ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 516

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2564 13:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3
แบบอักษร

บทที่ 3 

ทางด้านฮ่องเต้ที่ออกมาดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างลับๆและกำลังจะกลับนั้นก็ได้เห็นฟู่เหิงพาสาวงามที่มีรอยยิ้มสดใสเดินเที่ยวตามร้านรวงต่างๆด้วยรอยยิ้มที่ไม่ค่อยได้เห็นซักเท่าไร แต่กลับทำให้ใจพระองค์นั้นเบาหวิวเหมือนจะล่องลอยได้ เมื่อคิดว่าคนสนิทของตนนั้นไม่ได้สนใจสาวใช้ของพี่สาวตนเองแล้ว แต่พระองค์กลับรู้สึกแปลกใจกับรอยยิ้มของสาวน้อยคนนั้นนัก ทำไมช่างคุ้นเคยเสียเหลือเกิน 

แต่พระองค์ก็ปัดตกความคิดของพระองค์ไปแล้วกลับวังหลวงทันที ทางด้านฟู่เหิงและเทียนที่ยังคงเดินซื้อของอย่างสนุกสนานก็เริ่มเมื่อยจึงหยุดนั่งพักและหาอาหารทานกันพร้อมกับมองพลุที่ถูกจุดขึ้นบนท้องฟ้า 

"สนุกไหมเจ้าแสบ"ฟู่เหิงที่ถามออกไปก็ได้เพียงรอยยิ้มกลับมาเพราะตอนนี้ในปากของเทียนนั้นมีแต่อาหารอยู่เต็มไปหมดจนไม่สามารถตอบคำถามได้ 

"..." 

"เด็กจริงๆเลยนะเจ้า"ฟู่เหิงพูดจบก็ยื่นมือไปเช็ดมุมปากให้กับเทียน ทำให้เทียนนั้นแข็งค้างไปชั่วขณะและเริ่มที่ใบหน้าทำให้เทียนต้องรีบเปลี่ยนเรื่องและเริ่มพูดในสิ่งที่ต้องการเมื่อกลืนข้าวลงคอไปแล้ว 

"อึก ท่านพี่เหิงความจริงแล้วข้านั้นมีเรื่องอยากปรึกษาท่านน่ะขอรับ" 

"เรื่องใดว่ามาพี่รับฟังเจ้าอยู่แล้ว"ฟู่เหิงยิ้มขำให้กับความน่ารักของเทียนก่อนจะเอ่ยให้เทียนพูด 

"ข้าอยากเปิดร้านค้าขายในเมืองน่ะขอรับ แต่ตัวข้านั้นรู้ดีว่าตัวเองเป็นเพียงขันทีคงเป็นไปได้ยาก เลยอยากขอให้ท่านพี่เหิงช่วยจะได้ไหมขอรับ" 

"หึหึ ความคิดดีความคิดดี เช่นนั้นพี่จะไปทูลปรึกษากับฮองเฮาให้ดีหรือไม่" 

"ขอบคุณขอรับท่านพี่เหิง" 

เทียนที่นั่งตรงข้ามกับฟู่เหิงก็ลุกขึ้นมาคุกเข่าคาระวะฟู่เหิงทันทีแต่ฟู่เหิงนั้นก็จับตัวของเทียนให้ลุกขึ้นแต่ในจังหวะหนึ่งนั้นรองเท้าที่เทียนใส่อยู่กลับพลิก ทำให้เทียนเสียหลักและเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของฟู่เหิงแถมปากอันนุ่มหยุ่นของเทียนเองก็สัมผัสกับแก้มของฟู่เหิงเข้าอย่างจังทำให้ทั้งสองตกใจและนิ่งค้างกันอยู่ท่านั้น 

ฟิ้ว!ปุ้ง! 

