ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 435

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2564 18:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11
แบบอักษร

บทที่ 11 

ในวังหลวงตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมากแล้ว เพราะมันเป็นไปตามที่ผมคาดการณ์เอาไว้ทั้งหมด ตอนนี้อิงลั่วได้เป็นลิ่งเฟยแล้ว แถมไปยึดข้าวของๆฝ่าบาทมาได้อีกมากมายเลยด้วย อ่อแล้วก็เหตุการณ์ขายของโจรนั่นอีก ฉุนกุ้ยเฟยนี่หน้าเขียวคล้ำไปเลยล่ะครับ พอฝ่าบาทจะเสด็จไปตำหนักของพระนางผมก็ให้อิงลั่วปล่อยโคมเล่น จนฝ่าบาทไม่เป็นอันฟังพระนางอีกเลย หึหึโคตรตลกเลยล่ะ 

และสิ่งที่ผมกระซิบกับฝ่าบาทในวันนั้นน่ะหรือผมก็แค่บอกพระองค์ไปว่าให้สังเกตรอยช้ำบนมือของอิงลั่วเพราะนั่นคือรอยช้ำที่ได้จากการที่เหอชินอ๋องนั่นเหยียบมืออิงลั่ว ผมไม่ได้ยุยงให้พี่น้องตีกันนะแต่ผมเจตนาล้วนๆเลยต่างหากล่ะ  

แล้วก็ผ่านมาอีกหนึ่งเดือนฝ่าบาทก็มีราชโองการให้ฟู่เหิงไปออกรบ ผมก็ไม่ได้กังวลอะไรมากเพราะรู้ดีว่าเขาจะรอดกลับมา แต่สิ่งที่ผมกังวลจริงๆคืออิงลั่วที่จะตกม้า ผมคงต้องขอแม่สามีเข้าวังหน่อยแล้ว แต่ก่อนจะไปผมคงต้องจัดการงานให้เรียบร้อยซะก่อน 

เมื่อถึงวันที่ผมเข้าวัง ผมก็ต้องมายืนมองคนรักเขาส่งตาหวานให้กันจนผมอดจะคิดถึงฟู่เหิงไม่ได้เลยล่ะ จนถึงตอนที่อิงลั่วต้องขี่ม้าคนเดียว ก็มีทหารองครักษ์เข้ามารายงานการศึก ผมจึงหยุดไฮหลันฉาที่จะรายงานการศึกให้กับฮ่องเต้เอาไว้ จนม้ามันเริ่มพยศทั้งฝ่าบาทและไฮหลันฉาก็คว้าตัวอิงลั่วที่กำลังจะตกจากหลังม้าได้ทันพอดี จนรายงานการศึกรอบที่2เข้ามาทุกคนก็ถึงได้ฟังและเริ่มมีรอยยิ้มโดยเฉพาะผม 

อิงลั่วบาดเจ็บเล็กน้อยแค่ไหล่หลุดเท่านั้นแต่ผมให้หมอหลวงป่าวประกาศไปว่าอิงลั่วแขนหัก อวี้เฟยนางก็เลยพาองค์ชาย5มาเยี่ยมอิงลั่ว เพราะรู้สึกผิดแต่ถ้าหากนางไม่ทำลูกนางก็คงจะมีอันตรายเช่นกัน 

"ข้าขอโทษอิงลั่ว หากข้าไม่ทำเช่นนี้ ลูกข้าคงไม่รอดอย่างแน่นอน ฮือๆ" 

"เฮ้ อวี้เฟยพระนางอย่าร้องไห้สิ เดี๋ยวหย่งฉีก็คิดว่าข้ารังแกท่านหรอก ข้าแค่ไหล่หลุดไม่ได้แขนหักจริงเสียหน่อยรักษาอาการอีกไม่นานก็หายแล้ว" 

"ตอนที่รู้ว่าเจ้าปลอดภัยข้าก็โล่งใจจริงๆ ดีที่เว่ยเทียนมาบอกกล่าวข้าว่าอย่าได้ห่วงเจ้า เจ้าจะไม่เป็นอะไรให้ทำตามรับสั่งฉุนกุ้ยเฟยได้ ข้าแทบนั่งไม่ติดเลยด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้นางจะเอาชีวิตลูกข้าเป็นเดิมพันข้าจะทำเช่นไรดี ข้าสงสารลูกแค่เห็นเขาร่างกายอ่อนแออย่างทุกวันนี้ใจข้าก็เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว" 

