W.C.MARS
email-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 22

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 279

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2563 20:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
22
แบบอักษร

ลิลิลหันไปมองหน้าเลย์ทันทีที่เขาบอกชื่อและนามสกุลกับเธอ  

            “เลย์...” เธอเอ่ยเรียกเขาออกมาอย่างแผ่วเบา และไม่แน่ใจว่าตอนนี้ตัวเองกำลังรู้สึกยังไง แน่นอนว่าเธอรู้จักนามสกุลเขา  อย่างน้อยก็เคยได้ยินผ่านๆถึงความมั่งคั่ง อิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมืองของอิตาลี  

            “คุณรู้จักมั้ย นามสกุลนี้น่ะ” 

            “ก็เคยได้ยินมาบ้าง”   

            “ฉันเป็นลูกนอกสมรส” ลิลิลถึงกับตกใจในคำที่เขาพูดออกมา  “มาร์โกกับเมรินเจอกันหลังจากแม่ของมาร์ตินเสียไม่นาน พวกเขารักกัน จนเกิดเป็นฉันออกมา  หลังจากที่เมรินคลอดฉัน  เราก็ถูกแยกจากกันทันที  และเจอกันได้แค่ปีละครั้งเท่านั้น”  

            “ปีล่ะครั้ง!?” ลิลิลพูดขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ ใจร้ายเกินไปแล้ว แยกแม่กับลูก 

            “ใช่”  

            “ทำไมล่ะ” ถามอย่างสงสัย

            “ปกปิดชาติกำเนิดของฉัน ไม่ใช่เรื่องดีนักถ้ามีคนรู้ว่าฉันเกิดจากผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง”  

            “มันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ”  

            “สำหรับฉันมันไม่ได้แย่  แต่กับคนพวกนั้นคงใช่  เครือญาติฉันมีเป็นร้อยๆคน แต่จะมีไม่กี่คนที่จะมีอำนาจ และบทบาททางสังคมของอิตาลี มันซับซ้อน” สีหน้าเลย์ดูไม่ค่อยดีนัก เขากลัวว่าเธอจะไม่เข้าใจในเรื่องที่เขากำลังเล่า หรือกลัวว่าเธอจะคิดว่าเขาเป็นพวกหยามเหยียดคนอื่น    

            “ค่อยๆเล่าก็ได้  มานั่งนี่มา” ลิลิลลุกจากเก้าอี้ เรียกให้เลย์เดินมาหา กดเขานั่งกับเก้าอี้ ก่อนจะตามขึ้นนั่งบนตักเขาอีกที  “เล่าต่อค่ะ” 

            “ตระกูลฉันเป็นชนชั้นสูงในอิตาลี มักทะนงตัวเองว่าเหนือกว่าใครอยู่เสมอ อย่างน้อยถ้าคนในตระกูลจะแต่งงานกับใคร คู่แต่งงานของเขาก็ควรมีหน้ามีตาทางสังคม ไม่ก็เหมาะสมพอที่จะไม่ให้คนในตระกูลเองดูถูกเอาได้  ฉันไม่รู้ว่าในหัวคนพวกนี้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่  และยิ่งเป็นคนที่มีสายเลือดมาจากผู้นำตระกูลแล้วนั้นจะยิ่งเป็นที่ถูกจับตามอง รอเวลาที่เราพลาดท่า จ้องจะลากเราลงจากตำแหน่งทุกเมื่อ”

            “แล้วตอนนี้ใครเป็นผู้นำคะ?”  

            “โลเรนโซ  ปู่ของฉันเอง” 

            “งั้นแสดงแดงว่าคุณก็...”

            “ใช่แล้ว  ฉันเป็นทายาทลำดับที่สาม ลองจากมาร์โก และมาร์ติน” เลย์พูดแทนในสิ่งที่ลิลิลกำลังจะพูดออกมา “แน่นอนว่ามาร์โกไม่มีวันได้เป็นผู้นำคนต่อไปแน่ จากเรื่องที่ทำไว้ ถึงจะไม่มีใครรู้นอกจากโลเรน และคนในคฤหาสน์นั่น”  

            “อย่างกับละคร”

            “ยิ่งกว่าละครอีก 555”เลย์หัวเราะออกมา 

            “ต่อค่ะ” เธอบอกอย่างใคร่รู้ 

            “โลเรนเป็นคนเลี้ยงฉันมา ฉันไม่เคยไปโรงเรียน ไม่เคยมีเพื่อน เขาให้ครูมาสอนที่คฤหาสน์”ลิลิลพอจะนึกภาพออก “ฉันต้องเรียนทุกอย่างที่เขาอยากให้เรียน ทำทุกอย่างที่เขาอยากให้ทำ เป็นแบบนั้นอยู่หลายปี จนฉันแสดงให้เขาเห็นว่าพร้อมแล้ว” 

