ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 747

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2564 11:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1
แบบอักษร

บทที่ 1 

หลังจากที่ผมและหมิงอวี้ทำขนมอยู่ในครัว ทำให้ตอนนี้ผมได้ขนมมาเพียบเลย ผมลองทำวุ้นผลไม้ด้วยและมันเป็นที่น่าพอใจมากเมื่อมันถูกปากของคนทั้งตำหนัก แต่ก็ยังต้องมาลุ้นว่านายของตำหนักนั้นจะชอบด้วยไหม 

"เจ้าเก่งมากเว่ยเป่า ขนาดเจ้าความจำเสื่อมยังสามารถทำของอร่อยแบบนี้ออกมาได้"เออชมกันใช่ไหมเนี่ยหรือประชดผมนะ 

"พี่หมิงอวี้ชมข้าเกินไปแล้ว ขนมแบบนี้มันต้องใช้ความจำที่ไหนล่ะขอรับข้าเพียงแค่นึกอยากจะทำอะไรใหม่ๆให้ฮองเฮาและพี่ๆลองชิมเพียงเท่านั้นเองนะขอรับ" 

"เด็กดีๆเจ้าถ่อมตนเกินไปแล้ว จริงไหมเพคะพระนาง"คนสนิทอีกคนของฮองเฮาที่ชื่อเอ๋อร์ฉิงพูดขึ้นถึงผมจะไม่อยากสนิทกับเธอแต่ผมก็คงต้องตามน้ำไปก่อนไม่งั้นประวัติศาสตร์มันคงเปลี่ยนแน่ เอ๊ะแต่ถ้าเปลี่ยนก็ช่างมันสิเนอะเกี่ยวอะไรกับผมล่ะ เผลอๆนี่อาจจะเป็นโลกคู่ขนานก็ได้เนอะใครจะรู้ 

"จริงอย่างที่เอ๋อร์ฉิงกล่าวแล้ววันหลังก็เรียนรู้จากหมิงอวี้ได้หากเจ้าชอบทำขนม ข้าไม่ว่าเจ้าหรอกนะหากเจ้าจะทำมันอีก" 

"ขอบพระทัยฮองเฮาที่ทรงอนุญาตพ่ะย่ะค่ะ"เสร็จโจรสิครับผมน่ะชอบทำขนมที่สุด ในบรรดาความสามารถมากมายของตัวเอง ผมเก่งทุกอย่างจริงๆนะเพราะผมน่ะก่อนที่จะมาจับธุรกิจน้ำหอม เครื่องสำอาง ผมเป็นนักแสดงมาก่อนและนักแสดงก็ต้องเจอหลายบทบาทผมเลยต้องถีบตัวเองให้เป็นทุกอย่าง ผมจึงเป็นผมในทุกวันนี้ยังไงล่ะ 

แล้วหนึ่งอาทิตย์ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผมเองก็เริ่มคุ้นชินกับที่นี่แล้วและเริ่มชินกับการวิวาทของหมิงอวี้และอิงลั่วแล้วเช่นกัน ส่วนนางร้ายอย่างเอ๋อร์ฉิงเธอก็ทำตัวอ่อนโยนไปเรื่อยจนหน้าหมั่นไส้ แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้ไงเลยทำให้ตัวเองเริ่มชินกับความน่าไหว้หลังหลอกของคุณเธออย่างไวที่สุด ผมไม่ได้หลุดเข้ามาในซีรี่ส์นะแต่มันคือผมมาอยู่ในยุคสมัยจริงๆเลยแต่ผมจะทำให้มันเป็นซีรี่ส์ของผมเอง ผมไม่ยอมไหลไปตามประวัติศาสตร์หรอกนะ 

จนวันนี้ผมก็มีบุญได้เจอกับฮ่องเต้เหลียงเฉินจนได้ พระองค์หล่อมากถึงว่าสาวๆต่างแย่งความโปรดปรานกันจังแต่ผมไม่สนฮ่องเต้หรอกเพราะคนที่ผมสนคือใต้เท้าฟู่เหิงผู้หล่อเหลาของผมคนเดียวเท่านั้น พูดถึงแล้วก็คิดถึงจังเพราะตั้งแต่วันนั้นผมก็เจอเขาเพียงห่างๆเอง ผมไม่กล้าเสนอหน้าหรอกนะผมมันก็แค่ขันทีเล็กๆคนหนึ่งเอง สงสารผมไหม ไหนตอบสิ 

