丽月(ลี่เยว่)

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่า ^^

ตอนที่ 5 ข้าไม่มีวันแพ้ ถ้าเจ้าไม่เชื่อก็ลองพนันดู

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 ข้าไม่มีวันแพ้ ถ้าเจ้าไม่เชื่อก็ลองพนันดู

คำค้น : ฮัวหนิงเซียน, เซียนพนัน, นิยายจีนโบราณ, นิยายทุะลุมิติ, ย้อนยุค, เสี่ยวซี

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.8k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2560 16:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 ข้าไม่มีวันแพ้ ถ้าเจ้าไม่เชื่อก็ลองพนันดู
แบบอักษร

“เสี่ยวซี”

ฮัวหนิงเซียนร้องเรียกเด็กสาวอีกคนเสียงดังร่างบอบบางของฮัวหนิงเซียนพยายามวิ่งลัดชายร่างใหญ่ที่ขวางอยู่เพื่อไปหาเด็กสาวอีกคน หากแต่ไม่เป็นผลร่างของเด็กสาวกระเด็นกลับทันทีที่พยายามฝ่าออกไป ร่างของฮัวหนิงเซียนกระแทกกับพื้นทันทีที่ปะทะกับชายสูงใหญ่ตรงหน้า

“คุณหนู...”

เธอรู้ตัวอยู่แล้วว่าเธออ่อนแรงเกินไปความเจ็บระบมตั้งแต่ก้นกบไปจนถึงหลังสะท้านไปทั่ว ชายคนนั้นเหวี่ยงเธอกลับอย่างไม่ปราณีเลยแม้แต่น้อย แต่ความเจ็บทางร่างกายเรียกสติของเธอกลับมาจากความตกใจระคนกลัวได้เป็นอย่างดี

ใบหน้าของเสี่ยวซีเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เด็กสาวใช้ตัวน้อยร้องไห้น้ำตาเปรอะเปื้อนอยู่ในเงื้อมือของชายฉกรรจ์ถึงสองคน นั่นเป็นภาพที่ฮัวหนิงเซียนคาดไม่ถึงว่าจะเกิดขึ้น นัยน์ตาเด็กสาวเบิกกว้างความเกรี้ยวกราดในจิตใจของเธอหมุนวนรุนแรงราวกับพายุลูกใหญ่ที่พัดอยู่กลางทะเลย

...คนพวกนี้เลวเสียยิ่งกว่าเดรัจฉาน....

“...แกต้องการอะไร”

น้ำเสียงของเด็กสาวเย็นเยียบ สายตาของเด็กสาวที่เคยมีแววใสซื่อบริสุทธิ์คล้ายลูกกวางแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวทำเอาผู้ที่กำลังคิดจะออกตัวไปช่วยยั้งตัวไว้ก่อน สีหน้าของฮัวหนิงเซียนสงบนิ่งหากแต่แววตาของเธอกลับคล้ายมีแววอาฆาตแผ่พุ่งออกมาจนยั้งไม่อยู่

เด็กสาวขว้างหน้ากากฮัวหนิงเซียนผู้ใสซื่อทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย เมื่อถึงคราวความเป็นความตายมาเยือนมันก็ไม่จำเป็นจะต้องมาวางท่าให้มากความกันอีก เธอกวาดตามองผู้เล่นและบุรุษร่างสูงใหญ่ที่มายืนคุมเชิงเป็นการหยั่งสถานการณ์จิตใจของเด็กสาวกลับมาเป็นฟ่านหยางสือเซียนพนันของคาสิโนฉวู่เฉินอย่างเต็มตัว

หากคนพวกนี้กล้าแม้กระทั่งทำร้ายเด็กผู้หญิงตัวน้อยต่อหน้าคนมากมายแล้วมันก็คงไม่เหลืออะไรจะต่อรองกันได้อีกในตอนแรกเธอเคยคิดว่าที่นี่คงเป็นลานการละเล่นคลายเครียดของพวกเหล่ากงเหล่าม่า แต่พอเห็นแบบนี้แล้วทุกอย่างก็ชัดเจนที่นี่มันคือบ่อนโสโครกของพวกนักเลงโตเท่านั้นเอง

...แกเล่นกับมารผิดตัวแล้ว...

“เจ้าก็แค่นั่งลง แล้วเล่นต่ออีกสักเกมโดยไม่ตุกติก เท่านั้นเจ้าและเพื่อนเจ้าก็จะได้กลับไปอย่างปลอดภัย”

คำพูดของเถ้าแก่ตงนั้นฟังดูเรียบง่าย หากแต่สายตาที่มองมานั้นไม่ทำให้เธอเชื่อได้เช่นนั้น ชายผู้นั้นไม่รู้ตัวว่าตอนพูดเขาได้แสดงสีหน้าแบบไหนออกมา มุมปากที่ยกขึ้นขณะพูด การกอดอกเอนถอยหลังทุกสิ่งเป็นการแสดงออกว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้ให้น้ำหนักคำพูดตัวเองนัก ในเมื่อเขาไม่ให้ความสำคัญกับคำพูดตัวเองเธอก็ไม่ควรจะให้คำพูดเขามีน้ำหนักกับผู้อื่นอีกต่อไป

“เถ้าแก่ ดูเหมือนท่านกำลังพูดปดอยู่นะ” ฮัวหนิงเซียนแสยะยิ้มดูถูก

“..ข้าพูดจริง” แขนทั้งสองข้างของเขากระชับเข้าหากันแน่นกว่าเดิมอันเป็นสัญญาณของคนที่กำลังปิดบังบางอย่างอยู่

เด็กสาวตัวเล็กที่เหมือนกับเป็นผู้เสียเปรียบก็หัวเราะออกมาทันที เสียงหัวเราะราวกับว่าเธอกำลังดูอุปรากรตลกอยู่นั้นทำเอาตาแก่ตงโมโหจนหน้าแดงก่ำ

“เจ้า! ขำอะไรของเจ้า! เจ้าไม่รู้สถานการณ์ของตัวเองรึไง” ตาเฒ่าตงตวาดดังลั่น

...นั่นสิ หล่อนขำอะไรกัน หรือกลัวจนเสียสติไปแล้ว...

ลู่เฟยกำลังลอบสังเกตการณ์เองก็คิดเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ๆ เด็กสาวที่กำลังอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงจะถูกหักคอแบบนี้ถึงขำออกมาได้

“ถ้าท่านไม่พูดเงื่อนไขที่แท้จริงออกมา ข้าก็คงเจรจากับท่านไม่ได้” ฮัวหนิงเซียนเอ่ยคล้ายไม่มีอะไรต้องกังวล

“ข้าก็พูดไปแล้ว แค่เจ้าหันกลับมาเล่นโดยไม่ตุกติก...”

