Nathus Kanjanachotkamol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER IX : พักอย่างสงบ

ชื่อตอน : CHAPTER IX : พักอย่างสงบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 17

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2563 15:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER IX : พักอย่างสงบ
แบบอักษร

และนี่แหละ ก็คือเรื่องราวเหตุการณ์เกี่ยวกับการรับงานจ้างฆ่าครั้งสุดท้ายของสุดยอดนักฆ่าหญิงแห่งแดนอาทิตย์อุทัยนี้ อย่างฉัน มิยุโกะ ชิมาตะ เจ้าของฉายา “คาไมทาจิ”  

ฉันมานั่งกินเต้าหู้ทอดกับลูกชิ้นปลาหลอด ชิกูวะ ร้านขายโอเด้งข้างทางแบบชิลล์ๆเหมือนกับพวกมนุษย์เงินเดือนตอนเลิกงานหลังจากเพิ่งทำภารกิจสังหารเจ้าพ่อค้ายาอันบ้าคลั่งและป่าเถื่อนนั่นเสร็จสิ้น แล้วได้เกษียณตนเองออกจากการเป็นนักฆ่าเรียบร้อยแล้ว 

เต้าหู้ทอดกับชิกูวะนี่เป็นเมนูโปรดของฉันเลยในบรรดาเมนูโอเด้งทั้งหมด ตอนนี้ฝนตกอยู่ด้วย ควรจะกินโอเด้งแก้หนาวสักหน่อยแล้ว และฉันรู้สึกว่าโอเด้งนี่ช่างอร่อยมากยิ่งขึ้นเมื่อ ฉันได้สลัดตนเองออกจากคราบนักฆ่าเรียบร้อยแล้ว ทำให้รู้สึกโล่งและสบายใจ กินอาหารอะไรก็อร่อยหมด เพราะกินด้วยความสบายใจ ปลดแอกตัวเองจากโลกแห่งอาชญากรรมอันเลวร้ายและน่าเบื่อนี้ที่ฉันใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นไปกับมัน วนเวียนอยู่แต่กับการใส่เสื้อโค้ทมาดเท่ไปฆ่าคนนับไม่ถ้วน แต่ตอนนี้ฉันเป็นอิสระแล้ว 

ฉันคงเป็นผู้หญิงที่ดูแปลกแยกมากเลยเนอะ ผู้หญิงส่วนใหญ่ในช่วงอายุ17ปี คงจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยตามคณะต่างๆกันแล้ว หรือ ก็คงหางานพาร์ทไทร์มทำไปด้วย เช่น พนักงานร้านสะดวกซื้อ เด็กเสิร์ฟ พี่เลี้ยงเด็ก หรือถ้าเลวร้ายหน่อย ก็คงจะไปขายตัวให้ผู้ชายตามซ่อง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายพ่อแม่ หาเงินมาจ่ายค่าเล่าเรียนเอง แต่สำหรับฉันแล้ว ในช่วงอายุ17ปี ดันเอาเวลานั้นไปวนเวียนอยู่แต่กับการรับจ้างฆ่าคนให้กับพวกเจ้าพ่อมาเฟียผู้มีอิทธิพลในโลกอาชญากรรมอันมืดมน ทั้งพวกอิตาลี พวกรัสเซีย พวกอาหรับ และพวกไทยด้วย ชีวิตฉันมันก็วนเวียนอยู่แค่นั้นมาตลอด จนกระทั่งตอนนี้ที่ฉันอายุ22ปีแล้ว ฉันดูเป็นเหมือนปีศาจเลย ปีศาจร้ายในร่างมนุษย์ บุคคลที่ศาสนาคริสต์ที่ฉันนับถืออยู่มองว่าเป็นบุคคลที่น่ารังเกียจโสโครกมากกับการที่ยอมฆ่าเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเพียงเพื่อเงินเท่านั้นเอง ถูกมองว่าเป็นทาสรับใช้ของซาตานเสียด้วยซ้ำ  

