ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ปฐมบท

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2564 10:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปฐมบท
แบบอักษร

ปฐมบท 

“คืนนี้เวลา 24.00 น. จะเกิดฝนดาวตกที่หาดูได้ยากที่เกิดขึ้นในรอบ100 ปี ขอเชิญทุกท่านออกมาร่วมชมดาวตกกันนะคะ สถานที่ที่สามารถเห็นดาวตกได้คือ.....”เสียงวิทยุในรถมันว่างั้นอ่ะและอีกไม่กี่นาทีก็จะเกิดฝนดาวตกแล้วด้วย ผมเองก็อยากจะเห็นดาวตกซักครั้งในชีวิตเหมือนกัน ผมจอดรถด้วยอาการมึนๆหลังจากที่ซัดแอลกอฮอล์เข้าร่างกายไปในปริมาณที่มากพอสมควร  

หลังจากที่มายืนอยู่ริมแม่น้ำในสวนสาธารณะที่ไร้ผู้คน มันไม่มีใครเลยจริงๆโคตรแปลกเลยแหะหรือว่ามันดึกมากแล้วนะ แต่พอรู้ตัวอีกทีร่างของผมทั้งร่างก็ดิ่งลงน้ำตามแรงโน้มถ่วงของโลกแล้วโดยที่ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย 

ตู้ม!!!!! 

“ตายๆไปได้ซะก็ดีไอ้เมียน้อย หึหึ ฮ่าๆๆ”เสียงหัวเราะที่ผมได้ยินในห้วงสติสุดท้ายของผมมันช่างฟังแล้วเหมือนพวกนางร้ายยังไงก็ไม่รู้นะครับ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกหนาวไปถึงกระดูกเลยล่ะ ทำไมชีวิตผมมันช่างบัดซบแบบนี้นะอุตส่าห์หนีปัญหามาไกลถึงจีนแล้วแท้ๆ ปัญหามันก็ยังตามมาหลอกหลอนผมถึงที่เลย ไม่ให้ผมได้พักหายใจหายคอกันเลยจริงๆ 

เฮ้อ...มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคนหรอกนะครับกับการใช้ชีวิตอย่างคนเป็นชู้ แถมเป็นชู้แบบไม่รู้ตัวด้วยนี่สิยิ่งคิดหนักเลย ต้องบอกเลยว่าตั้งแต่ผมเกิดมาผมก็เหมือนกับดอกไม้ที่มักจะมีพวกแมลงมาขอผสมเกสรด้วยบ่อย ๆ ก็ไม่ได้อยากจะอวยตัวเองหรอกนะครับแต่ผมนะสวยกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก นั่นจึงเป็นเหตุให้มีผู้ชายทั้งแท้และเทียมมาขอวันไนท์แสตนกับผมบ่อยมาก และในจำนวนคนพวกนั้นก็มักจะมีปลอกคอแล้วทั้งนั้น 

แต่ผมก็ไม่เคยลดตัวไปเล่นกับเจ้าของเกรดต่ำพวกนั้นหรอกนะครับ เพราะผมนะกำลังรอรักแท้แห่งโชคชะตาอยู่ยังไงล่ะครับ แบบว่าแค่สบตาก็สปาร์คแล้วอะไรประมาณนั้นน่ะครับ 

เฮ้อ....หนุ่มแห่งโชคชะตาก็ไม่ได้เจอแต่ตอนนี้ผมกลับต้องมาตายแบบทรมานอีก ผมน่ะว่ายน้ำเป็นนะครับแต่คุณเข้าใจไหมร่างกายผมน่ะแอลกอฮอล์มันมากไป แล้วผมจะไปมีสติว่ายน้ำได้ไงโคตรสมเพชตัวเองเลยไหมล่ะ ผมล่ะอยากจะรู้จริง ๆว่าใครกันนะที่ช่างใจร้ายใจดำฆ่าผมในคืนที่อากาศหนาวหิมะตกแบบนี้จนร่างทั้งร่างของผมแทบจะเป็นน้ำแข็งอยู่แล้ว จะฆ่ากันทั้งทีก็ขอตายสบายหน่อยไม่ได้รึไงกันนะ 

แต่เอาจริง ๆผมยังไม่อยากตายเลยการงานของผมก็กำลังไปได้สวยอยู่เลยแท้ๆไหนจะธุรกิจที่ผมร่วมหุ้นกับเพื่อนรักอย่างการทำน้ำหอม สบู่ ยาสระผม เครื่องสำอางและของบำรุงผิวของสาวๆอีกมากมายที่ตอนนี้ยอดการขายก็พุ่งกระฉูดแบบหยุดไม่อยู่อีก กำไรเป็นกอบเป็นกำเชียวนะนั่น  

