มณีน้ำเพชร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 เดินหมากแห่งความแค้น # 3

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 เดินหมากแห่งความแค้น # 3

คำค้น : แม็คควีน , ญาญ่า , แก้แค้น , ป่าเถื่อน , ข่มขืน

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2560 21:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 เดินหมากแห่งความแค้น # 3
แบบอักษร

“แม่บอกว่าไม่เป็นไรไงล่ะญา ไม่เห็นต้องพามาโรงพยาบาลแบบนี้เลย อีกอย่างโรงพยาบาลนี้ก็แพงหูฉี่ แม่เคยได้ยินคนเขาพูดกัน เข้าไปไม่ว่าจะเป็นโรคอะไร ค่ารักษาอย่างต่ำก็เป็นหมื่น”

“โธ่แม่จ๋า ญามีเงินรักษาแม่หรอกจ้ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะจ๊ะ”

“ตู๊ดๆ” เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายใบย่อมดังขึ้น หญิงสาวจึงหยุดการสนทนากับแม่ แล้วหยิบมือถือขึ้นมากดรับสาย คนที่โทรเข้ามาคือมุกรตีนั่นเอง

“ว่าไงคะพี่มุกคนสวย”

“ต๊าย...ถูกใจที่สุด ขอโทษนะจ๊ะที่โทรมาหาทั้งที่วันนี้เป็นวันพักผ่อน”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่มุกมีอะไรกับญาญ่าคะ”

“คือว่า...มีสคริปที่น้องญาญ่าจะต้องท่องค่ะ แต่พี่ดันท้องเสียอย่างแรง เลยเอาไปให้น้องญาญ่าไม่ได้”

“อ๋อ...พี่มุกจะให้ญาญ่าไปเอาสคริปมาท่องใช่ไหมคะ ได้ค่ะ เดี๋ยวญาญ่าจะไปเอาเอง”

“ขอบคุณน้องญาญ่านะคะ น่ารักที่สุด อูย...พี่มุกถูกข้าศึกโจมตีอีกแล้ว แค่นี้ก่อนนะคะ”

ญารินดาวางสายยิ้มๆ เธอจูงมือแม่เข้าไปในโรงพยาบาล จัดการทำตามขั้นตอนทั้งหมด พอแม่เข้าห้องตรวจเธอก็นั่งรออยู่หน้าห้องไม่ได้ตามเข้าไป ครู่ใหญ่ๆ กว่าที่นางสมศรีจะเดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“หมอว่าไงมั่งจ๊ะแม่”

“แม่ไม่เป็นอะไรหรอกญา แค่รู้สึกเพลียๆ คงเพราะพักผ่อนน้อยน่ะ เอ้อ...ได้ยินว่าญาจะต้องไปเอาอะไรที่บ้านมุกเหรอ งั้นญาไปก่อนได้เลยนะ เดี๋ยวแม่กลับบ้านเอง แม่ขี้เกียจไปด้วยน่ะ”

“เอางั้นหรือจ๊ะแม่” เธอมองแม่อย่างครุ่นคิด สีหน้าของแม่แม้จะยิ้มแย้มดูคล้ายคนแจ่มใส แต่หน้าซีดๆ นั้นก็ยังดูเหมือนคนไม่สบายอยู่มาก

“เอางี้แหละลูก ไม่ต้องห่วงแม่นะ” นางสมศรีย้ำเพื่อไม่ให้ลูกเป็นห่วง

ญารินดาจึงหยิบเงินในกระเป๋ายัดใส่มือแม่ และกำชับว่าให้นั่งแท็กซี่กลับบ้านจะได้ไปพักผ่อนไวๆ นางสมศรีไม่อยากมีปัญหาจึงพยักหน้ารับคำ ลูกสาวคนสวยจึงเดินจากไปเงียบๆ คนเป็นแม่มองตามจนลูกสาวลับตา ก็ได้ยินเสียงประกาศเรียกให้ไปรับยา

