ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 547

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2564 16:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8
แบบอักษร

บทที่ 8 

(ฟู่เหิง พาร์ท) 

ข้าคือฟู่ฉา ฟู่เหิง ตอนนี้ข้าได้รบชนะกลับมาแล้วและก่อนไปรบข้าเคยได้ขอกับพี่สาวขอข้าไว้ว่าจะขอพระราชทานสมรสจากฝ่าบาทให้ได้แต่งกับเว่ยเป่า แต่พี่สาวของข้านั้นได้ขอกับข้าไว้ว่าหากจะแต่งกับเว่ยเป่าต้องแต่งกับภรรยาที่เป็นหญิงเสียก่อน และต้องมีทายาทให้กับตระกูลฟู่ฉาด้วยจึงจะแต่งกับเว่ยเป่าได้ ก่อนออกไปรบข้าจึงทำการแต่งภรรยาที่ครอบครัวเลือกให้ เมื่อมั่นใจว่านางท้องข้าก็ออกไปรบได้อย่างสบายใจแต่ไม่คิดว่า หลังจากที่นางคลอดลูกร่างกายของนางก็อ่อนแอลงอย่างมากจนเข้าปีที่2นางก็จากไปอย่างสงบ 

ข่าวนี้มาพร้อมกับข่าวการสวรรคตของฮองเฮาหรือพี่สาวของข้านั้นเอง และได้รู้มาว่าเว่ยเป่าของข้านั้นได้ไปอยู่ที่ตำหนักของพระสนมฉุนกุ้ยเฟย ใจข้านั้นก็ร้อนรนยิ่งนักอยากจะชนะศึกและรีบกลับไปหาคนรักที่อยู่ในวังหลังเสียเหลือเกิน 

เเต่เมื่อได้กลับมาแล้วข้านั้นก็ได้มีคืนอันแสนสุขกับคนรักครั้งแรกและไม่คิดว่า คนรักของข้านั้นไม่ใช่เว่ยเป่าแต่เป็นเว่ยเทียนพี่ชายของเว่ยเป่าต่างหาก มันช่างเป็นความรู้สึกที่ดียิ่งเมื่อได้รับการตอบรับจากคนที่รัก เมื่อเช้าวันใหม่มาถึงข้าก็ได้ไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ เพื่อขอพระราชทานสมรส 

"ถวามบังคมฝ่าบาท" 

"ฟู่เหิงเจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ เจ้าอยากได้สิ่งใดขอข้ามาได้เลย" 

"ทุกอย่างจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ ถ้าเป็นเช่นนั้นกระหม่อมอยากจะขอให้ฝ่าบาทพระราชทานสมรสให้แก่กระหม่อมและเว่ยเป่าที่ไม่ใช่เว่ยเป่าพ่ะย่ะค่ะ"ข้าไม่รอให้ฝ่าบาทปฏิเสธ เพราะข้านั้นเดาว่าฝ่าบาทคงคิดว่าข้าจะขอพระสนมกุ้ยเหรินแน่นอน 

"หืม นี่เจ้าจะแต่งกับเว่ยเป่าที่เป็นขันทีเช่นนั้นรึ"พระองค์ดูจะตกใจมากที่ข้ามาขอเช่นนี้ พระองค์ดูมีความลังเลไม่น้อยเลยทีเดียว 

"จะพูดว่าเว่ยเป่าเป็นขันทีก็ทั้งถูกและไม่ถูก เว่ยเป่าที่อยู่ในวังตอนนี้คือเว่ยเทียนพี่ชายของเว่ยเป่าที่แอบเข้ามาหาน้องในวังพ่ะย่ะค่ะ แต่คนเข้าใจผิดว่าเป็นเว่ยเป่าเพราะหน้าตาที่คล้ายกันมากราวกับคนเดียวกัน นี่เป็นจดหมายที่เว่ยเป่าเขียนหาพี่ชายของเขาก่อนหายตัวไป ทำให้พี่ชายที่เป็นห่วงน้องชายแอบเข้ามาในวัง และวันที่เว่ยเทียนตกน้ำ จนความจำเสื่อมก็เป็นเพราะคิดว่าเว่ยเทียนเป็นเว่ยเป่าพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมขอความกรุณาจากพระองค์ด้วยพ่ะย่ะค่ะ" 