เด็กกำพร้าอย่างผมมาได้จนถึงทุกวันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากเลยล่ะ แต่มันก็ไม่ควรจะจบแบบนี้นะจริงไหม คิดแล้วเรื่องมันเศร้าขอผ้าห่มหนา ๆซักผืนทีเถอะหนาวจะตายแล้วคร้าบ เอ๊ะ แต่เหมือนผมจะเห็นเงาใครรางๆนะ ผมกำลังจะรอดแล้วรึเปล่า เขาเป็นใครกันนะคนที่มาช่วยผมคนนี้ อ่า...ร่างของผมทนไม่ไหวแล้วช่วยผมด้วยเถอะผมยังไม่อยากตายจริง ๆนะ 

........................................................................................................................... 

(ราชวงศ์ชิง รัชสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง) 

(ยามซวี (19.00 - 20.59 น.)) 

“เจ้าคิดจะแย่งฝ่าบาทไปจากข้างั้นหรอ!ช่างกล้าดีนัก!” 

“ไม่ใช่นะเจ้าค่ะพระสนมเกากุ้ยเฟย หม่อมฉันไม่เคยคิดที่จะแย่งความโปรดปรานของฝ่าบาทจากพระนางเลยนะเพคะ หยุดตีหม่อมฉันเถอะนะเพคะหม่อมฉันเจ็บแล้วเพค่ะ” 

“ดี จำเอาไว้ว่าอย่าได้มายั่วยวนเสด็จพี่ของข้าอีกไม่เช่นนั้นเจ้าไม่ตายดีอย่างแน่นอน!” 

“เพค่ะ หม่อมฉันจะจำเอาไว้เพค่ะ” 

“พามันไปให้ไกลหูไกลตาข้าซะ” 

“เพค่ะพระนาง” 

ขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายของวังหลังแล้วก็ไม่มีใครสามารถเทียบเทียมพระสนมเกากุ้ยเฟยได้อีกแล้ว พระนางมีทั้งอำนาจและความโปรดปรานจากฮ่องเต้ของแผ่นดินอย่างเปี่ยมล้น เรื่องทุกอย่างไม่มีใครสามารถเอาผิดพระนางได้แม้แต่คนเดียว เพราะฮองเฮาของวังหลังนั้นป่วยมาอย่างยาวนานหลังเสียพระโอรสไป พระสนมเกากุ้ยเฟยจึงมีอำนาจลองลงมาและพระสนมทุกพระนางต่างก็ให้ความยำเกรงด้วยกันทั้งนั้น 

แต่ในระหว่างที่ขบวนเสด็จจะกลับนั้นเสียงจากพุ่มไม้ก็ดังขึ้นทำให้ขบวนเสด็จนั้นหยุดชะงักลงและผู้โชคร้ายก็คือขันทีหนุ่มจากตำหนักฉางชุนขององค์ฮองเฮา สายตาอาฆาตมาดร้ายรุนแรงส่งมาถึงขันทีหนุ่มอย่างจังทำให้ขันทีหนุ่มรู้แล้วว่าตัวเองนั้นกำลังจะชะตาขาดในอีกไม่นานและแล้วก็เป็นดั่งที่มันคาด ร่างของมันถูกกรอกยาบางอย่างก่อนถูกโยนลงยังสระในสวนหลวง แต่ในห้วงสติสุดท้ายมันก็ได้แต่ภาวนาให้ในค่ำคืนนี้มีคนมาพบมันด้วย แต่มันคงจะคาดหวังเกินไปในเมื่อวันนี้ทุกคนในวังหลวงและนายทุกตำหนักนั้นต้องไปงานดูดาวตกที่ถูกจัดขึ้น ความหวังของมันจึงเป็นเพียงความหวังเล็กๆเพียงเท่านั้น 

อย่างน้อยก่อนที่มันจะตายมันก็ดีใจที่ได้ช่วยน้องชายของมันได้ไปใช้ชีวิตตามแบบที่ตัวเองต้องการนอกเขตวังหลวงอันเน่าเฟะเเห่งนี้  

ตู้ม!!! 

