มณีน้ำเพชร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ # 1

คำค้น : แม็คควีน , ญาญ่า , แก้แค้น , ป่าเถื่อน , ข่มขืน

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2560 21:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ # 1
แบบอักษร

บทนำ

     เด็กหญิงตัวน้อยวิ่งหนีสุดชีวิต วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่ขาของเธอจะทำได้ แต่ดูเหมือนยิ่งวิ่งอสูรตัวใหญ่ยักษ์ มีดวงตาสีฟ้า และมีผมสีบลอนด์ ตัดกับสีผิวดำมะเมือกเป็นมันเงา ร่างใหญ่ก้าวเพียงก้าวเดียวแต่เธอต้องก้าวถึงสาม เสียงคำรามฮึมฮัมดังไล่หลังขับให้ขวัญที่เหลือเพียงน้อยนิดติดปีกบินไปไกล ร่างเล็กวิ่งสุดชีวิตเหงื่อกาฬแตกพลั่กๆ หายใจหอบระรัว ร่างกายเธอเริ่มอ่อนล้าลงเรื่อยๆ ความเหนื่อยอ่อนเริ่มเกาะกุมหัวใจ

     “โฮก...”เสียงคำรามก้องปลุกปั่นสั่นประสาทให้เด็กน้อยต้องกรีดร้องเสียงลั่น

     “กรี๊ดๆ”

     เด็กหญิงญารินดา อวัสดางค์ ดีดตัวขึ้นจากฝันร้าย ร่างเล็กชื้นไปด้วยเหงื่อตาเบิกโพลงหอบหายใจแฮ่กๆ ฝันร้ายอีกแล้วหรือนี่ ทำไมเธอถึงต้องฝันร้ายแบบนี้แทบทุกคืน มันน่ากลัวน่าหวาดผวาแค่ไหนไม่อาจอธิบายให้ใครเข้าใจได้ แม้แต่มารดา

     “ฝันร้ายอีกแล้วหรือญา”

     นางสมศรีเปิดประตูห้องนอนของลูกน้อย กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาร่างเล็กที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่บนเตียงขนาด 3 ฟุต

     “แม่จ๋า ช่วยญาด้วย ช่วยด้วย”

     เด็กหญิงร้องไห้ผวาเข้ากอดคนเป็นแม่ตัวสั่นเทิ้ม มันน่ากลัวมากจนบางครั้งเธอไม่อยากหลับตาเลย แต่ความง่วงงุนก็ทำให้เธอต้องปรือตาก่อนจะหลับสนิท แล้วจากนั้นฝันร้ายก็เดินหน้าต่อไปในห้วงนิทราของเด็กหญิง

     “แม่จะพาญาไปหาหมอพรุ่งนี้นะลูก บางทีหมออาจช่วยหนูได้”

     วันรุ่งขึ้นนางสมศรีก็จูงมือเล็กของลูกสาวมาหยุดยืนอยู่หน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ดวงตาของแม่ก้มลงมองลูกน้อยแล้วสบตาโศกของลูกที่มองขึ้นมาเหมือนจะถาม

     “ไปลูก ไปหาคุณหมอกัน”

     นางสมศรีจูงมือน้อยเข้าไปติดต่อที่เคาน์เตอร์พยาบาล แจ้งรายละเอียดเพื่อทำประวัติและอาการของลูกน้อยให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเวชระเบียนทราบ เจ้าหน้าที่สาวมองเด็กหญิงด้วยแววตาเอื้ออาทร ไม่คิดว่าเด็กตัวน้อยจะต้องมารักษาอาการทางจิตแบบนี้ แต่เห็นแววตาโศกเศร้าของเธอแล้ว หัวใจของคนมองก็พลันนึกสงสารและอยากเป็นหมอรักษาเธอเสียเอง

     “เดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นไปชั้นสองนะคะ แผนกจิตเวช”

     คุณหมอหนุ่มสวมแว่นตากรอบดำท่าทางใจดีส่งยิ้มให้เด็กน้อยซึ่งยกมือไหว้อย่างน่ารัก นางสมศรีทรุดลงนั่งข้างๆ ลูกแล้วเริ่มเล่าอาการของลูกให้หมอหนุ่มได้ฟัง

     “ลูกสาวดิฉันมักจะฝันร้ายแทบทุกคืน เป็นอย่างนี้มาเกือบปีแล้วค่ะ”

     “ก่อนหน้านั้นเกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้นบ้างหรือเปล่าครับ”

     “เอ่อ...เรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนอายุ 7 ขวบ ตอนนี้ก็ 12 ขวบแล้ว ดิฉันไม่คิดว่าจะเกี่ยวกัน”

     “เล่าให้หมอฟังได้ไหมครับ”

     นางสมศรีมองหน้าลูกสองจิตสองใจ เธอไม่อยากเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง แต่ถ้าหมอรู้แล้วจะช่วยรักษาญารินดาได้ เธอก็คงต้องเล่าให้ฟัง

     “ญา แม่ขอคุยกับหมอแป๊บนึงได้ไหมลูก ญาออกไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะเรียกอีกที”

     เด็กน้อยพยักหน้าแล้วเดินออกไปอย่างไม่มีเงื่อนไข

     ญารินดาเป็นเด็กว่านอนสอนง่ายแบบนี้มานานแล้ว สั่งให้ทำอะไรก็ทำตามหมดไม่เคยปริปากบ่นเลยสักนิด แถมยังเป็นเด็กเรียนดีแม้จะมีเพื่อนคบหาสมาคมกับเธอน้อย เพราะนับแต่ลูกสาวฝันร้ายเด็กหญิงก็มักจะปลีกตัวอยู่คนเดียวเงียบๆ บางครั้งคนเป็นแม่ต้องเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วงมากๆ