ครั้งหนึ่งฉันเคยไปรับงานที่อิตาลี นอกจากจะได้รับมอบหมายให้ฆ่าล้างโคตรตระกูลมาเฟียหนึ่งซึ่งเป็นงานหลักแล้ว ยังได้รับงานย่อยอีกอย่างหนึ่งคือลอบสังหารบาทหลวงแก่คนหนึ่งที่กรุงวาติกันในโรมเพียงเพราะบาทหลวงคนนั้นเป็นบาทหลวงประจำตระกูลมาเฟียที่ฉันฆ่าล้างบาง ไม่สมเหตุสมผลเลย นี่ฉันต้องชั่วขนาดไหนเนี่ยถึงสามารถฆ่าคนเฒ่าคนแก่ได้อย่างเลือดเย็น แถมเป็นคนในศาสนาเดียวกันด้วย เพราะความไร้เดียงสาในตอนนั้น ฉันถึงกล้าทำลงไป ฉันนี่มันโง่จริงๆเลย ที่ลุ่มหลงอยู่กับการฆ่าอันน่าขยะแขยงนั้นได้เป็นเวลานานถึง6ปีโดยไม่คิดเลิกที่เป็นนักฆ่าเลยจนมาถึงตอนนี้ที่ฉันเริ่มรู้สึกได้แล้ว อย่างที่ศาสนาคริสต์ในอดีต เคยกล่าวไว้ว่า เพศหญิงถูกชักจูงให้ทำบาปได้ง่ายกว่าเพศชาย  

ต่อให้ใช้เวลาทั้งคืนนี้ ก็คงด่าทอตนเองต่อความผิดและวีรกรรณต่างๆที่ฉันเคยก่อไว้ในอดีตได้ไม่หมดหรอก เอาเป็นว่า ฉันก็คือ ผู้หญิงเลวๆคนหนึ่งที่มีประวัติการก่อเหตุฆาตกรรมไว้อย่างโชกโชน  

อาหารที่กินอยู่ตรงหน้ามันก็อร่อยดีอยู่หรอก แต่มันกลับอร่อยน้อยลงเมื่อฉันลองกลับไปนึกทบทวนความทรงจำแย่ๆและน่ารังเกียจของตัวเองในอดีต ในช่วงเวลานี้ แม้จะเป็นเต้าหู้ทอดกับชิกูวะของโปรดฉัน ฉันก็รู้สึกไม่ค่อยอร่อยกับมันแล้ว หรือต่อให้ตรงหน้าฉันเป็นอาหารที่หรูหราหรืออร่อยเลิศแค่ไหน ฉันก็ไม่มีทางรู้สึกมีความสุขได้เลย  

เรื่องหนึ่งที่ทำให้ฉันยังรู้สึกเศร้าปนสงสัยมาถึงทุกวันนี้คือเรื่องพ่อแม่ของฉัน พ่อทิ้งฉันกับแม่ไปก่อนที่ฉันจะเกิดเสียอีก ทำให้ฉันไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อของฉันเลย ส่วนแม่ของฉันก็ตายตามไปต่อจากนั่นด้วยอุบัติเหตุโดนรถบรรทุกชน มีแม่เลี้ยงคนหนึ่งรับอุปถัมภ์ฉันไปดูแลตั้งแต่ฉันอายุ5ขวบ เธอก็ดูแลฉันดีมาตลอด จนตอนฉันเรียนม.5 ฉันก็ได้ก่อเหตุฆ่าเพื่อนร่วมห้องตายด้วยมีดทำครัวเพราะโดนกลั่นแกล้งมานาน แม่เลี้ยงคนนั้นก็เริ่มรู้สึกรังเกียจฉันขึ้นมาบ้างแล้ว และจนกระทั่งตอนที่ฉันกลายเป็นนักฆ่าแบบเต็มตัวแล้ว นี่เป็นจุดแตกหักของความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกเลย แค่ฉันนึกอยากกลับบ้านไปหาแม่เลี้ยงคนนั้น เธอไล่ฉันออกไปให้ห่างๆเธอ แล้วยังหยิบถังมาสาดน้ำถูบ้านเหม็นๆใส่ตัวฉันอีกเพื่อขับไล่ฉันแถมเป็นการเหยียดหยามฉันด้วย เธอรังเกียจและเกรงกลัวฉันมาก จนลืมความทรงจำที่เธอเคยเลี้ยงดูฉันมาจนโต  

ช่วงเวลานั้นแหละ ฉันรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่เคยได้รับอ้อมกอดจากพ่อและแม่อีกเลย และในความโดดเดี่ยวนั่น ฉันก็วนเวียนอยู่แต่กับการฆ่า ฆ่าเพื่อพยายามจะลบรอยแผลในจิตใจ แต่การฆ่ากลับไม่ช่วยอะไรฉันอย่างอื่นเลยนอกจากทำให้ฉันมีกินมีใช้ไปวันๆ นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำไมฉันถึงอยากเลิกเป็นนักฆ่า เพราะฉันแทบจะไม่ได้อะไรเลยจากการฆ่า ไอ้ความรู้สึกสนุกกับการฆ่านั่นเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบในตอนนั้นเท่านั้นเอง 

