ฝันลึก ๆ
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

งานแต่งจำยอม

ชื่อตอน : งานแต่งจำยอม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ทั่วไป

คนเข้าชมทั้งหมด : 739

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2562 20:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
งานแต่งจำยอม
แบบอักษร

บทที่ 4

 

ไม่นานปุณก็ร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาไม่เคยสนใจเธอเลยจริงๆ แม้แต่จูบยังต้องแลกกับความเจ็บปวดของอีกฝ่าย

 

 "อย่าริเอาตัวเองขึ้นมาเป็นนายหญิง แม่เลี้ยงไร่นี้ต้องไม่ใช่เธอ และไม่ควรจะมี ผู้หญิงอย่างเธอเป็นแค่คนงานก็บุญเท่าไหร่แล้ว" พูดสาดเทคำเจ็บแสบเสร็จสิ้นวีก็ก้าวเท้าจากไป ทิ้งไว้เพียงน้ำตาให้ปุณยนุชกล่ำกลืนลงคออย่างเศร้าสลดหดหู่ใจ เธอรู้สึกเสียใจยิ่งนัก .....ชายคนเดียวที่เธอตกหลุมรักเพราะแหวนหมั้นและสัญญาใจไม่ใยดีเธอเลยซักนิด

 

วันรุ่งขึ้น

 

"อาทิตย์หน้าย่าจะจัดงานแต่งให้เรา ไม่มีการผลัดผ่อนอีกต่อไป หมั้นมา 15ปีแล้ว สงสารหัวอกลูกผู้หญิงที่เฝ้ารอบ้าง หากไม่รักก็ค่อยเลิกลากันไป หลังจากนั้นย่าจะไม่ขัด และไม่หาสาวคนไหนมาให้อีกแล้ว หนูปุณเป็นคนดี ที่ไร่และฟาร์มกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งก็เพราะฝีมือหนูปุณทั้งนั้น"เธอพูดอย่างหมดหวัง แต่ก็อยากจะพูดมันออกไป

 

"แต่งอาทิตย์เดียวก็เลิกได้งั้นสิคุณนาย มีเงินมากมายขนาดนี่จะปรับปรุงยังไงก็ได้ ลองไม่มีทุนจากคุณย่าสิ จะไปได้ซักกี่น้ำ"เขาเลิกคิ้วถามอีกฝ่ายด้วยความย้อนแย้งกับคำพูดของผู้เป็นย่า

 

"ย่าขอเวลาซัก 3 เดือนก็พอ หากไม่มีเยื่อใยจริงๆจะเลิกย่าก็ไม่ว่า หนูปุณเป็นเด็กดีฉลาดคล่องแคร่ว เธอเก่งทั้งงานบ้านและงานในไร่ ย่าเชื่อว่าหากได้ทำความรู้จักวีจะต้องเปลี่ยนใจแน่ๆ"เธอคิดไปหากหลานชายได้ใกล้ชิดปุณยนุชจริงๆ เธอจะสามารถเอาชนะใจวีรภพได้โดยง่าย เพราะทุกคนในไร่ต่างก็รักและเอ็นดูเด็กสาวไม้แพ้เธอ

 

"ได้.....ถ้าคุณย่าต้องการแบบนั้น"วีแสยะยิ้ม เขาไม่มีอะไรจะเสีย อีกแค่ 3เดือน เขาจะหลุดพ้นจากโซ่ที่ผูกขามานาน 15ปี มีหรือจะปฏิเสธให้โง่

 

ด้านปุณยนุชแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อวานเขายังด่าทอเธอเสียๆหายๆ แต่วันนี้กลับตกลงแต่งงาน หรือเขาจะเปลี่ยนใจและลองเปิดใจให้เธอบ้างแล้ว เธอส่ายหัวไปมาด้วยความไม่เข้าใจ ซึ่งจริงๆวันนี้เธอตั้งใจจะไปถอนหมั้นชายที่มองเธอเหมือนคนแปลกหน้าตลอดเวลา แม้เธอจะพยายามเข้าไปใกล้ชิดเพียงใด แต่เศษเสี้ยวหัวใจเขาก็ไม่มีให้เธอเลย

 

...........................................

 

วันแต่งงานมาถึง

 

บรรยากาศงานแต่งแบบล้านนา ถูกจัดขึ้นในฟาร์มสุขภิรมณ์ แขกที่มาก็มีแต่พ่อเลี้ยงแม่เลี้ยง ญาติสนิทและคนรู้จัก เพราะวีรภพขอร้องผู้เป็นย่าให้จัดแบบเรียบง่าย เมื่อฝ่ายเจ้าบ่าวยกขันหมากผ่านประตูเงินประตูทองเข้ามา  จึงทำพิธีนับสินสอดและสวมแหวน พร้อมรับไหว้ ก่อนจะเชิญปู่อาจารย์มาทำพิธีฮ้องขวัญและผูกข้อไม้ข้อมือตามประเพณี แม้จะผิดแปลกตรงที่จัดงานในบ้านฝ่ายชาย แต่ทุกคนก็ทราบดีว่าเพราะอะไรถึงเป็นเช่นนี้ รอยยิ้มของปุณยนุชทำให้วีรภพชะงักไปได้ชั่วขณะ ก่อนจะหันกลับไปสนใจพิธีการที่เขาไม่ได้อยากให้เกิดขึ้น หลังจดทะเบียนสมรสเขาต่อรองผู้เป็นย่า

