ้ยเฟยเป็นต่อและดีใจที่กำลังจะได้กำจัดสนมลิ่งเฟยคู่แค้นไปให้พ้นทาง แต่สีหน้าพระนางก็เริ่มคล้ำลงเมื่อหมอเย่วบอกให้กระตุ้นให้องค์ชายห้าอาเจียนออกมา เมื่อทุกคนถูกพาออกมาอวี้เฟยก็รีบเข้ามาประกบเทียนที่ยืนรออยู่ด้านนอก 

"ลูกข้าจะปลอดภัยจริงๆใช่ไหมเว่ยเทียน หัวใจข้าเจ็บเจียนจะตายแล้ว" 

"อืม ปลอดภัยแน่นอนหายห่วงได้" 

"อืมขอบคุณเจ้ามาก" 

เมื่อผลออกมาฮ่องเต้ก็แอบทำสีหน้าประหลาดใจออกมา ก่อนจะสั่งลงโทษพระสนมทั้งสอง เมื่อฝ่าบาทตัดสินโทษเสร็จก็เสด็จกลับตำหนักทันทีเมื่อเหลือกันเพียงแค่สองคน ฮองเฮาก็ยิ้มหวานออกมาและถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก 

"ในที่สุดพวกเราก็ทำสำเร็จแล้วนะ" 

"เพคะท่านพี่หญิง ที่เหลือหม่อมฉันฝากท่านด้วย" 

"ได้ๆ" 

เมื่อฮองเฮาออกมาและเจอกับเทียนที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าตำหนักก็ยิ้มออกมาและเดินเข้ามาทักทายเทียน ถึงแม้จะทำให้ดูเหมือนว่าไม่ถูกกันแต่เทียนก็เข้าใจดี ว่าวังหลังน่ะมันอยู่ยาก 

"ระวังตัวเองบ้าง หลานข้าเป็นอะไรขึ้นมา ข้าจะตีเจ้าให้ก้นลายเลย"การพูดเชิงตำหนิแต่เทียนรู้ดีว่าฮองเฮานั้นห่วงตนขนาดไหน 

"ขอบพระทัยฮองเฮาที่ชี้แนะ" แล้วฮองเฮาก็ขำออกมาก่อนจะส่งตัวองค์ชายห้าให้กับเทียนแล้วเดินจากไป 

"หย่งฉี เจ้าอย่ามาร้องไห้ตรงนี้ เป็นลูกผู้ชายต้องไม่เสียน้ำตาอย่างเปล่าประโยชน์ เจ้าอยากช่วยแม่ของเจ้าไหม" 

"ฮึก อึก ขอรับท่านอาเทียน" 

"เช่นนั้นหย่งฉี เราจะเดินกันไปคุยกันไปดีหรือไม่" 

"ขอรับท่านอา"เมื่อผมเดินพ้นรัศมีของพวกหูตาสับปะรดผมก็เริ่มพูดออกมาอีกครั้ง 

"คนที่จะช่วยท่านแม่ของเจ้าได้มีเพียงไทเฮาเท่านั้น หากไม่อยากให้ท่านแม่ของเจ้าต้องเจ็บปวดและร้องไห้ก็จงไปคุกเข่าหน้าตำหนักไทเฮาซะ พูดขอร้องให้ไทเฮาช่วยแม่ของเจ้า" 

"ขอรับท่านอาเทียน" 

"ไปได้แล้วเดี๋ยวจะไม่ทันการ เสด็จพ่อของเจ้าจะสั่งลงโทษซะก่อน"พอเด็กน้อยวิ่งออกไปผมที่กำลังจะกลับตำหนักเหยี่ยนสี่ก็ชนเข้ากับแผงอกของใครบางคนที่มายืนขวางอยู่ ผมที่เกือบหงายหลังก็ถูกช้อนตัวได้อย่างทันท่วงที 

"เจ้าเป็นอะไรหรือไม่ เจ็บปวดตรงไหนบ้าง ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าตกใจ"พูดซะรัวเร็วเลยครับ ดูท่าจะตกใจมากอ่ะครับ 