“ท่านหมายถึงเล่นให้แพ้” ฮัวหนิงเซียนแทรกขึ้นมาทันที “ข้าหาได้เล่นตุกติกไม่ แม้แต่ครั้งเดียวข้าก็มิได้ทำ ข้าจะไปรู้ผลของลิ้นโปก่อนได้อย่างไร แล้วท่านนึกได้อย่างไรว่าข้ารู้นอกเสียจากว่าท่านจะได้กำหนดบางอย่างไว้ก่อน...”

ใบหน้าของเด็กสาวไร้ซึ่งรอยยิ้มร่าเริงที่เคยมีทันที เธอหรี่ตาลงคล้ายรู้บางอย่างก่อนจะหันไปที่ผู้ถือถ้วยโปเพียงแค่ปรายสายตาผ่านเท่านั้นลู่เฟยกลับรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที ลางสังหรณ์ร้องเตือนเขาว่าเรื่องเลวร้ายที่สุดกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจ

“แหวนนั่น แปลกดีที่เจ้าใส่มันถึงสี่นิ้ว” มือเรียวของเด็กสาวชี้ไปที่แหวนของเด็กหนุ่ม “ท่านมักจะให้คนของท่านแต่งกายด้วยเครื่องประดับเต็มมือแบบนี้ตลอดรึเถ้าแก่...” ฮัวหนิงเซียนหันมายกยิ้มให้กับเถ้าแก่ตงรอยยิ้มของเธอนั้นราวกับเป็นการชักธงรบของเธอขึ้นสู่เสากระโดงเรือ

“...เจ้าพูดเรื่องอะไร”

สีหน้าของตาเฒ่าตงบัดนี้ช่างน่าขันยิ่งนัก ใบหน้าของเขาซีดเผือดต่างจากที่เคยแดงก่ำก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัดตาเบิกกว้างอ้าปากค้าง แม้ยามพูดจาก็ยังมีแววความตกใจจนปิดไม่มิด ชายเจ้าของโรงเตี๊ยมเพิ่งจะรู้ถึงสิ่งที่เรียกว่าขนหัวลุกจริงๆ ก็วันนี้เอง ความลับเรื่องแหวนพลังหยินนั่นนอกจากคนในแล้วไม่มีทางที่ใครจะรู้ได้ แล้วทำไมแม่นางน้อยผู้นี้ถึงได้เอ่ยออกมาราวกับรู้ทุกอย่างแบบนั้น

“อ้าว นี่ท่านไม่รู้รึว่าข้ากำลังพูดเรื่องอะไร.. งั้นข้าคงต้องลองถามสหายนักพนันของท่านแล้วล่ะสิ เผื่อจะมีใครพอรู้บ้าง...” สีหน้าของฮัวหนิงเซียนแสดงอาการประหลาดใจได้อย่างเสแสร้งที่สุดเท่าที่คนทั้งโลกจะเคยเห็นมา

ถึงตอนนี้บุรุษที่ลอบสังเกตการณ์อยู่รู้สึกประหลาดใจขึ้นมาอย่างเต็มที่เด็กสาวที่ก่อนหน้านี้ไม่เข้าใจแม้แต่กติกากลับกำลังพูดจาคล้ายจะเฉลยกลโกงของบ่อนการพนันแห่งนี้ หากจะกล่าวว่าหน้ากากของหญิงฉลาดผู้นี้เป็นการแสดงก็คงจะเป็นการกล่าวเท็จจนเกินไป ถ้าเช่นนั้นหน้ากากใสซื่อก่อนหน้านี้สินะที่เป็นของปลอม ดวงตาคมของผู้ลอบสังเกตอยู่หรี่ลงฉายประกายประหลาด

“...เจ้าหมายความว่าอย่างไร” นายชวี่ขึ้นเสียงทันที

ฮัวหนิงเซียนยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากแดงระเรื่อของตัวเองก่อนจะยกยิ้มอย่างมีเลศนัยน์ เธอปรายสายตาไปมองที่เถ้าแก่ตงที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก

“ท่านสุภาพบุรุษกรุณาอดใจรอเพียงครู่ ข้าน้อยเองก็ไม่ได้อยากจะเก็บไว้ในใจคนเดียวสักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากท่านเถ้าแก่จะกรุณาปล่อยสหายข้าเป็นอิสระจากชายสองคนนั้น ข้าก็อาจจะอยากเงียบต่อไปอีกสักหน่อย...” ฮัวหนิงเซียนยื่นเงื่อนไขทันทีและเธอไม่รอให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหาทางหนีทีไล่ได้ทัน “ข้าจะนับถึงสามเท่านั้น...”

เธอรู้ดีว่าถ้าหากเถ้าแก่ตงไม่เลือกตกลงตามเงื่อนไขนี้เธอก็ไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไร ต่อให้เธอบอกข้อมูลนั้นออกไปคนในร้านจะก่อหวอดเรื่องการโกงของเถ้าแก่ แต่ตัวเธอกับเสี่ยวซีก็ยังคงตกอยู่ในอันตรายเช่นเดิม เธอจึงเลือกใช้เวลาแค่นับสามเท่านั้นเพื่อไม่ให้เถ้าแก่มีเวลาพิจารณาถึงสถานการณ์ของเธออย่างถ่องแท้

“หนึ่ง..”

เด็กสาวทรุดตัวลงนั่งในมือโยนถุงเงินตัวเองไปมา ใบหน้าของเถ้าแก่ตงเริ่มซีดเขียวสีหน้าของลู่เฟยนั่นจืดเจื่อนจนน่าขำ ในขณะที่เหล่าบุรุษที่เริ่มเกิดความสงสัยหันไปมองเถ้าแก่ด้วยสายตาแคลงใจ

“สอง...”

ฮัวหนิงเซียนยังคงยกยิ้ม เธอมองเสี่ยวซีเพียงหางตาเพื่อให้แน่ใจว่าสหายเพียงคนเดียวของเธอในภพนี้ยังคงสบายดีอยู่ เธอลงพนันกับการตัดสินใจครั้งนี้ของเถ้าแก่ไว้สูงเลยทีเดียว...

“สะ...”