"ได้ในเมื่อเจ้าอยากแต่งกับเว่ยเทียนข้าจะทำการประกาศเป็นราชโองการให้เจ้า แต่เจ้าต้องไปหาเว่ยเป่าตัวจริงมาให้ข้า" 

"กระหม่อมหาคนผู้นี่พบแล้วพ่ะย่ะค่ะ พาตัวเข้ามา" 

"กระหม่อมเว่ยเป่าเองพ่ะย่ะค่ะ เป็นกระหม่อมผิดเองที่เขียนจดหมายหาพี่ชายเพื่อให้พี่ชายมาตายแทนกระหม่อม เพื่อที่กระหม่อมจะได้พ้นจากเงื้อมมือของพระสนมเกากุ้ยเฟย แต่ไม่คิดว่าไม่เพียงพี่ชายไม่ตายถึงแม้ความจำเสื่อมแต่ก็ยังได้รับความกรุณาอย่างดีจากฮองเฮา ข้าพยายามที่จะมาสลับตัวกลับแต่ข้าก็เข้าถึงพี่ชายไม่ได้เพราะทุกคนต่างรายล้อมอยู่รอบตัวของพี่ชายกระหม่อมอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อใต้เท้าท่านนี้มาถามหาข้า ข้าจึงปรากฎตัวอย่างไม่รอช้าพ่ะย่ะค่ะ เพื่อจะได้ทำหน้าที่อยู่เคียงข้างพระสนมเว่ยกุ้ยเหรินต่อไปพ่ะย่ะค่ะ" 

"หึหึ เจ้ามันช่างชั่วช้าสิ้นดี พี่ชายเจ้านั้นแสนดีกับเจ้ามากขนาดนี้แต่เจ้ากลับให้เขามาตายเช่นนั้นหรือ ออกราชโองการพระราชทานสมรสให้กับฟู่ฉา ฟู่เหิงและเว่ยเทียน มอบบ้านและที่ดินข้างวังหลวงให้เป็นสินสมรสและป้ายทองสามารถเข้าออกวังหลวงได้ตลอดเวลามอบให้กับเว่ยเทียน ส่วนเว่ยเป่าขันทีชั่วช้าสั่งประหารทันที" 

"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาททรงเมตตากระหม่อมด้วย พี่ชายข้าเหลือข้าเป็นญาติเพียงคนเดียวแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ" 

"งั้นข้าจะให้พี่ชายเจ้าตัดสินใจเอง ฟู่เหิงไปพาเว่ยเทียนมาที่นี่"  

ข้าไม่คิดเลยว่าน้องชายของคนรักของข้าจะเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้ หากวันนั้นข้าไปช่วยอีกคนไม่ทัน วันนี้ก็คงไม่มีเว่ยเทียนที่ข้ารักอีกแล้ว ข้าที่ไปตามเว่ยเทียนมายังตำหนักหยางซิน ในระหว่างทางข้าก็ได้เล่าเรื่องราวต่างๆที่อีกคนลืมไปแล้วว่าแท้จริงแล้วมาที่นี่เพื่ออะไร และจุดประสงค์ของการมาเพื่ออะไร เมื่อรู้ถึงเหตุผลเว่ยเทียนของข้าก็ร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม ข้าอยากจะสับมันผู้นั้นให้เป็นหมื่นชิ้นจริงๆ 

"เจ้าจะตัดสินใจอย่างไรข้าก็เคารพการตัดสินใจของเจ้านะเว่ยเทียน" 

