ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 605

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2564 15:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6
แบบอักษร

บทที่6 

เวลาผันผ่านไปอีกแล้ว วันนี้คือวันสิ้นปีแต่อิงลั่วกลับไม่อยู่ ผมรู้ว่าวันนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น ผมเตรียมการไว้พร้อมแล้ว ขันทีทั้ง12คนที่รวมผมอยู่ด้วยนั้นต้องตายในวันนี้ ผมเลี่ยงเหตุการณ์นี้ไม่ได้จริงๆครับ  

แต่ผมจะไม่ยอมตายเด็ดขาด ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอดชีวิต และในคืนนี้เองที่ฮองเฮากลับมาจากงานฉลอง ไฟก็เริ่มไหม้ห้องเลี้ยงเด็กแล้ว ผมที่ยืนอุ้มองค์ชายเจ็ดอยู่ก็ทำเนียนหลบซ่อนตัวจนกว่าฮองเฮาจะทรงออกมา 

และครั้งนี้ฮองเฮาเข้าไปในกองเพลิงไม่ได้แล้วเพราะพระนางก็หมดสติจากชาที่ผมผสมยานอนหลับเอาไว้ เมื่อร่างของฮองเฮาถูกอุ้มไปยังตำหนัก ผมก็อาศัยช่วงชุลมุนนี้แอบเข้าห้องบรรทมของฮองเฮาเช่นกัน จนมาเจอหมิงอวี้ที่กำลังร้องไห้เสียใจอยู่ที่พื้น 

"พี่หมิงอวี้ขอรับ พี่หมิงอวี้มองข้าหน่อยเถิดขอรับ" 

"นั่นๆ องค์ชายเจ็ดนี่ เจ้า เจ้าพาองค์ชายเจ็ดหนีจากกองเพลิงมาได้หรือเว่ยเป่า"หมิงอวี้ร้องไห้น้ำตานองหน้าเลยครับแต่พอเห็นว่าองค์ชายเจ็ดปลอดภัยดีก็ยิ้มหน้าบานเลยสิครับ 

"ขอรับพี่หมิงอวี้ ปลุกพระนางเถอะขอรับ" 

"นั่นๆหยงซ่งลูกแม่ ฮือๆเจ้าปลอดภัยดีใช่หรือไม่ฮือๆ"พระนางไม่ได้ลุกขึ้นมาหรอกนะครับคงเพราะยังมึนๆกับฤทธิ์ยาอยู่ แต่พระนางเองก็ร้องไห้ไม่หยุดเลยนี่สิครับ 

"ทรงอย่ากรรแสงสิพ่ะย่ะค่ะพระนาง องค์ชายเจ็ดทรงจะกรรแสงตามแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ" 

"ได้ๆแม่จะไม่ร้องแล้วนะ แม่ดีใจเหลือเกินที่เจ้ายังอยู่กับแม่แบบนี้"ผมอุ้มองค์ชายน้อยไปวางข้างๆตัวของพระนางเพราะถ้าให้ฮองเฮาลุกขึ้นมาก็คงลำบากไม่น้อยเลยล่ะครับ 

เอาล่ะในเมื่อเรื่องจบแล้วผมควรจะจัดการขั้นต่อไปเสียที ผมจะลากคอไอ้ชั่วนั่นมาลงโทษให้ได้เลยคอยดู พอผมออกมามันก็เป็นวันใหม่แล้วสภาพแต่ละคนดูไม่ได้เลยครับ และฝ่าบาทเองก็มาถึงแล้วเช่นกัน 

"เจ้าไปที่ใดมาเว่ยเป่า"องครักษ์ไฮหลันฉาถามผมขึ้นมา 

"กระหม่อมอุ้มองค์ชายเจ็ดไปให้กับฮองเฮามาขอรับท่านไฉหลันฉา" 

"พวกเจ้าละเลยต่อหน้าที่จนทำให้องค์ชายเจ็ดสวรรคตพวกเจ้าสมควรตาย" 

"ใครสวรรคตพ่ะย่ะค่ะองค์ชายเจ็ดพึ่งตื่นเมื่อครู่เองนะพ่ะย่ะค่ะและหากจะโทษพวกกระหม่อมทั้ง12คนก็คงต้องโทษคนที่13ด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ" 

"เจ้าหมายความว่าไงเว่ยเป่า มีคนที่13ด้วยหรือ" 

"ก็คนนี้ไงพ่ะย่ะค่ะคนที่13" 

"ใช่แล้วเพคะ หม่อมฉันเป็นพยานได้มันผู้นี้คิดจะเผาเรือนขององค์ชายเจ็ด หม่อมฉันกับเว่ยเป่าไปเห็นเข้าพอดีเลยเพค่ะ แต่ในตอนนั้นไฟก็เริ่มลุกลามแล้ว หม่อมฉันกลัวว่าจะมีคนร้ายดักซุ่มจึงพาองค์ชายเจ็ดที่หลับไปแอบเพค่ะ เว่ยเป่าที่จัดการคนร้ายเสร็จจึงเข้ามาอุ้มองค์ชายเจ็ดไปหาฮองเฮาเมื่อครู่นี้เองเพค่ะ" 