“ปล่อยตัวเพื่อนนาง!” เถ้าแก่ตงสั่งเสียงเฉียบ ใบหน้าอวบอูมของเขาดูเกรี้ยวกราดจนน่าหวั่นเกรง

“ขอบคุณที่ในที่สุดท่านก็เลือกทางที่ดีกับตัวท่านเองเถ้าแก่” ฮัวหนิงเซียนค้อมหัวรับ

ร่างบางของเธอเซไปทันทีทั้งที่ยังค้อมหัวไม่เสร็จ ร่างของเสี่ยวซีที่วิ่งมาหาเธอนั่นเองเป็นสาเหตุสาวใช้ตัวน้อยใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา มือบางทั้งสองข้างกอดเอวเธอไว้แน่นหนาราวกลับจะไม่มีการปล่อยอีก เสียงสะอื้นไห้ของเสี่ยวซีทำให้แต่ละคำที่เธออยากจะพูดไม่สามารถรวบรวมเป็นประโยคได้สักที

“ไม่เป็นไร.. ไม่เป็นไรแล้วเสี่ยวซี” มือเล็กๆ ของหนิงเซียนพยายามเช็ดหน้าเช็ดตาสาวใช้ตัวน้อยเป็นการปลอบโยน

“คุณหนูข้ากลัว...” เสียงสะอื้นของเสี่ยวซีทำเอาใจเธออ่อนยวบ

ความรู้สึกผิดเกาะกุมจิตใจของฮัวหนิงเซียนทันที เป็นเพราะเธออยากเข้ามาลองเล่นโดยไม่ดูตาม้าตาเรือให้ดีแท้ๆ ถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ลำพังเธอแส่หาเรื่องจนลำบากคนเดียวก็ไม่เท่าไหร่หรอก หากแต่คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรต้องมาโดนหางเลขไปด้วยนี่สิ...

“เจ้า! เถ้าแก่! ตอบมาเดี๋ยวนี้นะ แหวนนั่นมันอะไร มันเกี่ยวอะไรกับการที่ข้าเสียพนัน”

“ใช่ นี่เจ้ารวมหัวกันโกงหรือเถ้าแก่!”

“ถ้ามันไม่มีอะไร ทำไมเจ้าถึงปล่อยเด็กเล่า...”

“มันต้องมีเรื่องอะไรที่เถ้าแก่ปกปิดแน่ๆ”

“นี่มันเรื่องอะไรกัน”

ต่อให้เธอไม่พูดผู้คนเหล่านั้นก็ต้องเริ่มสงสัยตาเฒ่าตงอยู่ดี เธอเล่นหยอดไปให้คิดขนาดนั้น หากจะคิดกันไม่ออกก็ดูจะบ้องตื้นกันไปหน่อย มันก็ขึ้นอยู่กับว่าความเกรี้ยวกราดของคนพวกนี้จะเปิดโอกาสให้เธอได้หาข้อต่อรองกับการยอมเงียบเรื่องกลโกงบนโต๊ะพนันได้อีกเท่าใด เรื่องนี้ก็ต้องวัดใจเถ้าแก่ตงว่ากล้าที่จะเห็นแก่ลูกค้าของตนเท่าไร...

“คุณหนู...” เสี่ยงของเสี่ยวซีสั่นเครือ

“ไม่ต้องกลัว เจ้าวิ่งกลับจวนไปตามคนมาช่วยไหวหรือไม่” ฮัวหนิงเซียนกระซิบถาม ถ้าหากส่งเสียวซีกลับไปก่อนโอกาสรอดของเธอทั้งสองคนก็อาจจะมากขึ้น

“ไม่เอาเจ้าค่ะ ข้าจะอยู่กับคุณหนู....” น้ำเสียงดื้อดึงของเสี่ยวซีดังตอบแทบจะในทันที

ฮัวหนิงเซียนเมื่อเห็นสีหน้าของเสี่ยวซีแล้วก็ได้แต่ถอดถอนใจ แม้จะมีความกลัวอยู่เต็มแววแต่หากแต่น้ำเสียงการแสดงออกรวมถึงมือที่ยึดชายเสื้อของเธอไว้แน่น ต่อให้เอาช้างมาลากก็คงไม่อาจทำให้สาวใช้คนนี้ยอมออกจากที่นี่โดยไม่มีคุณหนูของนางแน่นอน

“งั้นอยู่ก็ใกล้ๆ ข้าไว้” ฮัวหนิงเซียนกระซิบสั่งเบาๆ “...แล้วข้าจะชดเชยให้เจ้าทีหลัง”

“เอาล่ะเถ้าแก่ เรื่องเพื่อนของข้าก็จบไปแล้วทีนี้ท่านเอาอะไรจะมาต่อรองกับข้าอีก...” ฮัวหนิงเซียนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย “...แต่ขอเตือนไว้ว่าข้ามีเรื่องที่พอจะต่อรองกับท่านได้อีกไม่น้อย”

“เจ้า!” เถ้าแก่ตงชี้หน้าฮัวหนิงเซียนอย่างสุดจะทน

“แม่นางน้อย รู้อะไรก็พูดออกมาเลยดีกว่า” นายชวี่เอ่ยเสียงดัง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดปนระแคงใจ

“ใช่ เจ้าบอกพวกเรามาเถอะ เถ้าแก่คดโกงพวกเราใช่หรือไม่” ชายจากอีกโต๊ะเอ่ยถาม

สถานการณ์วุ่นวายตรงหน้าบอกได้ว่าเถ้าแก่ตงและบ่อนเถื่อนแห่งนี้ได้เสียชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือไปไม่น้อย ฮัวหนิงเซียนลอบไขว้นิ้วขอโทษนายใหญ่กับลู่หรงอย่างลับๆ เธอเคยสัญญาไว้ก่อนที่จะเริ่มทำงานว่าจะไม่เปิดเผยความลับของของโต๊ะพนันเป็นอันขาดแต่ครั้งนี้เธอทำเพื่อความอยู่รอดหวังว่าคงจะไม่เป็นอะไร...

...ที่เหลือก็แค่รอดูว่าตาเฒ่าตงจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร...

“วันนี้ร้านปิดแล้ว ขอเชิญทุกท่านกลับ!” ตาเฒ่าตงเอ่ยเสียงดังฟังชัด

ทั้งแววตาและน้ำเสียงข่มขู่ของชายชราทำเอาลูกค้าที่ถึงแม้จะคลางแคลงใจแต่ก็ไม่อยากจะต่อปากต่อคำให้มากความ ใจหนึ่งก็ด้วยเกรงเหล่าชายฉกรรจ์ที่มายืนล้อมอยู่อีกใจหนึ่งก็เกรงอิทธิพลของเถ้าแก่ตง พอเป็นเช่นนั้นเหล่าลูกค้าก็ค่อยๆ พากันออกไปจากร้านอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงครึ่งเค่อหลังม่านโรงเตี๊ยมก็เหลือเพียงแต่เธอสองคนกับลูกน้องของตาเฒ่าตง

“...” บรรยากาศในร้านเงียบลงทันที หากตอนนี้ใครทำเงินแม้เพียงอีแปะเดียวตกก็คงจะได้ยินกันหมด

เมื่อเถ้าแก่ตัดสินใจกันลูกค้าออกจากร้านแล้วตัวต่อรองของฮัวหนิงเซียนก็เท่ากับหมดไป สีหน้าของฮัวหนิงเซียนแปรเปลี่ยนไปเพียงครู่ก่อนจะกลับมาเป็นสีหน้านิ่งเฉยเช่นเดิม ในใจของเธอกำลังหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเองกับเสี่ยวซีเร็วจี๋

...ทำไงดี...