อวี้เฟยโคตรน่าสงสารเลยครับผมจำได้ว่าตอนที่นั่งดูซีรี่ย์ผมหมดกระดาษทิชชู่ไปถึง2ม้วนเพื่อเอามาซับน้ำตา นางก็คงรู้แหละว่ามันต้องเสี่ยงขนาดไหนหากจะโค่นล้มนางจอมมารคนนี้ลงให้ได้ ผมคงต้องเตรียมการเรื่องนี้ให้ดีที่สุดแล้วล่ะ 

"อวี้เฟยท่านอย่าได้ห่วง องค์ชาย5จะไม่เป็นอะไรแน่นอน ข้าพูดคำไหนคือคำนั้น ท่านเชื่อใจข้าหรือไม่" 

"เว่ยเทียน เจ้าก็อยู่ที่นี่หรือ"นางเหมือนเพิ่งรู้ว่ามีผมอยู่ ก็ใช่สิผมแต่งหญิงนางจะจำผมได้ไงอ่ะจริงป่ะล่ะ 

"ใช่พ่ะย่ะค่ะ ที่จวนข้าได้จัดการหมดแล้ว ข้าจึงขออนุญาตท่านแม่สามีมาอยู่ในวังซักเดือนหนึ่งเพื่อช่วยพวกท่านจัดการสิ่งต่างๆ" 

"เจ้าแต่งหญิงได้งามกว่าหญิงจริงๆเสียอีกนะเว่ยเทียน หากมีเจ้าและอิงลั่วอยู่ข้ามั่นใจว่าลูกของข้าต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน" 

"หมิงอวี้เจ้าจะร้องไห้ทำไมเล่า อย่างไรข้าก็ไม่ปล่อยให้อวี้เฟยเป็นอะไรไปหรอกนะ เจ้าอย่าได้ห่วงไปเลย" 

"ข้ากำลังจะทำเรื่องร้ายแรง เจ้ายังคิดว่าข้าจะยังมีชีวิตรอดได้อีกหรือเว่ยเทียน"อวี้เฟยท้วงออกมา 

"เชื่อกระหม่อมหน่อยเถอะนะพ่ะย่ะค่ะ ว่าทุกอย่างต้องราบรื่น พระนางเพียงทำทุกอย่างที่พระสนมฉุนกุ้ยเฟยบอกก็พอที่เหลือข้าและอิงลั่วจะจัดการเอง" 

"อืมเช่นนั้นข้าจะทำตามที่เจ้าว่ามา หากข้าต้องจากไปข้าขอฝากหย่งฉีกับพวกเจ้าด้วยนะ" 

"ถึงเจ้าไม่พูดพวกข้าก็เอ็นดูหย่งฉีมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ข้าจะไม่มีทางให้เกิดอันตรายกับหย่งฉีเด็ดขาด" 

"อืมเช่นนั้นข้าคงต้องกลับแล้ว เอ๊ะ แต่นั่นคือขนมอะไรทำไมหย่งฉีทานแล้วไม่ไอ"อวี้เฟยที่เพิ่งสังเกตเห็นก็ถามออกมาด้วยความดีใจเลยครับ 

"มันคือขนมขิง ขิงมีสรรพคุณลดอาการไอได้ แถมน้ำผลไม้ที่กระหม่อมทำก็ใส่มะนาวผสมเกลือเล็กน้อยลงไปก็แก้ไอได้เช่นกัน" 

"จริงหรือ แบบนี้เจ้าก็คงไม่ต้องงดขนมแล้วดีใจหรือไม่ ลูกแม่ แต่ขนมพวกนี้หาทานที่ตำหนักเราไม่ได้หรอกนะ หากวันหน้าเจ้าได้อยู่กับแม่ลิ่งเฟย เจ้าจะได้กินขนมนี้ทุกวันเลย" 

"พ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่" 

อวี้เฟยน่ะรักลูกมากกว่าสิ่งอื่นใดนางต้องการกำจัดฉุนกุ้ยเฟยเพื่อให้ลูกของนางปลอดภัยอันนี้ผมคาดเดาได้ไม่ยากนักหรอกเพราะนางก็เคยได้รู้มาแล้วว่าฉุนกุ้ยเฟยทำอย่างไรกับองค์ชายเจ็ด แต่วิธีของนางมันก็ดูจะหยาบไปหน่อยแต่กลับได้ผลดียิ่ง พระนางเป็นคนฉลาดนะไม่งั้นจะรอดมาถึงจนป่านนี้ได้หรอ นางก็เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ผมชื่นชอบเช่นกันเพราะฉะนั้นผมจะทำทุกทางไม่ให้นางตาย 