ประหลาดแฮะ ทั้งที่ฉันควรจะรู้สึกดีใจที่ได้เป็นอิสระจากการเป็นนักฆ่าแล้วดื่มฉลองอย่างเต็มที่ แต่นี่ฉันกลับมานั่งกินอย่างกับคนอมทุกข์ในร้านโอเด้งข้างทางนี่ในคืนที่ฝนตกหนัก ไม่ได้ๆ ฉันต้องดื่มสักหน่อยแล้วเพื่อลบล้างอดีตอันเลวร้ายให้หายไป ฉันจึงสั่งอะไรมาดื่มสักหน่อยแล้ว 

"ขอสาเกอุ่นจอกหนึ่งค่ะ" ฉันสั่งสุรามาดื่ม แต่เจ้าของร้านโอเด้งกลับตอบมาว่า 

"ขอโทษด้วยครับ คุณลูกค้า ทางร้านเราไม่มีสาเกครับ"  

บ้าจริง ในบรรดาสุราทั้งหมด ฉันดื่มเป็นแต่ สาเก กับ เหล้าขาว นอกนั้นดื่มไม่เป็นเลย ขณะตอนไปรับงานฆ่าที่เยอรมันแล้วได้ลองดื่มเบียร์ ฉันกลับรู้สึกว่ารสชาติมันไม่ต่างอะไรกับฉี่ที่เอาไปแช่เย็น ส่วนวอดก้านั่นเป็นอะไรที่ฉันจะไม่มีทางไปแตะต้องอีกเลยทั้งชีวิต ในเมื่อไม่มีสาเก ฉันจะอยู่ร้านนี่ต่อทำไมกันถ้าไม่ได้ดื่มสาเก ฉันจึงจ่ายเงินค่าโอเด้งไป แล้วลุกออกมาเก้าอี้นั่งของร้าน เดินท่ามกลางสายฝนไปยังรถมอเตอร์ไซค์ของฉันที่จอดอยู่ใกล้ๆ ขึ้นขี่มันแล้วสตาร์ทรถ ขับกลับคอนโดที่พักฉัน ขี่มอเตอร์ไซค์อยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางสายฝน จริงๆตอนนี้ฉันกำลังร้องไห้น้ำตาไหลออกมาอยู่เพราะนึกถึงเรื่องราวอันเลวร้ายในอดีต แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าฉันร้องไห้ เพราะน้ำฝนที่ตกลงมาเปียกเต็มใบหน้าฉัน ช่วยอำพรางไม่ให้เห็นน้ำตาฉันได้ ฉันขี่มอเตอร์ไซค์ไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงหน้าคอนโดของฉัน  

คอนโดที่ฉันพักอยู่เป็นคอนโดแบบหรูค่อยข้างจะอยู่สบายเลยละ เรื่องค่าเช่าที่แพงน่ะเหรอ ไม่ต้องเป็นห่วง นายจ้างของฉันแต่ละคนส่วนใหญ่ ยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อให้ฉันไปฆ่าเหยื่อ ทำให้ฉันมีเงินเก็บสะสมอยู่เยอะ แต่ตอนนี้ ฉันกลับรู้สึกว่าเงินเหล่านั้นเป็นเงินที่สกปรกสิ้นดี ฉันดับเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ แล้วลงจากรถ เปิดประตูเข้าคอนโดไป  

ภายในคอนโดนั้นเงียบสนิทราวกับร้างมานานมานานแล้ว แต่ที่ชั้นล็อบบี้ยังเปิดไฟสีส้มทิ้งอยู่เลย ฉันถกแขนเสื้อโค้ทขึ้นเพื่อดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือ สวารอฟสกี้สีเงินของฉัน ปรากฏว่าตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว ฉันขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น3 ซึ่งเป็นชั้นที่มีห้องพักของฉันอยู่ เมื่อลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้น3 แล้วประตูลิฟต์เปิดออก ฉันเดินอยู่ในโถงทางเดินมาจนถึงห้อง307 ซึ่งคือห้องพักของฉัน ฉันหยิบกุญแจไขกลอนประตู แล้วเปิดประตูเดินเข้าไปในห้องมืดนั้น แล้วเอามือลูบตามกำแพงเพื่อหาสวิตซ์ไฟ เมื่อเจอมันแล้ว จึงกดมันเพื่อเปิดหลอดไฟอ่อนสีเหลืองทั่วทั้งห้อง แล้วจึงปิดประตูให้สนิท ไม่มีใครได้รู้หรอกว่า คอนโดหรูธรรมดาๆนี้ เป็นที่พักอาศัยของนักฆ่ามือหนึ่งของโลก มิยุโกะ ชิมาตะ  