ในขณะนั้นเองพลุชุดที่สองก็ดังขึ้นทำให้ทั้งสองนั้นหลุดออกจากผวังค์ของตัวเองพร้อมกับหัวใจที่เต้นเหมือนมีพลุนับสิบมาจะอยู่ในหัวใจของตัวเอง เทียนที่รีบลุกมากเกินไปจึงเกือบหงายหลังอีกรอบ แต่ฟู่เหิงก็ดึงเทียนกลับมาได้ 

ทำให้ตอนนี้เทียนนั้นได้นั่งอยู่บนตักของฟู่เหิงอย่างสมบูรณ์แล้ว จนทำให้หัวใจของเทียนนั้นเต้นแรงผิดจังหวะไปหมดและใบหน้าของเทียนเองก็ซับสีเลือดจนเเดงเรื่องไปหมด 

ฟู่เหิงที่เห็นเช่นนั้นก็นิ่งค้างไปทั้งใจนั้นก็เต้นแรงดั่งกองศึก ในหัวก็เอาแต่พร่ำเพ้อว่าคนตรงหน้านั้นช่างงดงามเหลือเกิน เทียนที่อยู่บนตักของฟู่เหิงก็เริ่มขยับตัวที่เริ่มเป็นเหน็บเพราะนั่งเกร็งมากไป ฟู่เหิงเห็นน้องชายตัวเองในคราบสาวน้อยเริ่มไม่อยู่สุขก็หัวเราะออกมา 

"หึหึ เอาละนี่ก็ค่ำแล้วพี่จะพาเจ้ากลับแต่ก่อนอื่นเจ้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะเร็ว" 

"ขอรับพี่เหิง" 

และเหตุการณ์ทุกอย่างก็อยู่ในสายตาของฮ่องเต้และน้องชายทั้งหมด แต่ความคิดในหัวคนทั้งสองกลับคิดต่างกันลิบลับ คนพี่พยายามคิดว่าสาวงามคนนั้นคือใครกันนะช่างคุ้นรอยยิ้มนั้นจริงๆ แต่คนน้องนั้นกลับอยากได้สาวงามของเพื่อนสนิทแทนเสียแล้ว 

เทียนที่หายไปเพียงครู่เดียวก็กลับมาในชุดผู้ชายปกติและกลับเข้าประตูเมืองพร้อมกับฟู่เหิงและข้ารับใช้ของฟู่เหิงที่ช่วยขนของกลับมาอีกมากมาย เมื่อมาถึงตำหนักฉางชุน ฟู่เหิงก็ดึงมือของเทียนให้เข้าไปหาฮองเฮาด้วยกัน 

"กลับมาแล้วหรือ เป็นอย่างไรเว่ยเป่าสนุกหรือไม่" 

"สนุกมากเลยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมซื้อของมาฝากฮองเฮาและพี่ๆด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ"เทียนรีบโชว์ของกินมากมายที่ตัวเองซื้อมาให้ทุกคนได้เห็น ทำให้ทุกคนอดที่จะเอ็นดูเทียนได้อย่างไม่ยากนัก 

"หมดเงินไปเยอะเลยสิเรา"เอ๋อร์ฉิงที่เห็นของมากมายก็อดกระเซ้าคนน้องไม่ได้ เทียนที่ถูกแซวก็ออกอาการเขินออกมาให้เห็นจนเจ้าของตำหนักอย่างฮองเฮาก็อดที่จะขำออกมาไม่ได้ 

"แหะๆ พี่เอ๋อร์ฉิงความจริงก็หมดไม่เยอะหรอกขอรับ พอดีพ่อค้าแม่ค้าใจดีแถมให้ข้าเสียมากมายเลยขอรับ" 

"หืมจริงหรือฟู่เหิง"ฮองเฮาที่ไม่เชื่อจึงหันไปถามน้องชายที่อยู่ใกล้ๆ 

"พ่ะย่ะค่ะ เด็กคนนี้ซื้อของเหมือนได้ของมาเปล่าๆแบบไม่จ่ายเงินเลยพ่ะย่ะค่ะ"เมื่อได้คำยืนยันจากฟู่เหิงฮองเฮาก็ยิ้มขำๆออกมากับความฉลาดของเทียน 

"ท่านพี่ ข้าคงต้องขอตัวลาแล้วถ้าอยู่นานกว่านี้อาจจะไม่เป็นการดีนัก แต่พรุ่งนี้ข้ามีเรื่องจะปรึกษาท่าน ข้าจะมาใหม่ในวันพรุ่งนี้" 