เมื่อถึงยามดึกอิงลั่วก็ชวนผมเต้นรำ ที่ผมทำได้ก็เพราะผมอยู่ในชุดของผู้หญิงอย่างไรล่ะ เราเต้นกันไปเรื่อยๆจนฝ่าบาทเสด็จมานั่นแหละนะ พระองค์นี่ทำหน้ายุ่งใส่ผมใหญ่เลยล่ะเห็นแล้วอยากขำ แต่ผมก็รู้ว่าพระองค์มีเรื่องเครียดผมเลยหลบฉากให้ ถ้าถามว่าเรื่องอะไรก็คงไม่พ้นเรื่องการยักยอกที่พระญาติของไทเฮาเข้ามามีเอี่ยว แต่ตอนนี้โยนผิดให้กับพ่อของฮองเฮาไม่ได้แล้วผมเลยไม่รู้ว่าใครรับเคราะห์นี้ไป 

"เจ้ายังอยู่ที่นี่งั้นหรือ"ฝ่าบาทถามเหมือนอยากไล่ผมเลยว่ะ เสียใจได้ม่ะ 

"พ่ะย่ะค่ะ งานยังไม่จบจะรีบกลับไปไหนล่ะพ่ะย่ะค่ะแถมยังมีเรื่องสนุกให้กระหม่อมได้เพลิดเพลินอีกกระหม่อมจะพลาดได้อย่างไร หึหึ" 

"เจ้านี่มัน พอสามีไม่อยู่ก็พาลิ่งเฟยของข้าซุกซนไปเรื่อยเลยนะ" 

"พระองค์ควรชินได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ เพราะกระหม่อมก็ยังคงมาซุกซนแบบนี้ไปเรื่อยๆนั่นแหละพ่ะย่ะค่ะ หากกระหม่อมไม่ทำเช่นนี้กระหม่อมกลัวพี่หญิงของกระหม่อมได้เหงาแย่เลย อีกอย่างกระหม่อมกลัวจะมีเด็กแอบปีนกำแพงตามกลิ่นอาหารไปได้นะพ่ะย่ะค่ะ" 

"นี่เจ้าๆ คอยดูฟู่เหิงกลับมาเมื่อใดข้าจะให้ฟู่เหิงจัดการเจ้า" 

"โอ๊ยกระหม่อมกลัวแล้ว พี่หญิงสามีท่านจะฆ่าข้าแล้วพี่หญิงช่วยน้องด้วยเจ้าค่ะ อ๊ะ!"ขณะที่ผมกำลังหลบอยู่ที่หลังของอิงลั่ว จู่ๆผมก็รู้สึกมึนหัวขึ้นมาเสียเฉยๆ จนทุกอย่างมันดำมืดไปหมด 

"อะไรกันนี่เจ้ากลัวข้าฆ่าเจ้าจนต้องแกล้งหมดสติเลยรึไงเว่ยเทียน"ฮ่องเต้ที่เข้ามาตบแก้มของเทียนที่หมดสติไป แต่เทียนก็กลับไม่ฟื้นจนอิงลั่วผิดสังเกตจึงให้หมิงอวี้ไปตามหมอหลวงเย่วมาทันที 

"หมิงอวี้ หมิงอวี้เจ้าไปตามหมอหลวงเย่วมา เว่ยเทียนเจ้าเป็นอะไร เจ้าอย่าเป็นอะไรไปนะไม่งั้นฟู่เหิงคงแค้นข้าแย่เลย"ฮ่องเต้ตะโกนออกมาอย่างตกพระทัยที่อยู่ๆเทียนก็หมดสติไป 

"นี่ข้าทำเขาตกใจมากไปรึไม่หลิงเฟย สงสัยคราวนี้ฟู่เหิงคงได้โกรธข้าทั้งชาติเป็นแน่" 

เทียนที่ถูกฮ่องเต้อุ้มเข้าเรือนรับรองก็ถูกหมอหลวงเย่วตรวจอาการทันที แต่สีหน้าที่หนักใจทั้งงุนงงของหมอหลวงเย่วก็ทำให้คนที่รอฟังอาการของคนที่หมดสติถึงกับวิตกกังวลกันเป็นอย่างมาก 

