ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 580

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2564 14:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4
แบบอักษร

บทที่ 4 

หลายวันผ่านไปพระสนมน่าหลานกุ้ยเหรินก็มาเยือนถึงตำหนักและเป็นวันเดียวกันกับที่เกิดเรื่องใหญ่กับพระสนมเสียนเฟยด้วยเรื่องขององค์ชายสี่ที่ป่วยหนัก เกากุ้ยเฟยนี่ร้ายไม่เบานะครับเนี่ยสงสารก็แต่เด็กตาดำๆที่ถูกเอามาใช้เป็นเครื่องมือ แต่ต่อไปคนพวกนี้ก็คงไม่ทรมานแล้วล่ะน่ะ แล้วก็จริงดังที่ผมคาดพระสนมต้าอิ่งนั้นคิดสั้นผูกคอตายไปเสียแล้ว  

ทางด้านฮองเฮาเองก็ทุกข์ใจกับวันครบรอบของลูกตัวเอง ดูๆไปแล้วช่างน่าสงสารยิ่งนักแต่ความเศร้าก็จบลงด้วยเสียงหัวเราะแต่นั้นก็มาพร้อมกับเสียงทรงอำนาจของฮ่องเต้ที่มาเยือนตำหนัก เท่าที่ผมจำได้มันมีฉากกุ๊กกิ๊กเล็กๆน้อยๆด้วย อ่าเอาล่ะคงต้องรับมือกับเรื่องต่อจากนี้ให้ดีแล้วเพราะการแย่งชิงมันกำลังจะรุนแรงขึ้น ผมเดินเข้ามาในครัวก็เจออิงลั่วกำลังทำสีหน้ากังวลกับอะไรบางอย่างอยู่ ผมเลยเดินเข้าไปสะกิด ทำให้พัดในมือเกือบฟาดหน้าผมเลยล่ะ 

"พี่อิงลั่วนี่ข้าเอง เว่ยเป่า ท่านคิดอะไรอยู่กันคิ้วถึงได้ผูกโบว์เช่นนั้น" 

"ข้ากังวลเรื่องพระสนมอวี้กุ้ยเหรินน่ะสิ นางเล่นกินขนมปังแผ่นนั่นเข้าไปเสียเยอะเลย"อ่อ ผมจำได้ว่าในซีรี่ย์เพราะไอ้ขนมเจ้าปัญหามันทำให้เกิดเรื่องนี่นะ 

"อืมงั้นข้าจะไปคุยกับพระนางให้ดีหรือไม่" 

"ดีสิ ข้าฝากเจ้าด้วย"ไม่มีการอิดออดเลยครับ อิงลั่วนางก็คงจะเหลือทนแล้วล่ะมั้งถึงได้อารมณ์ขึ้นแบบนี้ เป็นใครก็ต้องอารมณ์ขึ้นแหละนะเพราะถ้าหากเกิดอะไรขึ้นฮองเฮาคงโดนไปเต็มๆ 

(ตำหนักหย่งเหอ) 

"ถวายพระพรสนมกุ้ยเหริน " 

"ลุกขึ้นเถอะ เป็นเจ้านั่นเองทำไมวันนี้ไม่ใช่เว่ยอิงลั่วล่ะ"พระนางถามผมอย่างสงสัยแต่ปากก็ยังไม่หยุดที่จะกินปังนั่นเข้าปากอย่างอร่อย 

"วันนี้กระหม่อมแค่อยากมาเตือนพระสนมถึงการกินแป้งอบที่มากไปเช่นนี้ มันจะมิเป็นเรื่องดีต่อเด็กที่กำลังจะคลอดมานะพ่ะย่ะค่ะ หากเกิดเรื่องขึ้นอย่าหาว่ากระหม่อมไม่เตือน"นางนี่หน้าซีดไปเลยล่ะครับแล้วสั่งให้คนรับใช้นำแป้งอบไปเก็บทันทีเลยด้วย 

"ข้าจะเชื่อฟังเจ้า แต่ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าอะไรมันดีต่อข้าและลูกเล่า" 

"ผักผลไม้และเนื้อปลาขอรับ อย่างปลานึ่งขิง ผลไม้ก็อย่างพวกส้ม มะพร้าว แต่อย่าเสวยฝรั่งเยอะไปนะขอรับเพราะจะทำให้ท้องอืดได้ง่าย ช่วงนี้ก็ทานของจืดๆไปก่อนจะดีที่สุดขอรับ" 

"อืม ข้าเข้าใจแล้ว" 