เมื่อร่างของขันทีหนุ่มร่วงลงสู่พื้นน้ำ เสียงการแตกกระจายของน้ำก็ดังไปทั่วบริเวณ ใต้เท้าฟู่ฉ่าฟู่เหิงที่มาบริเวณนั้นพอดีจึงเข้าไปช่วยเหลือขันทีหนุ่มทันทีเพราะแสงจากพลุนั้นส่องสว่างไปทั่วเมืองหลวงทำให้ฟู่เหิงนั้นเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีคนตกน้ำ แต่เมื่อช่วยขึ้นมาได้สำเร็จฟู่เหิงก็ใช้นิ้วมือของตัวเองวัดชีพจรที่คอของร่างตรงหน้าทันที  

เขาพยายามช่วยขันทีตรงหน้าอย่างสุดความสามารถแม้กระทั่งการผายปอดแบบชาวตะวันตก เขาก็ทำแต่มันก็สายเกินไปแล้วเมื่อร่างตรงหน้านั้นได้สิ้นลมลงแล้ว แต่ผ่านไปเพียงเสี้ยววิร่างที่ไร้ลมหายใจอยู่ ๆก็สำลักน้ำและไอออกมาอย่างแรงทำให้ฟู่เหิงนั้นถึงกับผงะตกใจไปชั่วขณะ 

“อึก แค่กๆๆ อึก อื้อบ้าจริงนึกว่าจะตายซะแล้ว อย่าให้รู้นะว่าใครผลักกูตกน้ำแม่งจะตามไปฆ่าทั้งตระกูลแม่งเลย แค่กๆหนาวๆร่างจะแข็งแล้ว กึกๆ” 

ฟู่เหิงที่เห็นท่าทีของขันทีตรงหน้าก็รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากและไม่เคยเห็นขันทีที่แสดงกิริยาแบบนี้มาก่อนแต่จะทันได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ฟู่เหิงก็ได้ยินเสียงบ่นพึมพำว่าร่างกายของคนตรงหน้ากำลังจะแข็งจากความหนาวเย็นแล้ว ฟู่เหิงจึงพยุงขันทีหนุ่มให้ลุกขึ้นยืนแต่เพียงไม่นานร่างของขันทีหนุ่มที่เพิ่งฟื้นขึ้นมากลับหมดสติลงไปอีกครั้ง ฟู่เหิงจึงแบกร่างของขันทีหนุ่มไปยังตำหนักฉางชุนของพี่สาวตนทันทีพร้อมให้คนไปเรียกหมอหลวงมายังตำหนักของพี่สาวตน 

ขันทีหนุ่มที่ทั้งตัวเปียกปอนไปหมดก็ได้รับการเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ก่อนที่หมอหลวงจะมา และเมื่อร่างกายของคนตรงหน้าได้มาอยู่ในสายตาของขันทีอีกคน ขันทีหนุ่มก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ทันที เพราะเครื่องเพศที่ยังอยู่ครบคงเป็นภัยใหญ่หลวงสำหรับวังหลังอย่างแน่นอน เมื่อหมอหลวงมาถึงก็ได้ทำการตรวจร่างกายของคนป่วยทันที จนการตรวจเสร็จฟู่เหิงที่รอด้านนอกมานานก็ถามหมอหลวงทันที 

“ขันทีหนุ่มผู้นี้เป็นอย่างไรบ้างท่านหมอหลวง”ฟู่เหิงเมื่อเห็นหมอหลวงเดินออกมาก็ถามอาการของคนที่นอนหน้าซีดอยู่บนเตียงทันที 

“ร่างกายต้องความเย็นมากไปขอรับและในร่างกายนั้นยังมียาสลบอยู่อีกมากด้วยเช่นกันทำให้ขันทีผู้นี้จึงหมดสติไป ให้พักฟื้นเสียมากหน่อยอาการก็จะดีขึ้นเองขอรับใต้เท้าอย่าได้ห่วง ข้าน้อยขอตัวลา” 

“นี่มันอะไรกันฟู่เหิงเกิดอะไรขึ้น นี่มันขันทีในตำหนักพี่นี่ทำไมจึงมีสภาพเช่นนี้”ฮองเฮาที่เพิ่งกลับมาจากงานฉลองก็ได้พบกับน้องชายของตนกำลังยืนจ้องมองขันทีหนุ่มอยู่  