"ว่าไงหมอหลวงเย่ว เว่ยเทียนเป็นอะไรกันแน่มันร้ายแรงมากหรือถึงได้ทำหน้าหนักใจเช่นนั้น" 

"ข้าเป็นหมอมาทั้งชีวิตก็เพิ่งเคยเจอเรื่องประหลาดเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะพระสนมลิ่งเฟย พระนางช่วยยืนยันกับกระหม่อมได้หรือไม่ว่าเว่ยเทียนผู้นี้คือผู้ชายจริงๆ" 

"เจ้ากำลังจะบอกอะไรกันแน่หมอหลวงเย่ว เว่ยเทียนก็ต้องเป็นชายอยู่แล้วจะเป็นหญิงไปได้เช่นไร ที่แต่งตัวเป็นหญิงเช่นนี้ก็เพื่ออำพรางกายเพียงเท่านั้น"ฮ่องเต้เอ่ยออกมาอย่างหนักแน่นจนหมอเย่วหน้าเสียมากขึ้นไปอีก 

"กระหม่อมขอบังอาจทูลว่าฮูหยินสกุลฟู่ฉาผู้นี้กำลังตั้งครรภ์พ่ะย่ะค่ะ" 

"ห๊า!!!!!x4" 

เมื่อหมอเย่วยอมบอกอาการที่เทียนเป็นอยู่ออกไปผู้ที่รอฟังผลก็ร้องอย่างตกใจออกมาตามๆกัน เพราะไม่คาดคิดว่าเว่ยเทียนที่เป็นชายจะท้องได้ เทียนที่ฟื้นคืนสติก็มองทุกคนที่มองมาอย่างแปลกใจในตัวของเทียน ทำให้เทียนพยายามที่จะลุกขึ้น แต่ก็ถูกอิงลั่วกดให้นอนลงท่าเดิม 

"เว่ยเทียนเจ้าเป็นหญิงทำไมไม่บอกข้าเล่า"หมิงอวี้ถามออกมาอย่างงอนๆ แต่เทียนกลับตอบไปอย่างหนักแน่นว่าตนเป็นชาย 

"เอ๋!!ข้าเป็นชายนะพี่หมิงอวี้" 

"หากเจ้าเป็นชาย เจ้าจะท้องได้อย่างไรบอกเหตุผลที่ฟังขึ้นมาหน่อย"เมื่อเทียนได้ยินสิ่งที่ฮ่องเต้ตรัสออกมาเทียนก็ตกใจและหน้าซีดมากขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะพูดความจริงออกไป 

"ฝ่าบาท พระสนมลิ่งเฟย ตัวกระหม่อมนั้นเป็นชายที่ส่วนสมชายกลับเล็กเป็นอย่างมากแถมมันไม่แข็งตัวอีกต่างหาก ข้าเลยได้รู้ว่าไม่สามารถมีลูกกับหญิงนางใดได้แต่เมื่อไม่นานมานี้ ข้าได้บังเอิญไปพบญาติของข้าเข้าความทรงจำบางส่วนของข้ามันก็กลับมา ในความทรงจำนั้นท่านลุงท่านป้าของข้าบอกว่าข้านั้นเป็นคนสองเพศจะชายก็ไม่ใช่จะหญิงก็ไม่เชิง ข้าจึงสงสัยว่าแล้วคนสองเพศนั้นมันเป็นอย่างไร วันนั้นข้าจึงให้ฟู่เหิงช่วยสำรวจร่างกายข้าอีกครั้ง ปรากฎว่าตัวข้านั้นมีอวัยวยวะของทั้งเพศหญิงและชายอยู่ในตัว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมข้าจึงตั้งครรภ์ได้" 

"นี่มันปาฏิหาริย์มาก"หมอหลวงเย่วพูดทะลุกลางปล้องขึ้นมาเลยล่ะครับ และทำท่าเหมือนอยากจะเห็นของจริงเสียเต็มประดา จนหลี่กงกงและหมิงอวี้ต้องเข้ามาห้าม 

