หอหมื่นอักษร

หลังงานรวมญาติประจำตระกูล สกุลลู่เกิดคลื่นใต้น้ำพัดโหม ก่อให้เกิดกระแสร้อนแรงเฉียบพลันไปทั้งตี้ตู เกรงว่าในเวลานี้...สกุลลู่จะถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้ว...

ตอนที่ 7 ซาลาเปาลูกใหญ่ ต้องการตอบแทนด้วยร่างกาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ซาลาเปาลูกใหญ่ ต้องการตอบแทนด้วยร่างกาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.8k

ความคิดเห็น : 36

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2560 14:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ซาลาเปาลูกใหญ่ ต้องการตอบแทนด้วยร่างกาย
แบบอักษร

ลู่ถิงเซียวมองหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้อย่างสำรวจ คล้ายกับจะพิเคราะห์ดูว่า สีหน้าตกใจแบบคาดไม่ถึงของซีหนิงเมื่อครู่นั้น เป็นจริงหรือแค่เสแสร้ง  

เพียงไม่นานหลังจากนั้น เขาก็ดูจะเชื่อในที่สุด ว่าเธอไม่เคยรู้สถานะของเสียวเป่ามาก่อน แล้วเขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ต้องการอะไร”

“เอ่อ ต้องการอะไร คืออะไรคะ?” หนิงซีไม่เข้าใจคำพูดสี่พยางค์แบบไม่มีที่มาที่ไปของเขา ว่าหมายถึงอะไร

“พี่ชายฉันหมายถึงขอบคุณเธอที่ช่วยเสียวเป่าเอาไว้ เขาให้เธอบอกความต้องการว่าอยากได้อะไรตอบแทน”

ลู่จิงหลี่ทำหน้าราวกับว่าเธอกำลังจะมีโชคใหญ่ยังไงยังงั้น

หนิงซีฟังจบ สมองก็ทำงานอย่างรวดเร็ว ตอบกลับไปอย่างระมัดระวัง

“อันที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องขอบคุณฉันหรอก ฉันช่วยเสียวเป่าไว้ก็จริง แต่เขาก็ได้ช่วยฉันไว้เหมือนกัน ถ้าหากไม่ได้เสียวเป่าออกไปเรียกคนมาช่วยล่ะก็ ตอนนี้ฉันก็คงจะยังถูกขังไว้ข้างในนั้น ถือเสียว่าต่างตอบแทนซึ่งกันและกันเถอะค่ะ”

แม้ว่าคราวนี้เธอจะโชคดีที่ช่วยเจ้าชายน้อยไว้ แต่ก็ไม่กล้าเรียกร้องสิ่งใด ยิ่งเป็นคนรวยเท่าไหร่ก็ยิ่งอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านสกุลลู่ผู้ร่ำรวยล้นฟ้า แค่ไม่สงสัยว่าเธอตั้งใจวางแผนจัดฉากก็นับว่าบุญแล้ว ไม่เห็นสายตาพิฆาตของลู่ถิงเซียวเมื่อครู่หรืออย่างไร

เพื่อตัดไฟเสียแต่ต้นลม รีบอยู่ให้ห่างๆ พวกเขาไว้จะดีกว่า

หนิงซีคิดว่าตอบแบบนี้ออกไปไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ลู่ถิงเซียวกลับแสดงใบหน้าที่ไม่บ่งบอกถึงความลังเล  จ้องมองจนเธอรู้สึกหวาดกลัว

นี่เธอพูดอะไรผิดไปรึเปล่า? ทำหน้าตาน่ากลัวแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?

“พี่ใหญ่ อย่าทำให้คนอื่นกลัวแบบนี้สิ คนที่รู้เขาก็เข้าใจว่าพี่อยากตอบแทนบุญคุณ แต่คนไม่รู้เขาก็คิดว่าพี่กำลังจะแก้แค้นนะ!”

ลู่จิงหลี่ทนเห็นคนสวยโดนขู่จนตกใจกลัวไม่ไหว อดไม่ได้จึงต้องเปิดปากเจรจา จากนั้นก็หันไปบอกกับ

หนิงซีว่า “พี่ชายของฉัน เขาไม่ชอบติดค้างหนี้บุญคุณใคร ยังไงเธอก็ขออะไรเขาไปสักอย่างเถอะ! ไม่ต้องเกรงใจ!”

มีการบังคับให้คนอื่นบอกข้อเรียกร้องอีกด้วย?