ฉันถอดเสื้อโค้ทที่ใส่มีดพก6เล่มไว้ออกกองไว้ที่พื้น ปลดเนคไทที่เสื้อเชิ้ตออก กองลงกับพื้น ถอนเข็มขัดที่ติดซองใส่ปืนลูกโม่ออก กองลงกับพื้น ถอดซองเก็บทอนฟาใบมีดที่ต้นขาทั้งสองข้างออก กองลงกับพื้น นี่ถ้าเป็นผู้หญิงทั่วไปทำแบบนี้ คงโดนแม่ด่าเลย ว่า ไร้ระเบียบวินัย แต่ฉันไม่มีแม่ไงละ จะทำยังไงก็ได้ ไม่มีใครมาด่าฉันนิ  

ฉันเดินตรงไปยังตู้กับข้าวเหนืออ่างล้างจาน ในบริเวณห้องครัว เปิดประตูตู้เพื่อหยิบเอาเหล้าขาวหนีภาษีจากไทยออกมาหนึ่งขวด พร้อมกับแก้วหนึ่งใบ กำน้ำแข็งในตู้เย็นออกมาสามก้อน ใส่แก้ว ปวดขวดฝาจีบออก รินเหล้าขาวสีใสๆใส่แก้ว แล้วชูแก้วนั้นขึ้น 

"ขอให้อดีตอันเลวร้ายและย่ำแย่ของฉัน ถูกเจือจางให้หายไปกับเหล้าขาวแก้วนี้" ฉันพูดขึ้น แล้วยกแก้วซดเหล้าขาวหมดแก้วภายในรวดเดียว แอลกอฮอล์ในเหล้าไหลเวียนขึ้นสมองฉันจนรู้สึกมึนเมาทันทีเล็กน้อยเลย ไปนอนพักสักหน่อยดีกว่า 

ฉันถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด กองลงกับพื้น เดินในสภาพโป๊เปลือยไปอาบน้ำที่ห้องน้ำ ยืนแช่น้ำอยู่บนอ่างอาบน้ำใต้ฝักบัว แม้น้ำฝนจะล้างคราบเลือดออกจากตัวฉันแล้ว แต่ฉันกลับยังรู้สึกว่า กลิ่นคาวนั้นยังอยู่ ฉันจึงหยิบสบู่ขึ้นมาถูตามตัว ปล่อยผมหางม้าตรงท้ายทอยที่ย้อมสีม่วงเข้มลงมาให้ยาวมันยาวสยายลงมา ที่แผ่นหลังของฉันสักลายไว้ด้วยตั้งแต่สมัยที่ฉันเริ่มเป็นนักฆ่า เป็นรูปลาย ผีโครงกระดูกเกอิชากำลังสูบบุหรี่อยู่ รูปนี้ มีนัยยะแฝงไว้ว่า ความงามของผู้หญิงมันอยู่ได้ไม่จีรังหรอก และฉันอีกเหตุผลที่ฉันสักรูปนี้คือ มันดูเท่ดี เพราะตอนอายุ17 ฉันคิดว่านักฆ่าทุกคนต้องมีรอยสัก ดังนั้นฉันก็ต้องมีด้วย 

หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ ฉันก็หยิบผ้าขนหนูมา เช็ดตัวให้แห้ง แล้วจึึงเดินแก้ผ้าโป๊เปลือยแบบในหนังเอวีในยังห้องนอน ขึ้นเตียงห่มผ้า ปิดไฟในห้องนอน คืนแห่งความบ้าคลั่งและป่าเถื่อนผ่านพ้นไปแล้ว ลืมๆมันไปแล้วหลับตานอนดีกว่า เช้าวันต่อมา ฉันจะตื่นขึ้นมาเป็นผู้หญิงคนใหม่ ผู้หญิงชาวญี่ปุ่นธรรมดาคนหนึ่งที่ทิ้งอดีตการเป็นนักฆ่าไปหมดแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะนำพวกอุปกรณ์อาวุธเครื่องแต่งกายที่ใช้ในสมัยเป็นนักฆ่าไปฝังในป่าช้า และไปสารภาพบาปที่โบสถ์นอกตัวเมืองที่ฉันมักไปประจำ แต่ตอนนี้ ฉันนอนพักผ่อนก่อนดีกว่า หวังว่าภาพเลือดและศพต่างๆที่ฉันฆ่าในร้านอาบอบนวดคงไม่มาหลอกหลอนฉันในความฝันนะ.  

(ติดตามเล่ม2ต่อ) 

ความคิดเห็น