เวลาผ่านไปฮองเฮาได้พาอวี้กุ้ยเหรินมาไว้ที่ตำหนัก แต่ฮองเฮากลับต้องเดินทางไปพร้อมกับองค์ไทเฮาและคืนวันเดียวกันอวี้กุ้ยเหรินก็เจ็บท้องคลอดพอดีแถมเด็กออกมาก็ตาสีเหลืองอีก นี่ผมเตือนแล้วนะ แสดงว่าแอบไปกินมาอีกแน่เลย 

"ข้าบอกท่านแล้วว่าอย่ากินมันเยอะ ท่านก็ไม่เชื่อข้า" 

"ช่วยลูกข้าด้วยเถอะนะเว่ยเป่า ตอนนั้นเกากุ้ยเฟยบอกข้าว่าถ้าหากข้าไม่กินนางจะจับมันยัดปากข้าฮือๆ" 

นั่นทำให้ผมต้องรีบไปตามฮ่องเต้ที่พระตำหนักหยางซินทันที แต่มาถึงก็เกือบไม่ทันเสียแล้วแต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี ผมน่ะลุ้นระทึกแทบแย่เลย แต่ผมก็ทำอะไรมากไม่ได้นักหรอกก็ได้แต่ยืนเป็นผู้ชมเท่านั้น สุดท้ายพระสนมเกากุ้ยเฟยก็ถูกขังอยู่ในตำหนัก แต่นางเก่งนะหลอกล่อฝ่าบาทให้ไปหาจนได้อย่างว่าล่ะนะมารยาหญิงนั้นมีพันเล่มเกวียน ฮองเฮาผมนี่ถึงกับแห้วรับประทานเลยอุตส่าห์มายืนรอ 

แต่ต่อมาฮ่องเต้ก็เกิดป่วยเป็นโรคหิดซะงั้นทำให้ฮองเฮานั้นต้องมาดูแลองค์ฮ่องเต้และผู้ที่ติดตามไปด้วยครั้งนี้ก็คืออิงลั่วของเรานั่นเอง ผมกับหมิงอวี้และเอ๋อร์ฉิงที่ไม่ได้ไปด้วยก็เลยเฝ้าตำหนักกันไปตามระเบียบแต่พวกผมก็ไม่ปล่อยเวลาไปหรอกนะพวกผมยังทำขนม ปักผ้ากันอย่างสนุกสนาน  

ทุกวันก็ผ่านไปแบบไม่จำเจเลยซักนิดแถมยังมีบรรดาพระสนมต่างๆมาเยือนตำหนักอีกมากมายเลยด้วยเพราะทุกพระนางนั้นต่างก็ถูกพระทัยในเครื่องหอมต่างๆที่ผมทำ จนในที่สุดนายของตำหนักก็กลับมาพร้อมหน้ากันอีกครั้ง แต่สีหน้าของอิงลั่วดูแทบไม่ได้เลยล่ะครับคงจะถูกฮ่องเต้แกล้งมาหนักแน่ 

(สวนของวังหลวง) 

วันนี้ผมมานั่งดูดาวที่ศาลาในสวนล่ะ จะว่าไปแล้วผมก็อยู่ที่นี่มานานแล้วนะ และผมก็เริ่มรู้สึกว่าที่นี่คือบ้านไปเสียแล้ว ในทุกวันก็ได้แต่เห็นการแก่งแย่งชิงดี เพื่อความโปรดปรานของชายคนเดียวในใต้หล้า ใครอ่อนแอเกินไปก็แพ้ ส่วนคนที่แกร่งและเจ้าเลห์ หากเผยจุดอ่อนออกมาก็จะถูกเล่นงานเมื่อนั้น ผมก็ได้แต่เป็นผู้ชมอยู่ห่างๆ บางครั้งมันก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าไป อย่างตอนนี้ผมไม่รู้ว่าอิงลั่วและฟู่เหิงความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนแล้ว แต่ที่รู้แน่ๆเลยก็คือผมตกหลุมรักผู้ชายที่ชื่อฟู่เหิงไปทั้งใจแล้วล่ะครับ 

"เว่ยเป่า เจ้ามานั่งทำอะไรตรงนี้" 

"องครักษ์ฟู่เหิง องครักษ์ไฮหลันฉา พวกท่านมาตรวจความเรียบร้อยในวังหรือขอรับ" 

"ใช่แล้วล่ะ อ่ะ จริงสิขนมที่เจ้าทำมาให้ฟู่เหิงอร่อยมากข้าอยากกินบ้าง เจ้าทำให้ข้ากินบ้างสิมันเรียกว่าอะไรนะ อ่าใช่ ลูกกวาดข้าอยากได้มันบ้าง"ท่านไฮหลันฉาพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดีแต่อีกคนนี่สิครับหน้าบึ้งตึงมาก 