หนิงซีเม้มปากเล็กน้อย “ไม่ได้เกรงใจค่ะ แต่ไม่จำเป็นจริงๆ ฉันพูดความจริงทุกอย่าง ถ้าไม่เชื่อคุณสามารถตรวจสอบ...”

“ไม่จำเป็น” ลู่ถิงเซียวพูดตัดบท ใบหน้าแสดงออกว่าหมดความอดทน

ลู่จิงหลี่เอ่ยขึ้นว่า “ในผับมีกล้องวงจรปิด ฉันไปดูมาแล้ว เสียวเป่าของเราวิ่งเข้าไปเอง ส่วนเธอ ผู้จัดการร้านก็ยอมรับแล้วว่าเป็นคนขังเธอไว้ข้างใน ดังนั้นไม่ต้องเป็นกังวล พวกเราไม่มีใครสงสัยเธอเลย เธอได้ช่วยเสียวเป่าเอาไว้จริงๆ เพราะฉะนั้นอยากได้อะไรก็บอกมาเถอะ!”

เอาอีกแล้ว กลับมาเรื่องนี้อีกแล้ว!

สุดท้ายหนิงซีก็จนปัญญา อยู่ต่อหน้าลู่ถิงเซียวที่ส่งสายตาบีบคั้นมาแบบนี้ เธอได้แต่กล่าวออกไปอย่างหวาดๆ ว่า

“ถ้าอย่างนั้น... พวกคุณก็จ่ายเงินให้ฉันดีไหม?”

พวกคนรวยไม่ได้ชอบใช้วิธีง่ายๆ อย่างการให้เงิน เพื่อตอบแทนคนอื่นหรอกหรือ?

ด้วยลักษณะนิสัยอย่างลู่ถิงเซียว ก็น่าจะชอบใช้เงินแก้ปัญหาอยู่หรอก!

หากว่าเธอไม่เอาเงิน อาจเข้าใจผิดคิดว่าเธอมีแผนการอื่น ไม่ต้องการเงิน หากแต่ต้องการคน?

ขณะที่หนิงซีกำลังมั่นใจว่านี่เป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุด ใบหน้าของลู่ถิงเซียวก็ดูน่าเกลียดมากขึ้นเรื่อยๆ

หนิงซีเกือบจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ กลัวพิกุลจะร่วงออกจากปากหรืออย่างไร มีอะไรค่อยพูดค่อยจากันได้หรือเปล่า พูดแค่ไม่กี่ประโยคมันจะทำให้ตายหรือยังไง?

เครื่องแปลภาษายี่ห้อ ลู่จิงหลี่ เอามือลูบจมูก “พี่ชายฉันรู้สึกว่าการให้เงินถือเป็นการดูถูกกันเกินไป”

หนิงซีร่ำร้องในใจ ‘ไม่เป็นไร มาดูถูกฉันเถอะ!’

สถานะของสกุลลู่พิเศษเกินไป เวลานี้เธอนึกไม่ออกจริงๆ ว่าควรเรียกร้องอะไรถึงจะเหมาะสม ขณะสถานการณ์กำลังชะงักงันอยู่นั่นเอง ลู่ถิงเซียวก็เอ่ยขึ้นมาว่า…

“แต่งงานกับฉัน”

หนิงซีอึ้งไปแวบหนึ่ง หลังจากนั้นก็ไออย่างแรง จนเกือบสำลักน้ำลายตัวเองตาย

“แค่กแค่กแค่ก... คุณพูดว่าอะไรนะ?”

มันไม่ง่ายเลยกว่าจะที่หยุดไอได้ เธอรีบหันไปหาลู่จิงหลี่อย่างร้อนรน

คุณชายรอง ได้โปรดช่วยแปลหน่อยเถอะ!

เวลานี้ ไม่เฉพาะแต่หนิงซี แม้แต่ลู่จิงหลี่ก็ทำหน้าเด๋อด๋า “พี่ใหญ่ นี่พี่หมายความว่ายังไงกันแน่ ครั้งนี้ผมแปลไม่ออกจริงๆ”

ตอนนี้เอง หนิงซีไวเท่าความคิด พูดออกมาเสียงสั่น “อย่าบอกนะว่า เพราะฉันช่วยลูกชายคุณไว้ คุณเลยคิดจะใช้ตัวเองตอบแทนฉัน”

ลู่ถิงเซียวทำท่าคิดอยู่ชั่วครู่ แล้วพยักหน้า “จะว่าแบบนั้นก็ได้”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น