เถ้าแก่ตงคนนี้ไม่แยแสแม้กระทั่งเสียมารยาทกับลูกค้า การต่อรองด้วยความลับโปปั่นของเธอเป็นอันตกไปในทันที แท้จริงในความคิดของฮัวหนิงเซียนการย้ายลูกค้าออกไปของตาเฒ่าตงเป็นความฉลาดอย่างหนึ่งต่อให้ลูกค้าของเขาเกิดสงสัยเคลือบแคลงก็ยังเป็นได้แค่ความเคลือบแคลง แต่ถ้าปล่อยให้คนเหล่านั้นเห็นอุปรากรฉากต่อไปก็ไม่แน่ว่าความลับของบ่อนแห่งนี้อาจจะแตกจริงๆ ขึ้นมา เมื่อเทียบความชั่งใจกันแบบนี้แล้ว

...ตาเฒ่านี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ...

“แล้วเจ้าจะต้องเสียใจ”

อยู่ๆ คำพูดของคนคนหนึ่งก็ดังกลับมาในหัวของเธอ เด็กสาวนึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ไม่เชื่อคำเตือนของคนคนนั้นตั้งแต่แรก เธอไม่น่าปล่อยให้กิเลสครอบงำตัวเองจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ลำพังแค่เธอลำบากคงไม่เท่าไหร่แต่เธอดันพาเสี่ยวซีมาลำบากด้วยนี่ล่ะสิที่ทำให้เธอรู้สึกแย่จนอยากจะโดนธรณีสูบไปเสียตั้งแต่ตอนนี้

“คุณหนูเจ้าคะ เราจะทำอย่างไรดี...” เสียงของเสี่ยวซีเรียกสติของเธอกลับมาอีกครั้ง

ในเมื่อชื่อเสียงของบ่อนไม่สามารถต่อลองได้ แล้วตาเฒ่าคนนี้กำลังต้องการอะไรกับเธอกันแน่ หัวน้อยๆของฮัวหนิงเซียนกำลังใช้ความคิดอย่างหนักเพื่อหาสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ หากรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรแล้วล่ะก็เธอก็น่าจะได้เปรียบขึ้นมาบ้าง

“ถ้าท่านอยากได้เงิน ข้าก็จะคืนให้แล้วปล่อยข้ากับเพื่อนข้าไปเสีย...” ฮัวหนิงเซียนลองเสี่ยงใช้เงินเป็นเงื่อนไขอีกครั้งแม้จะมั่นใจกว่าแปดส่วนว่าไม่ได้ผลก็ตาม

“มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกแม่หนูฟ่าน ข้าเริ่มอยากรู้แล้วล่ะสิว่าเจ้าใช้วิธีไหนถึงได้สามารถชนะได้ทุกเกม”

น้ำเสียงของเถ้าแก่ตงเหี้ยมเกรียมใบหน้าของชายชราเครียดขึง นัยน์ตาของเขาแข็งกร้าวจนเริ่มเห็นเส้นเลือดแดงคั่งอยู่ข้างใน นี่น่ะหรือโกรธจนตาแดงเธอเกิดมาสองชีวิตก็เพิ่งเคยเห็นภาพคนที่โกรธจนตากลายเป็นสีแดงจริงๆ ก็วันนี้ ฮัวหนิงเซียนซ่อนอาการหวั่นเกรงไว้อย่างมิดชิด

...ต่อให้ถือไพ่ขี้ก็ต้องตีหน้าเหมือนถือรอยัลเสตรทฟรัช...

“ดูเหมือนเถ้าแก่จะสนใจวิธีการเล่นของข้า...” เด็กสาวเอ่ย

ดวงตากลมจ้องมองไปที่ใบหน้าของชายตรงหน้าอยากไม่หลบหลีก สายตาของเธอสำรวจทุกอนูใบหน้าของเถ้าแก่ตงอย่างถี่ถ้วน ดวงตาของเถ้าแก่หรี่ลงเล็กน้อยคิ้วของเขาไม่แม้แต่จะขยับหากแต่ริมฝีปากที่บิดลงเพียงเสี้ยววินาทีดูคล้ายกระตุกนั้นทำให้เด็กสาวไขข้อต้องการได้ข้อหนึ่ง

...ความหงุดหงิดและสนใจ วิธีเล่นงั้นรึ...

“ข้าไม่จำเป็นต้องใช้วิธีคดโกงก็ชนะได้ทุกเกม...” ฮัวหนิงเซียนประวิงเวลาไปก่อน

เรื่องวิธีพนันให้ชนะอย่างไรเสียคนที่เป็นเจ้าของบ่อนย่อมอยากรู้ แต่จากสถานการณ์ตอนนี้หากเธอเร่งร้อนบอกวิธีไปเพื่อแลกกับความปลอดภัยของเธอและเสี่ยวซีอาจจะเป็นข้อต่อรองที่เธอมีแต่จะเสียเปรียบ สู้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นไพ่ใบสุดท้ายจะดีกว่า เท่าที่ดูแล้วรู้วิธีเล่นของเธอไปตาเฒ่านี่ก็คงจะไม่ปล่อยเธอง่ายๆ เช่นกัน

“ดูท่าเจ้าจะมั่นใจนักนะ..” เถ้าแก่ตงกัดฟันกรอด

ตัวเขาทำกิจการบ่อนเถื่อนนี้มานานทั้งจับคนมาเป็นลูกน้องจับหญิงงามไปทำงานที่หอโคมแดงเพื่อล้างหนี้ก็ไม่ใช่น้อยหากแต่ไม่เคยมีวันใดเลยที่เขาสูญเสียถึงเพียงนี้ ตอนแรกแทนที่จะได้จับตัวนางหนูคนงามไปเป็นคนของหอโคมแดงก็กลับสูญเงินในโต๊ะพนันลงกระเป๋าของนางเด็กนี่ไปจนหมด ยิ่งไปกว่านั้นพอจะขู่เอาคืนก็กลับเป็นเขาเองที่โดนขู่จะเปิดโปงความลับของบ่อน

...ไม่ว่าอย่างไรก็ปล่อยนางกลับไปทั้งยังมีชีวิตไม่ได้...