"เจ้ากลับเรือนนอนได้แล้วมันดึกแล้วส่วนลูกกวาดทำให้ข้าคนเดียวพอ เข้าใจหรือไม่แล้วก็ขอบคุณสำหรับยาสมุนไพรของเจ้าด้วย มันทำให้ข้าอาการดีขึ้นมากแล้ว" 

"ขอรับเช่นนั้น ข้าน้อยขอตัวก่อนนะขอรับ"เมื่อเทียนเดินออกจากศาลามาแล้วก็ยังได้ยินเสียงบ่นขององครักษ์ไฮหลันฉา ไม่ขาดสาย 

"ได้ไงเล่าฟู่เหิง เจ้าก็ได้ของจากแม่นางอิงลั่วบ่อยๆ ไหนจะยาทาแก้ปวด น้ำแกง ขนมหลากสีพวกนั้นไง เจ้าก็ไปให้แม่นางอิงลั่วทำให้สิ ข้าแค่อยากได้ลูกกวาดบ้างก็เท่านั้นเอง เจ้านี่มันงกจริงๆเลยฟู่เหิง นี่ข้าเพื่อนเจ้านะ" 

"ไม่ ไม่ว่าขนมชิ้นใดข้าก็ไม่คิดจะให้เจ้าได้มันไปเพราะขนมทุกอย่างและของทุกอย่างล้วนมาจากเว่ยเป่าน้องข้าทั้งนั้น" 

"ห๊า!!!ฟู่เหิงนี่เจ้าพูดจริงงั้นหรอ เฮ้!เดี๋ยวสิฟู่เหิงเจ้ากลับมาตอบข้าก่อน" 

แล้วเวลาก็ผ่านไปจนมาถึงวันพระราชสมภพของฮ่องเต้ก็มีงานฉลองภายในวัง ผมจำได้ดีว่าวันนี้หมิงอวี้และอิงลั่วนั้นร่วมมือกันทำอะไร ผมจึงเข้าไปร่วมแจมด้วยนิดหน่อย ผมทำเค้กโดยที่ผมได้ให้ช่างทำเตาอบขึ้นมาเพื่อใช้อบก้อนแป้งขนมปังและผมยังได้ความร่วมมือจากฟู่เหิงและไฮหลันฉาที่มาช่วยตีเเป้งครีมด้วย ก็นะผมต้องการแรงงานจริงๆนี่หน่า 

"ฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะพร้อมจะละเลงครีมรึยังพ่ะย่ะค่ะ" 

"อืมข้าพร้อมแล้ว" 

"อ่ะ เดี๋ยวพ่ะย่ะค่ะ ใส่ผ้ากันเปื้อนก่อนพ่ะย่ะค่ะเดี๋ยวชุดสวยจะทรงเลอะนะพ่ะย่ะค่ะ" 

"อืม" 

"ดูกระหม่อมทำนะพ่ะย่ะค่ะ"ผมเริ่มหมุนแป้นเค้กและเริ่มละเลงครีมลงไปเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับฮองเฮา ครั้งแรกๆมันก็จะเละหน่อยทุกคนต่างก็ยืนลุ้นกันตัวแข็งไปหมดแต่สุดท้ายเราก็ได้เค้กผลไม้มาเรียบร้อยและพร้อมจะนำไปถวายหน้าพระพักตร์แล้ว ส่วนเรื่องที่ฮองเฮาป่วยจนมีข่าวลือเรื่องการตีฉิ่งฉับกับสนมชุนก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ข่าวลือแปปเดียวมันก็หายไป 

ส่วนงานพระราชสมภพในตอนกลางวันนั้นคึกครื้นมาก สนมซูกับเกากุ้ยเฟยนั้นลงทุนมาก พระนางไปจ้างวงออเคสต้ามาเลยไงล่ะ แถมเล่นกันโคตรดีเลยด้วย ผมว่าดีพอๆกับวงในยุคผมเลยด้วยนะ เห็นซีรี่ว่าทึ่งแล้วได้มาเจอของจริงมันน่าทึ่งยิ่งกว่าอีก 

"วงดนตรีออเคสต้ายุคนี้ช่างเยี่ยมจริงเลยแหะ" 

"เจ้าจะทำอะไรน่ะเว่ยเป่า"หมิงอวี้ดึงแขนของผมเอาไว้เมื่อผมกำลังจะเดินเข้าไปหานักดนตรีพวกนั้น 