"ขอรับท่านพี่เหิง ข้าตัดสินใจได้แล้วว่าข้าจะทำเช่นไรกับน้องชายของข้าผู้นี้ดี" 

(เทียน พาร์ท) 

หึ มีน้องชายแบบนี้ผมจะเก็บไว้ทำเขืออะไรล่ะจริงไหม แต่ผมจะให้มันตายอย่างทรมานที่สุดเลยล่ะ กล้ามาทำให้ไอ้เทียนคนนี้ต้องตายอย่างทรมานมันก็จะไม่ได้ตายดีเช่นกัน แต่แหมก่อนจากกันก็ต้องขอบคุณเขาหน่อยล่ะนะที่ทำให้ผมได้มาพบกับฟู่เหิงแบบนี้ เมื่อผมมาถึงตำหนักหยางซิน และได้เห็นหน้าน้องชายสุดที่รัก บอกเลยว่าเบ้าหน้าผมดีกว่าหลายขุม ถึงจะมีส่วนคล้ายกันแต่ยังไงก็ยังไม่ใช่ผมอยู่ดี 

"ท่านพี่ ท่านพี่ช่วยขอความกรุณาจากฝ่าบาทให้ข้าที ข้ายังไม่อยากตายนะขอรับท่านพี่" 

"เจ้าเลยให้ข้ามาตายแทนเจ้างั้นสินะเว่ยเป่า เจ้าเป็นน้องของข้าจริงหรือทำไมทำกับพี่ชายอย่างข้าได้ถึงเพียงนี้ ข้าความจำเสื่อม ข้าจำใครไม่ได้เลย ข้าว้าเหว่อ้างว้าง แต่ข้าก็ได้รับความเมตตาจากอดีตฮองเฮาไม่เช่นนั้น เจ้าคิดว่าข้าจะอยู่รอดมาถึงทุกวันนี้หรือ แต่วันนี้ วันที่ข้ามีทุกอย่างเจ้ากลับจะกลับมาเรียกร้องสิ่งที่เป็นของเจ้าเช่นนั้นหรือ เจ้าเห็นข้าเป็นอะไรกันแน่ในสายตาของเจ้ากัน ข้าเป็นพี่ชายหรือเป็นหมากให้เจ้าใช้เป็นเครื่องมืออย่างนั้นหรือ ข้าไม่เหลือใครแล้ว แต่เจ้าที่เป็นน้องข้ากลับคิดแบบนี้กับข้าเช่นนั้นได้ไง!"เอาล่ะงานนี้ผมเล่นใหญ่ รัชดาลัยเทียร์เตอร์เลยนะขอบอก เอาให้มันรู้สึกสะอึกไปยันลำใส้เลย 

"เจ้ามันก็แค่เด็กขี้โรค จะตายวันตายพรุ่งแล้วมันต่างกันอย่างไร ข้าก็แค่ให้เจ้าช่วยตายแทนข้าเห็นไหมมันยังดีกว่าเจ้านอนตายเป็นผักอยู่บนเตียงแล้วไม่เกิดประโยชน์แถมยังเป็นภาระให้ท่านลุงท่านป้าต้องมาจัดการศพให้เจ้าอีกหรือ"คำตอบโคตรหน้าตบเลย  

เพี๊ยะ! 

นี่ผมแค่คิดนะแต่สามีผมตบจริง เจ็บจริงไม่ใช้แสตนอินเลยจร้า หน้าหันเลือดกลบปากไปเลยเป็นไงล่ะ แล้วขันทีที่อยู่หน้าตำหนักก็เข้ามายกร่างของน้องชายเว่ยเทียนออกไป แต่ยังไม่ทันได้ออกไปดีผมก็พูดบทลงโทษสำหรับคนชั่วช้าออกมา 