ญารินดาขับรถไปเรื่อยๆ อีกไม่กี่กิโลเมตรก็จะถึงบ้านผู้จัดการส่วนตัว อยู่ดีๆ ก็เห็นควันลอยขึ้นมาจากกระโปรงหน้ารถแล้วเครื่องยนต์ก็สะดุดจนต้องจอดเข้าข้างทาง หญิงสาวผู้ไม่รู้เรื่องเครื่องยนต์เลยอย่างเธอก็ตกใจทำอะไรไม่ถูก จะโทรหามุกรตีแบตเตอรี่มือถือก็ดันมาหมดได้เหมาะเจาะ

“อะไรกันเนี่ย รถก็พัง โทรศัพท์ก็แบตหมด ให้มันได้อย่างนี้สิน่า แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้”

ในขณะที่เธอเปิดฝากระโปรงรถเพื่อดูว่าอะไรรวน รถคันนี้เธอใช้มาหลายปีแล้วคงถึงเวลาที่ต้องซ่อมเสียล่ะมั้ง พอเปิดปุ๊บความร้อนก็พวยพุ่งจนต้องกระโดดหนี แต่ยังมีสติงัดเหล็กขึ้นค้ำเพื่อให้ฝากระโปรงเปิดขึ้นระบายความร้อนได้สะดวก

“โอ๊ย...แล้วจะทำยังไงล่ะนี่ ญาญ่าเอ๋ย”

แล้วญารินดาก็ต้องทำในสิ่งที่เห็นใครหลายคนทำในเวลาตกทุกข์ได้ยากเช่นนี้ นั่นก็คือการโบกมือเรียกให้รถที่ผ่านไปมาหยุดช่วย ได้ผลมีรถกระบะคันหนึ่งจอดหน้ารถเธอ ชายฉกรรจ์ 2 คนที่ลงจากรถทำให้หญิงสาวนึกกลัว

“รถเป็นอะไรหรือครับ” คนหนึ่งถาม

“ไม่ทราบค่ะ อยู่ดีๆ ก็มีควันขึ้นโฉ่อย่างที่เห็น”

ชาย 2 คนนั้น เดินเข้ามาดูเครื่องยนต์เพียงเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองเธออย่างสำรวจไปทั่วร่าง วันนี้ญารินดาอยู่ในชุดสบายๆ เสื้อแขนกุดกับกางเกงสามส่วนและรองเท้าส้นเตี้ย ดูๆ แล้วก็ไม่น่าจะเตะตาใครต่อใคร แต่เธอคิดผิด

“อ้าว...น้องญาญ่านักร้องดังนี่ แหม...ตัวจริงสวยกว่าในทีวีอีกว่ามั้ยวะไอ้แมน” คนตัวเตี้ยกว่าเป็นคนบอกคนตัวสูง

“เออว่ะ สวยจริงๆ ด้วย ผิวเนียนขาวเชียว” มันชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ จนหญิงสาวต้องเอนตัวหนี “กลิ่นตัวก็หอมซะด้วย”

“ถ้าคุณไม่ช่วยฉัน ก็กลับไปที่รถของคุณเถอะค่ะ” เธอบอกเสียงสั่น แต่อย่าหวังว่าคนคิดชั่วจะเชื่อ

“ช่วยสิจ๊ะ ทำไมพี่จะไม่ช่วยน้องล่ะ ช่วยพาน้องขึ้นสวรรค์ไง ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ”

ญารินดาหมุนตัวออกวิ่งแต่เธอไปได้เพียง 2 ก้าว พวงผมยาวสลวยเหยียดตรงก็ถูกกระชากเต็มแรง

“กรี๊ด!!! ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย โอ๊ย...ปล่อยนะ” เธอหันไปถีบเมื่อมันเผลอ มันเพียงแต่เซถลา แต่อีกคนกลับพุ่งเข้ามาจับแขนเธอไว้ ญารินดาหวาดกลัวสุดขีด หายใจหอบจนทรวงอกอวบสะท้อนขึ้นลงรุนแรง ดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก ไม่คาดคิดว่าแม้แต่ในเวลากลางวันริมถนนที่มีรถวิ่งกันขวักไขว่ จะมีพวกเดนสังคมคิดชั่วกระทำการอย่างอุกอาจ