พระนางจำได้ว่าขันทีคนนี้เพิ่งมาอยู่ในตำหนักของตนได้เพียงไม่นาน ก่อนหน้าขันทีหนุ่มผู้นี้อยู่ตำหนักของเกากุ้ยเฟยมาก่อน แต่ก็ทนโดนรังแกไม่ไหวฮองเฮาจึงยื่นมือไปช่วยไว้และพามายังตำหนักของตน 

“ข้าพบเขาตกสระในสวนหลวงพ่ะย่ะค่ะพี่หญิง เหมือนกับว่ามีผู้จงใจเพราะในร่างกายมียาสลบในจำนวนมากและมีรอยช้ำที่แขนทั้งสองข้างที่เขียวคล้ำจากการถูกบีบอย่างแรง ก่อนจะโยนลงน้ำ แต่ตอนนี้เขาปลอดภัยแล้ว พักอีกสักหน่อยคงฟื้นพ่ะย่ะค่ะพี่หญิงมิต้องห่วง ถ้าไม่มีอันใดแล้วน้องทูลลาท่านพี่”เมื่อฟู่เหิงออกไปฮองเฮาก็สั่งให้ขันทีอีกสองคนคอยดูแลขันทีหนุ่มเอาไว้ 

“พวกเจ้าเฝ้าเว่ยเป่าเอาไว้เมื่อใดที่เขาฟื้นให้มาแจ้งข้าทันที” 

“น้อมรับคำสั่งฮองเฮา” 

ผ่านไป 1ชั่วยามร่างที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงก็ฟื้นคืนสติขึ้นมา ขันทีที่รับหน้าที่เฝ้าเมื่อเห็นเพื่อนตัวเองตื่นแล้วก็รีบส่งคนไปแจ้งฮองเฮาทันทีส่วนอีกคนรีบเข้ามาพยุงเพื่อนที่ฟื้นพร้อมกับรัวคำถามมากมาย 

"เกอเกอของเสี่ยวเป่า ท่านไปเหยียบตาตุ่มผู้ใดเข้าทำไมท่านไปตกน้ำตกท่าได้ ข้าอุตส่าห์รอท่านเสียนานแล้วเสี่ยวเป่าล่ะขอรับเป็นเช่นไรบ้าง แล้วทำไมท่านไปอยู่แถวสวนนั้นได้เล่าขอรับเกอเกอ" 

"อึก ขมคอจัง คุณเป็นใครทำไม ผะ........เอ๋!!!!"เมื่อเทียนที่ฟื้นคืนสติและได้มองไปรอบๆก็ต้องตกตะลึงเมื่อได้เห็นที่อยู่ตรงหน้าทั้งผู้คนและสถานที่ที่มันแปลกตาซะจนเทียนต้องร้องออกมาเสียงดังทำให้ขันทีที่อยู่ใกล้ถึงกับถอยกรูดออกมาด้วยความตกใจ 

ไม่นานนายหญิงของตำหนักฉางชุนก็มายืนอยู่ตรงหน้าของคนป่วยที่ตอนนี้ตกตะลึงจนอ้าปากค้างไปแล้ว จนทำให้ฮองเฮานั้นอดที่จะทรงพระสรวลออกมาไม่ได้ 

"หึหึ เจ้าเป็นอันใดไปเว่ยเป่าน้อย เจ้าเห็นข้ามานานแต่ตอนนี้ดูเจ้าสิสิ้นสติไปแล้วรึจ้องข้าไม่วางตาเลย" 

"สวย สวยมาก นี่เรามาอยู่ในอดีตจริงๆอย่างนั้นน่ะหรือเนี่ย อิมพอสซิเบิ้ลมากแม่ โอ๊ย!ไม่ได้ฝันจริงๆด้วยพระเจ้า"เทียนที่ฟื้นขึ้นมาก็มีเพียงความตกใจเล็กน้อยแต่เมื่อดึงสติกลับมาได้ครบก็พึมพำคนเดียวจนลืมสิ้นว่ามีคนรอบข้างมองตัวเองอยู่พร้อมกับลองหยิกตัวเองเพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้เป็นเพียงแค่ความฝันอย่างที่ตนคิด 

"เจ้าไม่เป็นอันใดมากใช่หรือไม่เว่ยเป่าทำไมเสียมารยาทกับฮองเฮาแบบนี้ เจ้าไม่เคยเป็นแบบนี้นี่"คนที่พยุงฮองเฮาเอาไว้ถามขึ้นทำให้เทียนรีบหันไปมองทันทีและจำได้ว่าหญิงสาวคนนี้โคตรร้ายเลย เขาไม่มีวันหลงกลภาพลักษณ์เช่นนี้ของเธอแน่นอน 