"เว่ยเป่า เจ้าช่วยข้าทำของว่างให้ฝ่าบาทกับพระนางหน่อยสิได้หรือไม่" เชี่ยผมแทบจะทำฟืนตกพื้นโดนขาตัวเองแล้ว มาเงียบๆแบบนี้ผมตกใจหมดเลยครับ 

"ได้ขอรับพี่หมิงอวี้ ข้าขอเก็บฟืนตรงนี้ซักครู่"ตอนนี้หน้าที่ทำขนมหรือของว่างต่างๆกลายเป็นของผมคนเดียวแล้วครับแต่ตอนถวายก็ยังคงเป็นหมิงอวี้หรือไม่ก็อิงลั่วเท่านั้นนะครับเพราะขันที ส่วนมากไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในเรือนของนายหญิง 

"ให้ข้าช่วยเจ้าไหมเว่ยเป่า"นางเอกมาจากไหนครับเนี่ย ไม่ใช่ว่าไปตามตื้อฟู่เหิงอยู่หรอทำไมมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ คนหล่อตกใจหมดเลย แต่ผมก็ปฎิเสธเธอไปเพราะงานมันหนักจริงๆไม่เหมาะกับผู้หญิงหรอก 

"ไม่เป็นไรขอรับพี่อิงลั่วไปยกชาให้ฮ่องเต้กับฮองเฮาเถอะขอรับ ตรงนี้เหลือเพียงเล็กน้อยแล้ว" 

"ได้ๆ งั้นข้าไปก่อน"พอนางเอกไปผมก็รีบเก็บของต่อเลยครับ วันนี้ผมว่าจะทำลูกชุบเสียหน่อย ของก็เตรียมไว้หมดแล้วด้วย ว่าจะเอาไปฝากฟู่เหิงคนดีของผมด้วย แค่คิดก็ฟินตัวแตกแล้ว 

พอผมเข้ามาในครัวพี่หมิงอวี้ก็รีบดึงตัวผมไปช่วยงานทันทีเลยครับ ผมก็เลยเตรียมของทำลูกชุบต่อทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลาขั้นตอนที่เหลือก็แค่จุ่มลูกชุบลงในน้ำวุ้นกลิ่นกุหลาบเพียงเท่านั้น แต่ผมไม่คิดเลยว่าขนมแบบนี้ดันไปถูกปากฮ่องเต้เข้าซะได้ ทำให้ผมต้องไปเผชิญหน้ากับมัจจุราช เอ้ยไม่ใชเผชิญหน้ากับฮ่องเต้ต่างหาก แต่ตอนนี้ขาผมอ่อนไปหมดแล้วแค่เจอความโหดของเกากุ้ยเฟยที่มาหาเรื่องนางเอกผมยังจำได้ติดตาอยู่เลย 

พอเข้ามาก็เจอกับความพิโรธเข้าอย่างจัง เพราะฮ่องเต้เขาไม่ชอบนางเอกไงแต่ความจริงแล้วฮ่องเต้ชอบนางเอกนานแล้วต่างหาก แล้วอะไรคือแก้วปลิววะเฮ้ย เฉียดแขนผมไปนิดเดียวเองนะ บอกเลยใจไปอยู่ที่ตาตุ่มแล้ว 

"ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะเถอะเพคะ เว่ยเป่าเจ้ามาแล้วมานี่มา ฝ่าบาทเพคะนี่คือเว่ยเป่าคนที่ทำขนมจานนี้เพค่ะ"ฮองเฮาคุณสตรองมากผมนับถือๆเมื่อกี้ฉี่ผมแทบราดแล้วจริงๆนะ พอฮ่องเต้เห็นผมพี่แกก็นิ่งค้างไปเลยครับ แล้วต่อมาพระองค์ก็จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วกระแอมไอก่อนจะนั่งเก็กมองผมแทน หล่อตายล่ะพ่อคุณยังไงก็สู้พี่เหิงของผมไม่ได้หรอกนะ 

"ถวายพระพรฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเว่ยเป่าพ่ะย่ะค่ะ" 

"อืม ลุกขึ้นเถอะ ขนมเจ้ามันเรียกว่าอะไรบอกข้าสิ ถูกปากข้ามาก"เสียงทรงอำนาจสุดๆเลยพ่อ ตัวผมสั่นไปหมดแล้วไม่คิดว่าจะได้มาเจอคนใหญ่คนโตในประวัติศาสตร์แบบนี้เลย 