"พี่นักดนตรีขอรับ ข้าน้อยขอยืมของสิ่งนี้ได้หรือไม่ขอรับ" 

"ได้ๆ"พี่แกลังเลแต่เจอผมยัดเงินเข้าหน่อยล่ะรีบยื่นให้ผมเลย หมิงอวี้นี่หน้าซีดเลยครับ สงสัยว่ากลัวว่าผมจะทำอะไรแพลงๆล่ะมั้งนะ 

"เจ้าเอาสิ่งนี้มาทำไมกันเว่ยเป่า" 

"มันคือเซอร์ไพรส์สำหรับคืนนี้ขอรับ" 

เมื่อยามคำคืนมาถึง เหล่าพระสนมก็รีบแย่งถวายของกันอย่างคับคั่ง แต่ฮองเฮาของผมสวยๆไม่ได้รีบอะไรจนพวกพระสนมต่างงงไปตามๆกันจนพระสนมพระนางสุดท้ายมอบของขวัญเสร็จไฟในพระตำหนักก็ดับลง ผมก็เริ่มบรรเลงเพลงวันเกิดจากการสีไวโอลินทันที แล้วแสงเทียนจากก้อนเค้กก็สว่างขึ้น ทำให้ทุกคนในงานต่างพากันอึ้งกับของขวัญของฮองเอาเป็นอย่างมาก 

"หม่อมฉันขอมอบของชิ้นนี้ให้กับพระองค์เพค่ะ มันคือเค้กจากแดนตะวันตกที่เว่ยเป่านำมาสอนหม่อมฉันทำเพื่อมอบให้แก่พระองค์โดยเฉพาะ หวังว่าพระองค์จะถูกพระทัยนะเพคะ"ฮองเฮาของผมโคตรสวยอ่ะบอกเลย บอกแล้วคนสุดท้ายหัวเราะดังกว่าแน่นอน 

"อธิษฐานแล้วเป่าเทียนเลยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"เมื่อเทียนดับลงแสงสว่างในตำหนักก็กลับมาอีกครั้ง 

"ขอบใจเจ้ามากฮองเฮาข้าชอบของขวัญชิ้นนี้ของเจ้ามาก อีกทั้งดนตรีที่บรรเลงก็ไพเราะยิ่งนัก มันคือเพลงอะไรหรือ" 

"คำถามนี้ผู้บรรเลงจะเป็นผู้ตอบเพค่ะ"ผมที่แอบอยู่หน้าประตูก็ต้องจำใจเดินเข้ามาในงาน เมื่อทุกคนได้เห็นผู้ที่เล่นเครื่องดนตรีตะวันตก ผมบอกเลยว่าทุกคนนั้นตะลึงกันทั้งท้องพระโรงเลยล่ะ 

"เจ้าๆ เจ้าเล่นมันได้จริงๆหรือแล้วเล่นเพลงอื่นได้ไหม"ฮ่องเต้ดูจะตื่นเต้นนะ แต่ผมนี่เหงื่อท่วมแล้วเหอะ 

"พอได้พ่ะย่ะค่ะ" 

"งั้นเล่นให้ข้าฟังหน่อย" 

"เช่นนั้นกระหม่อมขอเล่นเพลงเมื่อกลางวันได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ" 

"ได้สิ ข้าอยากรู้ว่าเจ้ายังมีอะไรที่ทำให้ข้าประหลาดใจได้อีก"ไงหน้าเสียกันเป็นแทบๆงานนี้ตำหนักฉางชุนชนะขาดลอยเลยจร้า เมื่อผมเริ่มสีไวโอลินทุกคนก็ต่างดูตื่นเต้นกันมาก เพราะไม่คิดว่าเครื่องดนตรีเพียงชิ้นเดียวจะสามารถบรรเลงเป็นเพลงได้แบบนี้ เมื่อจบเพลงเสียงพลุก็ถูกจุดขึ้นไงละโดนผมแย่งซีนไปเต็มๆเลยไหม555 เมื่อพลุเริ่มขึ้นผมก็เดินออกมาอย่างเนียนๆ ผมเดินไปเรื่อยๆจนถึงสะพาน 

และตอนนี้สิ่งที่ผมสนใจนั่นก็คือพลุที่อยู่บนท้องฟ้าต่างหาก มันสวยมากๆเลยล่ะครับแต่ที่ผมคาดไม่ถึงคงเป็นฟู่เหิงที่มายืนอยู่ด้านหลังผมมากกว่า ผมคิดว่าเขาจะไปยืนดูพลุกับอิงลั่วซะอีก 