“ข้าจะมั่นใจหรือไม่มันไม่แปลกเท่าเจ้าของอย่างท่านหมดความมั่นใจหรอก...” ฮัวหนิงเซียนยียวนคล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น สีหน้าโกรธขึงของชายชรานั้นเร่งให้เธอต้องรีบหาสิ่งที่ตาเฒ่าต้องการเพื่อพลิกมาได้เปรียบในการเจรจาอีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้น ข้าให้สัญญาว่าจะไม่กลับมาที่บ่อนของท่านอีก ขอเพียงท่านปล่อยพวกเราสองคนไป...” การโยนหินถามทางไม่ใช่เรื่องถนัดของเธอเท่าไหร่แต่ก็ต้องทำ

สีหน้าของเถ้าแก่ไม่เปลี่ยนไปมากนักเพียงแต่มีการยกมุมปากขึ้นคล้ายเยาะอยู่ในที เพียงแค่แวบเดียวเท่านั้นก็ทำให้ฮัวหนิงเซียนต้องพับเก็บข้อเสนอนี้ไปในทันที ท่าทีเยาะเย้ยแบบนั้นข้อเสนอนี้อย่างไรเสียก็ไม่เป็นที่ต้องการ

...ถ้าไม่ได้ต้องการเงิน ไม่ห่วงชื่อเสียง ไม่ต้องการรักษาความสงบของบ่อนแล้วจะเอาอะไรจากเธอกันเล่า...

เมื่อเด็กสาวตัดความน่าจะเป็นอื่นในหัวออกไปจนเหลือความเป็นไปได้ข้อเดียวเท่านั้น เพียงเท่านั้นทุกอนูขุมขนบนร่างกายของฮัวหนิงเซียนก็พากันลุกชันด้วยความหวาดกลัว ดวงตาของเด็กสาวไหววูบด้วยความหวาดหวั่น ริมฝีปากเม้มสนิทคล้ายกับมีบางสิ่งมาป้ายปิดไว้ ลำคอตีบตันราวกับเพิ่งกลืนก้อนหินใหญ่ลงไป

...หรือว่า...

“ท่านต้องการให้ข้าแพ้จนหมดตัว...” ฮัวหนิงเซียนเอ่ยถ้อยคำออกมาอย่างยากลำบาก หัวของเธอเหมือนกำลังโดนค้อนปอนด์อันโตทุบเมื่อค้นพบความโหดร้ายของจริงที่ซ่อนอยู่ “...แล้วบังคับข้าใช้หนี้ ด้วยตัวข้าสินะ”

ไม่ผิดเกินกว่าที่คาดเดา แม้นสีหน้าจะไม่เปลี่ยนแปลงไปมากหากแต่มุมปากทั้งสองข้างยกขึ้นเกือบจะพร้อมกัน รูม่านตาขยายขึ้นเล็กน้อย ริ้วรอยที่เคยอยู่บริเวณใต้ตาเครียดเกร็ง รูจมูกขยายกว้าง ทุกสัญญาณล้วนบอกถึงความพึงใจและประหลาดใจในเวลาเดียวกัน

เมื่อจิ๊กซอว์ทุกชิ้นเชื่อมต่อเข้าหากันแล้วเธอจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนตรงหน้าถึงได้กล้าจับตัวเสี่ยวซีไว้ต่อหน้าธารกำนัล เหตุใดเมื่อเธอเสนอคืนเงินจึงไม่ตอบรับ นั่นก็เพราะเขาต้องการหลอกล่อให้เธอเป็นหนี้ก่อนจะต้องขายตัวหรือทำสิ่งใดก็ตามเพื่อชดใช้เขาแทน ความขยะแขยงพุ่งขึ้นถึงขีดสุด แม้เธอจะทำชั่วมามากแต่ก็ไม่เคยบังคับคนอื่นให้ขายศักดิ์ศรีความเป็นคนแบบนี้

จากความกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความขยะแขยงก่อนจะกลับกลายเป็ยความโกรธอย่างไม่อาจห้ามทัน ดวงตาเด็กสาววาวโรจน์ด้วยไฟแห่งความเกรี้ยวกราด จากความคิดแค่หนีเอาตัวรอดแปรเปลี่ยนเป็นการให้บทเรียนที่ยากจะลืมแก่พวกชั่วแทน

“ท่านไม่มีทางทำได้” ฮัวหนิงเซียนกล่าวช้าชัด แววตาไม่มีการโกหกแม้แต่น้อย

“ทำไมข้าจะทำไม่ได้นังหนู... แค่ตอนนี้เจ้าก็ไม่มีทางหนีข้าพ้นแล้ว"

ถูกของเถ้าแก่ตอนนี้ชีวิตของเธอกับเสี่ยวซีแขวนอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ผุๆ ด้วยกำลังของเธอตอนนี้เพียงแค่วิ่งหนียังไม่แน่ว่าจะทำสำเร็จ แต่เรื่องกำลังไม่เป็นปัญหาถ้าหากมีสมอง

“ถ้าทำได้จริง ท่านจะปล่อยให้ข้ามานั่งต่อรองอยู่อย่างนี้หรือ” คำถามคล้ายยียวนของฮัวหนิงเซียนเรียกสีหน้าตระหนกของเถ้าแก่ได้เป็นอย่างดี

เธอไม่รู้หรอกว่ามันมีเรื่องติดขัดอะไร แต่การที่มีโอกาสขนาดนี้แต่ก็ยังไม่ลงมือรวบพวกเธอสองคนลงหลังร้านก็แปลว่ามันคงจะมีสักอย่างที่ทำไม่ได้เป็นแน่ ถึงแม้โอกาสจะมีน้อยแต่เธอก็อยากจะลองเสี่ยงดูสักครั้ง

“หึหึหึ เจ้าเป็นเด็กฉลาด” เถ้าแก่ใหญ่กล่าวเสียงลอดไรฟัน

“หลายคนก็ชมข้าแบบนี้บ่อยๆ” สีหน้าของฮัวหนิงเซียนแสดงความหยิ่งผยอง

ตอนนี้เธอไม่มีโอกาสจะพลาดอีก เธอจะลองพนันดูกับความเป็นไปได้อะไรก็ไม่รู้ที่ฉุดรั้งเถ้าแก่ไว้ไม่ให้สั่งคนพวกนี้ฉุดพวกเธอลงนรก ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตามแต่ตอนนี้มันคือความหวังสุดท้ายของเธอแล้ว

“ถ้าข้าจะท้าให้เจ้าพนันกับข้าอีกสักรอบเล่า..” เถ้าแก่ตงนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม สายตาของเขาที่กำลังมองเด็กสาวตรงหน้านั้นเกรี้ยวกราดขัดกับน้ำเสียงที่เย็นใจ

“...ข้าขอเตือนไว้ก่อนว่าต่อให้คนของท่านจะให้วิธีไหนก็ไม่สามารถชนะข้าได้” น้ำเสียงของเด็กสาวเองก็จริงจังจนน่าขนลุก