            “เหนื่อยมั้ย?” ถามพร้อมกับใช้มือโอบหน้าเขาไว้ เลย์ส่งยิ้มให้ ถึงปากจะยิ้มแต่แววตาเขาไม่ ลิลิลโน้มตัวหาเขาให้หน้าผากแตะกัน พูดปลอบประโลม“ไม่เป็นไรนะ” ก่อนจูบที่ริมฝีปากเขาเบาๆอย่างอ่อนโยน  

            “มีหลายเรื่องที่คุณควรรู้ หากว่าคุณแน่ใจเรื่องของเรา ว่าต่อจากนี้...เอ่อ...จะว่ายังไงดี ฉันเอ่อ” เลย์พูดตะกรุ ตระกะ หน้าแดงขึ้นมา ลิลิลมองท่าทางของเขาก็อดยิ้มไม่ได้  

            “คุณเขินหรอเลย์ 555”  

            “บ้าน่า เปล่าซะหน่อย” 

            “ก็เห็นๆกันอยู่ยังจะปฏิเสธนะคุณเลติเซีย”  

            “นั่นแหละ เอาเป็นว่า คุณเข้าใจที่ฉันพูดใช่มั้ย เรื่องระหว่างเราบางทีมันไม่ได้ง่ายเลย แต่ก็ไม่ได้อยากเหมือนกัน ฉันเตรียมวิธีรับมือกับโลเรนได้ และรู้ว่าเขาจะทำยังไงกับเรื่องนี้”

            “แผนต่อกรกับเหล่าร้าย”

            “โลเรนเป็นยิ่งกว่านั้น” เลย์พูด “คุณต้องตั้งใจฟันที่ฉันจะบอกต่อจากนี้ให้ดี มันอาจแบบวิธีที่บ้าไปหน่อย แต่คุณช่วยเข้าใจฉันได้มั้ย” 

...

..

.

เลย์ขับรถมาส่งลิลิลที่บ้านในเวลาเที่ยง  เธอและเขานั่งเงียบมาตลอดทาง ต่างคนต่างไม่มีอะไรจะพูด เลย์ปล่อยให้ลิลิลได้ใช้ความคิดเงียบๆ 

 

สถานการณ์ตอนนี้ปกติดีอยู่หรือเปล่าเลย์ไม่แน่ใจ แต่เขาหวังว่ามันจะดี เธอไม่เห็นด้วยกับวิธีของเขาเลย พอลิลิลฟังที่เลย์พูดจบ แววตาของเธอที่มองเขาก็เปลี่ยนไป เลย์รู้ตัวเองดีว่าเผลอแสดงด้านมืดของตัวเองให้เธอได้เห็น  แต่แล้วยังไงล่ะ ถ้าเธอจะเป็นคนที่เขาจะอยู่ด้วยตลอดไป ก็ควรรับรู้ไว้ ว่าการที่จะเป็นเลติเซียได้ถึงทุกวันนี้มันไม่ได้ง่าย อย่างที่ใครๆจะเป็นได้  

 

 ทันทีที่รถจอดหน้าบ้าน ลิลิลก็เปิดประตูและเดินเข้าบ้านโดยไม่เอ่ยปากพูดกับเลย์เลยแม้แต่คำเดียว  

 

ส่วนคนที่นั่งอยู่ในรถ ก็ได้แต่มองอีกคนเดินลับไป  

            “เฮ้อ!!” เลย์ถอนหายใจออกมาอย่างทนไม่ได้   

 

            “กลับมาแล้วหรอ” เขมกรเอ่ยทักขึ้น เมื่อเห็นลูกสาวเดินเข้าบ้านมา 

            “ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินขึ้นห้องไป

 

 

หนึ่งอาทิตย์กับการที่เลย์ไม่ได้เจอหน้าลิลิล  เธอไม่โทรหรือส่งข้อความหาเขาเลย เลย์ก็ไม่ได้คิดจะโทรหรือติดต่อเธอไปอยู่แล้ว เขายังเชื่อในความคิดและวิธีของตัวเองเสมอ คงเป็นเพราะเขาเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ปลูกฝังให้เชื่อในตัวเอง 

 

มันไม่ง่าย ที่คนอย่างเลย์จะยอมรับ ว่าเขากำลังเป็นสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบอยู่  เลย์ไม่ชอบที่ตระกูลเขามองคนอื่นต่ำต้อย แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยมองว่าใครสูงส่งกว่าเขา 

 

บาร์แห่งหนึ่ง คนไม่เยอะมาก แต่บรรยากาศครึกครื้นพอสมควร มีดนตรีสด เลย์นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ มีบาร์เทนเดอร์ที่พร้อมบริการทุกเมื่อที่เขาเรียกใช้บริการ 