"เช่นนี้เองขอบใจเจ้าทั้งสองมาก ส่วนเจ้ามาจากตำหนักใดถึงกล้ามาวางเพลิงตำหนักฮองเฮากัน" 

"กระหม่อมเป็นคนตำหนักพระสนมฉุนเฟยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมทำทั้งหมดเพียงคนเดียว เพราะกระหม่อมนั้นแอบรักคนสนิทของพระนาง เมื่อนางมาปรับทุกข์กับกระหม่อม กระหม่อมจึงลงมือทำทุกอย่างเพื่อนางพ่ะย่ะค่ะ" 

"ลากมันไปตัดหัวซะ!" 

เมื่อคำสารภาพจบลงทุกอย่างก็จบเช่นกัน ขันทีทั้ง11ชีวิตก็ถูกลงโทษโบยคนละ30ทีไปตามระเบียบแต่ก็ดีแล้วครับที่รักษาหัวไว้ได้ แต่ข่าวการสวรรคตขององค์ชายเจ็ดมันกลับแพร่ไปอย่างกับเชื้อโรค แต่ก็ยังไม่มีการแก้ข่าวใดๆทั้งสิ้นเพราะทั้งฮองเฮาและฮ่องเต้ได้ปรึกษากันแล้วว่าจะแกล้งทำเป็นว่าองค์ชายเจ็ดนั้นสวรรคตไปแล้ว และได้มีการรับเด็กที่หน้าเหมือนองค์ชายเจ็ดมาเลี้ยงเป็นลูกแทนเพราะฮองเฮาไม่สามารถมีบุตรได้อีกแล้ว 

จนนางมารร้ายอย่างเอ๋อร์ฉิงมันเข้ามาในตำหนัก ผมที่อยากให้ฮองเฮาได้เห็นธาตุแท้ของนางคนนี้ ผมเลยให้ทุกคนสงบปากสงบคำและไปแอบฟังอยู่หลังม่านแทน โดยมีฟู่เหิงติดสอยห้อยตามมาด้วย แถมด้วยหลี่กงกงจากตำหนักหยางซินที่ตอนนี้มานั่งฟังคำพร่ำพรรณาของผู้หญิงชั่วช้าคนนี้ด้วยอีกคน 

นางร้ายนี่คงอยากจะเอาคืนฟู่เหิงที่ไม่ยอมแต่งด้วยล่ะมั้งถึงมาทำแบบนี้ เพราะตอนนั้นนางอ้างว่าคนที่อยู่ด้วยทั้งคืนคือฟู่เหิง แต่นางก็ต้องหน้าแตกยับเมื่อไฮหลันฉาบอกว่าฟู่เหิงเข้าเวรกับตนทั้งคืนอีกทั้งยังมีพยานที่เป็นทหารอีกนับสิบคน  

ตอนนี้ทุกคนที่ได้ฟังความชั่วช้าจนหมดเปลือกแล้วต่างคนต่างสีหน้าไม่ดีกันเลยซักคน แล้วทุกคนก็ออกจากที่ซ่อน ขันทีของฮ่องเต้กลับไปรายงานเรื่องทั้งหมดทันที ส่วนฟู่เหิงก็รีบไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพราะตอนนี้ฟู่เหิงต้องออกไปรบแล้ว เมื่อเหลือกันสามคนพระนางก็ลุกขึ้นนั่งพร้อมกับน้ำตาแห่งความผิดหวังที่ไหลอาบแก้ม 

"อิงลั่วกลับมารึยัง" 

"ยังเพค่ะ"หมิงอวี้ตอบเสียงโคตรเศร้า จะไม่เศร้าได้ไงล่ะครับก็นางน่ะสนิทและอยู่กับเอ๋อร์ฉิงมาตั้งนานแล้วนี่นะ 

"หากว่าอิงลั่วกลับเราค่อยทำอาหารฉลองกันนะ"ฮองเฮาพูดขึ้นด้วยอารมณ์ที่เศร้ายิ่งกว่าแบบนี้ผมคงปล่อยให้พระนางอยู่คนเดียวไม่ได้หรอกนะแต่ก็อย่างว่าองค์ชายเจ็ดยังอยู่พระนางคงไม่คิดสั้นหรอกเนอะ 

"เพค่ะพระนาง เราไปเฝ้าด้านนอกกันเถอะเว่ยเป่า" 

"ไม่เอาอ่ะพี่หมิงอวี้ ข้าอยากนอนเฝ้าฮองเฮาให้แน่ใจว่าพระนางจะไม่คิดสั้น" 