“ปี๊นๆๆ” รถสปอร์ตสีขาวคันงามจอดลงใกล้ๆ ก่อนที่คนขับจะลงจากรถแล้วเดินเข้าไปช่วยเธออย่างอาจหาญ พวกมันคงจะไม่กลัวหากไม่เห็นวัตถุอันตรายในมือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เข้าเสียก่อน

“ปล่อยผู้หญิงเดี๋ยวนี้นะ”

เสียงข่มขู่ไม่น่ากลัวเท่ากับเขาปลดเซฟเตรียมพร้อม เสียง “กริ๊ก” เบาๆ แต่ก็ทำให้เดนมนุษย์ผวาแล้วโกยแนบไปจากตรงนั้น เสียงล้อรถที่ออกตัวอย่างรวดเร็วทำให้ญารินดาต้องถอนใจเฮือกใหญ่

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

ชายหนุ่มร่างสูงเห็นท่าทางยืนนิ่งเฉยของเธอ จึงต้องเรียกถามอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้

“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวตอบ แต่ชายหนุ่มซึ่งกำลังจ้องตาเธอมองเห็นความไม่เชื่อใจเขาเต็มเปี่ยม เขาทำเสียงบางอย่างในลำคอ

“ฮึ...นี่อย่าคิดว่าฉันจะชั่วได้เท่ามันนะ” คำขอบคุณที่มาพร้อมกับดวงตาไหวระริก ทำให้ชายหนุ่มบ่นและเบือนหน้าหนีจัดการเก็บปืนของตนเข้าที่

“ปละ...เปล่านะคะ ญาญ่าขอบคุณคุณจริงๆ ค่ะ”

“แล้วรถเป็นอะไร ทำไมควันโขมงแบบนั้น”

“ไม่ทราบค่ะ ขับมาอยู่ดีๆ มันก็เป็นแบบนี้ ฉันจะโทรหาเพื่อนให้ช่วยมาดูมือถือก็แบตหมดซะได้”

ร่างสูงถลกแขนเสื้อจับโน่นดูนี่เหมือนคนรู้จักเครื่องยนต์เป็นอย่างดี ก่อนเขาจะเข้าไปชะโงกหน้าดูปริมาณความร้อนที่หน้าปัด

“โอ๊ย...นี่เธอขับรถภาษาอะไร ถึงปล่อยให้หม้อน้ำแห้งแบบนี้ ความร้อนมันก็ขึ้นน่ะสิ”

“อะไรนะคะ หม้อน้ำแห้ง?”

“ใช่สิ ผู้หญิงก็แบบนี้ สักแต่ว่าขับเป็นอย่างเดียว ดูอะไรไม่เป็นสักอย่าง”

ญารินดาหน้างอเมื่อถูกต่อว่า เธอผิดที่ไม่ได้ดูเพราะทุกวันต้องรีบออกไปทำงานแบบไม่เป็นเวล่ำเวลา บางวันก็มีรถมารับ ไม่คิดว่าถ้าทำให้หม้อน้ำแห้งจะเป็นแบบนี้ มีแต่มุกรตีที่จะคอยเตือนให้เธอเอารถไปตรวจเช็กเสมอ ถ้างานยุ่งๆ พวกเธอทั้งคู่ก็หลงลืมกันได้นี่นา

“จะแก้ไขยังไงได้คะ”

เธอไม่ต่อล้อต่อเถียงกับเขา เพราะตอนนี้เขาคือที่พึ่งเพียงคนเดียวของเธอ และหวังว่าจะไว้ใจได้

“ร้อนขนาดนี้ฝาสูบคงโก่งไปแล้ว ต้องลากลูกเดียว ลากเข้าอู่ ให้ช่างซ่อม หรือไม่ก็โทรเรียกให้อู่มาลากไป”

หญิงสาวหน้าเสีย มองซ้ายมองขวาหาตู้โทรศัพท์ แต่เธอจะโทรไปหาช่างที่ไหนล่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น