"ว่าแต่ข้าท้องได้กี่เดือนแล้วท่านหมอ ข้ากังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มากหากข้ารู้เดือนที่แน่ชัด ข้าก็อยากจะให้ท่านรีบออกจากวังหลวงแล้วมาฝึกศาสตร์การแพทย์ตะวันตกกับข้าให้เร็วที่สุดเพราะข้านั้นไม่สามารถคลอดอย่างหญิงทั่วไปได้ ข้าจึงต้องหาศิษย์มาเรียนรู้ศาสตร์นี้โดยเฉพาะเพื่อช่วยทำคลอดให้ข้า เมื่อข้าคลอดแล้วท่านจะไปผจญภัยรอบโลกข้าก็จะไม่ห้ามท่านเลย" 

"ได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"หมอหลวงเย่วหันมาถามกับฝ่าบาทด้วยประกายตาวิ๊งวับจนน่าหมันไส้เมื่อตัวเองกำลังจะได้ฝึกศาสตร์การแพทย์ของชาติตะวันตก 

"ได้ๆแต่มันคงไม่ง่ายเช่นนั้น มันถึงเวลาที่เจ้าเคยบอกข้าเอาไว้แล้วใช่หรือไม่เว่ยเทียน" 

"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาทถึงเวลาแล้ว" 

"เช่นนั้นข้าจะถามเจ้าลิ่งเฟยว่าทำไมเจ้าถึงใช้ยาห้ามครรภ์" 

"พระองค์รู้ได้อย่างไรเพคะ"เมื่อถูกถามเช่นนั้นอิงลั่วก็ถามกลับทันทีและได้หันมามองเทียนครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังแปลกใจเพราะตนไม่เคยบอกน้องเล็กอย่างเทียน หรือหมิงอวี้เลย แต่เทียนกลับรู้ได้แถมหมอหลวงเย่วก็ดูเหมือนจะไม่ใช่คนบอกเพราะตอนนี้ตัวสั่นจนแทบล้มไปแล้ว 

"หากเจ้าไม่ตอบเช่นนั้นก็ไปกับข้า ข้ามีวิธีสอบสวนเจ้า และอย่าได้หวังว่าเจ้าจะได้แตะยาพวกนั้นอีก!" 

"ฝ่าบาทเพคะ" 

เมื่อทั้งสองออกไปหมิงอวี้ก็ร้องไห้ออกมาอย่างเสียใจที่ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนแถมนางก็โกรธเพื่องสนิทอย่างอิงลั่วเสียแล้ว แต่เทียนกลับให้ขันทีกักตัวหมิงอวี้ไว้ 

"หมิงอวี้เจ้าห้ามโกรธพี่หญิง ที่นางทำเพราะนางกลัว เจ้าดูตอนนี้สิภัยมาถึงตัวมากมายแล้วหากให้อิงลั่วท้องตอนนี้เจ้าคิดว่านางจะไม่ซ้ำรอยเดิมกับอดีตฮองเฮารึไง ที่อิงลั่วไม่บอกพวกเราเพราะนางห่วงพวกเรามากต่างหาก" 

"ฮือๆข้าขอโทษเว่ยเทียนที่ข้ามันโง่แบบนี้ ไม่เคยเข้าใจอิงลั่วเลย" 

"ไม่เอาไม่ร้องแล้วนะพี่หมิงอวี้ ท่านกำลังจะทำให้หลานท่านที่เกิดมาไม่หล่อ" 

"อะไรกันเกี่ยวอะไรกับข้ากันเล่า" 

"ก็ดูท่านสิทำหน้างอแบบนี้ลูกข้าเห็น ตอนออกมาเขาต้องหน้างอแบบท่านแน่เลย" 

"ชิส์เจ้านี่น่ะ มีอะไรไม่บอกข้าเลย ข้าควรโกรธเจ้าแทนดีหรือไม่" 

"ไม่เอานะพี่หมิงอวี้ข้าผิดไปแล้ว ตอนนี้ข้าอยากกินกุ้งเผาจังเลย ท่านช่วยไปหาองครักษ์ไฮหลันฉาบอกเขาว่าซื้อกุ้งมาให้ข้าที" 

"ได้ๆ"เทียนที่แน่ใจแล้วว่าหมิงอวี้ออกไปแล้ว ก็เรียกหมอหลวงเย่วให้เข้ามาหาเเละเริ่มแผนขั้นต่อไป 