"ขะขนม ขนมนี้เรียกว่า...ลูกชุบพ่ะย่ะค่ะทำจากถั่วเขียวกวนที่นำไปชุบวุ้นกลิ่นเหมยกุ้ยฮวาพ่ะย่ะค่ะ ขนมนี้มีชื่อมากในเมืองสยามพ่ะย่ะค่ะ"เชี่ยทำไมต้องสั่นวะเนี่ยตัวกู 

"กลัวข้าหรือ"ถามได้ใครไม่กลัวพี่ท่านบ้างตอบหน่อยเถอะดุอย่างเสือแบบนั้น แต่พอผมตอบออกไปทั้งฮ่องเต้และฮองเฮาก็ขำผมเลยครับ 

"พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมกลัว ขากระหม่อมสั่นไปหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ" 

"ฮ่าๆๆตรงดีๆ เอาล่ะขนมนี้ช่วยทำส่งไปที่ห้องทรงงานของข้าด้วย ข้าไปก่อนนะฮองเฮาไว้ข้าจะมาหาเจ้าใหม่"ภาระไอ้เทียนจริงๆเลย อืมแต่ก็ดีนะผมจะได้ส่งขนมนี้ไปให้ท่านฟู่เหิงของผมได้ด้วย แหมโอกาสเหมาะมาแล้วผมก็ต้องคว้าไว้หน่อยแหละจริงไหม งั้นทำลูกชุบในตำนานกันเถอะครับหึหึ 

และแล้วขนมลูกชุบรูปดาวของผมก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ส่วนของฮ่องเต้ผมทำเป็นรูปดอกกุหลาบล่ะ พอเรียบร้อยหมิงอวี้ก็นำทางผมไปยังห้องทรงงานของฮ่องเต้ เพราะผมน่ะถ้าให้เดินคนเดียวคงหลงเป็นแน่ ระหว่างที่เดินพี่แกก็พูดไม่หยุดเลยล่ะครับ จนมาถึงตำหนักของฮ่องเต้หมิงอวี้ก็ยืนรออยู่ด้านนอกส่วนผมถูกหลี่กงกงนำทางเข้าไปด้านในอีกที 

"พวกเจ้ามันไม่ได้เรื่อง!"ชิบนี่พระเจ้าทรงแกล้งผมใช่ป่ะ เจอฮ่องเต้แต่ละทีเจอในสภาพสภาวะอารมณ์ไม่ปกติตลอดเลยวุ้ย 

"ขันทีตำหนักฉางชุนนำของมาถวายแล้วพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท" 

"เอาเข้ามาได้ ส่วนพวกเจ้าออกไปให้หมด!"เผด็จการไปอีก ขาจะก้าวไม่ออกแล้วโว้ย! ผมยังไม่ทันได้เข้าไปคนข้างในก็ออกมาพอดีเลยครับ นั่นก็คือฟู่เหิงของผมเอง โอกาสมาแล้วคว้าไว้ๆ 

"ใต้เท้าฟู่เหิงรอก่อนขอรับ" 

"เจ้านั่นเอง อาการดีขึ้นแล้วหรือ"อุ๊ยเสียงนุ่มได้อีก ไอ้เทียนจะละลาย 

"ขอรับ เออ....ข้าน้อยทำของมาขอบคุณท่านองครักษ์ที่ช่วยข้าน้อยไว้น่ะขอรับ โปรดรับไว้ด้วย ถึงมันจะไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรแต่ข้าน้อยขอรับลองได้ว่ามันจะทำให้ท่านอิ่มท้องอย่างแน่นอน" 

"หึหึ ขอบใจเจ้ามาก"ยิ้ม! พี่ฟู่เหิงของผมยิ้มล่ะครับ โอ๊ยฟิน อยากจะเก็บรอยยิ้มนี้ไว้คนเดียวจริงๆนะครับ 

"ขอรับ"พอผมเอาขนมให้ฟู่เหิงเสร็จหลี่กงกงก็มองของในจานกับในถุงของฟู่เหิงแล้วหันหน้ามามองผม สายตานี่คืออยากเสือกมากแต่คือพี่แกก็ดันหลังให้ผมเข้าไปในห้องทรงงานแทนไง อยากขำนะแต่กลัวจะถูกโบยเอาได้สิครับหากช้ากว่านี้ 