"ข้า ข้าจำอันใดไม่ได้เลยขอรับพวกท่านเป็นใครกัน อึก หัวข้าช่างปวดเหลือเกิน อึก"เทียนเเสร้งปวดหัวทันทีเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องเจอกับคำถามอีกมากมายเพราะเทียนนั้นไม่รู้สถานการณ์ตอนนี้จริงๆ 

"หมิงอวี้ไปตามหมอหลวงมาเร็ว"ฮองเฮาเมื่อเห็นว่าเทียนนั้นปวดหัวอย่างหนักก็รีบสั่งให้คนไปตามหมอมาทันที 

(เทียน พาร์ท) 

อืม...เจอการแสดงของไอ้เทียนไปทำหน้ากันไม่ถูกเลยเว้ย รางวัลออสก้าปีนี้ต้องเป็นของไอ้เทียนคนนี้แน่นอน และพอหมอหลวงมาตรวจก็ลงความเห็นกับอาการผมทันทีว่าความจำเสื่อมอย่างแน่นอน รอดแล้วครับผม ฮ่าๆ 

"อืม ข้าคงให้เจ้าออกไปอยู่นอกวังไม่ได้เสียด้วย เช่นนั้นต่อไปนี้ข้าจะให้ขันทีคนอื่นสอนมารยาทแก่เจ้าใหม่ทั้งหมดดีหรือไม่"รอดซะที่ไหนตายๆไอ้เทียน จากที่คิดว่ารอดตอนนี้น่าจะตายมากกว่ารอดแล้ว เอาวะไอ้เทียนสู้ตาย 

"พ่ะย่ะค่ะฮองเฮา ข้าน้อยขอบพระทัยในควาเมตตาของพระนาง ข้าน้อยเว่ยเป่าคนนี้จะถวายงานให้แก่พระองค์จนกว่าชีวิตจะหาไม่พ่ะย่ะค่ะ"เนียนไปๆ ถ้าไม่เนียนมีหวังตายแน่ 

"หึหึ ดี ดียิ่ง เด็กน้อยเช่นนั้นเจ้าควรจะพักผ่อนได้แล้ว พรุ่งนี้ก็ไปขอบคุณใต้เท้าฟู่เหิงน้องข้าเถอะที่ดึงเจ้ามาจากความตาย" 

"พ่ะย่ะค่ะ"ผมมองไปรอบๆแต่ยังไม่เห็นนางเอกของเรื่องเลยนะสงสัยจะยังไม่มาแต่ก็คงอีกไม่นานแล้ว งั้นวันนี้ผมคงต้องพักเก็บแรงเอาไว้หน่อยแล้ว เพราะพรุ่งนี้ผมจะได้พบกับฟู่ฉา ฟู่เหิงที่ผมแอบปลื้มแล้ว อยากจะกรี๊ดซักสามตลบเลยล่ะครับ อะไรมันจะดีอย่างนี้อยากรู้จังว่าจะหล่อขนาดไหนนะ 

และเมื่อเช้าวันใหม่เริ่มขึ้นผมก็ลุกขึ้นจากเตียงตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเลยล่ะ มันเป็นความเคยชินไปแล้วทำไงได้ล่ะครับ ผมที่ตื่นมาก็เจอกับเพื่อนร่วมตำหนักมากมายที่เข้ามาทักทายถามอาการ 

"เกอเกอ ท่านความจำเสื่อมจริงหรือขอรับ แล้วแบบนี้ข้าจะไปถามใครได้ว่าเสี่ยวเป่าเป็นอย่างไรกันแน่"ไอ้เด็กนี่คงเป็นเพื่อนกับเว่ยเป่าสินะแต่เรียกผมว่าเกอเกอแบบนี้แสดงว่ามีการสลับตัวกันสินะ แบบนี้ต้องหลอกถามไอ้เด็กนี่เลยแล้วกัน 

"ข้าความจำเสื่อมจริงๆ ข้าจำเรื่องอะไรไม่ได้เลย แล้วข้าชื่ออะไรหรือ เสี่ยวเป่าเคยบอกหรือไม่" 

"ท่านชื่อเว่ยเทียนขอรับ เสี่ยวเป่ามักจะเล่าเรื่องท่านให้ข้าฟังเสมอ แต่ท่านต้องระวังหน่อยนะขอรับเครื่องเพศของท่านยังอยู่ครบใครรู้เข้าท่านถึงตายแน่" 