 

"ผมจะไปเข้าหอ ที่บ้านกลางป่า ผมชอบที่นั่น"บ้านกลางป่าอยู่ท้ายไร่ ถูกสร้างไว้ซุ่มดูผู้บุกรุก การสัญจรไม่ค่อยสะดวกเพราะเป็นป่าผืนเดียวที่เหลืออยู่..ซึ่งมีราวๆ 30 ไร่ แถมติดเขตป่าและชายแดนมีต้นไม้ปิดทึบไปหมด  วรรณาไม่ค่อยสบายใจแต่ก็ขัดใจหลานชายไม่ได้ เพราะอย่างน้อยก็ยังอยู่ในขอบเขตรั้วทักษ์ดิยากร

 

ในคืนส่งตัววีรภพในชุดไทยล้านนาควบม้ามาหยุดที่บ้านพัก เสียงเท้าม้าหยุดกึก...ไม่นานนักปุณยนุชก็ควบม้าตามมาถึงติดๆ แม้วีรภพจะทึ่งในตัวสาวงาม แต่เขาจะไม่หลงกลเธอแน่ๆเพราะอีกไม่นานเขาจะปลดโซ่ทิ้งและโบยบินอย่างสุขเสรี

 

แม้ภายนอกบ้านจะร่มเย็น และเต็มไปด้วยเสียงใบไม้พัดพริ้วรายรอบด้วยเสียงแมลงและสัตว์ป่า แต่หัวใจปุณยนุชกลับหวาดหวั่นและหนาวเหน็บกับแววตาเย็นเยือกที่มองมายังเธอ...ปุณก้าวเท้าเบาเข้ามาในบ้านไม้ที่ดูสมบูรณ์ดีทุกอย่าง เธอแทบจะไม่เคยมาเหยียบที่นี่เพราะย่าเป็นห่วง....กลัวเธอเจอคนแปลกหน้าและเกิดอันตราย

 

เธอก้าวเท้าขึ้นไปยังห้องนอนซึ่งก็มีเพียงห้องใหญ่ห้องเดียวภายในนั้นมีห้องรับแขกในตัวอยู่ติดกัน ด้วยความเคยชินเธอเดินไปจัดแจงข้าวของ และที่นอนหมอนผ้าห่มมาวางไว้ ในเวลานี้เธอคิดว่าวีรภพคงอยากอาบน้ำมากกว่าเพราะตะวันคล้อยต่ำจวนจะมืดมิด...จึงไปเตรียมน้ำอุ่นให้อีกฝ่ายได้อาบอย่างผ่อนคลาย

 

ด้านวีรภพรีบขึ้นบรรไดไปซุ้มยามบนต้นไม้ ซึ่งอยู่ติดกับบ้านพักเพียง10ก้าว แต่อยู่สูงจนต้องใช้บรรได้ยาวราวๆ8เมตร ในนั้นมีที่นอนหมอนมุ้งอยู่ครบ เขาเอนกายและหลับตาลงเพราะไม่อยากคิดอะไรให้เหนื่อยหัวใจไปมากกว่านี้ จนเวลาเกือบสองทุ่ม

 

"พี่วีอยู่ไหนคะ"เสียงหวานร้องเรียกหาอีกฝ่าย เพราะรอหลายชั่วโมงก็ยังไม่มีวี่แวว หรือเสียงเท้าคนตัวสูงย่างก้าวเข้ามาในบ้าน

 

วีรภพสะดุ้งตามเสียงเรียกก่อนจะชะโงกหน้าลงไปยังบ้านพักที่เสียงใสร้องหาไม่หยุด

 

"เลิกเรียกแล้วเข้าบ้านซะ ฉันจะนอนบนนี้"

 

"ถ้าพี่วีไม่สะดวกใจ ปุณกลับไปนอนที่บ้านก็ได้นะคะ"เธอตอบเพื่อให้อีกฝ่ายลงมานอนให้สบาย 

 

"หน้าอย่างเธอทำอะไรฉันไม่ได้หรอก อยากไปให้สัตว์ป่าฝั่งโน้นกระโจนใส่ก็เอาสิ"เขาไม่ได้ห้าม แต่พูดถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นกับเธอถ้าออกไปเวลานี้จริงๆ

 

"ค่ะ ปุณเข้าใจแล้ว"เธอเดินคอตกเข้าบ้านพร้อมปิดประตูนอนอย่างหมดหวัง คืนเข้าหอแม้แต่หน้าเธอเขาก็ไม่อยากมอง เธอคงน่าขยะแขยงจริงๆอย่างที่เขาพูด ใจดวงน้อยปวดหนึบเป็นช่วงๆ ก่อนที่เธอจะหลับตาลงที่โซฟาจนเช้าอีกวัน 

 

 

ความคิดเห็น