"ได้ๆงั้นก็กลับดีๆล่ะ ส่วนพวกเจ้าแบ่งของกันเสร็จแล้วก็กลับเรือนกันได้แล้วดึกมากแล้ว" 

"พ่ะย่ะค่ะ/เพคะฮองเฮา" 

เมื่อทุกคนแยกย้ายเทียนที่เข้ามาในห้องก็รีบรื้อของมากมายของตัวเองและเริ่มทำน้ำหอมอย่างง่ายออกมาทันที และยังมีน้ำปรุงกลิ่นดอกไม้และผลไม้ต่างๆอีกมากมายที่เอาไว้ใช้ทำอาหาร เทียนก็ทำออกมาด้วยจนไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้ได้เข้าวันใหม่ไปเสียแล้ว เทียนที่ตั้งอกตั้งใจทำเมื่อทำสำเร็จก็หลับคาโต๊ะไปในทันที จนยามสายของวันฮองเฮาที่คุยกับฟู่เหิงจนเสร็จก็ยังไม่เห็นคนเจ้าความคิดเรื่องน้ำหอมจึงให้อิงลั่วเข้ามาตามเด็กหนุ่มที่เรือน 

"เสี่ยวเป่าเจ้าอยู่หรือไม่" 

ปัง ปัง 

อิงลั่วเคาะประตูดังๆสองสามครั้ง เทียนที่นอนอยู่ก็สะดุ้งตื่นทันทีและรีบมาเปิดประตูให้อิงลั่วทันที 

"ขออภัยพี่อิงลั่ว เมื่อคืนเข้านอนดึกไปหน่อย" 

"อืมเจ้านี่นะ ฮองเฮาถามหาเจ้าอยู่รีบไปเถอะ" 

"ขอรับ"เทียนรีบล้างหน้าเเปรงฟันก่อนจะทาผิวด้วยครีมว่านหางจระเข้ของตัวเองเพื่อทำให้ผิวชุ่มชื้นไม่แห้งแตกเพราะอากาศที่หนาวเย็นที่เทียนยังไม่ชินเท่าไรก่อนจะนำขวดแก้วเล็กที่เพิ่งทำเสร็จไปด้วย 

เมื่อมาถึงตำหนักด้านในเทียนก็ทำความเคารพทั้งสอง ก่อนจะยื่นขวดแก้วเล็กๆให้กับฮองเฮาได้ทอดพระเนตร เมื่อฮองเฮาเห็นก็อดที่จะชื่นชมขันทีหนุ่มเสียไม่ได้ว่ามีความคิดที่ดีเยี่ยม 

"ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะเปิดร้านที่เจ้าต้องการให้นะน้องพี่ แบบนี้ทั้งตระกูลของเราและท้องพระคลังคงมีเงินเพิ่มเข้ามาได้มากมายอย่างแน่นอน" 

"พ่ะย่ะค่ะท่านพี่หญิง เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน"เมื่อฟู่เหิงเดินออกไปเทียนก็เดินตามออกไปพร้อมมอบน้ำหอมให้กับฟู่เหิงสองขวด 

"ใต้เท้า น้ำหอมสองขวดนี้ข้าให้ท่านเอาไว้ใช้และอีกขวดข้าฝากไปให้ท่านฮูหยินฟู่ฉาท่านแม่ของท่านด้วยนะขอรับเพื่อเป็นการโปรโมตสินค้า" 

"อะไรคือโปรโมตสินค้า"ฟู่เหิงทำหน้ายุ่งทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น 

"มันคือการนำเสนอสินค้าของเราให้เป็นที่รู้จักยังไงล่ะขอรับ บอกกันปากต่อปากต้องมีคนสนใจอย่างแน่นอน แถมราคาก็ไม่ได้แพงจนจับต้องไม่ได้ด้วย แบบนี้ผู้คนคงสนใจกันไม่น้อย" 

"ช่างหัวการค้าดีจริงๆเลยนะเจ้า เอาล่ะข้าคงต้องไปแล้ว"เมื่อเทียนกลับเข้ามาด้านในก็ได้ยินเสียงของสาวๆที่กำลังดีใจกับของใช้แปลกใหม่และเสียงทะเลาะของอิงลั่วกับหมิงอวี้อีกตามเคย 