"อืมๆ ข้าจะระวังตัวนะ" 

เป็นการข่มขู่ที่ผมโคตรกลัวเลยไอ้บ้าเอ๊ย หรือว่าผมควรจะไปตัดไข่ทิ้งดีเพราะไงมันก็ไม่มีประโยชน์แต่มันจะเป็นโทษมากกว่าน่ะสิ อย่างที่รู้วังหลังแบบนี้อันตรายจะตายแถมการแก่งแย่งแม่งก็ดุเดือดเลือดพล่านกันขนาดไหนมีใครไม่รู้บ้างแบบนี้ผมคงต้องวางแผนเอาตัวรอดไว้หน่อยแล้วสิ เอาล่ะต่อไปนี้ผมจะสวมบทเป็นผู้กำกับใหญ่ล่ะนะ 

วันนี้ผมทำงานแบกน้ำ ผ่าฟืน ต้องบอกเลยสมบุกสมบันมาก พอช่วงสายฮองเฮาให้คนมาตามผมไปช่วยงาน คอยรับของขวัญที่พวกสนมเอามาถวาย พอสนมเกากุ้ยเฟยเห็นผม คุณเธอก็แสดงสีหน้าตกใจเล็กๆออกมาแต่คนที่ติดตามพระนางสิหน้าซีดเป็นกระดาษเลยและผมก็ได้เจอกับนางเอกอย่างเว่ยอิงลั่วแล้วและนางร้ายทุกคนอย่างพร้อมหน้าให้ตายเหอะนี้มันวันรวมนางร้ายเลยนี่หว่า 

"ถวายพระพรฮองเฮา ขอให้พระองค์มีพลามัยที่แข็งแรงสดใส มีอายุยืนนานพันปีพันๆปี" 

"ลุกขึ้นเถอะ ขอบคุณพวกเจ้ามาก"การถวายของขวัญเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนเว่ยอิงลั่วเดินเข้ามาเท่านั้นแหละ สายตาของเกากุ้ยเฟยก็กลายเป็นกินเลือดกินเนื้อทันที พระสนมเจียผินนี่นั่งคอแข็งเลยล่ะพอนางเอกของผมร่ายโคลงกลอนออกมา 

และเป็นไปตามคาดเว่ยอิงลั่วได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในตำหนักฉางชุนและเป็นที่ไม่พอใจต่อหมิงอวี้เป็นอย่างมากเพราะเหมือนตัวเองถูกละเลย นิสัยเด็กชะมัดเลย เอาล่ะผมต้องการพันธมิตรที่ดีและคนหัวอ่อนอย่างหมิงอวี้คือเป้าของผมคนแรก 

"พี่หมิงอวี้ท่านโกรธอยู่หรอ ข้าจะบอกอะไรดีๆให้ไหมพี่ เว่ยอิงลั่วคนนี้จะช่วยฮองเฮาได้นะขอรับ แถมยังช่วยพี่หมิงอวี้ในอนาคตได้ด้วย ท่านเชื่อข้านะพี่สาวคนงาม"หลังจากที่กลับมาตำหนักผมก็เข้ามาตีชี้นางทันที 

"จริงหรอเสี่ยวเป่า งั้นข้าเชื่อเจ้าก็ได้"เชื่อง่ายไปไหมล่ะเนี่ย 

"ขอรับๆ งั้นพี่หมิงอวี้ไปทำขนมกับข้าดีหรือไม่ขอรับ ข้าอยากจะทำขนมตอบแทนใต้เท้าฟู่เหิงที่ช่วยข้าไว้ ข้าจะบอกเขาด้วยว่าพี่หมิงอวี้สอนข้าดีไหมขอรับ" 

"เจ้าเด็กคนนี้ช่างประจบข้าเสียจริง มาเร็วเถอะข้าจะสอนเจ้าทำขนมเอง" 

หมิงอวี้ที่ผมได้ดูจากซีรี่ย์มาแข็งนอกแต่อ่อนในจริงๆด้วย แบบนี้ผมก็ได้พันธมิตรเพิ่มแล้ว หึหึ การเอาตัวรอดในวังหลวงของผมได้เริ่มขึ้นแล้ว ไฟติ้ง ไฟติ้ง! 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 

เรื่องเก่าไม่จบเรื่องใหม่มาอีกแล้วฝากติดตามกันด้วยนะจ๊ะ นักอ่านที่น่ารักทุกคน 

ความคิดเห็น