"ก็ได้ นอนด้วยกันหมดนี่ล่ะนะ"ฮองเฮาเขายิ้มให้ผมแล้วทั้งผมทั้งหมิงอวี้ก็พากันนอนที่พื้น หมิงอวี้นะหัวถึงหมอนก็หลับไปเลย ส่วนผมก็ยังคงนอนมองฮองเฮาที่ยังไม่หลับอยู่ในความมืดเช่นกัน 

เช้าวันต่อมา ผมกับหมิงอวี้ก็เก็บผักที่ปลูกใส่กระถางเอาไว้มาทำอาหารให้กับฮองเฮา เพื่อเพิ่มน้ำนมให้มากกว่านี้ และวันนี้อิงลั่วก็กลับมาพอดี ผมจึงเล่าทุกอย่างให้อิงลั่วฟัง พวกผมจึงได้แต่เก็บความเคียดแค้นนี้จารึกลงบันทึกหนังหมาอย่างเรียบร้อยเลยล่ะ รอวันที่ดีกว่านี้ผมจะเอาคืนให้สาสมเลย 

"พระนางเสวยเยอะๆนะพ่ะย่ะค่ะ หากมีนมไม่มากพอให้องค์ชายน้อยเสวยจะหาว่าเป่าเป่าคนนี้ไม่เตือนนะพ่ะย่ะค่ะ นี่พ่ะย่ะค่ะปลานึ่งขิงเสวยเยอะๆพ่ะย่ะค่ะ" 

"เว่ยเป่า เจ้านี่มัน หึหึ" 

"ก็มันจริงนี่ขอรับพี่หมิงอวี้" 

"หึหึ ข้าเข้าใจแล้ว"หมิงอวี้ค้อนผมแบบไม่จริงจังก่อนจะหัวเราะออกมาแล้วคีบปลาพร้อมขิงให้กับฮองเฮาอย่างเอาใจมื้อนั้นพวกผมก็นั่งล้อมวงทานด้วยกันอย่างไม่แบ่งชนชั้นเลยล่ะและมันก็สนุกมากจริงๆนะครับ 

แล้วข่าวลือหนาหูก็เริ่มเกิดขึ้นว่าฮองเฮานั้นเสียลูกจนเสียสติไปแล้วเพราะในทุกวันจะได้ยินเสียงหัวเราะมาจากตำหนักฉางชุนอยู่ตลอด แถมฮ่องเต้ก็ไม่ได้เสด็จมาตำหนักนานแล้ว ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือมากเข้าไปอีก แต่ใครเลยจะรู้ว่าตำหนักฉางชุนนั้นมีความสุขกันขนาดไหน ทุกวันนั้นผ่านไปด้วยรอยยิ้มเสมอ พระสนมที่มาเข้าเฝ้าก็มีเพียงพระสนมเสียนกุ้ยเฟย พระสนมอวี้กุ้ยเหรินที่มาพร้อมองค์ชายห้าในบางวัน เพราะถ้ามาทุกวันมันจะเป็นการผิดสังเกตเกินไป 

"เว่ยเป่านี้มันคืออะไรกัน ช่างแปลกตายิ่งนัก" 

"มันคือหมูกระทะพ่ะย่ะค่ะพระสนมกุ้ยเฟย ร่องน้ำรอบๆนี้เอาไว้ต้มผักต้มหมูได้พ่ะย่ะค่ะหากไม่ชอบแบบย่าง ส่วนโดมสูงที่มีรูมันคือที่ย่างเนื้อพ่ะย่ะค่ะ ก่อนย่างเราก็ต้องเอามันหมูมาทาให้รอบก่อนน่ะพ่ะย่ะค่ะเนื้อเวลาย่างจะได้ไม่ติดกระทะ จากนั้นก็นำเนื้อหมูและวัวหรือไก่มาวางลงบนโดมมีรูพ่ะย่ะค่ะ รอจนกว่ามันจะสุกเราก็เอาผักมาต้มฆ่าเวลาไปก่อน นี้เป็นของทะเลที่กระหม่อมแอบให้องครักษ์โซวหลันไปหาซื้อมาให้พ่ะย่ะค่ะ มันคือกุ้งและปลาหมึกขอรับ ส่วนในถ้วยที่มีสีส้มๆอันนี้คือปลาแซลมอนที่ฝ่าบาทประทานมาให้พ่ะย่ะค่ะมันเป็นของบรรณาการมาจากพวกอาทิตย์อุทัยพ่ะย่ะค่ะ ในนี้มีน้ำมันตับปลากินแล้วดีต่อร่างกายมาก กินดิบก็ได้กระหม่อมจะจิ้มมันกับโชยุให้ดู" 

เมื่อปลาดิบเข้าปากเทียนไปทุกคนก็มีสีหน้าที่ซีดลงทันที แต่ก็มีหน่วยกล้าตายอย่างอิงลั่วที่ลองคีบเข้าปากดูบ้าง เมื่อเคี้ยวไปแล้วอิงลั่วก็ครางหึมฮัมออกมาอย่างถูกใจ 