"เจ้ามายืนดูพลุงั้นหรือเสี่ยวเป่า ให้พี่อย่างข้ายืนดูกับเจ้าด้วยได้หรือไม่" 

"ได้สิขอรับพี่เหิง มันสวยมากๆเลยข้าชอบมันจัง" 

"หึหึ ใช่สวยมากเลย แต่ข้าพึ่งรู้นะว่าเจ้าจะมีความสามารถที่รอบด้านเช่นนี้ เสียงเพลงของเจ้าช่างไพเราะนัก" 

"ขอบคุณที่ชมขอรับ ดีกว่าคำชมไหนๆเลยล่ะขอรับ" 

ฟินไปอีก อู้วไม่ไหวแล้วครับ ผมไม่คิดเลยว่าตัวเองจะได้มีโมเม้นต์นี้กับเขาด้วย ผมกับฟู่เหิงเดินกันต่อเมื่อการแสดงพลุจบไปแล้ว จนมาเจอหมิงอวี้กับอิงลั่วที่ทำหน้าตากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ด้านหน้าห้องเก็บของ พอฟู่เหิงได้รู้เรื่องของหายที่เกิดขึ้นก็รีบไปตามจับคนร้ายแต่ใครจะรู้ล่ะว่าคนร้ายตัวจริงเป็นถึงพระสนมเชียวนะ ผมเองก็เเกล้งตกใจไปกับคนอื่นด้วย จนได้มายืนดูการแสดงมายากลของอิงลั่วจะๆคาตาเท่านั้นล่ะ ทำเอาผมอดที่จะตะลึ่งไปด้วยไม่ได้เลยล่ะ 

หลังจบงานพระสนมซูก็เข้ามาอวดเบ่งกับอิงลั่วและหมิงอวี้ผมก็ได้แต่แอบขำเพราะผมรู้ว่าอิงลั่วนั้นไม่ปล่อยเรื่องนี้อย่างแน่นอนและเป็นดังคาดฮ่องเต้เสด็จมาที่ตำหนักฉางชุนจริงๆ ฮองเฮาที่กำลังร่ายรำตามดนตรีของผมและหมิงอวี้ก็ถูกขัดด้วยฝ่าบาทที่เสด็จมาถึง และไม่ต้องให้ผมบอกนะว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้นนะ หึหึ 

"เจ้านี่เก่งไปซะทุกอย่างเลยนะเว่ยเป่า ขนาดขลุ่ยเจ้าก็ยังเล่นมันได้ดีซะขนาดนี้เลย อาหารเจ้าก็ทำเก่ง ใครได้เจ้าไปเป็นภรรยาคงสบายไปทั้งชาติเลยนะเนี่ย" 

"พี่หมิงอวี้ ท่านพูดอะไรกันข้าเป็นชายนะขอรับ จะไปเป็นภรรยาผู้อื่นได้อย่างไร" 

"หึหึ ข้าก็แค่หยอกเจ้าเล่นเท่านั้นล่ะนะ" 

แล้วเวลาก็ผ่านไปอีกแล้ว ผ่านมาครั้งนี้กลับมีเรื่องน่ายินดีเมื่อฮองเฮากำลังตั้งพระครรภ์ ทำให้เหล่าพระสนมทุกขั้นต่างก็มายินดีกับพระนางในครั้งนี้ด้วย 

"ถวายพระพรพระสนมเสียนเฟย ข้ายินดีด้วยที่น้องชายของท่านรอดปลอดภัยกลับมาได้ หากวันนั้นกระหม่อมไม่ถูกยื้อตัวเอาไว้ก็คงรักษาน้องชายของท่านไม่ได้ทันท่วงทีเสียแล้ว"หมอหลวงที่เจอเข้ากับพระสนมเอ่ยพูดเรื่องบางอย่างขึ้นมา 

"ท่านพูดอะไรกันข้าไม่เข้าใจ" 

"คือข้าได้รับคำสั่งจากฮองเฮาให้ไปรักษาน้องชายของพระองค์ แต่อยู่ๆกลับมีคำสั่งจากฮองเฮาให้ข้ากลับแต่ผ่านไปได้เพียงก้านธูปเดียวก็มีขันทีเดินเข้ามาพูดว่าคำสั่งก่อนหน้านั้นเป็นคำสั่งเท็จอย่าได้ไปฟัง ข้าจึงได้อยู่รักษาน้องชายของท่านต่อได้น่พ่ะย่ะค่ะ"หมอหลวงเฒ่าเล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้นให้กับพระสนมเสียนเฟยได้ฟังอย่างละเอียดจนพระนางถึงกับตกใจและปลื้มใจที่น้องชายยังมีชีวิตรอดกลับมาได้ 