"นี่หมอเย่ว ถ้าหากในอนาคตมีคนขอจัดการยาที่แมลงกัดกินท่านก็ให้เขาจัดการได้เลยนะขอรับ ท่านอาจจะโดนขังคุกพอเป็นพิธีด้วยที่จ่ายยาคุมกำเนิดให้กับพระสนมลิ่งเฟย ท่านต้องทนให้ได้ แล้วท่านจะต้องดีใจที่ท่านพยายามเพื่อการแพทย์แปลกใหม่ที่ข้าจะถ่ายทอดให้ท่าน" 

"ได้ๆข้าทนได้ แล้วเรื่องยาคุมล่ะ เจ้าจะให้ข้าทำไง ข้ากลัวถูกโทษตัดหัวจะแย่แล้ว" 

"อีกไม่กี่วันจะมีขันทีไปรับยาคุมกำเนิดที่ห้องยาของท่าน ท่านก็จ่ายยาบำรุงแทนให้เขาแทน ไม่ต้องบอกว่าเป็นยาอะไรให้เขาเข้าใจไปว่าเป็นยาคุมก็พอ" 

"ตกลงๆ งั้นข้าขอตัวลา" 

"ขอรับ"เมื่อยามเช้ามาถึงผมก็มาดักทางฮ่องเต้ที่หน้าใสกริ๊งที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องของอิงลั่วมา 

"รู้เหตุผลของการใช้ยาแล้วใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ และคงรู้แล้วด้วยว่าพระสนมลิ่งเฟยเข้ามาเป็นพระสนมเพราะอะไร พระองค์คงจะกริ้วมากจนจัดหนักพี่หญิงของกระหม่อมจนลุกไม่ไหวเลยสิท่า" 

"เจ้าจะแสนรู้มากไปแล้ว แล้วในอนาคตข้าต้องแกล้งโกรธคนอื่นไปทั่วเลยใช่หรือไม่ อิงลั่วบอกข้ามาแบบนั้น" 

"ทรงพระปรีชามากพ่ะย่ะค่ะ" 

"เจ้ามันเจ้าเล่ห์จริงๆ แต่ก็เอาเถอะ ถือว่าเป็นสีสันของวังก็แล้วกันนะเงียบสงบเกินไปมันก็เหมือนกับต้นไม้ที่ขาดน้ำเจ้าว่าเช่นนั้นไหม" 

"พ่ะย่ะค่ะ วันพรุ่งนี้จะมีงิ้วฉากใหญ่ พระองค์ก็ทรงจับตาดูให้ดีนะพ่ะย่ะค่ะ หึหึ"เมื่อเทียนเดินจากไปฮ่องเต้ก็พูดขึ้นอย่างขบขันขึ้นมา 

"อ่า คนผู้นี้เหมือนกำลังเล่นสนุกอยู่ในวังต้องห้ามที่เป็นของข้าอย่างไม่เกรงกลัวเลยจริงๆ แต่ข้าก็ยินดีที่จะร่วมสนุกไปกับเจ้านะเทียนเอ๋อร์" 

..................................................... 

(จวนตระกูลฟู่ฉา) 

"ท่านแม่ลูกสะใภ้ท่านกลับมาแล้วขอรับ" 

"เว่ยเทียน คนในวังส่งข่าวมาบอกแม่ว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์เช่นนั้นหรอ มันเป็นความจริงใช่ไหม"แม่สามีผมดูท่านจะดีใจมากอ่ะ รีบถามผมทันทีเลยครับ 

"ขอรับท่านแม่ ข้ากลับมาจากวังเพื่อบอกข่าวดีแก่ท่าน และมาไหว้ขอบคุณบรรพบุรุษที่มอบของขวัญให้กับตระกูลฟู่ฉาของเราขอรับ" 

"ดีดี เจ้าไปนั่งพักก่อน มาเหนื่อยๆ" 

"ท่านแม่ข้าขอสาวใช้เอาไว้ข้างกายข้าคนหนึ่งได้หรือไม่ขอรับ" 

"เจ้าอยากได้ใครรับใช้เจ้า เจ้าสามารถเลือกได้เลยนะลูกสะใภ้"แม่สามีผมเขาสายเปย์อยู่แล้วครับทุกวันนี้ก้เปย์ผมยิ่งกว่าอะไรแล้วครับ งานอะไรที่ผมต้องการทำท่านการสนับสนุนผมทุกอย่างเลยล่ะ 