ลู่เฟยลอบมองเสี้ยวหน้าของเด็กสาวด้วยสายตาอ่านยาก จนบัดนี้แล้วเขาก็ยังไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้เด็กสาวสามารถรู้หน้าของลิ้นโปที่จะออกได้ เพราะไม่ว่าเธอจะเขย่าอย่างไรแหวนที่ไหลพลังหยินในมือเขาก็ย่อมเปลี่ยนหน้าลิ้นโปอยู่ดี ความเป็นไปได้เดียวตอนนี้ก็คือเด็กสาวคนนี้สามารถมองทะลุถ้วยโปได้เพียงเท่านั้น

“เจ้า!!” เสียงของเถ้าแก่ดังขึ้นกว่าเดิมหลังจากที่เธอได้เอ่ยประโยคนั้น “เจ้าพูดแบบนี้ก็แสดงว่าที่ผ่านมาเจ้า!!!” เถ้าแก่กัดฟันกรอดสีหน้าของเขาดูคล้ายจะระเบิดในอีกไม่กี่วินาที

“...แล้ว” ฮัวหนิงเซียนหรี่ตาทอดเสียงยียวน “ท่านคิดว่าอย่างไรเล่า”

“เจ้าโกงงั้นรึแม่นางฟ่าน” ลู่เฟยถามอย่าแปลกใจ มีวิธีไหนที่โกงด้วยการหยั่งรู้ลิ้นโปได้ด้วยหรือ

“ข้าไม่ได้บอกว่าข้าโกง ข้าแค่บอกว่าข้าจะชนะแน่ๆ” ฮัวหนิงเซียนเอ่ยคล้ายกับมันเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป

“อวดดีนักนะ ถ้าอย่างนั้นเจ้ากล้าพนันกับข้ารึไม่” ตาเถ้าตงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “ถ้าหากว่าเจ้าชนะ เจ้ากับเพื่อนก็กลับกันไปได้... แต่ถ้าเกิดเจ้าแพ้แล้วล่ะก็...” เถ้าแก่ตงเอ่ยเสียงลอดไรฟัน

ข้า ไม่ แพ้” ฮัวหนิงเซียนพูดยันขึ้นมาก่อนที่ตาเฒ่าตงจะได้เอ่ยสิ่งที่เธอต้องจ่ายชดเชยหลังจากนี้

อย่างน้อยไม่รับรู้สิ่งที่จะต้องให้อาจจะเป็นผลดีกว่า สถานการณ์นี้เพียงแค่เธอเล่นพนันชนะก็สามารถซื้ออิสระภาพและความปลอดภัยของเธอกับเสี่ยวซีได้

“เจ้าไม่แม้แต่จะฟังสิ่งที่เจ้าต้องจ่ายงั้นรึ?” เถ้าแก่เอ่ยเสียงหลง

“ไม่จำเป็น แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านจะปล่อยข้ากับเพื่อนจริงๆ....” ฮัวหนิงเซียนถามขึ้น

เธอจำเป็นต้องมีข้อยืนยันว่าเถ้าแก่ตงจะปล่อยเธอกลับจริงๆ ที่นี่มีแต่คนของเขาหากเขาคิดจะเบี้ยวขึ้นมาลำพังเธอกับเสี่ยวซีคงทำอะไรไม่ได้แน่ๆ

“ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้นข้าไม่ผิดสัญญาแน่ แต่ถ้าเจ้าแพ้...”

“เช่นนั้นจะเล่นอะไรก็เริ่มเล่นได้เลย” เด็กสาวตัดบททันทีก่อนที่ตาเฒ่าตงจะได้พูดอะไรขึ้นมาอีก

ฮัวหนิงเซียนจงใจที่จะไม่รับรู้สิ่งที่ตัวเองต้องจ่ายคืน ส่วนหนึ่งก็เพื่อความปลอดภัยถ้าหากเธอรับรู้ในสิ่งที่ต้องชดใช้คืนก็เท่ากับว่าเธอยอมรับข้อเสนอ สู้ตัดบทไม่รับรู้ไปเสียจะเป็นประโยชน์กว่า แสร้งทำเป็นไม่รู้เห็นกับเรื่องข้อตกลงหลังแพ้ก็ยังพอจะหาทางรอดได้ อีกส่วนหนึ่งก็ไว้ข่มขู่คู่ต่อสู้ว่าเธอจะต้องชนะแน่ๆ

“ลู่เฟย เตรียมเล่นเขย่าหน้าโป”

เสียงของชายชราฟังดูเหี้ยมเกรียมยิ่งแต่ไม่ได้ทำให้ฮัวหนิงเซียนหวั่นใจแต่อย่างใด เมื่อเถ้าแก่ลั่นวาจาออกมาไม่นานนักก็มีคนเตรียมลูกโปอีกสามลูกเข้ามาวางไว้ตรงหน้า

“เจ้ารู้กติกาหรือไม่” ลู่เฟยถาม

ตอนนี้ชายหนุ่มลำคอแห้งพาดไปหมดเขาไม่รู้จะหาทางใดเพื่อจะช่วยเด็กสาวตัวน้อยได้อีกแล้ว การเล่นเขย่าหน้าโปนั้นถ้าหากเขาไม่สามารถเขย่าได้แต้มต่ำที่สุดแล้วล่ะก็อาจจะช่วยเธอได้ แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรประกันว่าเด็กสาวคนนี้จะเขย่าได้หน้าโปต่ำที่สุดเลยสักนิด

ฮัวหนิงเซียนจ้องหน้าของเด็กหนุ่มที่จะต้องแข่งกับเธอด้วยสายตาอ่านยาก เธอไม่อาจมองข้ามกระแสความห่วงใยที่ทอดผ่านสายตาของลู่เฟยได้ เด็กหนุ่มคนนี้ตั้งใจลอบช่วยเธอตั้งหลายเกมในช่วงการเล่นโปปั่นเขาอุตส่าห์ไม่เปลี่ยนหน้าลูกเต๋าในตอนสุดท้ายหลังจากที่เธอได้แทงไปแล้ว

...แต่ถ้าลู่เฟยช่วยเธออีกในครั้งนี้ จะเป็นตัวลู่เฟยเองที่ซวย...

ในชาติก่อนเธอเห็นมาเยอะแล้วกับพวกที่ช่วยลูกค้าที่เป็นเหยื่อของนายใหญ่ สุดท้ายเจ้ามือที่ช่วยเหล่านั้นก็ไม่พ้นไปเป็นเหยื่อให้กับปลาฉลามที่ลู่หรงเลี้ยงไว้สักคน ความเหี้ยมโหดของนายใหญ่กับลู่หลงไม่ธรรมดาขนาดนั้นแต่ทั้งคู่ก็ยังไม่เคยค้ามนุษย์ แต่เถ้าแก่ตงนอกจากทำบ่อนยังต้องการจับคนไปค้าแรงงานค้าเรือนร่าง เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากลู่เฟยช่วยเหลือเธอเขาจะต้องหมดอนาคตตรงนี้แน่

“ข้ารู้กติกาดี...” ฮัวหนิงเซียนตอบ คำตอบนั้นเรียกมือของเสี่ยวซีที่กำลังกำชายเสื้อเธออยู่ให้แน่นไปอีก

“คุณหนู...” เสียงของเด็กสาวเต็มไปด้วยความกังวล แม้ไม่ต้องหันไปดูสีหน้าก็ยังพอเดาได้...

