มณีน้ำเพชร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ # 3

คำค้น : แม็คควีน , ญาญ่า , แก้แค้น , ป่าเถื่อน , ข่มขืน

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2560 21:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ # 3
แบบอักษร

     “อุ๊ย!”

     มาคัสเห็นดังนั้นก็กระโดดลงจากเวทีเข้าไปฉุดร่างเล็กให้ลุกขึ้นก่อนที่เด็กน้อยจะถูกเหยียบ เป็นจังหวะเดียวกับที่หมวกของเขาร่วงลงจากศีรษะ เผยให้เห็นผมเส้นเล็กสีบลอนด์ล้อมกรอบใบหน้าขาวเข้มประดับด้วยดวงตาสีฟ้าใส เขาดึงร่างน้อยขึ้นไปบนเวทีก่อนที่แฟนคลับจะแห่กันเข้ามารุมทึ้ง แม้จะมีการ์ดคอยกันแต่ก็คงสู้แรงคนมากมายไม่ไหว

     “อะไรกันนะเนี่ย ทำกรี๊ดกร๊าดกันเหมือนชะนีบ่าค่าง หรือไม่ก็แร้งกาคอยรุมทึ้งเหยื่อ น่าสมเพช”

     เสียงสบถเบาๆ แต่คนในอ้อมแขนนั้นได้ยินชัดเต็มสองหู ญารินดาหันหลังไปมองคนที่กอดเธอแน่นจากด้านหลัง แล้วพลันร่างกายก็ชาวาบเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต ดวงตากลมเบิกโพลงอย่างหวาดกลัวสุดขีด

     “กรี๊ดๆๆๆ”

     มาคัสถึงกับผงะเมื่อเด็กสาวกรีดร้องเสียงลั่น เธอหลับหูหลับตากรี๊ดเสียงใสดังกลบเสียงจากแฟนคลับจนผู้คนนับหลายร้อยคนถึงกับเงียบเสียงและหยุดความเคลื่อนไหวราวกับถูกสาป

     “เฮ้ๆ นี่สาวน้อยเธอหยุดร้องได้แล้วน่ะ”

     ชายหนุ่มเอื้อมมือมาจะจับต้นแขนเล็กเพื่อปลอบโยน เขาคิดว่าเธอคงขวัญเสียกับคนมากมายที่กรูกันเข้ามาเหมือนแร้งทึ้ง แต่ที่จริงแล้วสิ่งที่ทำให้ญารินดาหวาดกลัวจนแทบช็อกก็เพราะคนตรงหน้าต่างหาก

พอมือใหญ่สัมผัสต้นแขนเล็ก เด็กสาวก็สะบัดฉับแล้วโดยที่มาคัสไม่ทันตั้งตัว ถุงไข่ในมือน้อยก็กระทบกับใบหน้าจนเจ็บ แต่นั่นยังไม่เท่ากับไข่ไก่ที่แตกเลอะหน้าและเสื้อผ้าราคาแพงของเขา ร่างสูงถึงกับอึ้งทำอะไรไม่ถูกอยู่ชั่วขณะเช่นเดียวกับทุกคนที่ต่างมองมายังเขาเป็นตาเดียว

ญารินดายังคงกรีดร้องเสียงดังราวกับคนบ้า ร่างเล็กซุกหน้าลงบนพื้นเวทีเนื้อตัวสั่นระริกอย่างหวาดกลัวสุดขีด เสียงของเธอดังเข้าไปถึงในครัวและนางสมศรีก็จำได้ดีจึงวิ่งออกมาดู เธอกอดร่างลูกสาวแน่นไม่สนใจว่าใครจะมองมายังไง พวกเธอเป็นเพียงคนจนที่เกิดในสลัมจึงไม่อินังขังขอบหรืออับอายกับสายตานับร้อย แต่...

มาคัสตัวสั่นเทิ้มจนฟันกระทบกันดังกึก ความอับอายวิ่งวนอยู่รอบตัวก่อนพุ่งใส่ร่างจนกระอัก อัจฉริยะทางด้านดนตรีลุกขึ้นยืนเขาอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ ดูแววตาของพวกนั้นสิ เหมือนกับขบขันในตัวเขาเสียเต็มประดา ทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรให้ใครเลยแม้กระทั่งเด็กคนนั้น เขาก็เป็นฝ่ายช่วยเธอแต่กลับได้รับสิ่งตอบแทนมาแบบชนิดที่เรียกว่า แทบแทรกแผ่นดินหนี

แสงแฟลชจากกล้องในมือนักข่าวต่างกดภาพของเขาในสภาพที่น่าเกลียด และแน่นอนว่าคงต้องเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งบนหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในวันรุ่งขึ้น ร่างสูงวิ่งฝ่าผู้คนออกไปจากโรงแรมอย่างไม่อาจทานทนกับสภาพน่าสมเพชของตนไปมากกว่านี้ รวมทั้งป้าเฮเลนก็วิ่งตามหลานชายไปด้วยความคิดไม่ถึงว่าหลานชายจะมีสภาพเช่นนี้

จบกัน...อัจฉริยะทางด้านดนตรี อนาคตคงดับวูบ ข่าวคงประเคนไปต่างๆ นานา ดีไม่ดีอาจลงว่ามาคัสทำมิดีมิร้ายกับเด็กน้อยจนถึงขั้นเสียสติ ในช่วงที่กำลังชุลมุนอยู่นั้นก็เป็นได้

“มาคัส หลานจะไปไหน”

ป้าเฮเลนถามเมื่อตามหลานชายขึ้นรถได้ทัน ชายหนุ่มขับรถด้วยความเร็วสูงจนผู้เป็นป้าต้องจับพนักพิงแน่น

“ป้าไม่เห็นหรือไง ชื่อเสียงของผมป่นปี้หมดแล้ว จะให้ผมยืนให้นักข่าวเก็บภาพน่าเกลียดนี่ไปขายหรือไง ผมไม่อยู่มันแล้วที่นี่” มาคัสสบถ ดวงหน้าคมแดงก่ำด้วยความโกรธ

“แล้วหลานจะไปอยู่ไหน หรือว่า...”

“ใช่แล้ว ผมจะไปอเมริกา ผมจะกลับไปอยู่บ้านเกิด”

“แต่ป้าคิดว่าตอนนี้หลานกำลังโด่งดังที่เมืองไทยมากนะ”

“ป้าก็ดีแต่พูด ไม่เห็นรึไงว่าตอนนี้สภาพผมเป็นยังไงบ้าง ผมคงทนอยู่ให้คนหัวเราะเยาะไม่ได้อีกต่อไป ผมจะไปอเมริกา ผมตัดสินใจแล้ว อย่ามาห้ามผมเสียให้ยาก”

ป้าเฮเลนเองเข้าใจสถานะของหลานชายดี ถ้าเป็นเธอก็คงไม่มีหน้าจะอยู่ที่เมืองไทยอีก ยิ่งดังมากเท่าไหร่พวกนักข่าวก็ยิ่งสนุกที่จะเอาข่าวไปลงเรียกยอดขายถล่มทลาย แต่ไม่สนใจกับคนที่ชื่อเสียงป่นปี้

เฮ้อ...เกิดอะไรขึ้นหนอ เด็กคนนั้นเป็นอะไรถึงได้ทำอย่างนี้กับหลานชายผู้โด่งดังของเธอ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}