"มาแล้วหรือ มาเอามาข้าอยากจะกินแล้ว"เสียงคือเหวี่ยงมากแต่ผมเริ่มชินขึ้นมาหน่อยแล้ว สบายมาก 

"พ่ะย่ะค่ะ" 

"หืม สวยจริงๆกุหลาบนี้เหมือนของจริงมาก เจ้าทำเองเช่นนั้นหรือ"ตะลึงไปเลยสิหึหึ 

"พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมทำเองพ่ะย่ะค่ะ" 

"ดี เช่นนั้นวันหลังหากข้าอยากกินข้าจะให้คนไปสั่งเจ้า เอาล่ะกลับไปดูแลฮองเฮาเถอะ"หางานให้ไอ้เทียนอีกแล้วเยี่ยมจริงๆ แต่ช่างมันเถอะแค่นี้ผมได้อยู่ ยังไงก็ต้องทำให้ฮองเฮาอยู่แล้ว 

"พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมทูลลา" 

หลังจากเทียนออกจากตำหนักไป หลี่กงกงที่คันปากอยากพูดก็รีบเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อขนมรูปกุหลาบนั้นเข้าปากของผู้เป็นนายไปแล้ว 

"ฝ่าบาทเมื่อครู่ข้าเห็นขันทีหนุ่มผู้นั้นนำขนมลูกชุบรูปดาวส่งให้กับใต้เท้าฟู่เหิงพ่ะย่ะค่ะและเด็กคนนั้นก็พูดขอบคุณท่านองครักษ์ฟู่เหิงที่ช่วยเหลือตัวเองเอาไว้พ่ะย่ะค่ะ"ขนมที่กำลังจะเข้าปากเป็นชิ้นที่สองถึงกับชะงักทันทีเมื่อได้ยินที่หลี่กงกงพูดขึ้นมา 

"ไปสืบมาว่าก่อนหน้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น" 

"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"หลี่กงกงที่กำลังจะเดินออกไปก็ถูกฮ่องเต้เรียกตัวเอาไว้ 

"เดี๋ยว พรุ่งนี้ข้าอยากกินขนมแบบนี้อีก เจ้าสั่งเด็กนั่นทำส่งมาให้ข้าที" 

"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมเข้าใจแล้ว"หลี่กงกงที่ยืนมึนอยู่ก็ได้แต่มองหน้ากันกับขันทีฝึกหัดอีกคนอย่างงงๆในคำบัญชาของโอรสสวรรค์ 

วันต่อมาขันทีจากตำหนักขององค์ฮ่องเต้ก็มาถึงตำหนักฉางชุนพร้อมคำสั่งให้ทำขนมไปให้อีก แต่วันนี้ขอรูปอื่นทำให้เทียนนั้นนึกแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ จึงนำแป้งขนมให้ทุกคนช่วยปั้นไม่เว้นแม้แต่ฮองเฮาก็ยังมานั่งปั้นด้วย เทียนปั้นเป็นรูปพระอาทิตย์ส่วนของฮองเฮานั้นปั้นเป็นรูปดอกมะลิที่พระองค์ชอบ เทียนจึงเลือกชิ้นที่ดูสมบูรณ์สุดให้กับฮ่องเต้และส่วนที่เหลือก็ทำแจกตำหนักอื่นๆ 

"เจ้าว่าฝ่าบาทจะทรงโปรดหรือไม่"หมิงอวี้ถามเทียนที่เดินมาด้วยกัน 

"ข้าว่าต้องทรงโปรดแน่นอนขอรับพี่หมิงอวี้วางใจเถอะ เช่นนั้นแยกกันตรงนี้นะขอรับ" 

"อืม" 

เมื่อเทียนมาถึงตำหนักของฮ่องเต้ ก็ถูกหลี่กงกงนำตัวเข้าไปเหมือนครั้งแรก แต่ที่ผิดแปลกไปคงเป็นสวนเล็กๆภายในตำหนักมากกว่าที่ทำให้เทียนเผลอยิ้มออกมาด้วยใบหน้าฝาแฝดของตัวเองในชาตินี้ ผู้ที่ได้เห็นรอยยิ้มของเทียนต่างก็หายใจสะดุดกันทันทีเพราะไม่คิดว่าเด็กที่ชอบทำหน้านิ่งและหวาดกลัวอยู่เสมอนั้นเมื่อยิ้มจะงดงามเป็นอย่างมาก แม้แต้โอรสสวรรค์ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นเช่นกัน แต่เมื่อหาเสียงของตัวเองเจอแล้วฮ่องเต้ก็พูดในสิ่งที่ทำให้เทียนนั้นตกใจเป็นอย่างมาก 