"อืม อร่อยเปรี้ยวหวานนุ่มละมุนลิ้นเหมือนจะละลายในปากได้เลยเพค่ะ"เมื่อจบคำฮองเฮาและพระสนมก็ลองคีบปลาดิบเข้าปากดูบ้าง 

"อืม รสดีมากเลยเพค่ะพี่หญิง ตอนแรกหม่อมฉันคิดว่ามันจะคาวเสียอีกเพค่ะ" 

"นั่นสิ อร่อยมากทีเดียว" 

เวลาผ่านไป2เค่อเสียงทะเลาะอันดังก็เกิดขึ้น เมื่อหมิงอวี้กับอิงลั่วนั้นพยายามจะแย่งชิ้นเนื้อชิ้นสุดท้ายในเตา ทำให้ฮองเฮาและพระสนมทั้งสองพากันขำทั้งสองที่แย่งของกินกันเป็นเด็กๆ 

"เจ้าปล่อยนะอิงลั่วข้าคีบมันก่อนเจ้า" 

"ข้าต่างหากที่คีบมันก่อนเจ้า" 

"ได้เจ้าจะเอาเช่นนี้ใช่ไหมอิงลั่ว เว่ยเป่าเจ้าบอกมาว่าใครคีบหมูชิ้นนี้ก่อน" 

"ข้าคีบมันก่อนขอรับ"เทียนว่าจบก็คีบหมูชิ้นสุดท้ายเข้าปากตัวเองและเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยไม่สนรุ่นพี่ทั้งสองเลยแม้แต่น้อย แล้วเสียงหัวเราะก็ดังอีกรอบ ถึงแม้มันจะดังไปถึงข้างนอกแต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามาดูซักคนเดียวเพราะตอนนี้ตำหนักชางฉุนถือว่าเป็นตำหนักต้องห้ามไปแล้ว 

"พวกพี่อย่าทะเลาะกันเลยขอรับข้ามีของเด็ดให้พวกท่านได้ลิ้มลอง รับรองว่าพวกพี่จะเหมือนขึ้นสวรรค์เลยล่ะ" 

"อะไรๆมันคืออะไร"หมิงอวี้นี่ไวมากครับเรื่องของกินเนี่ย 

"มันคือกุ้งเผาและปลาหมึกย่างขอรับ พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ดจานนี้เป็นของโต๊ะเรานะขอรับ ส่วนอีกจานเป็นของทุกพระนางขอรับ ข้าน้อยได้แกะพวกมันไว้แล้วระหว่างที่พวกท่านทะเลาะกัน ทำแบบนี้นะขอรับ"เทียนหยิบกุ้งเผาจุ่มลงในน้ำจิ้มเพียงเล็กน้อยแล้วกัดมันเข้าปากอย่างอร่อย แต่ยังไม่ทันที่ฝูงกองทัพโหยหิวจะได้รุมทึ้ง เทียนก็จัดการแบ่งกุ้งให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกันเพราะกลัวว่าจะทะเลาะแย่งกันอีก 

"อืม อร่อยมากเลยอ่ะ เจ้าเก่งมากเว่ยเป่า พี่ขอคำนับเจ้าเลย" 

"ขอบคุณขอรับพี่หมิงอวี้" 

ระหว่างที่ทุกคนกำลังทานกันอย่างเอร็ดอร่อยเทียนก็ได้นำกุ้งเผา ปลาหมึกย่างและปูนึ่ง พร้อมกับยำแซลม่อนแบ่งไปให้กับตำหนักหยางซิน จนมาถึงตำหนัก เทียนก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไป พร้อมกับนำเสนออาหารน่าอร่อยตรงหน้าให้แก่ฮ่องเต้  

"ฝ่าบาทลองชิมยำแซลมอนก่อนนะพ่ะย่ะค่ะว่ารสชาติเป็นอย่างไรบ้าง"หลี่กงกงก็คีบปลาพร้อมผักให้กับฮ่องเต้ เมื่อฮ่องเต้ได้ลองชิมก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้นคิ้วที่ผูกเป็นโบว์จากการอ่านฏีกาก็คลายลงมา 

"เป็นอาหารที่อร่อยมากทีเดียว แล้วนี่คืออะไร"ฮ่องเต้ชี้ไปที่จานผักกาดขาวต้มอย่างสงสัย เทียนจึงนำผักกาดขาวต้มมาวางแบในจานเปล่าพร้อมกับนำกุ้งเผาและหมึกย่างมาวางพร้อมราดน้ำจิ้มแล้วห่อให้พอดีคำแล้วเทียนก็ใช้ตะเกียบคีบป้อนฮ่องเต้ หลี่กงกงที่ทำท่าจะห้ามก็ถูกฮ่องเต้ยกมือห้ามเอาไว้ 