"ฟู่ว ฝ่าบาทพระองค์ทำให้กระหม่อมกลัวแล้ว ไปพ่ะย่ะค่ะงิ้วฉากที่สองจะเริ่มแล้ว" 

"หึเจ้ามันร้ายกาจยิ่งกว่าผู้ใดเว่ยเทียน"อยู่ๆฮ่องเต้ก็พูดขึ้นมา แต่ผมก็ไม่ได้อะไรหรอกนะออกจะรู้สึกเฉยๆซะมากกว่า 

"กระหม่อมร้ายกาจยังไงพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมออกจะใสซื่อ พระองค์เถอะต่อจากนี้ก็ทรงระวังพระวรกายบ้างนะพ่ะย่ะค่ะ มีปัญหาใดก็อย่าได้เก็บไว้ในพระทัยมากไประบายให้ฮองเฮาฟังบ้างก็ได้ เผื่อจะได้โอรสมาเฉยชมซักพระองค์ อ่อแล้วเทียบเชิญที่กระหม่อมส่งให้อย่าลืมไปนะพ่ะย่ะค่ะอดของอร่อยโทษกระหม่อมไม่ได้นะ อ๋อทรงพาองค์ชาย5มาด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะแนะนำให้เขาได้รู้จักเพื่อนๆไว้บ้าง 

"อืม เจ้าเลือกวันได้ดีหลังวันเลี้ยงไหมเนี่ยนะ หึ คิดแผนอะไรไว้อีกล่ะ" 

"ไม่มี๊ ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ แต่ถึงกระหม่อมจะร้ายกาจหากแต่เป็นลิขิตสวรรค์อย่างไรมันก็ต้องเกิด เช่นตอนที่กระหม่อมช่วยองค์ชายเจ็ดและอดีตฮองเฮาไว้ได้ ถึงฮองเฮาไม่เสียไปในตอนนั้นแต่อย่างไรชีวิตพระนางก็ถูกลิขิตไว้แล้วว่าต้องทรงสวรรคต ไม่ว่ากระหม่อมยื้อไว้ทางใดพระนางก็ยังต้องจากไปอยู่ดี แต่องค์ชายเจ็ดนั้นไม่ใช่หากเป็นไปได้กระหม่อมอยากทูลขอองค์ชายเจ็ดให้มาเป็นลูกบุญธรรมของกระหม่อมแทนจะได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ" 

"ข้าเข้าใจความเศร้าของเจ้าดี เอาเถิดไปตำหนักเหยี่ยนสี่กัน" 

พอมาถึงตำหนักเหยี่ยนสี่ฝ่าบาทก็จุ๊ปากให้ทุกคนเงียบแล้วเข้าไปแกล้งอิงลั่ว แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรกันต่อฮองเฮาก็มาพร้อมกับสาวรับใช้คนสนิทของฉุนกุ้ยเฟย และมาพร้อมคำสารภาพที่พวกผมรู้อยู่ก่อนแล้วแต่แค่ทำให้มันโยงไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังด้วยเท่านั้นเอง เมื่อฉุนกุ้ยเฟยถูกส่งตัวไปตำหนักเย็นแล้ว ฮองเฮาก็เข้าไปสรุปคดีก็เป็นอันจบด้วยความตายของฉุนกุ้ยเฟย ต่อไปก็ได้เวลาเปิดฟลอการแสดงใหม่แล้ว 

อ่อผมลืมไปอีกคน พระสนมอวี้เฟยน่ะถูกซุ่มทำร้ายระหว่างทาง ดีที่พวกผมรอบคอบสลับตัวสนมอวี้เฟยออกมาได้ก่อน ใครว่าไทเฮาธรรมดากัน ผมบอกเลยว่าถ้าไม่ร้ายจริงจะยืนหยัดอยู่ในเส้นทางสายนี้ได้ไง ผมปลอมตัวให้สนมอวี้เฟยกลายเป็นคนใหม่ และทำงานในร้านขายขนมของผมเองครับ 