"เช่นนั้นเอง ข้าอยากทราบเหลือเกินว่าขันทีคนนั้นคือผู้ใดกัน ข้าอยากตอบแทนเขา"พอพระนางถามหาผมแบบนั้นผมเลยแกล้งทำเป็นบังเอิญเดินผ่านมันซะเลย 

"ถวายพระพรพระสนมเสียนเฟยพ่ะย่ะค่ะ" 

"อ่า เจ้านั้นเองเว่ยเป่า" 

"เอ๊ะ เจ้านั่นเองขันทีที่มายื้อข้าไว้วันนั้น พระสนมขันทีผู้นี้แหละพ่ะย่ะค่ะที่ทำให้กระหม่อมช่วยน้องชายของพระองค์ไว้ได้ทันพอดี ถ้าเช่นนั้นไม่มีอะไรแล้วกระหม่อมขอตัวพ่ะย่ะค่ะ" 

"จริงหรือ เป็นเจ้าเองที่มาช่วยครอบครัวของข้าให้รอดปลอดภัยอีกครั้งแล้ว แต่เมื่อครู่หมอหลวงบอกว่ามีคนแจ้งความเท็จปลอมคำสั่งฮองเฮานี่ เจ้ามีเวลาคุยกับข้าหน่อยได้หรือไม่" 

"ได้สิพ่ะย่ะค่ะ"ตอนนี้ผมมาอยู่ในสวนกับพระสนมแล้วครับ แถมผมยังได้อวดฝีมือขนมใหม่แก่เสียนเฟยด้วย เผื่อพระนางจะสนพระทัยนำมันไปขาย 

"เจ้าเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกัน" 

"วันนั้นพระสนมฉุนเฟยมาที่ตำหนัก และได้รู้ว่างฮองเฮานั้นส่งหมอหลวงไปรักษาน้องชายของพระองค์ พระนางก็บอกว่ามันไม่เหมาะสมพ่ะย่ะค่ะ พอพระสนมฉุนเฟยกลับไปฮองเฮาก็เอาแต่คิดว่าจะทำเช่นไรดีเพราะนางดันไปรับปากพระสนมฉุนเฟยเอาไว้ พระสนมฉุยเฟยเป็นคนส่งไปเรียกหมอหลวงกลับแต่ฮองเฮาคิดว่าในเมื่อช่วยคนแล้วพระนางต้องช่วยให้ถึงที่สุดกระหม่อมจึงได้รับบัญชาจากฮองเฮาให้ไปขวางคนของพระสนมฉุนเฟยเอาไว้น่ะพ่ะย่ะค่ะ" 

"เป็นเช่นนี้เอง ข้าขอบใจเจ้ามากที่ไปทันเวลาไม่เช่นนั้นในวันนี้ครอบครัวของข้าคงไม่มีความสุขดั่งเช่นทุกวันนี้" 

"หากต้องขอบคุณใครซักคน คงไม่ใช่กระหม่อมหรอกนะพ่ะย่ะค่ะ แต่เป็นเพราะความดีของพระสนมที่คุ้มครองครอบครัวของพระองค์ให้ผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายนั้นมาได้" 

"หึหึ เจ้าเป็นเด็กช่างพูดจริงๆเช่นนั้นข้าจะไปขอบพระทัยฮองเฮาก่อนแล้ว"และในระหว่างนั้นเองพระสนมฉุนเฟยก็เดินสวนออกมาพอดี แต่ดูเหมือนว่าพระสนมเสียนเฟยจะเก็บอาการไว้ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ นับถือนางจริงๆ 

หลายวันผ่านไปผมก็ได้บังเอิญไปเจอฟู่เหิงกำลังคุยกับอิงลั่ว ตอนนี้แหละที่ฟู่เหิงคนดีของผมเริ่มเจ็บปวด พออิงลั่วเดินออกไปผมเลยแกล้งทำเป็นว่าบังเอิญเดินผ่านมาเห็นพอดี แต่คือเจ็บปวดใจแทนอ่ะแถมผมยังได้เห็นถุงหอมของอิงลั่วที่ห้อยอยู่ด้วย สงสารตัวเองก่อนดีไหมวะผม 

