มณีน้ำเพชร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 เดินหมากแห่งความแค้น # 2

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 เดินหมากแห่งความแค้น # 2

คำค้น : แม็คควีน , ญาญ่า , แก้แค้น , ป่าเถื่อน , ข่มขืน

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2560 21:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 เดินหมากแห่งความแค้น # 2
แบบอักษร

     “งานนี้ใหญ่ตรงที่เจ้าของงานค่ะ น้องญาญ่าอาจยังไม่รู้จัก แม็คควีน เบอร์นัลโด้ มาเวลล์ นักแต่งเพลงชื่อก้องโลก ผู้ที่กุมบังเหียนของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของอเมริกา ที่จริงพ่อหนุ่มสุดหล่อเนื้อหอมนี่เป็นคนอังกฤษค่ะ แต่จะเรียกว่าอังกฤษเสียทีเดียวก็ไม่ถูก เพราะเขาถือ 3 สัญชาติ อังกฤษ อเมริกัน และพี่ไทยของเรา ที่สำคัญเขารวยเข้าขั้นอภิมหาเศรษฐีติดอันดับ 7 ของโลก เพราะไหนจะสมบัติเก่าของพ่อ นั่นก็รวยจนไม่รู้เท่าไหร่แล้ว แถมยังเพราะพรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ทำให้เขาดังฟู่ฟ่า อืม...เรียกว่าแต่งเพลงให้ใครร้อง นักร้องคนนั้นก็ดังเป็นพลุแตก แล้วทีนี้รายได้มหาศาลจะไหลไปไหนล่ะคะจริงมั้ย”

     “โอ้โห...คนอะไรจะเก่งขนาดนั้นกันคะ แต่ถ้าจริงอย่างที่พี่มุกบอก แสดงว่าเขาเข้าขั้นเป็นอัจฉริยะเลยนะ”

     “ใช่สิคะ เขาเป็นอัจฉริยะทางด้านดนตรีตั้งแต่ยังละอ่อนโน่น ถ้าเขาแต่งเพลงให้น้องญาญ่าร้องสักเพลงหนึ่งก็ดีนะคะ พี่มุกว่างานนี้น้องญาญ่าของพี่มุกได้โกอินเตอร์แน่นอน”

     นักร้องสาวไม่ได้คิดวางแผนเหมือนผู้จัดการสาว เธอหัวเราะอย่างเห็นว่าคงไม่เกี่ยวกับเธอ มุกรตีก็พูดไปอย่างนั้นด้วยความเป็นคนช่างพูดอยู่แล้ว ก็แหม...อัจฉริยะอย่างผู้ชายคนนั้น เขาจะแต่งเพลงให้เธอร้องได้ไง ในเมื่อเขาคงจะแต่งเพลงให้ระดับนักร้องชื่อก้องโลกมากกว่า อย่างเธอเรียกว่าเป็นนักร้องหน้าใหม่ที่กำลังหัดเดินเตาะแตะ แต่เพราะมีกำลังใจมากมายจึงยืนอยู่ได้อย่างมั่นคง

     “นายครับ เรื่องที่นายให้ทำ ผมจัดการเรียบร้อยแล้วนะครับ”

     “ดีมาก งานนี้แกได้ความดีความชอบไปเต็มๆ เลยสจ๊วต ฉันอนุญาตให้พักร้อนได้หนึ่งเดือน พร้อมเงินสดให้แกไปเที่ยวรอบโลกได้สบายๆ จะพาสาวที่ไหนไปก็ตามใจแก หรือจะไปหาเอาข้างหน้าก็เรื่องของแก”

     “โอ้...ขอบคุณนายมากครับ ดูท่านายจะดีใจมากสิครับ”

     หนุ่มร่างสูงผมสีน้ำตาลอ่อนยืนกุมมือตรงหน้าขา เขามองหน้าผู้เป็นนายยิ้มๆ ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขราวกับคนสมหวังในความรัก แต่สจ๊วต บิลลี่ รู้ดีว่าไม่ใช่ เจ้านายหนุ่มโคตรรวยของเขาไม่เคยมีความรัก แถมเป็นคนเย็นชาหรือจะเรียกว่าเลือดเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งบนขั้วโลกเหนือก็ว่าได้

“ใครบ้างจะไม่ดีใจ ที่ได้เอาคืนคนสมใจมั่งล่ะ”

“แต่ว่าเธอคนนั้น...คง...หมดสิ้นอนาคตไปในพริบตา”

“ทำไม แกสงสารหล่อนงั้นเรอะ”

แม็คควีนตวัดตาคมดุใส่คนสนิทซึ่งเป็นเหมือนเลขานุการของตนอย่างไม่พอใจ เขาไม่ชอบให้ใครมีข้อแม้กับเขาทั้งนั้น ไม่ว่าใครก็ตาม ถ้าเขาพูดคำไหนแล้วต้องเป็นคำนั้นอย่างไม่มีเงื่อนไข