ช่วงนี้ร้านยังไม่เปิดผมก็ให้พระนางไปอยู่ที่จวนผมก่อน ที่นั่นองค์ชายห้าสามารถไปหาเสด็จแม่ของพระองค์ได้อย่างง่ายดายเลยล่ะ และนามใหม่ของพระนางก็คือซีหลาน พี่สาวของเว่ยเทียนที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นที่ตระกูลฟู่ฉา ไงล่ะไอ้เทียนซะอย่างระดับผู้กำกับมาเองเลยนะ 

แล้วเวลาก็ผ่านไปเดือนกว่าแล้ว ท้องผมมันก็ยื่นนิดๆแล้วล่ะครับ ผมจำได้ว่าศึกครั้งนี้ยาวนานถึงสองปีเลยล่ะและวันนี้ผมก็ได้เข้าวังมาในฐานะตัวแทนฮูหยินตระกูลฟู่ฉาเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงไหมของวังหลวง ทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีปัญหาอะไรเลย พอวันต่อมาก็เป็นวันเปิดกิจการร้านอาหารของผม ทุกคนมาร่วมยินดีอย่างเนืองแน่น แต่เชื้อพระวงศ์อย่างฮ่องเต้และฮองเฮากลับมาอย่างสามัญชนพร้อมด้วยองค์ชาย5 สงสัยคงไม่อยากให้คนแตกตื่น 

เมื่องานเปิดร้านจบผมก็ให้เด็กๆดูแขกที่มาวันนี้อย่างดี ส่วนผมก็พาฮ่องเต้และครอบครัวไปยังห้องที่ชั้นสอง เพราะการแสดงโหนเชือกของผมมันกำลังจะเริ่มขึ้น  

เมื่อการแสดงเริ่มขึ้นทุกคนก็ต่างตื่นตากับการแสดงกันไม่น้อย และยังอิ่มท้องด้วยอาหารเลิศรสที่ไม่มีใครเหมือน ของคาวผ่านไปของหวานแปลกตาก็ถูกนำมาเสิร์ฟต่อ พร้อมด้วยชาผลไม้ละมุนลิ้น และสุราดีที่เทียนนั้นบ่มเองกับมือมาหลายปี 

"กิจการเจ้าดูท่าจะรุ่งเรืองแล้วเว่ยเทียน แต่นางรำและนักดนตรีพวกนั้นเจ้าเอาเวลาไหนไปเสาะหามากัน พวกนางดูชำนาญอีกทั้งงามเป็นอย่างมาก" 

"พวกนางล้วนเป็นคนจากหอนางโลมพ่ะย่ะค่ะ แต่เพราะพวกนางไม่อาจทนขายร่างกายต่อไปได้ ร้านของกระหม่อมที่ไม่ขายเนื้อจึงรับพวกนางเอาไว้ เพื่อให้นางได้แสดงความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่ กลางวันที่นี่จะเป็นร้านบะหมี่และอาหารที่มีในรายการเป็นทั้งกับข้าวและอาหารจานเดียว ส่วนกลางคืนกระหม่อมให้ที่นี่เป็นสถานบันเทิงที่มีเหล่าหญิงงามออกมาแสดงความสารถของตัวเอง และชั้นสามของที่นี่กระหม่อมก็ทำเป็นโรงเตี๊ยมพ่ะย่ะค่ะ" 

"ครอบคลุมมากเจ้าไม่กลัว พวกที่อยู่รอบๆเจ้ามาหาเรื่องเจ้าหรือ" 

"ไม่พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมไม่กลัวกระหม่อมเน้นการเจรจาหลักwin-winกันทั้งสองฝ่าย หากพวกเขาไม่รับข้อเสนอของกระหม่อม พวกเขาจะหายไปกระหม่อมก็คงไม่ได้สนใจ" 

"หึเด็ดขาดดี" 

"ขอบพระทัยที่ชมกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะฮองเฮา" 

"หึหึ ดูท้องเจ้าสิยื่นออกมาแล้ว ช่วงนี้ลำบากหน่อยนะ" 

"พ่ะย่ะค่ะพระสนมลิ่งเฟย ท่านเองช่วงนี้ก็ต้องลำบากแล้ว" 

"จะเริ่มแล้วรึไง" 