"เว่ยเป่าเจ้าทำได้อย่างไรสอนพวกข้าบ้างสิ" 

"ได้ขอรับพี่ๆข้าต้องสอนพวกท่านแน่เพราะน้ำหอมที่ทำออกมานั้นเราต้องเอาไปขายแข่งกับพวกตะวันตกน่ะขอรับ ช่วงนี้ข้าวยากหมากแพงเราก็ควรจะหารายได้เติมท้องพระคลังซักหน่อยนะขอรับ" 

"ความคิดดีๆ พวกข้าขอร่วมทำด้วยจะได้หรือไม่"พระสนมชุนที่เพิ่งเดินเข้ามาได้ยินเข้าพอดีจึงเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วยกับความคิดของเทียน 

"ถวายพระพรพระสนมชุน พระสนมเสียนเฟยพ่ะย่ะค่ะ" 

"เอาล่ะลุกขึ้นเถอะ ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ" 

"ลุกขึ้นสนมชุน สนมเสียนเฟย" 

"เพคะพี่หญิง" 

แล้ววันนั้นเหล่าสาวๆก็ได้ช่วยกันทำน้ำหอมมากมายหลายกลิ่นออกมาและได้นำขึ้นถวายองค์ฮ่องเต้อีกด้วย แม้จะเกิดเรื่องราวที่ทั้งดีและไม่ดีแต่ทุกคนก็ผ่านมันมาได้ ครอบครัวของพระสนมเสียนเฟยที่ยังอยู่พร้อมหน้า ตอนนี้ก็ได้รับน้ำหอมของเทียนไปขายในเมืองของตัวเองและได้หัดทำน้ำหอมเพื่อไม่ต้องส่งคนมารับของที่เมืองหลวงอีก แต่ก็ต้องจ่ายค่าความรู้มาให้กับทางวังหลวงทุกเดือนเช่นกัน 

นั่นจึงทำให้ท้องพระคลังเริ่มมีรายรับมากกว่ารายจ่าย และวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญนั่นก็คือวันบวงสรวงที่ขุนนางและเหล่าทหารจะมารับเนื้อพระราชทาน เทียนที่ไม่อยากไปเพราะกลัวทำเสียเรื่องจึงอยู่ที่ตำหนักแทน 

"ไม่ไปจริงหรือ งานใหญ่มากเลยนะ"อิงลั่วถามเทียนแต่เทียนก็ได้แต่ตอบปฏิเสธออกไป 

"ข้าอยู่เฝ้าตำหนักกับพี่หมิงอวี้ดีกว่าขอรับ"เทียนรู้ว่าวันนี้ฟู่เหิงจะบาดเจ็บจึงอยากอยู่ที่ตำหนักเพื่อทำยาสมุนไพรลดอาการปวดให้กับฟู่เหิงมากกว่า 

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เทียนก็ชวนหมิงอวี้ให้มาทำขนมด้วยกันและขนมที่ทำนั้นก็คือขนมชั้นสีรุ้งรูปดอกกุหลาบนั่นเอง หมิงอวี้ที่มีอาการงอนเพราะถูกนายตัวเองสั่งให้เฝ้าตำหนักแต่ตอนนี้กลับยิ้มอย่างดีใจในผลงานของตังเอง 

"ข้าทำสวยหรือไม่เว่ยเป่าข้าจะมอบมันให้กับใต้เท้าฟู่เหิงล่ะ" 

"ขอรับๆ"เทียนยิ้มขำให้กับสาวตรงหน้าก่อนจะต้มน้ำแกงและจัดเตรียมขนมฝีมือของหมิงอวี้ไว้เสร็จสรรพ 

"ทำไมเตรียมมันไว้ล่ะเป่าเป่า" 

เทียนไม่ได้ตอบความสงสัยของหมิงอวี้เพราะเพียงไม่นานฮองเฮาก็รับสั่งให้อิงลั่วนำน้ำแกงไปให้กับฟู่เหิงทำให้หมิงอวี้หันมามองเทียนอย่างสงสัยที่เตรียมพร้อมไว้ทุกอย่างแล้ว ส่วนเทียนเองก็ถูกฮองเฮาสั่งให้นำขนมไปถวายให้กับฮ่องเต้โดยมีหมิงอวี้ไปด้วย 