“เธอ...ยังเด็ก ผมเสียดายพรสวรรค์ของเธอ”

“แกคิดว่าฉันโง่จนมองไม่เห็นข้อนั้นเหรอ สจ๊วตฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรโง่ๆ แบบนั้น แกก็รู้นี่นาว่าฉันจะไม่ทำอะไรผลุนผันหากไม่คิดให้รอบคอบเสียก่อน”

“หมายความว่า...เจ้านายมีแผน”

“แกยังไม่จำเป็นต้องรู้ คนใจอ่อนอย่างแกไม่ควรจะเข้ามาขวางฉัน ฉะนั้นแกไม่รู้เสียเลยจะดีกว่า”

โธ่...แค่นี้คนอย่างสจ๊วตก็รู้มากพอแล้ว มากจนคิดว่าต้องมีเรื่องร้ายกว่านี้เกิดขึ้นอีก ความแค้นตั้งแต่ครั้งใดเขาไม่อาจรู้ได้ รู้แต่ว่าบัดนี้สาวน้อยผู้นั้นเปรียบเหมือนลูกไก่ในกำมืออสูรจะบีบก็ตายแต่จะคลายก็ตาย ลมหายใจของเธอบางเบาลงทีละนิดตั้งแต่สบตากับอสูรร้ายผู้เย็นชาอย่างแม็คควีน เบอร์นัลโด้ มาเวลล์ แล้ว

“เจ้านายครับ”

อีริค ชามัวร์ เรียกคนเป็นเจ้านายก่อนกดรีโมตเปลี่ยนช่องทีวีให้เป็นภาพคอนเสิร์ตของซูเปอร์สตาร์สาวน้อยแสนสวย

ดวงตาคมสีน้ำตาลอ่อนฉายประกายเจิดจ้าแม้ในยามที่หรี่ตาลงมองภาพในทีวีจอยักษ์ ร่างบางระหงสวยสดยืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเวทีท่ามกลางผู้ชมจำนวนมากต่างโบกไม้โบกมือ และไฟกะพริบวิ่งเป็นตัวหนังสือเขียนไว้ว่า “รักญาญ่าที่สุด” เธอเหมาะกับสิ่งนี้ คู่ควรกับเสียงกรีดร้องอย่างชื่นชมของผู้คนนับหมื่น ซูเปอร์สตาร์สาวสวยทั้งน้ำเสียงและรูปร่างหน้าตา สวยจนคนมองต้องข่มใจระงับความใจอ่อนที่ตีขึ้นเป็นระลอกอย่างเนิบช้า ความแค้นฝังรากลึกมายาวนานรอวันที่จะเอาคืนให้สาสม

เขาจะทำให้เธอเจ็บปวดมากกว่าที่เขาเจ็บหลายร้อยเท่า

“ญาญ่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน ฉันยังจำเธอได้ไม่มีวันลืม แม่ระฆังแก้วเตรียมตัวรับการลงทัณฑ์จากฉันได้แล้ว”

วันนี้เป็นวันพักผ่อนของญารินดา หญิงสาวจึงคิดจะพามารดาไปวัด

“แม่จ๋า วันนี้ญาว่าง ญาอยากจะทำบุญไหว้พระ แม่พาญาไปวัดหน่อยนะจ๊ะ”

“ญาน่าจะบอกแม่ตั้งแต่เมื่อวาน แม่จะได้เตรียมกับข้าวไปใส่บาตร”

“ญาว่าจะไปถวายสังฆทานให้เจ้ากรรมนายเวรค่ะ พักนี้ญามีความรู้สึกแปลกๆ เลยอยากทำสังฆทานสักหน่อยค่ะแม่”

“งั้นเหรอลูก ได้สิเดี๋ยวเราต้องไปซื้อเครื่องสังฆทานกันก่อนนะ”

นางสมศรีลุกขึ้น พลันก็รู้สึกเจ็บหน้าอกจนต้องทรุดลงไปใหม่

“แม่เป็นอะไรไปคะ” เธอถามอย่างเป็นห่วง

“ไม่ลูก แม่ไม่ได้เป็นอะไร ไปเถอะเรารีบไปกันก่อนแดดจะร้อนกว่านี้”

ญารินดามองตามมารดาที่เดินนำไปยังรถ คนเป็นลูกจึงหมดคำถามแล้วเดินตามไป

หลังจากถวายสังฆทานเสร็จ ญารินดาจึงตัดสินใจพานางสมศรีไปโรงพยาบาล เพราะเป็นห่วงเป็นใยและเห็นสีหน้าซีดเซียวลงของแม่ ทำให้เธอไม่อาจทนอยู่เฉยได้

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น