"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท คนผู้นั้นคงไม่รอเวลาอีกแล้ว เพื่อทำลายราชวงศ์และสะดวกต่อการลงมือเขาผู้นี้จึงยืมมือฮองเฮาและอีกหลายๆคนเพื่อกำจัดฝ่าบาท เพื่อให้พระองค์ทุกข์พระทัยให้ถึงที่สุด" 

"หึ เป็นคนที่ร้ายกาจกว่าเจ้าอีกรึไงเว่ยเทียน" 

"ฝ่าบาท ฮึ้ย!"เทียนที่ทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ฮึดฮัดออกมา 

"หึหึ/หึหึ"ทั้งอิ่งลั่วและฮองเฮาก็ทรงพระสรวลขึ้นมาพร้อมกันอย่างห้ามไม่ได้เมื่อคนท้องอย่างเทียนพองแก้มงอนฮ่องเต้แห่งต้าชิงอย่างอาจหาญไปแล้ว 

"ฮองเฮา ลิ่งเฟยเจ้าดูตลกดีหรือไม่ หากลูกของเขาออกมาหน้าตาแบบนี้จะไปโทษใครได้ ฮ่าๆๆ" 

แล้วสองวันต่อมาฝ่าบาทก็เสด็จออกประพาสล่าสัตว์ เมื่อกลับเข้าวังก็เจอเข้ากับขันทีที่นำยาออกไปขายด้านนอกแต่กลับมีของล้ำค้าอย่างหนอนผีเสื้อติดไปด้วย ทำให้สำนักปรุงยาถูกตรวจค้นทันที และได้ไปเจอเข้ากับใบสั่งยาคุมกำเนิดของตำหนักเหยี่ยนสี่เข้า ทางด้านอ๋องเหอชินก็ไปเจอจดหมายลับของแม่ตัวเอง เรื่องวิ่งชนฮ่องเต้เข้าอย่างจัง จนพระองค์จำเรื่องที่เทียนเคยเตือนไว้ได้จึงผ่อนคลายตัวเองลงและดูว่าเทียนนั้นจะจัดการกับความโปรดปรานให้กับลิ่งเฟยได้อย่างไร 

ทางด้านอิ่งลั่วก็ส่งตัวหยวนชุนวังให้กับฮองเฮาต่อและได้มีการอวยพรให้กับพระนางไปด้วย เมื่อกลับมาถึงตำหนักของตัวเองก็พบฮ่องเต้กำลังนั่งเล่นหมากรุกอยู่กับเว่ยเทียนด้วยท่าทางสบายๆ อิงลั่วจึงเข้าไปร่วมวงด้วย ฮ่องเต้ที่กำลังคิดหนักกับการวางหมากก็หันมาเห็นอิงลั่ว พระองค์จึงหยุดการเล่นหมากไว้และพูดออกมาหน้าตาเฉยว่าตัวเองนั้นชนะแล้ว ทำให้เทียนได้แต่ส่ายหัวให้กับคนที่กำลังจะอ้อนเมียตัวเอง 

"พระองค์ควรจะเริ่มว่าหม่อมฉันได้แล้วเพค่ะ เดี๋ยวคนอื่นจะสงสัยเอานะเพค่ะ"  

"ข้าขอกอดเจ้าต่ออีกหน่อยไม่ได้หรือ เดี๋ยวข้ากับเจ้าต้องห่างกันถึง2ปีเลยนะ" 

"แล้วเรื่องจดหมายลับล่ะเพค่ะพระองค์ทรงเป็นอย่างไรบ้างที่ได้รู้ความจริง" 

"อืมเว่ยเทียนน้องเจ้าเกริ่นให้ข้าฟังมาแล้วก่อนหน้านี้ ในเวลานี้ข้าจึงทำใจได้บ้างแล้ว ส่วนหย่งซง ข้าขอเสด็จแม่แล้วว่าจะให้ไปอยู่กับเว่ยเทียน เพื่อให้เว่ยเทียนได้หัดเลี้ยงเด็กเตรียมตัวเป็นแม่คนจะได้ไม่ต้องซุกซนให้มาก เจ้าเองหากต้องไปอยู่ในสวนหยวนหมิงก็ดูแลตัวเองด้วยรู้หรือไม่" 

"เพค่ะ" 