"เจ้าชอบหรือ ถ้าหากชอบข้าจะดึงตัวเจ้าให้มาดูแลพวกมัน" 

"เออ กระหม่อม...ฝ่าบาททรงอภัยให้กระหม่อมด้วย ตัวกระหม่อมนั้นได้สาบานกับตัวเองไว้แล้วตั้งแต่วันที่สามารถรอดมาจากเงื้อมมือมัจจุราชมาได้ว่าจะขอรับใช้ฮองเฮาเพื่อตอบแทนคุณที่ใต้เท้าฟู่เหิงได้ช่วยกระหม่อมที่ถูกคนผลักตกน้ำน่ะพ่ะย่ะค่ะ" 

"เช่นนี้เองเจ้าช่างเป็นเด็กที่กตัญญูรู้คุณจริงๆ เช่นนั้นก็ดูแลฮองเฮาของข้าให้ดี เข้าใจหรือไม่" 

"กระหม่อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ วันนี้ขนมนี้เป็นฮองเฮาทำเองพ่ะย่ะค่ะ" 

"จริงหรือ ดี อืมอร่อยจริงๆ"และเป็นอีกครั้งที่เทียนนั้นยิ้มออกมาทำให้การเคี้ยวของฮ่องเต้นั้นสะดุดได้ไม่ยากจนแทบสำลักขนม เทียนที่นำชามะลิมาด้วยก็รีบรินชาให้กับฮ่องเต้จิบทันที 

"ค่อยๆจิบนะพ่ะย่ะค่ะ ชายังร้อนๆอยู่เลย" 

"หืม ชารสชาติแปลกจริงมันมีกลิ่นของมะลิด้วยใช่หรือไม่ ขนมเมื่อกี้เองก็เช่นกัน" 

"ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ พอดีดอกมะลิที่ตำหนักมันบานเต็มไปหมด กระหม่อมจึงไปขอกับฮองเฮามาพ่ะย่ะค่ะ" 

"เจ้าช่างเป็นขันทีที่เก่งจริงๆ หึหึ เอาเถอะเจ้ากลับตำหนักได้แล้วป่านนี้น้องหญิงของข้าคงเป็นห่วงเจ้าแล้ว" 

"กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ" 

ระหว่างที่เทียนนั้นเดินกลับตำหนักฉางชุนนั้นก็ถูกขันทีตำหนักของเกากุ้ยเฟยจับตัวเอาไว้ เทียนนั้นตกใจไม่น้อยแต่ต่อมาก็ทำหน้าเหม็นเบื่อใส่เหล่าขันทีทั้งห้าพวกนั้นทันที 

(เทียน พาร์ท) 

ผมไม่คิดเลยว่าจะต้องมาถูกจับตัวไว้แบบนี้ มันช่างเหมือนละครไทยจริงๆ แต่ที่ทำให้ผมตะลึงคงเป็นประโยคที่ออกจากปากของขันทีคนหนึ่งมากกว่า ผมไม่คิดเลยว่าตัวเองจะได้รู้ตัวคนที่ผลักร่างนี้ลงน้ำเร็วขนาดนี้ 

"ดวงแข็งจริงนะ ขนาดข้าโยนเจ้าลงน้ำไปแล้วยังรอดมาทำให้พระสนมเกากุ้ยเฟยลำบากพระทัยได้อีก" 

"หึ เป็นพวกเจ้าเองที่ทำร้ายข้า เช่นนั้นหากวันนี้ข้าจะชำระแค้นก็คงไม่ผิดใช่หรือไม่"ผมเอาคืนแน่พวกที่กล้ามาทำร้ายร่างกายนี้ให้เจ็บปวดน่ะ ผ่านไปเพียงแปปเดียวแหละครับทุกคนกองพื้นระเนระนาดเลย ผมควรจะเอาให้ตายแต่คงจะไม่ดีแน่หากมีคนมาตายเป็นกองในวังหลังแบบนี้ พอเสร็จธุระผมก็เดินกลับตำหนักทันทีพร้อมกับรอยเขียวช้ำตามร่างกายและรอยรัดของเชือกที่คอ 

"เว่ยเป่า! เจ้าทำไมสภาพเป็นแบบนี้ ไปกับข้าเดี๋ยวนี้!" 