“ไม่ต้องกลัว ข้าไม่แพ้แน่ๆ” ฮัวหนิงเซียนกระซิบตอบ

“เราจะเอาแต้มลิ้นโปทั้งสี่ลูกมารวมกัน เจ้าต้องทำให้ได้แต้มต่ำกว่าข้าจึงจะชนะ” ลู่เฟยย้ำกติกาให้เธอฟังอีกครั้ง

การเล่นเขย่าหน้าโปนั้นฟังดูแล้วไม่ต่างจากการเล่นลูกเขย่าลูกเต๋าเท่าไหร่เพียงแต่ใช้ลิ้นโปที่ออกหกหน้าแทนลูกเต๋าเท่านั้น (ลิ้นโปมีลักษณะคล้ายลูกเต๋าแต่สลักด้วยภาษาจีนแต่ละด้าน) พอฟังกติการจบฮัวหนิงเซียนกลับรู้สึกตะขิดตะข่วงใจแปลกๆ ขึ้นมา แต่เธอเลือกที่จะสะบัดมันทิ้งไปก่อนจะตั้งสมาธิกับเกมตรงหน้าอีกครั้ง

“...ไม่ต้องห่วงข้า ทำแต้มของเจ้าให้ต่ำไว้เถอะ” ฮัวหนิงเซียนได้แต่ภาวนาให้ลู่เฟยรู้ในสิ่งที่เธอสื่อสารผ่านไปเท่านั้น

“เจ้าอยากจะเริ่มก่อนหรือไม่” สีหน้าเป็นกังวลของลู่เฟยทำให้ฮัวหนิงเซียนเหนื่อยใจกับการโน้มน้าว

...อยากช่วยก็ช่วยไป ข้าช่วยเจ้าไม่ได้แล้วกัน...

“เจ้าเริ่มก่อนเถอะ ทำแต้มให้ต่ำที่สุดไว้ เพราะไม่ว่าอย่างไรข้าก็ชนะแน่” ฮัวหนิงเซียนเน้นเสียงมันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะเตือน

ลู่เฟยหยิบลิ้นโปทั้งหมดกรอกลงถ้วยโลหะ สีหน้าของเด็กหนุ่มยังเป็นกังวลเขาถอดแหวนอีกสามนิ้วออก มือหนาของเขาเขย่าถ้วยโลหะไปมาอย่างคล่องแคล่วว่องไว สายตาเขาที่ทอดมองมาที่ฮัวหนิงเซียนยังคงลังเล เด็กสาวหลับตาลงสดับฟังเสียงลูกโปที่กลิ้งไปมาอย่างตั้งใจ ชั่วครู่พอให้น้ำชาที่เพิ่งรินลงจอกเล็กเริ่มเย็นลง เด็กหนุ่มก็วางถ้วยโลหะลง

ฮัวหนิงเซียนได้แต่ขมวดคิ้วสีหน้าไม่สู้ดีนักแววตาของเด็กสาวไหววูบด้วยความกังวล มือของเด็กหนุ่มค่อยๆ เปิดถ้วยโลหะออกอย่างช้าๆ

ลูกโปออกเป็นหน้าหน่วยสามลูก หากแต่ลูกสุดท้ายดันออกหน้าสอง

...เจ้าโง่...

“ฮ่าๆๆๆๆ เอาอย่างไรเล่าแม่นางน้อย เจ้าจะต้องเขย่าให้ได้หน้าหน่วยล้วนเท่านั้นนะ” เสียงของเถ้าแก่คล้ายกุมชัยชนะไว้แล้ว หากแต่แววตาของเขายังมีแววไม่พอใจส่งไปทางลู่เฟยอยู่เนืองๆ

“ขออภัยเถ้าแก่ วันนี้ข้าเขย่ามามากไปจึงทำให้แขนล้า...” ข้อแก้ตัวลู่เฟยอาจจะฟังดูปกติ แต่สำหรับคนที่ทำอาชีพเดียวกันอย่างเธอแล้ว เธอรู้ดีว่านั่นย่อมเป็นเรื่องโกหก

“เชิญแม่นาง” แก้วและลิ้นโปทั้งสี่ถูกส่งมาที่เธอ

ถ้าอย่างนั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ” ฮัวหนิงเซียนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

เธอไม่จำเป็นต้องรับความช่วยเหลือนี้ต่อให้ลู่เฟยเขย่าได้หน่วยหมดเธอก็ยังหาวิธีชนะได้อยู่ดี ดูเหมือนว่าเด็กลู่เฟยนั่นจะดูถูกกันเกินไปหน่อย มือบางถือถ้วยโลหะไว้ก่อนจะรวบลิ้นโปทีเดียวสี่ลูกด้วยมือข้างเดียวเธอเขย่าโดยหมุนวนลิ้นโปอยู่ภายในแก้วแม้ไม่ใช้ฝาปิดก็ไม่มีลูกใดร่วงลงมา ไม่กี่อึดใจเด็กสาวก็คว่ำถ้วยลงกับโต๊ะ

ท่าทางที่คล่องแคล่วเกินกว่ารูปลักษณ์ได้หยุดสายตาของคนทั้งห้องไว้ในชั่วอึดใจ มือเล็กของฮัวหนิงเซียนค่อยๆ ยกถ้วยโลหะขึ้น ลิ้นโปตั้งเรียงกันเป็นแถวแนวเดียวข้างบนสุดโชว์หน้าหน่วย เหมือนฉากเดิมรีเพลย์ซ้ำในหัว ภาพของเกมก่อนที่เธอจะเสียชีวิตกลับมาซ้อนทับภาพวันนี้อีกครั้ง

ดวงตาของฮัวหนิงเซียนเบิกกว้างน้ำลายในคอเหียวหนืดไปหมด นิ้วเรียวเล็กของเด็กสาวค่อยๆ คีบหน้าลิ้นโปโชว์ทีละหน้าด้วยมืออันสั่นเทา ภาพเหตุการณ์ในหัวของเธอตอนนี้มีภาพของการคีบลูกเต๋าในคืนสุดท้ายของชีวิตฟ่านหยางสือเข้ามาซ้อนทับ ลางสังหรณ์ไม่ดีเริ่มชัดเจนขึ้นลูกต่อลูก สีหน้าของเถ้าแก่ตงเองก็แปรเปลี่ยนจากรอยยิ้มเป็นเครียดขึงขึ้นลูกต่อลูกเช่นกัน ช่วงเวลาที่ผ่านไปเชื่องช้าราวกับมีคนมาจับเข็มนาฬิกาไว้

...ลิ้นโปทั้งสี่ลูกออกหน้าหน่วยทั้งหมด...