     เมื่อลับร่างน้อย นางสมศรีเริ่มเล่าเหตุการณ์ในอดีตให้ฟัง

     “ตอนนั้นญารินดาอายุ 7 ขวบค่ะ บ้านของดิฉันจะเรียกว่าเป็นสลัมก็ได้ เราอยู่กันอย่างแออัด มีผู้คนมากมายหลากหลายประเภท ทั้งดีและเลวปะปนกันหมด วันที่เกิดเรื่องดิฉันกำลังเข็นรถเข็นขายกล้วยทอดกลับบ้านพอดี ได้ยินเสียงร้องของลูกก็เปิดประตูเข้าไป มีฝรั่งคนหนึ่งไม่รู้ว่าสัญชาติอะไร กำลังจะข่มขืนลูกสาวของดิฉัน ช่วงนั้นกำลังโพล้เพล้พอดีค่ะ ดิฉันจึงฟาดมันเสียสลบแล้วพาลูกหนีออกมาจากที่นั่น เรื่องนี้เกิดมานานจนดิฉันคิดว่าลูกคงลืมได้แล้ว เด็กวัยนั้นพอเจอเพื่อนหน่อยก็ลืมเรื่องเก่า จนกระทั่งเกือบปีที่ผ่านมา ญารินดาก็เริ่มฝันร้าย”

     “ฝันถึงผู้ชายคนนั้นเหรอครับ”

     “ญาบอกว่าเป็นอสูรตัวใหญ่มาก ผิวสีดำ ตาสีฟ้า ผมสีบลอนด์ ดิฉันคิดว่าเค้าคงดูหนังการ์ตูนมากไปแล้วเก็บเอาไปฝัน ไม่คิดว่าจะเพราะเรื่องในอดีต ก่อนหน้าที่จะฝันลูกดิฉันก็เป็นเด็กธรรมดาเหมือนเด็กทั่วไป ไม่มีวี่แววว่าจะเก็บเรื่องนั้นมาใส่ใจเลยสักนิด”

     “ขอโทษนะครับ ถ้าหมอจะถามว่าน้องญารินดาถูกทารุณกรรมทางเพศหรือยัง”

     นางสมศรีส่ายหน้า จดจำได้เป็นอย่างดีว่าลูกสาวยังสวมกางเกงอยู่เรียบร้อย มีแต่เสื้อที่หายไปจากเนื้อตัว

     “ยังค่ะ ดิฉันแน่ใจว่ายัง แต่ไม่ได้พาไปตรวจหรอกนะคะ เพราะอายหมอค่ะ ไม่อยากให้ลูกต้องรื้อฟื้นเรื่องนั้นด้วย ที่สำคัญท่าทางของญาก็ไม่บอกว่าเธอถูกคนชั่วนั่นข่มขืน”

     คุณหมอถอนใจก่อนยิ้มบนใบหน้าเป็นกำลังใจให้คนเป็นแม่ เรื่องแบบนี้มันพูดยาก แต่ตอนนี้คงต้องรักษาสภาพจิตใจของเด็กน้อยเสียก่อน ไม่ว่าฝันร้ายนั้นจะเกิดเพราะอะไรก็ตาม หมอหนุ่มคิดว่าสาเหตุก็มาจากเรื่องเลวร้ายที่เด็กน้อยประสบพบเจออย่างน่าเวทนา

     หลังจากนั้น ญารินดาก็ได้รับการบำบัดทางจิตด้วยยาและศิลปะการวาดภาพ หมอสังเกตว่าภาพวาดของเด็กน้อยก็เป็นภาพธรรมดาๆ มีบ้าน มีต้นไม้ มีนก มีก้อนเมฆ ภาพนั้นไม่บอกสภาพทางจิตใจของเธอเลย จากการพูดคุยกับเด็กหญิงก็ดูเป็นปกติ เพียงแต่นัยน์ตาโศกเศร้าคู่นั้นที่ดูจะระแวดระวังกว่าปกติ

     “หนู...โตขึ้นอยากเป็นอะไรครับ”

     หมอหนุ่มถามเสียงนุ่ม ใบหน้าขาวใสของหมอมีรอยยิ้มหวานมอบให้เด็กสาวทุกครั้ง

     “ญาอยากเป็นนักร้องค่ะ แต่แม่บอกว่าควรจะเรียนหนังสือให้จบก่อน”

     “ถ้างั้น หมอจะให้หนูหัดร้องเพลง ดีมั้ยเอ่ย”

     เด็กหญิงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที ดูเผินๆ ก็เป็นเด็กธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น ไม่มีอะไรผิดแผกจากเด็กคนอื่น

     “ได้เหรอคะ ญายังเรียนไม่จบเลย”

     “ได้สิ ถ้าร้องเพลงเพราะ หมอจะส่งหนูเข้าประกวดร้องเพลงเลย ดีมั้ย”

     “โห...ประกวดร้องเพลงเลยเหรอคะ” เด็กสาวทำตาโตปากจู๋ได้อย่างน่ารัก “แต่...แม่จะให้ประกวดหรือคะ แม่อยากให้ญาเรียนให้จบมากกว่า แม่บอกว่าอีกแค่ 3 ปี ญาก็จะจบ ม.3 แล้ว”

     “ไม่เป็นไรเดี๋ยวหมอจะคุยกับแม่หนูให้”

     เด็กหญิงญารินดามองหมอหนุ่มอย่างดีใจ และหวังว่าคำขอของหมอหนุ่มจะทำให้แม่ของเธออนุญาต บางทีได้ทำอะไรที่ตนชอบอาจทำให้เธอลืมความฝันอันน่ากลัวนั้นก็เป็นไปได้

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}