"บอกข้ามานะว่าเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าใต้เท้าจะบาดเจ็บ" 

"ข้าเห็นอนาคตขอรับ พี่หมิงอวี้เชื่อหรือไม่ขอรับ"เทียนพูดทีเล่นทีจริง หมิงอวี้ที่เห็นแบบนั้นก็ฟาดแขนน้องตัวเองไปหนึ่งทีแล้วทั้งสองก็มาถึงตำหนักขององค์ฮ่องเต้ ทั้งสองถึงกับสะดุ้งทันทีเมื่อได้ยินเสียงแก้วแตกติดๆกัน 

"ฮ่องเต้ทรงกริ้วอยู่หรือขอรับท่านพี่ขันที"เทียนถามออกไปทั้งๆที่หลักฐานยังคาหูอยู่แบบนี้ 

"ก็ใช่น่ะสิ หลี่กงกงกำลังเข้าไปช่วยลดโทสะอยู่เลย" 

"ถ้างั้นพี่ช่วยประกาศทีว่าคนจากตำหนักฉางชุนนำของมาถวาย เร็วๆพี่เดี๋ยวหลี่กงกงหัวจะแตกตามแก้วซะก่อนนะขอรับ" 

"ได้ๆ ตำหนักฉางชุนมีของมาถวายพ่ะย่ะค่ะ"เมื่อได้ยินเสียงประกาศเสียงด้านในก็สงบลง ก่อนจะมีเสียงตอบรับออกมา 

"เข้ามา!"เมื่อสิ้นเสียงหลี่กงกงก็ออกมาด้วยสภาพที่แทบมองไม่ได้เลย 

"มาได้จังหวะดีจริงๆ เอาเข้าไปถวายพระองค์เถอะ ซี้ด" 

"ขอรับๆ" 

เมื่อเทียนเข้ามาด้านในก็พบซากอารยธรรมแก้วแตกมากมายบนพื้นและสภาพฮ่องเต้ที่ยังหอบจากความกริ้วไม่หาย เทียนจึงถือของเข้าไปวางบนโต๊ะและหันมารับถาดชาจากหมิงอวี้ที่สั่นไม่หยุด 

"ออกไปก่อนก็ได้พี่หมิงอวี้" 

"แล้วเจ้าเล่าเว่ยเป่า" 

"ข้าไม่เป็นไรขอรับ ข้าชินแล้วท่านออกไปก่อนเถอะ"เมื่อหมิงอวี้ออกไปเทียนก็นำกาน้ำชาเข้ามาวางพร้อมกับรินชาให้กับฮ่องเต้โดยมีนางกำนัลกำลังเก็บกวาดเศษแก้วแตก 

"เจ้าไม่กลัวข้าหรือถึงได้กล้าพูดว่าชินแล้ว"ฮ่องเต้ถามขึ้นเมื่อได้ลิ้มรสชาและขนมแปลกตาเข้าไปจนใจสงบแล้ว 

"ก็ชินจริงๆนี่พ่ะย่ะค่ะ ตัวกระหม่อมมาที่นี่แต่ละครั้งก็เจอพระองค์ทรงกริ้วตลอดเลย กระหม่อมพูดเกินจริงหรือไม่เล่าพ่ะย่ะค่ะ" 

"หึหึ จริงดั่งเจ้าว่า"แล้วฮ่องเต้ก็เสวยขนมของเทียนหมดลงในเพียงเวลาไม่นานพร้อมพูดคุยเรื่องต่างๆกับเทียนจนเทียนเองก็ลืมเวลาไปเลย 

"เช่นนั้นกระหม่อมขอทูลลาพ่ะย่ะค่ะ" 

"ไปเถอะ ชาและขนมของเจ้าอร่อยมาก"เมื่อได้รับอนุญาตเทียนที่กำลังจะออกไปก็ต้องหยุดชะงักกับเสียงของหลี่กงกง 

"พระสนมน่าหลานกุ้ยเหรินขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ" 

"อืม เข้ามาได้" 