"ฝ่าบาทหากพระองค์จะลงโทษเว่ยเป่าผู้นี้ กระหม่อมขอให้พระองค์ได้โปรดประทานยาพิษให้เขาด้วยเถอะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมอยากจะให้เขาได้ลิ้มรสชาติยามที่หายใจไม่ออกเหมือนกับจะขาดอากาศหายใจ แต่ก็พยายามจะยื้อชีวิตตัวเองให้รอดดูหน่อยเป็นไง จะได้รู้ว่ายามที่ข้าต้องถูกโยนลงน้ำแต่ร่างกายขยับไม่ได้มันเป็นเช่นไร"เอ้าทำตะลึงอ้าปากค้างกันไปเลย หรือว่าผมขอเบาไปงั้นหรือไง น่ะกลืนน้ำลายกันเป็นแถบ 

"ตกลงตามที่เจ้าต้องการ เพื่อเป็นรางวัลแก่เจ้าที่ดูแลฮองเฮาของข้าอย่างดีมาตลอด"สีหน้าของฮ่องเต้โคตรตลกเลยครับ ซีดเป็นกระดาษเลยอ่ะ 

"ขอบพระทัยฝ่าบาท อ่อกระหม่อมขอพูดเพียงเล็กน้อย อย่าได้มองผู้ที่เจ้าเล่ห์ที่สุดในวังหลวงนั้นว่าน่ากลัว หากจะต้องกลัวคือผู้ที่ใสซื่อยืมมือคนอื่นฆ่าคนเป็นผักปลาแบบนั้นสิน่ากลัวของจริง" 

"เจ้าต้องการพูดสิ่งใดกันแน่" 

"กระหม่อมแค่อยากจะบอกพระองค์ว่าเมื่อพระองค์ได้เพชรมาอยู่ในมือก็อย่าทรงหลงกลคนชั่วทิ้งเพชรเม็ดงามในมือไปนะพ่ะย่ะค่ะ " 

"หึ เจ้าเล่ห์ทั้งนายทั้งบ่าวเลยสินะ" 

"พ่ะย่ะค่ะ คึคึ กระหม่อมทูลลา ท่านพี่เหิงข้าอยากไปลาพระสนมก่อนที่จะต้องออกจากวังไหนจะฮองเฮาอีก พระสนมอวี้เฟยก็ด้วย หากเป็นไปได้วันนี้ข้าอยากเลี้ยงฉลองก่อนวันสมรสของเราดีหรือไม่ อ๋อฝ่าบาทกระหม่อมมีเรื่องทูลขอ กระหม่อมจะแต่งในนามหญิงสาวนะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่อยากทำให้ตระกูลฟู่ฉาเสื่อมเสีย" 

"ได้ๆ พวกเจ้าออกกันไปได้แล้ว" 

"คืนนี้ที่ตำหนักเหยี่ยนสี่นะพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท แต่หากว่าจับป้ายอื่นไปแล้วกระหม่อมคงต้องเสียใจด้วยที่พระองค์จะอดเสวยของอร่อย" 

"ฟู่เหิงเจ้าดู เจ้าดูภรรยาของเจ้าสิ กล้าเอาของกินมาล่อข้าให้ไปตำหนักนายหญิงของตัวเองเสียแล้ว" 

"แล้วไปไหมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"ฟู่เหิงของผมถามออกไปเสียงเรียบมากและคำตอบที่ได้กลับมาก็เป็นที่น่าพอใจสุดๆอ่ะ 

"ไป!" 

"หึหึ ไปเถอะขอรับวันนี้ข้าจะจัดของอร่อยให้เต็มโต๊ะยาวๆเลยขอรับ ไปตลาดสยามกันนะขอรับท่านพี่" 

"ได้ๆแล้วแต่เจ้าเลย" 

หลังจากคู่ข้าวใหม่ปลามันเดินจากไป ฮ่องเต้เฉียนหลงก็รีบเอามือกุมพระเศียรตัวเองทันที พระองค์ไม่คิดเลยว่าจะร้ายกาจกันทั้งตำหนักเช่นนี้แต่อย่างไรพระองค์ก็ยังกลุ้มใจอยู่ดีว่าขันทีที่ไม่ใช่ขันทีคนนี้จากพระองค์ไป พระองค์กลัวว่าความสุขและความสนุกของพระองค์มันก็จะจากไปด้วย 