 

เครื่องดื่มวอดก้ามาร์ตินนี่ ถูกสั่งแก้วที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ จากปากของสองชายหญิงที่นั่งอยู่หน้าบาร์  เลย์กับมาร์คัส มานั่งที่ร้านนี้ตั้งแต่สองทุ่ม จนตอนนี้เวลาล่วงเลยมาเที่ยงคืนเกือบจะตีหนึ่งอยู่แล้ว 

            “แบบเดิมอีกสองที่”  มาร์คัสบอกกับบาร์เทนเดอร์ที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์   

            “ได้ครับ”  

 

พอสั่งเครื่องดื่มเสร็จ มาร์คัสก็หันมาหาคนข้างๆ ที่เอาแต่นั่งเงียบ และยกแก้วไม่หยุด ซึ่งมาร์คัสดูก็รู้ว่าต้องมีเรื่องเกิดขึ้นแน่ๆ 

            “คุณหนูครับ”

            “ว่า” เลย์ขานรับสั้นๆ 

            “มีเรื่องหนักใจอะไรหรือเปล่าครับ”  

            “อะไรทำให้นายคิดแบบนั้น”

            “ปกติคุณหนูจะไม่ออกมานั่งดื่มข้างนอกแบบนี้” มาร์คัสบอก

            “เฮ้อ! มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย” 

            “ฟังจากเสียงถอนหายใจ ไม่น่าจะนิดแล้วมั้งครับ” 

            “ฉันกำลังปลอบใจตัวเองอยู่ว่ามันนิดหน่อย”   

            “อยากเล่ามั้ยครับ” มาร์คัสถาม เมื่อเห็นท่าทีหนักอกหนักใจของคนข้างๆ “ผมยินดีฟังทุกเรื่อง ถ้าคุณหนูต้องการ” 

            “ลิลิลน่ะ หลังจากวันนั้นเธอก็หายไปเลย” เลย์พูดออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี 

            “วันไหนครับ”

            “วันนั้นไง วันที่ฉันพาเธอมานอนที่บ้าน” มาร์คัสนั่งฟังอย่างเงียบๆ “ฉันพาเธอไปที่ห้องทำงาน...”

            “อย่าบอกนะครับว่าคุณหนูให้เธออ่านหนังสือนั่น!!”พูดแทรกขึ้นอย่างตกใจ

            “อืม” พ่อบ้านหนุ่มถึงกับกุมขมับ  

 

มาร์คัสรู้ ถึงลิลิลจะรักคุณหนูเขาขนาดไหน หรือทั้งคู่จะรักกันมากก็เถอะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยอมรับได้ ไม่เลย  

 

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขียนอยู่ในหนังสือเล่นนั้น บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดของตระกูลคานูเอล รากเหง้า ต้นกำเนิด เรื่องที่ผู้นำตระกูลแต่ละคนทำไว้ ทั้งดีและไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องมีใครตายสักคนในบท บทหนึ่งของหนังสือ  

มันคือความเลือดเย็นที่ทุกรุ่นต้องมี เพื่อปกป้องตัวเองจากคนไม่หวังดี  

 

            “คงไม่แปลกหรอกครับที่เธอจะหายหน้าไป”​  

            “แต่ฉันยังบอกเรื่องที่จะกำจัดโลเรนให้เธอฟังอีกด้วย”  

            “เธอคงกลัวคุณหนูไปแล้วแน่ๆ ผมเชื่อแบบนั้น” 

            “ให้ตายเถอะมาร์คัส นายอย่ามาพูดให้ฉันใจแป้วได้มั้ย” 

            “คุณหนูรีบเกินไป ที่บอกเรื่องนี้กับเธอ” พ่อบ้านหนุ่มพูด “อย่างน้อยก็ควร ให้เธอได้ทำความรู้จักคุณหนูในเรื่องที่ซอฟๆก่อน” 

            “ในชีวิตฉันมีอะไรที่ซอฟๆบ้างล่ะ นายก็เห็นว่ามันไม่มี” 

            “งั้นก็ให้เวลาเธออีกสักพักเถอะครับ”

            “...”