"อร่อยไหมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท" 

"อืม อร่อยจริงๆเป็นอะไรที่แปลกใหม่ดี" 

"ฝ่าบาทจะทรงนำยำแซลมอนมาห่อก็ได้นะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรับรองว่าเด็ดมากขนาดฮองเฮายังชมเลยนะพ่ะย่ะค่ะ" 

"งั้นเจ้าห่อแล้วป้อนข้าอีกสิ" 

"ได้พ่ะย่ะค่ะ"เทียนตกปากรับคำอย่างไม่ได้คิดอะไรมากแต่หลี่กงกงนั้นรู้ว่านายของตัวเองนั้นถูกใจขันทีคนสนิทของฮองเฮามากแค่ไหนจึงได้แต่ยืนมองอย่างสงบโดยไม่ขัดนายของตัวเองอีก เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเทียนก็ออกมาและนำส่วนแบ่งมาให้กับองครักษ์ไฮหลันฉาด้วย 

"ของท่านขอรับ พี่หมิงอวี้ฝากมาให้ท่านขอรับ ข้าไปก่อนนะขอรับ 

"ขอบใจเจ้ามากนะเว่ยเป่า" 

"ขอรับๆ" 

6เดือนผ่านไป 

วันหนึ่งในฤดูหนาวที่โคตรจะหนาวจนขาเป็นตะคริววันละหลายหน พระอาการป่วยของฮองเฮาก็ทรุดลงเนื่องมาจากผลข้างเคียงที่พระนางนั้นหยุดยากระทันหันเพื่อการตั้งครรภ์ พระนางจึงให้ผมไปทูลขอให้ฮ่องเต้ปลดตัวเองออกจากการเป็นฮองเฮาและแต่งตั้งเสียนกุ้ยเฟยเป็นฮองเฮาแทน 

"เว่ยเป่าเจ้าไปตามพี่ๆของเจ้ามาเถอะ ข้าอยากจะพูดคุยกับพวกเจ้าเสียหน่อย" 

"พ่ะย่ะค่ะ"เมื่อทั้งสามมากันครบฮองเฮาก็เริ่มเรียกจากหมิงอวี้ก่อน 

"หมิงอวี้เจ้าคือน้องสาวที่ข้าห่วงที่สุด ต่อไปหากข้าไม่อยู่แล้วเจ้าต้องเป็นพี่ใหญ่ที่ดูแลน้องๆได้แล้วนะ อย่ามัวให้แต่น้องๆมาดูแลเจ้า ข้าฝากเจ้าปกป้องลูกของข้าด้วยนะหมิงอวี้" 

"เพค่ะ หม่อมฉันจะทำทุกอย่างที่พระนางต้องการ ฮึก ฮือ" 

"อย่าร้องสิหมิงอวี้ อิงลั่วเจ้าคือน้องสาวที่ข้าวางใจ ต่อไปหากเจ้าคิดจะทำการใด ข้าก็ขอให้เจ้าคิดให้ดีและรอบคอบอยู่เสมอ ข้าฝากลูกชายของข้ากับเจ้าด้วยเขาคือดวงใจของข้า"พระนางลูบใบหน้าของอิงลั่วที่เต็มไปด้วยหยดน้ำตาอย่างถนุถนอม 

"เพค่ะฮองเฮา"อิงลั่วน้ำตาไหลนองหน้าหากแต่ว่ากลับไม่มีเสียงร้องออกมาให้ได้ยินแม้ซักนิด 

"ส่วนเจ้า เว่ยเป่า เจ้าเป็นเสมือนน้องชายของข้าอีกคน ต่อจากนี้ข้าขอฝากฟู่เหิงน้องชายของข้ากับเจ้าด้วย ข้าเชื่อว่าเจ้าจะดูแลเขาอย่างดี" 

"เอ๋!!!!จะดีหรือพ่ะย่ะค่ะ"ผมตกใจนะที่พระนางพูดแบบนี้กับผมน่ะ 

"ดีสิ ก่อนไปร่วมรบฟู่เหิงได้มาคุยกับข้าไว้แล้ว ว่าเขานั้นชอบพอเจ้า หากน้องชายข้ารอดกลับมาเขาจะขอพระราชทานสมรสจากฮ่องเต้เพื่อให้ได้แต่งกับเจ้า"ในเมื่อตรัสมาแบบนี้มีหรือว่าผมจะปฏิเสธ ก็ผมน่ะอยากได้ฟู่เหิงจนตัวสั่นแล้วนี่ครับ หากสมหวังกับฟู่เหิงจริงๆผมจะรำแก้บนเลยเอา ในเมื่อความฝันของผมกลายเป็นจริงแล้วนี่นะ 

"พ่ะย่ะค่ะกระหม่อมจะดูแลเขาเป็นอย่างดีถึงแม้ว่ากระหม่อมจะเป็นได้แค่อนุก็ตาม กระหม่อมก็จะไม่มีวันสร้างปัญหาให้เขาอย่างแน่นอน" 