"ฝ่าบาท ดูท่าแล้วจะมีคนที่เหมือนกับพระสนมเว่ยกุ้ยเหรินอยู่นะพ่ะย่ะค่ะ" 

"หึ เจ้าเล่ห์ทั้งนายทั้งบ่าวเลยทีเดียว แต่ก็ดีแบบนี้สนุกดี" 

(ตำหนักเหยี่ยนสี่) 

"ดีใจด้วยนะเว่ยเป่า ไม่สิ เว่ยเทียนที่เจ้ากำลังจะได้แต่งงานแล้ว ข้าไม่คิดเลยว่าเว่ยเป่าแท้จริงแล้วเป็นคนที่โหดเหี้ยมและอกตัญญูเช่นนี้"หมิงอวี้พูดขึ้นพร้อมยกจอกเหล้าให้กับเทียน 

"ข้าก็จำไม่ได้ด้วยว่ามีน้องชาย แต่อย่างไรก็เถอะวันนี้ข้าได้ส่งเทียบเชิญไปให้ฮองเฮามาร่วมงานแล้วนะ ว่าจะชวนพระสนมอวี้เฟยมาด้วยแต่พระนางคงไม่สะดวกมาเสียแล้ว" 

"ใครว่าข้าและองค์ชายห้าไม่สะดวกกันล่ะ งานมงคลของเจ้าทั้งทีข้าต้องมาอยู่แล้ว" 

"พระสนมอวี้เฟย องค์ชาย5" 

"ท่านอาเทียน ข้าคิดถึงอาหารฝีมือท่านมากเลยขอรับ" 

"หึหึ ได้สิๆแต่พระองค์ไม่สามารถทานขนมแห้งๆได้นะพ่ะย่ะค่ะเดี๋ยวจะไม่สบาย" 

"อืมๆ ข้าจะกินข้าวเยอะๆและทานขนมน้อยๆ" 

"ท่านอาเทียน"องค์ชาย5ที่เข้ามานั่งตักเทียนก็พูเอาใจเทียนสารพัด จนทุกคนอดที่จะเอ็นดูไม่ได้แต่แล้วเสียงเด็กน้อยอีกคนก็ดังขึ้น เขามาพร้อมกับขันทีประจำตัว แต่ก็ไม่ได้สนใจขันทีผู้นั้นเสียเท่าไรเพราะคนที่องค์ชายน้อยสนใจก็คือเว่ยเทียนนั่นเอง 

"หืม องค์ชายน้อยของกระหม่อม" 

"น้อง7 เจ้ามาได้ด้วยข้าดีใจที่เจ้ามาได้นะน้องพี่"องค์ชาย5ดึงน้อง7ของตัวเองเข้ามาหา 

"แน่สิพ่ะย่ะค่ะพี่5ของอร่อยรอข้าอยู่" 

"เหมือนกันจริงๆเลยนะพ่ะย่ะค่ะ"เทียนมองเด็กทั้งสองที่คุยกันแล้วพูดออกมาลอยๆ 

"หืมเจ้าหมายความว่าอย่างไรเว่ยเทียน" 

"ทูลฮองเฮา กำลังจะมีเด็กน้อยอีกหนึ่งตามกลิ่นอาหารมาพ่ะย่ะค่ะ" 

"หืมใครกัน" 

"รอดูได้เลยพ่ะย่ะค่ะ เช่นนั้นกระหม่อมขอตัวทำอาหารล่อเด็กน้อยก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ" 

(ยามซวี (เวลา19.00น.ถึง20.59)) 