"ข้าขอชิงเหลียนแล้วกันนะขอรับ ดูนางจะเป็นงานที่สุดเเล้วขอรับ" 

"ได้ๆ เจ้าไปเรียกชิงเหลียนมารับใช้นายหญิงรองเร็วเข้า" 

"เจ้าค่ะฮูหยิน" 

เมื่อผมได้สาวรับใช้คนที่แอบชอบฟู่เหิงมาไว้ข้างกายแล้ว ผมก็พานางออกมาเดินตลาดกับผมทันทีเพื่อเรียนรู้งานในร้านอาหาร ที่ต่อไปนางต้องเป็นคนช่วยผม 

"ชิงเหลียน เจ้าชอบนายน้อยฟู่เหิงมากไหม" 

"นายหญิงรองท่านกล่าวสิ่งใดออกมาเจ้าค่ะ"นางดูตกใจนะที่ผมถามออกมาเช่นนี้ 

"ตอบข้าสิชิงเหลียน ข้าไม่ว่าเจ้าหรอกนะ"นางดูลังเลที่จะตอบผมมากเลยวุ้ย เหมือนกำลังหนักใจอะไรบางอย่างแต่เมื่อนางได้เห็นคนๆหนึ่งนางก็หน้าแดงขึ้นมาทันทีและคนผู้นั้นก็คือนายช่างใหญ่ที่เป็นลูกชายของเจ้าของร้านไม้ นี่ผมตกข่าวอะไรป่าววะดูเขามองกันตาเชื่อมเลยน่ะ 

"อืม เจ้าไม่ต้องตอบข้าแล้ว ข้าเข้าใจแล้ว เอาล่ะเข้าไปดูงานด้านในกันเถอะ"เอ้าๆเขินกันเข้าไป เกรงใจคนที่สามีออกไปรบหน่อยเฮ้ย 

"งานที่นี่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วขอรับ พรุ่งนี้ข้าและคนงานจะเริ่มไปปรับปรุงร้านขายขนมหวานของท่านทันที"นายช่างใหญ่เขาพูดไปก็มองชิงเหลียนไป คือเอาจริงๆกำลังพูดกับใครกันแน่ว่ะเนี่ย 

"ร้านขนมหวาน ช่างมันก่อนข้าต้องการให้เจ้าไปปรับปรุงโรงหมอของข้าก่อน ตอนนี้ข้ากำลังตั้งท้องและข้าไม่สามารถคลอดตามธรรมชาติได้ ข้าต้องทำการผ่าคลอดแบบชาติตะวันตก เช่นนั้นข้าจึงต้องใช้โรงหมอเป็นการด่วนเพื่อสอนวิชาแพทย์ตะวันตกให้กับท่านหมอท่านหนึ่ง" 

"ได้ขอรับ ข้าน้อยจะรีบจัดการทันที ข้าน้อยขอตัวลา"น่ะขนาดจะไปแล้วยังมีการมาส่งสายตาให้กันอีกนะ อิจฉาตาร้อนไปหมดแล้วผม อยากอ้อนสามีบ้างแล้วอ่ะ 

"ชอบเขาหรือ มองไม่วางตาเชียว" 

"เจ้าค่ะ"อันนี้ก็ตรงไป ไอ้เทียนปรับสีไม่ทันเฮ๊ย 

"งั้นหากเขาจัดการงานต่างๆให้ข้าเรียบร้อยแล้วข้าจะให้เขามาสู่ขอเจ้าได้ ยังไงก็ไปคุยกันให้ดีแล้วมาบอกข้า ข้าจะช่วยเป็นธุระให้" 

"ขอบคุณนายหญิงรองที่เมตตาพวกข้าขอรับ" 

"หึ เอาเถอะคนรักกันข้าก็ยินดีช่วย" 

"ขอบคุณเจ้าค่ะนายหญิงรอง"พวกเขาทั้งคู่พากันนั่งลงคาระวะผมเลยครับ คนสมัยนี้นี่นะอารมณ์อ่อนไหวจริงๆ 

"เอาเถอะๆลุกขึ้น ชิงเหลียนเจ้าเข้าวังกับข้า ข้าจะพาเจ้าไปดูวิถีชีวิตของสาวงามในวังต้องห้ามว่ามันเป็นเช่นไร" 

"เจ้าค่ะ" 

(วังหลวง) 