"ดีแล้ว ดีแล้ว" 

หลังจากนั้นไม่นานเสียนกุ้ยเฟยก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นฮองเฮา แต่พระนางก็ยังคงมาเยี่ยมดูอาการของอดีตฮองเฮาทั้งยังมาเล่นกับองค์ชายเจ็ดอยู่เสมอ นั่นแหละครับ  

"พระนางไม่ต้องห่วงสิ่งใดอีกนะเพค่ะ หม่อมฉันจะดูแลทุกอย่างแทนพระนางเอง เพื่อตอบแทนพระคุณที่พระนางช่วยเหลือครอบครัวของหม่อมฉันไว้ทั้งยังมีความเมตตาต่อครอบครัวของฉันมาตลอด ฮึก ฮือ" 

"เจ้าเป็นฮองเฮาแล้วต้องเข้มแข็งเข้าไว้นะ ข้าฝากเจ้าดูแลน้องๆแทนข้าด้วย"ฮองเฮาพูดจบมือของพระนางที่จับใบหน้าของเสียนกุ้ยเฟยก็ร่วงลงจนเสียนกุ้ยเฟยตกใจ 

"พระนางเพค่ะ หมอหลวง หมอหลวง" 

จนวันที่ฮองเฮาจากไปทั้งตำหนักก็เกิดความเศร้าโศกครั้งใหญ่ขึ้น ฮ่องเต้ที่รู้ข่าวการจากไปก็รีบตรงมายังตำหนักฉางชุนทันที และงานพระศพของฮองเฮาก็ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ให้สมกับพระเกียรติของพระนาง 

หลังจากการจากไปของอดีตฮองเฮาขันทีและนางในก็ต่างถูกส่งไปยังตำหนักต่างๆยกเว้นนางเอกของเราที่ถูกส่งไปดูแลสวนหยวนหมิง ผมกับหมิงอวี้ถูกตำหนักของพระสนมฉุนกุ้ยเฟยมารับไปเพราะพระนางไปทูลขอจากฮ่องเต้โดยตรง ทำให้ฮองเฮาพระนางใหม่ไม่สามารถทำอะไรได้ ผมเลยพยายามให้หมิงอวี้ทำตัวจืดจางให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนเวลาผ่านไปสองปีเต็ม ไฟแค้นของผมทั้งสามคนมันก็ถึงเวลาที่จะได้ชำระแค้นเสียที 

มันคือวันเกิดของไทเฮานั่นเอง ทำให้งานถูกจัดขึ้นในสวนหยวนหมิงที่อิงลั่วทำงาน พอพวกเราได้เจอกันอีกต่างก็ทักทายกันเล็กน้อยแต่ก็ถูกมารมาผจญจนได้ ผมกับอิงลั่วและหมิงอวี้ก็เลยต้องหลบฉากกันไปอย่างเงียบๆ 

ตอนนี้ในบรรดาสนม คนที่ได้รับความโปรดปรานมากที่สุดก็คือพระสนมฉุนกุ้ยเฟยคนนี้แหละครับแต่ผมสนที่ไหนกันล่ะ คุณเธอจะทำอะไรก็ทำไปเถอะจะยั่วหรือเป็นที่โปรดปรานขนาดไหนนางก็ท้องไม่ได้แล้ว เพราะอะไรน่ะหรอ เรื่องมันก็ไม่ยากเนอะถ้าหากจะใส่ยาห้ามครรภ์ลงไปในอาหารทุกมื้อ เมื่อถึงตอนเย็นที่พวกผมเริ่มว่างกันแล้ว ผมกับหมิงอวี้ก็นัดอิงลั่วมาเจอกัน 

"นี่ๆพี่อิงลั่ว ขันทีที่อยู่กับพี่น่ะเป็นคนอันตรายนะระวังด้วยนะพี่ หากพี่ได้เป็นสนมจริงอย่าได้พาเขามาไว้ข้างกายพี่เด็ดขาด" 

"คิดมากแล้วเป่าน้อยคงไม่มีเรื่องอะไรหรอก" 

"แต่ฟังเว่ยเป่าไว้ด้วยก็ดีนะอิงลั่ว เวลาที่เว่ยเป่าทักทีไรมักแม่นเสมอเลย"หมิงอวี้ก็ร่วมเตือนสติอิงลั่วด้วยอีกคน 

"ก็ได้ๆ ข้าจะระวังตัวนะ" 

"ขอรับ ข้าเองก็ขอให้แผนที่พี่วางไว้สำเร็จด้วยนะขอรับ เพราะข้ากับพี่หมิงอวี้ไม่อยากจะอยู่กับคนที่สั่งฆ่าองค์ชายเจ็ดอีกแล้ว" 