เมื่อโต๊ะอาหารยาวถูกเติมเต็มด้วยอาหารจนเต็มโต๊ะ องค์ชายน้อยทั้งสองก็เริ่มจัดการอาหารของตัวเองโดยไม่รอใครอื่น จนแขกคนสุดท้ายมาถึงทุกคนก็ได้รับคำตอบว่าใครกันแน่ที่เป็นเด็กน้อยตามกลิ่นอาหารมา แล้วทุกคนก็ต่างหัวเราะกันออกมาอย่างพร้อมเพียง เมื่อแขกคนสุดท้ายนั่งลงที่เกาอี้หัวโต๊ะ 

"ถวายพระพรเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ" 

"หึ อร่อยกันจนลืมบิดาอย่างข้าเลยนะพวกเจ้า" 

"คิิกคิก อร่อยจริงๆพ่ะย่ะค่ะไก่หมักทอดกระเทียม กรอบนอกนุ่มในสนใจลองเสวยดูไม่ล่ะเพค่ะ"ฮองเฮาที่แนะนำอาหารก็ได้แต่ยิ้มขบขัน พระสวามีของตัวเองที่เลือกตักอาหารไม่ถูก เพราะมันมีมากมายอย่างที่ได้กล่าวอ้างไว้จริงๆ 

"หลี่กงกงท่านทำเมี่ยงทะเลให้ฝ่าบาทลองเสวยสิขอรับ ข้าน้อยจะทำให้ท่านดู"เทียนหยิบผักกาดใส่จานตัวเองคีบเส้นหมี่ตักปลาตักปลาหมึกและกุ้งลงบนเส้นราดน้ำจิ้มซีฟู้ดลงไปแล้วห่อม้วนคำคีบจ่อปากของฟู่เหิงที่กำลังป้อนข้าวองค์ชาย5อยู่ หลี่กงกงที่เห็นเช่นนั้นก็ทำตามทันทีและคีบให้กับฝ่าบาททันทีที่ม้วนเสร็จ 

"วันนี้มีกุ้งเผา ปลาหมึกย่างใครอยากกินบ้าง"เมื่อเจอเทียนพูดออกมาแบบนั้นทุกคนก็พร้อมใจกันยกมือเลยทีเดียว ไม่เว้นแม้แต่คนนั่งหัวโต๊ะอย่างฮ่องเต้ก็ร่วมยกมือด้วย เพราะยังจำได้ดีว่ามันอร่อยมากเพียงใด 

"เจ้ามีปูด้วยไหม วันนั้นมันอร่อยมาก" 

"วันนี้กระหม่อมนำปูมาผัดผงกะหรี่หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะเพราะองค์ชาย5และองค์ชาย7โปรดเสวยแบบนี้มากกว่า" 

"ข้าจะชิม หลี่กงกงไปตักมา" 

บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นเหมือนกับครอบครัวใหญ่ที่กำลังนั่งทานอาหารกันภายในบ้าน ทำให้เทียนปลีกตัวออกมาวาดภาพความทรงจำครั้งนี้เอาไว้แทนการถ่ายภาพ ฮองเฮาที่เห็นเช่นนั้นก็เดินเข้ามาหาเทียนและมองหัวข้อของภาพว่าคืออะไร 

"'ครอบครัว' เป็นชื่อภาพที่ดี" 

"พ่ะย่ะค่ะ ฮองเฮาข้าอยากขอเตือนท่านเรื่องหนึ่งได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ" 

"ว่ามาสิ" 

"กระหม่อมรู้ว่าพระนางทรงกำลังแก้แค้นให้กับคนที่ทำให้ครอบครัวท่านเดือดร้อนและเจอกับภัย ข้าขอบอกเลยว่าขันทีที่ท่านชุบเลี้ยงอยู่จะนำภัยมาสู่พระนางในอนาคตอย่างแน่นอน แม้แต่พระโอรสที่กำลังจะเกิดมาของพระนางก็จะได้รับความเดือดร้อนนั้นไปด้วย" 