            “มันเป็นเกมที่รอให้เธอผ่านด่านแรกให้ได้ แต่ถ้าเธอไม่สามารถผ่านมันไปได้ ด่านต่อๆไปที่เหลืออยู่ก็ไร้ความหมาย”  

            “คงต้องให้เวลาอย่างที่นายว่า” พูดเสร็จก็กระดกมาร์ตินนี่ลงคอ ก่อนจะหยิบกล่องสี่เหลี่ยมสีดำที่มีคำว่าInsigniaติดอยู่ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ พร้อมไฟแช็ก             “เอามั้ย”  เลย์ส่งให้มาร์คัส  

            “ขอบคุณครับ” พูดพร้อมกับรับมา

 

เลย์กับมาร์คัสนั่งคุยกันถึงเรื่องต่างๆนานา ผ่านไปครู่ใหญ่ๆ เลย์ก็เดินไปเข้าห้องน้ำเพียงลำพัง ระหว่างทางเขาเห็นหญิงและชายหลายคู่พลอดรักกัน ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง นั่นทำให้เขานึกถึงคนที่ไม่ได้เจอกันมาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ  

 

เลย์สูบบุหรี่รอให้ห้องน้ำว่าง มีเสียงเหมือนคนกำลังอ้วกอยู่ข้างใน เขายืนฟังได้สักพักแต่ก็ไม่มีท่าทีที่คนข้างในจะออกมา

 

ระหว่างนั้นก็มีหญิงสาวหน้าตาดีเดินเข้ามาทักเขา  

            “มาคนเดียวหรอคะ?” หล่อนถามเป็นภาษาอังกฤษ เลย์มองซ้ายมองขวาอย่างสงสัยว่าเธอกำลังคุยกับเขาใช่ไหม ก่อนจะเอ่ยถามออกไป 

            “ฉันหรอ คุณพูดกับฉันใช่มั้ย?” 

            “แล้วคุณเห็นว่ามีคนอื่นนอกจากคุณมั้ยล่ะ?”  

            “ก็ไม่” เลย์ยักไหล่ “เอ่อ...ใช่ ฉันมาคนเดียว ฉันเลติเซีย” เขาบอกชื่อตัวเองพลางส่งมือให้หญิงสาวตรงหน้า

            “ฉันมาเลีย”หล่อนเอื้อมือไปจับกับมือของเลย์ “ยินดีที่ได้รู้จัก” 

            “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน” เลย์พูดเป็นภาษาไทย 

            “คุณพูดไทยได้ด้วย” มาเลียพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ 

            “555ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?”

            “หน้าตาคุณไม่ให้เท่าไหร่” มาเลียบอก

            “ใครๆก็พูดแบบนี้”  

            “ถ้าเดาคุณคงมีแม่ไม่ก็พ่อเป็นชาวต่างชาติแน่ๆ”

            “ถูก พ่อฉันเป็นชาวอิตาลี” เลย์ตอบ “แล้วคุณล่ะ หน้าก็ไม่ให้เหมือนกัน”  

            “แม่เป็นอิตาลี”

            “ว้าวคนบ้านเดียวกันนี่ 555” เลย์พูดขำๆ 

            “คุณอยู่เมืองไหนล่ะ” จากนั้นทักคู่ก็คุยกันเป็นภาษาอิตาลี

            “Florentia”

            “คานู” เลย์ตกใจเล็กน้อยที่หล่อนพูดคำนี้ออกมา “รู้จักมั้ย ไม่มีคนฟลอเรนท์คนไหนไม่รู้จักตระกูลนี้”  

            “ขนาดนั้นเลยหรอ”

            “คุณไม่รู้จักหรอ”

            “เคยได้ยินมาบ้าง” เขายิ้มให้หล่อน “ตระกูลทั้งมั่งคั่งที่สุดในอิตาลี”

            “ใช่แล้ว รวยโคตร” 

            “แล้วคุณล่ะ  อยู่เมืองไหน” เลย์ถามคนตรงหน้า  

            “Milano”

            “Duomo มหาวิหารแห่งมิลาน” 

            “สวยใช่มั้ยล่ะ?”หล่อนถามความเห็นของคนที่พึ่งเจอ

            “แน่ล่ะ ขนาดเลโอนาร์โด ดา วินชี ยังเลือกทิ้งฟลอเรนท์ไปมิลานเลย”  

            “555 ว่าไปนั่น”

 

ทั้งคู่ดูจะถูกชะตากันพอสมควร ยืนคุยกันเรื่องบ้านเกิดของตัวเองอย่างออกรส จนมาเลียถึงกับของช่องทางติดต่อเลย์ไว้  และเลย์ก็เห็นดีด้วย โดยรับโทรศัพท์มาจากหล่อน ก่อนจะให้ช่องทางติดต่อไป 

 

ทันใดนั้นห้องน้ำที่รอมานานก็เปิดออก คนที่เดินออก ทำให้เลย์ตกใจไม่น้อย 

            “ลิลิล!!” เลย์พูดออกมาเต็มเสียง  เธอดักฟังทั้งคู่คุยกันอยู่ในห้องน้ำมาสักพักแล้ว ถึงจะฟังออกบ้างไม่ออกบ้างก็เถอะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น