"ท่านพี่เหิงข้านำขนมมาฝากท่านด้วย บังเอิญจังเลยที่มาเจอท่านตรงนี้พอดี เอ๊ะเดี๋ยวนะนี่พี่จะร้องไห้หรอ โอ๋ๆเดี๋ยวทุกอย่างมันก็จะดีขึ้นเองท่านพี่เหิงอย่าได้กังวลเลย พี่เหิงก็รู้ว่าพี่อิงลั่วเป็นคนยังไงไม่ใช่หรือ" 

"หึหึ เจ้าทำกับข้าเหมือนข้าเป็นเด็กเล็กเลยนะ ว่าแต่ขนมอะไรกันน่าตาน่ากินมากจริงๆ"เดี๋ยวนะเมื่อกี้คือไม่ได้เศร้าหรอทำไมกลับมายิ้มให้ผมได้ไวขนาดนี้ล่ะ 

"ขนมจ่ามงกุฎขอรับลองชิมซักชิ้นสิขอรับ รับรองว่าความเศร้าของท่านต้องหายไปแน่" 

"หึหึ แค่เห็นหน้าเจ้าความเศร้าของข้าก็หายไปหมดแล้ว ไปเถอะไปดื่มชากับข้าซักถ้วย" 

"ขอรับ"ตอนนี้ผมรู้สึกว่าปากผมจะถึงหูแล้วล่ะครับ ผมหุบยิ้มไม่ได้จริงๆนะที่ได้มีโอกาสนี้ แล้วคืออะไรกันพอเห็นหน้าผมแล้วความเศร้าหายไปล่ะนั่น เขาจะทำให้ผมหัวใจกระเด็นออกมารึไงกันนะ จนตอนนี้ผมมานั่งอยู่ในศาลาในสวนแล้วฟู่เหิงของผมก็เปิดปากพูดทันที 

"เฮ้อ!!ข้าไม่รู้ว่าจะเตือนนางเช่นไรดีแล้วเรื่องการแก้แค้นให้พี่สาวของนาง นางรู้ว่าผลจะออกมาเช่นไรแต่นางก็คงยังจะทำให้ได้ ข้ารู้สึกเห็นใจพี่หญิงของข้าจริงๆ" 

"เอ๊ะท่านไม่ได้เศร้าเรื่องที่นางหักอกท่านหรอกหรือ" 

"หืม แล้วไยข้าต้องเศร้าด้วยในเมื่อข้ากับอิงลั่วไม่ได้เป็นอะไรกัน" 

"แต่ท่านห้อยถุงหอมของนาง" 

"อ่ออันนี้พี่หญิงของข้าให้มาต่างหากเล่า"หน้าแตกแบบหมอประกอบหน้าผมไม่ทันเลยล่ะครับ เอ๊ะแต่ทำไมผมรู้สึกว่าหัวใจผมมันพองโตแบบนี้นะ 

แล้วพอมาอีกวันพวกผมก็ได้รับข่าวร้ายว่าอิงลั่วจะถูกส่งไปทำงานใช้แรงงาน จะเพราะอะไรล่ะถ้าไม่ใช่เรื่องการแก้แค้นแทนพี่สาวน่ะ แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้จริงๆสิ่งที่ผมทำได้ตอนนี้ก็คือทำทุกอย่างให้ฮองเฮาไม่หมดสตินานเกินไปเท่านั้น 

หลังจากนั้นไทเฮาก็จัดงานฉลองจริงๆด้วย ผมที่เป็นเพียงขันทีจึงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในงาน ผมจึงสั่งให้หมิงอวี้ตั้งสติให้ดีเมื่อต้องอยู่ในงานที่มีคนมากมาย 

"พี่หมิงอวี้งานนี้ท่านต้องมีสติหน่อยนะขอรับ งานใหญ่โตแบบนี้หากมีสิ่งผิดพลาดขึ้นมาจะได้ไม่เกิดเหตุที่เป็นอันตรายต่อฮองเฮาของเราได้ส่วนข้าจะระวังอยู่ด้านนอกท่านพี่หมิงอวี้ไม่ต้องห่วงนะขอรับ" 

"อืมๆ ข้าจะระวังอย่างดีเลย" 

พอถึงช่วงเวลางาน ผมเห็นแล้วว่าค้างคาวมากมายกำลังจะมาหลังจากเสียงแก้วด้านในนั้นแตก และผมได้เห็นความวุ่นวายเกิดขึ้นกับตาตัวเองและได้เห็นฮองเฮาที่กระเด็นออกมาข้างนอกและกำลังจะถูกผลักให้ตกตำหนักในตอนนั้นขาผมมันก็วิ่งไปโดยอัตโนมัติ ผมกระโดดตามฮองเฮาลงไปอย่างไม่คิดชีวิตถึงแม้มันจะไม่สูงแต่ก็ทำให้เกิดอันตรายได้ 