"อืม ข้ารับปากเจ้าเว่ยเป่า เราจะร่วมมือกันกำจัดคนที่คิดร้ายต่ออดีตฮองเฮาให้หมด" 

"อืม รีบกินรีบดื่มกันเถอะพรุ่งนี้งานใหญ่กำลังรอเราอยู่" 

"แล้วองค์ชายเจ็ดล่ะอยู่ที่ไหน"อิงลั่วถามขึ้นอย่างสงสัย 

"องค์ชายน้อยถูกส่งให้ไทเฮาเลี้ยงอย่างลับๆในฐานะโอรสบุญธรรมน่ะขอรับ"เทียนตอบพร้อมกระดกถ้วยสุราเข้าปาก 

"ใช่แล้วอิงลั่ว องค์ชายเจ็ดถูกปิดบังฐานะเอาไว้เป็นเพียงลูกบุญธรรมของอดีตฮองเฮาที่ไทเฮาให้ความเมตตารับมาเป็นลูกบุญธรรม ช่างน่าสงสารจริงๆ" 

"อืมเอาเถอะเราควรแยกย้ายกันได้แล้วล่ะนะ" 

ผมที่เดินออกมาก็ถูกมือปริศนาลากเข้ามาหลังหินจำลองและคนนั้นก็คือฟู่เหิงนั่นเองทำเอาผมตกอกตกใจไปหมดเลยครับ ตัวฟู่เหิงโคตรหอมเลยครับยิ่งดมยิ่งอยากจับฟู่เหิงกดแล้วอ่ะครับเนี่ย แหมแต่ผมมันก็คนใสๆรุกมากไปเดี๋ยวเขาจะหาว่าแรดเอาได้น่ะสิครับ 

"พี่เหิง ท่านกลับมาแล้วข้าดีใจยิ่งนัก ไม่ได้เจอกันตั้งสามปีแล้ว เออ...ข้าเสียใจเรื่องภรรยาที่จากไปของท่านด้วยนะขอรับ"ใช่แล้วครับก่อนไปรบฟู่เหิงของผมแต่งภรรยาเข้าจวน ผมได้ข่าวว่านางคลอดลูกชายแต่เพียงไม่นานนางก็เสียชีวิตจากการป่วยไข้อย่างกระทันหันแบบนี้มันโคตรจะน่าสงสัยเลย 

"อืม นางไปดีแล้วเจ้าอย่าได้เศร้าไปเลย ไม่ได้เจอเจ้านานแล้วเป็นเช่นไรบ้าง" 

"ข้าสบายดีขอรับไม่เจ็บป่วยอะไร แต่ท่านดูผอมลงไปมากเลยนะขอรับ ที่ค่ายทหารคงลำบากมากแน่ๆเลย"อุ๊บส์ หน้าท้องแน่นๆกล้ามท้องเป็นลอนเลยโว้ย อึก เทียนอยากขย้ำท่านจังเลย แหมแต่ถึงขย้ำตอนนี้ไม่ได้แต่ไอ้เทียนก็ขอลูบให้หนำใจหน่อยเถอะคร้าบ ของขาดมานานแล้ว 

"อืม อึก ลำบากมากเลยที่ไม่มีขนมของเจ้าและอาหารของเจ้า อ่า"เสียงครางแม่งโคตรเซ็กซี่ขยี้ใจเทียนที่สุด ไอ้เทียนคนนี้ไม่อยากจะทนแล้วคร้าบ 

"อย่าพูดแบบนี้สิขอรับ มันเหมือนกับชายหนุ่มที่กำลังออดอ้อนหญิงสาวคนรักเลยนะขอรับ"ลูบเข้าไป หากำไรให้พอเลยครับ คึคึ 

"อืม...ข้าก็กำลังทำเช่นนั้นจริงๆ ข้าได้มาคิดทบทวนดูแล้วนะเว่ยเป่าว่าในใจข้านั้นเป็นของผู้ใดกันแน่และคำตอบของข้ามันก็คือเจ้านะเว่ยเป่า ข้ารู้ว่าความรักในแบบของเรามันผิดแต่ข้าก็ยังอยากจะบอกเจ้าถึงแม้ว่าเรื่องของเรามันจะเป็นไปได้ยาก" 

"แค่นี้ก็เพียงพอแล้วขอรับมันเพียงพอสำหรับข้าจริงๆที่อย่างน้อยข้าก็ได้เข้าไปอยู่ในหัวใจของท่านบ้าง" 

"ถ้าเช่นนั้นคืนนี้เจ้าอยู่กับข้าได้หรือไม่เป่าเอ๋อร์" 

"ขอรับท่านพี่เหิงข้าจะอยู่กับท่าน จริงสิทำไมท่านทำตัวห่างเหินกับพี่อิงลั่วจังล่ะขอรับ"ผมถามคำถามที่ผมคาใจมานานออกไปเเพราะก่อนหน้าก็เห็นว่าอยู่ด้วยกันออกจะบ่อย 