ผมกับชิงเหลียนมาถึงวังเรียบร้อยแล้วและตอนนี้ก็กำลังนั่งปักชุดกันอยู่ครับ เพราะร้านผมกำลังจะเปิดทำการค้าขายแล้วงานนี้มันเลยต้องอลังการซักหน่อย ซึ่งผมได้ส่งเทียบเชิญให้กับฝ่าบาทและฮองเฮาเรียบร้อยแล้ว ส่วนของอิงลั่วนั้นผมก็จัดการเรียบร้อยแล้วเช่นกัน 

"หย่งฉี เจ้ากินขนมชิ้นนี้ก่อน" 

"อันนี้มันกินแล้วไอขอรับท่านอา" 

"หึหึ เด็กดีหากพ้นวันพรุ่งไปได้ เจ้าต้องเติบโตเป็นเด็กที่ฉลาดเพื่อแม่อวี้เฟยและเพื่อแม่ลิ่งเฟยของเจ้านะเข้าใจไหม" 

"ขอรับท่านอา"ชิงเหลียนมองผมด้วยสายตาที่โคตรจะเทิดทูลเลยครับตอนนี้ ทำเอาผมทำตัวไม่ถูกเลย 

"นายหญิงรอง ท่านยังไม่ทันคลอดคุณชายเลยแต่ตอนนี้ท่านกลับเหมือนเป็นท่านแม่ไปแล้วนะเจ้าค่ะ" 

"หึหึ อีกหน่อยเจ้าก็จะมี ถึงเวลานั้นแล้วเจ้าจะเข้าใจถึงความสุขที่มันบรรยายไม่ได้เลยล่ะ ว่ามันสุขแค่ไหนกับการให้ชีวิตน้อยได้เกิดมาและเขาเรียกเราว่าท่านแม่" 

"เจ้าค่ะ นายหญิงรองบ่าวจะจำไว้เจ้าค่ะ" 

การเย็บปักผ่านไปอย่างราบรื่น แต่ผมกลับไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้เข็มพวกนั้น ผมเลยเข้าครัวไปทำบะหมี่ร้อนๆให้กับทุกคนได้ทานแทน ซึ่งก็มีเจ้าขันทีตัวร้ายอย่างหยวนชุนหวังคอยมาสังเกตตลอด แต่ผมก็ปล่อยเขาไปไม่ได้พูดคุยอะไรด้วยผมไม่อยากจะเสวนากับคนแบบนี้ แต่เมื่อทุกอย่างเสร็จแล้วผมก็ใช้เขาให้ยกออกไป 

"ยกออกไปเถอะมันต้องกินตอนร้อนๆ มีของเจ้าด้วย"เมื่อหยวนชุนวังออกไปคนของฮองเฮาก็เข้ามา หลี่กงกงก็ด้วย ผมเลยตักบะหมี่ให้กับคนทั้งสองไป ของฮองเฮาสามชาม ของฮ่องเต้ห้าชาม หลี่กงกงนี่กลืนน้ำลายเลยเพราะกลิ่นของมันหอมมากยังไงล่ะ หึหึ พอหลี่กงกงยกไปก็ทำให้ผมอยู่กับสาวใช้คนสนิทของฮองเฮาตามลำพัง จนนางพูดขึ้นมา 

"เจ้านี่เก่งเรื่องอาหารจริงๆของแต่ละอย่างที่เจ้าส่งไปทำให้ฮองเฮาเจริญอาหารมาก" 

"ท่านชมข้าเกินไปแล้วขอรับ อ่อท่านพี่ ท่านเห็นขันทีเมื่อครู่หรือไม่ในอนาคตอย่าได้หลงคารมเขาเป็นเด็ดขาดมิฉะนั้นท่านจะนำภัยมาสู่พระนางโดยไม่รู้ตัว ส่วนนกแก้วเลี้ยงมันให้ดีๆ" 

"เอ๊ะ?นกแก้วอะไร ตำหนักของพระนางไม่มีนะ" 

"ท่านคอยดูสิขอรับว่าอีกไม่นานพระนางจะได้นกแก้วมาเลี้ยงอย่างแน่นอน มันจะเป็นประโยชน์ต่อพระนางมากเพราะมันจะทำให้พระนางได้โอรส" 

"เจ้าค่ะ ฮูหยินรอง"นางยิ้มแล้วน่ารักมากเลยครับ หวังว่านางจะไม่เป็นอะไรไปก่อนนะ 

................................................................... 

ความคิดเห็น