"ข้าเข้าใจแล้วข้าจะระวังตัวให้มาก" 

"จำคำของกระหม่อมไว้นะพ่ะย่ะค่ะว่ากระหม่อมจะเป็นคนเดียวที่ไม่ทรยศพระองค์หากมีเรื่องทุกข์หรือร้อนใจให้คนไปตามกระหม่อมมานะพ่ะย่ะค่ะอย่าไปฟังขันทีผู้นั้นจนพระนางต้องเสียทุกอย่างไป เตือนคนสนิทของพระนางด้วยว่าอย่าได้หลงคารมของขันทีที่ชื่อหยวนชุนหวังนะพ่ะย่ะค่ะไม่งั้นนางคงเจ็บหัวใจที่โดนหลอกใช้แน่" 

"อืม ขอบใจเจ้ามากเด็กน้อย" 

"พ่ะย่ะค่ะ หากแต่ว่าถ้าพระนางไม่อยากให้เขาได้อยู่นานพระนางก็สามารถแกล้งทำเป็นคล้อยตามเขาได้นะพ่ะย่ะค่ะ เพราะคนๆนี้อยากจะขึ้นเป็นฮ่องเต้" 

"อะไรนะ!!" 

"จุ๊ๆความลับของสวรรค์เลยนะพ่ะย่ะค่ะ พระนางอยากใช้ชีวิตอยู่ในวังหลังแห่งนี้เช่นไรก็ลองนำคำของกระหม่อมไปไตร่ตรองดูนะพ่ะย่ะค่ะ แถมหมากอย่างน้องชายฮ่องเต้ก็ดีไม่น้อย เพราะเขาจะซื่อสัตย์กับพระนางจนตัวตายเลยล่ะ โดยที่มือของท่านไม่ต้องเปื้อนเลือดเลยซักนิด" 

"เจ้าก็ร้ายไม่เบาเลยนะเว่ยเทียน" 

"วังหลังมันสอนกระหม่อมแบบนั้นนี่พ่ะย่ะค่ะ หากอยากจะให้ศัตรูตายใจเราต้องหลอกพวกเดียวกันก่อน อย่างพระสนมอวี้เฟยนั่นอย่างไรล่ะพ่ะย่ะค่ะ" 

"ได้ เจ้าคือกุนซือของข้าแล้วเว่ยเทียน ข้าได้สัญญากับอดีตฮองเฮาไว้แล้วว่าจะดูแลพวกเจ้าดุจดั่งน้องๆของตัวเอง ข้าก็ต้องทำทุกอย่างให้มันออกมาดีที่สุด" 

"พ่ะย่ะค่ะ" 

"เว่ยเทียน เจ้าวาดภาพได้เสมือนจริงมากเลย เอ๊ะ?แต่ในภาพไม่มีเจ้าเลยนี่นั่นเจ้าวาดผู้ใดลงในภาพกัน" 

"พี่สาวของกระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะพระสนมเว่ยกุ้ยเหริน"อิงลั่วที่มาร่วมชมการวาดภาพก็สงสัยทันทีว่าผู้หญิงที่นั่งข้างฟู่เหิงนั้นเป็นใครเทียนจึงบอกกับอิงลั่วไปว่าเป็นพี่สาวของตัวเอง เพราะอีกไม่นานเทียนนั้นต้องแต่งเข้าตระกูลฟู่ฉ่าด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นหญิง 

"หืม อ๋อ ฝากพี่สาวเจ้าแล้ว"นี่ล่ะนะแค่มองตาก็รู้ใจกันได้ทันที ก็นะเราสามคนมันเจ้าเล่ห์เหมือนกันนี่ครับ รอดูความหายนะของตัวร้ายต่อจากนี้ได้เลยครับ 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 

น้องเทียนของเราจะได้หลัวสมใจอยากแล้วจ้า ติดตามตอนต่อไปได้เลยจ้า 

ความคิดเห็น