"อิงลั่ว นางต้องการแต่จะแก้แค้นข้า เมื่อนางรู้แล้วว่าข้าไม่ใช่คนที่ทำให้พี่สาวนางตาย ข้ากับนางจึงไม่อยากยุ่งเกี่ยวกันอีก อีกอย่างตลอดเวลาที่ข้าคิดว่าข้ารักนางในหัวของข้ากลับเอาแต่นึกถึงขันทีน้อยที่แอบเอายาแก้ปวดและขนมอร่อยมาฝากข้ามากกว่าน่ะสิ แบบนี้เจ้าต้องรับผิดชอบข้านะเป่าเอ๋อร์"อ๊าก!!เจอดาเมจความอ่อยของพี่ฟู่เหิงเข้าไปใจผมก็แทบละลายแล้วครับ 

"ท่านพี่เหิง ท่านทำข้าเขินแล้ว เอาแบบนี้นะขอรับ ข้าจะไปทำขนมมาให้ท่านก็แล้วกันรอข้าแปปเดียวนะ..."ยังไม่ทันที่ผมจะได้ลุกฟู่เหิงก็ดึงตัวผมเอาไว้ ทำให้ผมนั้นหงายหลังกลับมาอยู่บนตักของฟู่เหิงตามเดิมอีกแล้ว 

"อ๊ะ! ท่านพี่เหิง ท่านจะทำอะไรขอรับ" 

"ตอนนี้ข้าไม่อยากกินขนมแต่ข้าอยากกินเจ้ามากกว่า ไปกับข้านะเป่าเอ๋อร์" 

"ขอรับ"จะใจง่ายไปไหมวะกู แต่เอาเถอเทียนอยากเสียตัวกับชายในดวงใจแล้วอ่ะ 

(จวนฟู่ฉ่า) 

ฟู่เหิงที่พาเทียนออกมาข้างนอกก็ให้เทียนแต่งกายเป็นหญิงก่อนจะพาเทียนกลับไปยังจวนของตัวเอง เมื่อมาถึงจวนฟู่เหิงก็พาเทียนมายังห้องทำงานของตัวเอง 

"ว้าวที่นี่คือห้องทำงานของท่านหรือขอรับ สวยงามจริงๆแถมเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก" 

"เจ้าชอบหรือ" 

"ขอรับ" 

ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังคุยกันสาวใช้ก็นำชาเข้ามาให้กับทั้งสอง สาวใช้นางนั้นมองเทียนอย่างไม่ละสายตาก่อนจะวางกาน้ำชาลงบนโต๊ะ เทียนเองก็รู้ตัวว่ามีคนมองแต่ก็ไม่ได้สนใจยังคงเดินสำรวจไปรอบๆห้องตามเดิม 

"ชาเจ้าค่ะนายน้อย" 

"อืม ขอบใจเจ้ามากออกไปได้แล้ว" 

"เจ้าค่ะ" 

เมื่อหญิงสาวรับคำก็เอาแต่มองเทียนอย่างไม่วางตา เพราะนางไม่เคยเจอใครที่งดงามและมีกลิ่นกายที่หอมเช่นนี้มาก่อนจึงแอบคิดไม่ได้ว่าสาวงามคนนี้ช่างเหมาะกับนายน้อยของมันจริงๆ 

"ท่านพี่ดื่มชาก่อนขอรับ" 

"อืมได้เลย และต่อจากนี้ข้าก็จะกินเจ้าด้วยนะเว่ยเป่า" 

ในขณะที่ชุดของคนทั้งสองหลุดออกจากกายจนมาถึงปราการสุดท้ายหัวใจทั้งสองก็อดจะเต้นระรัวไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้ฟู่เหิงเองเมื่อมั่นใจแล้วว่าตัวเองชอบใครก็ได้ทำการศึกษาการทำรักระหว่างชายกับชายจากสมุดภาพของชาวตะวันตกที่ฟู่เหิงเคยปลอมตัวแอบไปซื้อในตลาดมืดมา แถมเขาเองก็แอบไปศึกษาแบบของจริงจากหอโคมเขียวมาแล้ว ใครจะคิดว่าการมีเพศสัมพันธ์แบบชายกับชายแบบนี้มันจะมีด้วย 

แต่เมื่อปราการด่านสุดท้ายของเทียนเปิดเผยต่อสายตาของฟู่เหิงก็ทำเอาฟู่เหิงนั้นถึงกับตกตะลึงเพราะร่างกายส่วนล่างที่ฟู่เหิงเห็นมันยังคงสมบูรณ์อยู่เลยไม่ได้มีอวัยวะส่วนใดหายไปเลย ทำให้ฟู่เหิงนั้นงงเป็นอย่างมากและสงสัยว่าเทียนนั้นเป็นใครกันแน่ 

>>>>>>>>>>>>>>> 

ความคิดเห็น