"พี่อิงลั่วข้าไม่เป็นอะไรมาก ท่านอย่าได้แตกตื่น"ผมห้ามไม่ทันแล้วครับนางเอกเธอเล่นใหญ่มากแต่ก็ยังไม่เท่าหมิงอวี้ที่เล่นใหญ่กว่า 

"เว่ยเป่า! อิงลั่วเจ้าทำอะไรเสี่ยวเป่าน้องข้า!"เอาแล้วครับมวยกำลังจะเกิดแล้วหากไม่มีเสียงเกากุ้ยเฟยแม่นางร้ายพร้อมกับลูกกระจ๊อกที่เดินผ่านประตูเข้ามา 

"เจ้า ขันทีอวดดี เจ้ากล้ามาทำร้ายคนของข้าวันนี้ข้าจะเอาเลือดเจ้าออกมาจากหัวให้ได้" 

"จะมากไปแล้วเกากุ้ยเฟย ที่เจ้าบังอาจมาก่อเรื่องในตำหนักของข้าเป็นหนที่สอง"ยานแม่ของผมมาแล้วครับ หึหึ งานนี้พวกนั้นโดนเล่นแน่ 

"ข้าไม่ยอม!เจ้าดูสิว่าคนของข้านั้นมีสภาพเช่นไร!"ดูเหมือนว่าก่อนที่เกากุ้ยเฟยจะมาคงไปหาเรื่องเสียนเฟยมาแล้วเป็นแน่และเพียงไม่นานพระสนมชุนก็ตามมาติดๆ อืมเอาเลยมากันให้หมด ฮ่องเต้มาด้วยเลยไหม ประชดครับประชด 

"เกิดเรื่องอะไรขึ้นเพคะพี่หญิงทำไมดูวุ่นวายเช่นนี้แล้วนั่นเว่ยเป่าหน้าตาเจ้าไปโดนสิ่งใดมา" 

"เรียนพระสนมชุนกระหม่อมถูกคนของเกากุ้ยเฟยดักทำร้ายระหว่างทางที่จะกลับมายังตำหนักฉางชุนพ่ะย่ะค่ะและหนึ่งในนั้นก็พูดว่าเป็นคนโยนกระหม่อมลงน้ำด้วยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมกลัวตายพ่ะย่ะค่ะจึงป้องกันตัวอย่างสุดความสามารถกระหม่อมผิดด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ"เอาล่ะนักแสดงเก่าเริ่มทำงานแล้วครับ ดูสิว่าใครกันแน่ที่จะถูกลงโทษ หึหึ 

แค่เพียงที่ผมพูดก็ทำเอาเกากุ้ยเฟยเงียบกริบแถมหน้าซีดเป็นไก่ต้มได้แล้วครับ แล้วเป็นไงล่ะเกากุ้ยเฟยก็หันไปแว้ดกับคนของตัวเองแทนไงล่ะและเดินสะบัดออกไปทันที ส่วนผมก็ถูกทั้งพระสนมและฮองเฮาจับตัวหาบาดแผลตามร่างกายแทบจะทันทีก่อนที่หมิงอวี้จะทักขึ้นมา 

"ผิวเจ้านุ่มจัง นี่เจ้าเป็นชายจริงหรือเว่ยเป่าน้องข้า ผิวเจ้าเนียนนุ่มอีกทั้งปากแดงๆที่เป็นธรรมชาตินั่นอีกเล่า ข้าว่าหากเจ้าเป็นหญิงคงงามล่มเมืองอย่างแน่นอน" 

"พี่หมิงอวี้พูดอะไรเช่นนั้นล่ะขอรับ พี่พูดแบบนี้ข้ากลัวจะเอาตัวเองไม่รอดในวังหลวงเอาได้นะขอรับ" 

"หึหึ เจ้านี่นะหมิงอวี้"แล้วตำหนักฉางชุนก็มีแต่เสียงหัวเราะและเสียงทะเลาะกันของหมิงอวี้เจ้าเก่าและอิงลั่วนั่นเอง 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 

ความคิดเห็น