"ถวายพระพรเพคะฝ่าบาท"น่าหลานกุ้ยเหรินหันมามองเทียนเพียงเล็กน้อยก่อนจะหันไปที่ของว่างบนโต๊ะ แล้วหันกลับมาประจบฮ่องเต้ต่อ 

"ฝ่าบาทเพค่ะวันนี้หม่อมฉันนำน้ำหอมจากพวกตะวันตกมาถวายเพค่ะ ท่านลุงของหม่อมฉันซื้อขายของพวกนี้มามากจึงอยากนำมาถวายพระองค์เพคะ" 

"ขอบใจเจ้ามาก เว่ยเป่าเจ้าเอาไปดมสิว่าสู้ของเจ้าได้หรือไม่"น่าหลานถึงกับงงเมื่อฮ่องเต้ตรัสออกมาเช่นนั้น 

"กลิ่นไม่ต่างกันเลยพ่ะย่ะค่ะแต่กระหม่อมคงต้องปรับแก้ตรงส่วนของขวดที่ใส่เสียใหม่พ่ะย่ะค่ะ"เทียนพูดออกไปพร้อมกับมองรูปลักษณ์ของขวดน้ำหอมไปด้วย 

"ดี ดี" 

"เออ...ฝ่าบาทเพค่ะหม่อมฉันบังอาจถามได้ไหมเพค่ะว่าขนมสีๆนั้นคือสิ่งใดมันสวยมากเลยเพค่ะ" 

"มันคือขนมชั้น เจ้าลองชิมดูสิสนมซู" 

"ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท อืม รสดีมากๆเลยเพคะ"พระสนมซูทำหน้าเพลิดเพลินเมื่อได้ลิ้มรสขนมฝีมือของเทียน 

"เว่ยเป่าเป็นคนทำน่ะ และนี่น้ำหอมของข้า ข้าให้เจ้าดมดู" 

"เอ๊ะ?กลิ่นหอมมากเลยเพค่ะแต่มันดูจะฉุนไปนิด" 

"ก็ของผู้ชายนี่พ่ะย่ะค่ะกลิ่นมันก็ต้องเหมาะกับการใช้งานหน่อย มีความแข็งแกร่งแต่ก็ซ่อนความเซ็กซี่เล็กๆเอาไว้ด้วย แบบนี้ถึงจะเหมาะกับชายชาตรีหากพระสนมสนพระทัยจะนำมันไปขายหม่อมฉันก็สามารถแนะนำให้พระสนมได้นะพ่ะย่ะค่ะราคากระหม่อมรับรองได้ว่าท่านลุงของพระสนมได้แต่กำไรอย่างแน่นอน"เทียนที่เห็นลู่ทางในการค้าขายก็รีบเสนอสินค้าของตัวเองทันที 

"จริงหรือข้าสนนะ ข้าต้องทำอะไรบ้างล่ะ" 

"เพียงแค่พระสนมมารับของจากร้านใหญ่ของฝ่าบาทในเมืองไปขายเพียงเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะหากขายได้กำไรก็เพียงแบ่งกำไร3%มาให้กับฝ่าบาทเพียงเท่านั้น กระหม่อมจะร่างสัญญาซื้อขายระหว่างเราเอาไว้ว่างๆพระสนมก็มาที่ตำหนักฉางชุนสิพ่ะย่ะค่ะ" 

"ได้ๆ เช่นนั้นวันนี้หม่อมฉันทูลลาเพค่ะฝ่าบาท"หลังน่าหลานกุ้ยเหรินเดินออกไปด้วยสีหน้าพออกพอใจ เว่ยเป่าก็ยิ้มออกมากับความสำเร็จของตนโดยทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาของฮ่องเต้ทั้งหมด 

พระองค์ไม่คิดเลยว่าแค่ขันทีเล็กๆคนหนึ่งจะมีความคิดความอ่านได้ขนาดนี้ จนทำให้พระองค์คิดไปว่าหากอีกคนเป็นหญิงสาวมันจะดีขนาดไหนกันนะ แต่ในขณะนั้นเองภาพของหญิงสาวนางหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในความคิดของพระองค์ นางก็คือเว่ยอิงลั่วนั่นเอง 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 

ความคิดเห็น