"เอาล่ะข้าคงต้องทำตัวร้ายกาจแล้ว" 

แล้วเสียงตัดพ้อด่าทอของทั้งสองก็ดังไปทั่วตำหนักเหยี่ยนสี่ ทำให้ข้ารับใช้ทุกคนรู้ชะตากรรมชีวิตของตัวเองทันทีเพราะพอวันถัดมา ข้ารับใช้ทั้งหมดก็ถูกย้ายไปตำหนักอื่นทั้งหมดเหลือเพียงข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์เพียงสองคนกับอีกหนึ่งคนสนิทอย่างหมิงอวี้ 

ส่วนเรื่องหมอหลวงเย่วที่ได้รับโทษแล้วก็ถูกขับออกจากวัง ก็ถูกคนของเว่ยเทียนห่อผ้าแล้วอุ้มไปต่อหน้าต่อตาทหารมากมายแต่ไม่มีใครกระดิกตัวซักคน เมื่อหมอเย่วถูกพาตัวออกมาแล้วเว่ยเทียนก็ทำการรักษาบาดแผลให้กับหมอเย่วก่อน 

"เจ้าพาข้ามาดีๆไม่ได้หรือ ให้ข้าถูกห่อตัวมาเช่นนี้ข้าเจ็บไปทั้งตัวเลยน้าอาจารย์" 

"ฮ่าๆ ท่านอย่าเรียกข้าเช่นนี้เลยข้าอายตัวเองจะแย่เอาล่ะรักษาตัวให้ดีข้ายังมีเรื่องให้ท่านทำอีกเรื่องก่อนที่จะต้องเรียนรู้ทุกอย่างจากข้านะท่าน" 

"ได้ๆ โอ้!นี่โรงหมอของท่านหรอดูดีมากอากาศถ่ายเทดีมากเลยเหมาะแก่การรักษาคนเลย แล้วเครื่องมือรักษาของท่านก็ช่างแปลกตาดีจริงๆ" 

"อืม ข้าถามหน่อยท่านรู้จุดที่จะทำให้ชาทั้งตัวไหม" 

"รู้สิ เรื่องเท่านี้เอง" 

"เช่นนั้นก็ดี"ในระหว่างที่เทียนกับท่านหมอคุยกันอยู่นั้นก็มีเสียงดังที่ประตูในกลางดึก ทำให้เทียนต้องออกไปดู และสิ่งที่เจอก็คือหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังอุ้มท้องแก่ น่าจะกำลังปวดท้องคลอดแต่ทำไมจึงพาออกมาแบบนี้ล่ะ 

"ท่านหมออยู่ไหมขอรับ เมียข้านางเจ็บท้องคลอดมา1ชั่วยามแล้วขอรับ แต่ข้าก็หาหมอมาทำคลอดให้นางไม่ได้เลย แม่นางช่วยเมียข้าด้วยเถอะ" 

"ได้ๆพาเข้าก่อน หมอเย่วท่านมานี่ช่วยคลำท้องนางทีว่าเด็กกลับหัวรึยัง" 

"ได้ๆ"หมอเย่วที่กำลังทานข้าวก็วางชามข้าวลงทันทีและเดินเข้ามาดูอาการของคนท้องว่าเป็นเช่นไร แต่หมอเย่วกลับทำหน้าเครียดขึ้นมาและพูดออกมาอย่างตัดกำลังใจของคนเป็นพ่อแม่ 

"ไม่น่าจะรอดทั้งแม่ทั้งเด็กหรอกนะ เพราะเด็กไม่ยอมกลับหัวหากทำคลอดออกมาก็คงจะพิการ ไม่ก็ตายระหว่างคลอดล่ะน่ะ" 

"ไม่นะน้องหญิงของข้า หากว่าเจ้าต้องการสิ่งใดบอกมาได้เลยแต่ช่วยเมียกับลูกข้าด้วยเถอะนะท่าน เด็กคนนี้คือลูกคนแรกของครอบครัวข้า ข้าไม่อยากเสียทั้งเมียและลูกไป ท่านหมอข้าขอร้อง" 