"เจ้าทำอะไรเว่ยเป่า เจ้าจะเป็นอันตรายเอาได้นะปล่อยข้าเถิด" 

"ไม่พ่ะย่ะค่ะกระหม่อมจะปกป้องพระองค์เอง ถึงแม้กระหม่อมจะช่วยเด็กคนนี้ไม่ได้แต่ทรงจำไว้นะพ่ะย่ะคะ ว่าเด็กคนนี้จะกลับมาอยู่กับพระนางอีกแน่นอน" 

ก่อนถึงพื้นผมจึงพลิกตัวฮองเฮาให้อยู่ด้านบนและใช้ผ้าอีกมากมายที่ผมถือติดมือมานั้นรองท้องของฮองเฮาเอาไว้เพื่อลดแรงกระแทก จนตัวผมสัมผัสพื้นมันทั้งจุกและเจ็บเป็นอย่างมาก สติผมแทบจะดับแล้วแต่ผมก็ยังได้เห็นหมิงอวี้ร้องไห้และได้เห็นสีหน้าพอใจของพระสนมเกากุ้ยเฟย ผมสาบานเลยว่าเธอจะไม่ได้ตายอย่างสบายแน่ 

"เว่ยเป่า! เว่ยเป่าเจ้าอย่าเป็นอะไรไปนะ ทหารมาช่วยเว่ยเป่ากับฮองเฮาที ทหาร! ฮองเฮาเพค่ะ!" 

ผ่านไปเพียงเค่อเดียวทั้งตำหนักก็วุ่นวายไปหมดร่างของฮองเฮานั้นไม่ได้บาดเจ็บมากแต่กระดูกขานั้นกลับร้าวเพียงเล็กน้อยทำให้ต้องพักฟื้นเป็นเวลานาน แต่สำหรับเทียนแล้วนั้นกลับไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาเลยเพราะได้รับแรงกระแทกที่มากไป 

ในระหว่างการรักษาฮองเฮานั้นอิงลั่วก็แอบมาคอยดูแลฮองเฮาอยู่เป็นประจำจนถูกฮ่องเต้นั้นจับได้ แต่ในห้องของเทียนนั้นกลับมีฟู่เหิงที่คอยเช็ดตัวให้คนเจ็บไม่ห่างไปไหน  

ฟู่เหิงนั้นแอบมาดูแลเทียนอยู่ตลอด ทั้งยังมาพูดคุยกับเทียนเสมอเมื่อตัวเองว่าง หมิงอวี้เองนางก็สงสารน้องเล็กอย่างเทียนเป็นอย่างมาก ทั้งยังโทษตัวเองที่ไม่ตั้งสติให้ดีอย่างที่น้องเตือนจนน้องต้องมารับเคราะห์เช่นนี้ 

เวลาผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้วทางด้านเทียนก็ยังไม่ฟื้นรวมถึงพระอาการของฮองเฮาเองก็เช่นกัน แต่กลับมีข่าวร้ายเรื่องการเสียชีวิตของพระสนมเกากุ้ยเฟย และการแต่งตั้งพระสนมเสียนเฟยเป็นพระสนมขั้นกุ้ยเฟยและให้ดูแลวังหลังแทนฮองเฮาที่ยังไม่ได้พระสติ 

(เรือนพักของเทียน) 

"เจ้าอย่าได้เป็นอะไรไปเลยนะเว่ยเป่า ข้าไม่อยากจะเสียเจ้าไป ได้โปรดตื่นขึ้นมาเถอะนะเว่ยเป่า ข้าคิดถึงขนมของเจ้าเหลือเกิน"ฟู่เหิงที่มาเฝ้าเทียนอย่างเคยก็ยังคงพูดคุยกับเทียนเหมือนเคย แต่ในวันนี้เทียนที่หลับไปนานก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา 

"ท่านพี่เหิง ท่านมันคนเห็นแก่กินหากข้าทำให้ท่านกินแล้วท่านกินไม่หมดข้าจะเอาขนมยัดปากท่านซะเลยคอยดู" 

"เจ้าจะโหดร้ายกับพี่ชายอย่างข้าเกินไปแล้วเว่ยเป่า ข้าดีใจเหลือเกินที่เจ้าฟื้นขึ้นมา" 

"ขอรับท่านพี่เหิง ข้าเองก็ดีใจที่ตื่นขึ้นมาแล้วได้เจอท่านเป็นคนแรก" 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 

ความคิดเห็น