"ได้ ข้าจะช่วยท่านทำคลอดแม่นางคนนี้เอง แต่ระหว่างที่ข้าทำคลอดให้พวกท่านห้ามเข้ามายุ่งไม่เช่นนั้นข้าไม่ตกลง" 

"ได้ๆ ข้ายอมทุกอย่างเลยนายหญิง" 

"ดี เช่นนั้นท่านหมออุ้มนางไปที่เตียง ชิงเหลียนเตรียมผ้าขาวสะอาดมาเยอะๆ ท่านตาข้าคงต้องใช้ท่านแล้วช่วยต้มน้ำร้อนให้ข้าทีขอรับ" 

เทียนสั่งการเรียบร้อยก็เข้าห้องเปลี่ยนชุดทันที หมอเย่วที่เห็นห้องทำคลอดก็ตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่ามันจะอลังการไปด้วยของหน้าตาแปลกทั้งนั้น 

"หมอเย่วท่านเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้ แล้วใช้ที่ฝังเข็มทำให้แม่นางคนนี้ชาที" 

เสียงร้องโหยหวนพลันหยุดลงทำให้ญาติของหญิงท้องแก่เป็นกังวลอย่างมากพยายามจะบุกเข้าไปแต่ก็ถูกท่านตาร้านขายยาสับหลังคอพากันสลบเหมือดไปหมดแล้ว ทางด้านเทียนเองระหว่างที่ทำการผ่าคลอดก็สอนหมอเย่วไปในตัว  

เมื่อหมอเย่วที่เห็นการลงมีดของเทียนก็ถึงกับอึ้งเพราะมันช่างนิ่งและบาดลึกแถมแม่นยำ จนไปถึงชั้นสุดท้ายของชั้นเนื้อ หมอเย่วก็ได้เห็นตัวเด็กอยู่ภายในและยังไม่กลับหัว เทียนจึงอุ้มเด็กออกมายื่นให้หมอเย่วอุ้มเอาไว้ก่อนที่เทียนจะใช้เชือกแดงหมัดกับสายสะดืออย่างแน่นและใช้กรรไกรตัดสายสะดือออก 

"ท่านหมอเย่วทำให้เด็กร้องใช้สิ่งนี้ดูดน้ำเมือกออกมาให้หมดแล้วพาเด็กไปทำความสะอาด ข้าจะเย็บแผลให้นาง ข้ายินดีด้วยแม่นางท่านได้ลูกชายตัวอ้วนเลยทีเดียว" 

เวลาผ่านมา1ชั่วยาม เทียนก็เย็บแผลเสร็จเรียบร้อยพร้อมทำความสะอาดและเปลี่ยนชุดให้กับหญิงสาวด้วยเลย อีกทั้งเด็กก็ดูดนมแม่จนหลับไปแล้ว อาการชาทั้งตัวก็ไม่มีอีกแล้วนางจึงได้กอดลูกได้อย่างถนัดและยิ้มออกมาทั้งน้ำตา 

"ขอบคุณท่านหมอหญิงที่ช่วยเหลือข้าและลูกชายไว้ ฮึก หากไม่ได้ท่านข้าไม่คิดเลยว่าตอนนี้ข้าจะยังได้มาเห็นหน้าลูกตัวน้อยอีกไหม" 

"ไม่เป็นไรแม่นาง ข้าเองก็กำลังท้องเช่นกันแถมในนี้มีถึงสองคนเลยด้วยนะ ข้าเข้าใจท่านดี นอนพักเถอะพรุ่งนี้ข้าจะให้สามีท่านเข้ามาเยี่ยม" 

"ขอบคุณท่านอีกครั้งเจ้าค่ะ" 

และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้ผ่าตัดทำคลอดของจริง ตื่นเต้นชะมัดเลยครับ แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีแล้ว ผมล่ะโล่งใจเลย 

"ท่านยอดเยี่ยมมาก ข้าขอคำนับท่าน ข้าขอฝากตัวเป็นศิษย์ขอรับท่านหมอหญิงเทียน" 

"ท่านทำข้าเขินแล้ว ท่านหมอ ต่อจากนี้ก้อนแป้งทั้งสองของข้าก็ฝากในมือท่านแล้ว" 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 

ความคิดเห็น