มือของเด็กสาวเย็นเยียบความรู้สึกชาสนิท เธอชนะหากแต่สิ่งที่ทำให้เธอหวาดกลัวนั้นเป็นสิ่งที่เธอบอกใครไม่ได้ ภาพเหตุการณ์หลังจากที่เธอจบเกมครั้งก่อน ภาพของชายน่าขยะแขยงที่พุ่งตรงมาที่เธอกำลังรีรันซ้ำอยู่ในหัวของเธอ ใจของเธอเต้นระรัวจนน่ากลัวจะหัวใจวายเสียก่อน

“สี่แต้ม..ข้าชนะ” น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาราวกับหมดเรี่ยวแรง

...มันจะไม่จบด้วยดีแน่ๆ...

ภาพเหตุการณ์ ณ ปัจจุบันเริ่มปั่นป่วน หูของเด็กสาวไม่ได้ยินเสียงใดอีกต่อไปหากแต่ภาพของเถ้าแก่ตงที่กำลังโวยวายเด่นชัดในสายตาของเธอ ดวงตาของเถ้าแก่แข็งกร้าวใบหน้าบิดเบ้ยวด้วยความโมโห ทันใดนั้นภาพของนายดาซิมที่พุ่งเข้าที่ตัวของหยางสือมาก็เข้ามาแทรกในหัวของเธอทันที และก็กลับมาเป็นภาพของเถ้าแก่ตงที่กำลังล้มโต๊ะก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาหาเธอ

...เรากำลังจะตายอีกแล้วหรือ...

ข้าวของบนโต๊ะร่วงพรูลงพี่พื้น ภาพเหตุการณ์ในตอนที่นายดาซิมพุ่งเข้ามากำลังออกมาหลอกหลอนเธอ หากแต่ตอนนี้เธอไม่มีรีโลเวอร์อยู่ในมือเท่านั้น ลู่เฟยถูกนักเลงโตสองสามคนกระชากตัวไปด้านหลัง น้ำลายของตาเฒ่าตงที่กระเด็นมาโดนหน้าเธอด้วยคำผรุสวาทนั้นเธอฟังมันไม่ออกแม้แต่คำเดียวหูของเธอคล้ายกับว่ามันได้ดับไปแล้ว

ด้วยความกลัวลนลานเธอหันไปคว้ามือของเสี่ยวซีหากแต่ไม่ทัน ร่างของเด็กสาวลอยหวือไปตามแรงกระชากของชายร่างใหญ่เสียก่อน มือของเสี่ยวซีที่ยืนมาจะจับเธอนั้นลอยคว้างเฉียดกันไปเพียงเสี้ยววินาที ริมฝีปากของฮัวหนิงเซียนปิดสนิทมีเพียงแต่แววตาเท่านั้นที่เบิกกว้างมองเห็นภาพทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นราวกับเป็นภาพช้า

...นี่เราทำเรื่องให้ตัวเองตายอีกแล้วหรือ...

...แล้วอย่างไรล่ะ คราวนี้จะตายแบบไหน...

...นี่เราเพิ่งจะเกิดใหม่เองไม่ใช่หรือ...

...หรือมันเป็นความผิดพลาดของยมบาล เราจึงต้องตายซ้ำอีกรอบ...

เคร้ง! ฉึบ!

สองเสียงที่ดังเข้าสู่โสตประสาทของเธอกระชากเธอกลับมาที่โลกความจริงอีกครั้ง ดูเหมือนว่าโสตประสาทของเธอจะกลับมาแล้ว แขนเสื้อยาวสีน้ำเงินปักลายเมฆที่ดูคุ้นตาชอบกลเข้ามาขวางหน้าเธอไว้ แผ่นหลังสูงใหญ่เข้ามาบดบังทัศนวิสัยของเธอทันที

...เจ้าหมอนี่...

ภาพความทรงจำเมื่อครั้งกำลังจะเดินเข้าผ่านม่านลูกปัดกลับเข้ามาอีกครั้ง ชายที่มีใบหน้างดงามผู้นั้นบัดนี้กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอ แม้จะเห็นเพียงแผ่นหลังหากแต่เธอจำรายละเอียดของชายคนนี้ได้อย่างชัดเจน

“...ข้าบอกแล้วใช่มั้ยว่านี่ไม่ใช่ที่สำหรับเด็กอย่างเจ้า”

น้ำเสียงดุเย็นยะเยือกแบบนี้ไม่มีทางผิดตัว เพียงแต่ตอนนี้ฮัวหนิงเซียนกลับรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ตายซ้ำซ้อนแล้ว ขอเพียงยังมีชีวิตรอดต่อไปจะดุด่าว่ากล่าวอะไรเธอก็ไม่เกี่ยงอีกต่อไปแล้ว

"หยุดตรงนั้น!"

เสียงตะหวาดราวกับสายฟ้าฟาดดังขึ้นจากข้างนอก เธอได้ยินเสียงฝีเท้าของคนนับสิบกรูกันเข้ามาหากแต่ทัศนวิสัยของเธอไม่มีภาพอื่นนอกจากแผ่นหลังของชายตรงหน้า แขนข้างหนึ่งของเขาบังเธอจากภาพตรงหน้าหากแต่จากมุมอับสายตาเธอเห็นกระบี่ของเขากำลังจ่อคอหอยเถ้าแก่ตงอยู่

เสียงฝีเท้าของผู้มาใหม่ดังอย่างพร้อมเพรียงราวกับฝึกมา ไม่นานนักทุกเสียงฝีเท้าก็หยุดลง บรรยากาศที่แสนคุ้นเคยแบบนี้ทำเอาอดีตนักพนันอย่างเธอขนลุกเกรียว

...หม่าต๋าแน่ๆ ....

“เรื่องจบแล้ว เถ้าแก่ตงเจ้าเทำการพนันโดยผิดกฏของเฉียนฉิน ทั้งยังมีความตั้งใจจะฉุดคร่าเด็กสาว...” เสียงของใครสักคนที่ฟังดูคุ้นหูพิลึกเอ่ยออกมา ความคุ้นหูนี้ยิ่งทำให้ฮัวหนิงเซียนรู้สึกขนหัวลุกยิ่งไปกว่าเดิม

เด็กสาวกลั้นใจทำใจกล้าชะโงกหน้าผ่านแขนเสื้อของชายที่กำลังบังเธอออกจากสถานการณ์ตรงหน้า ใบหน้าคุ้นตาก็หันมองกลับมาทันที ทั้งจมูกที่เป็นสันคม ดวงตารียาวผิวขาวแบบนั้น เรียวหน้าแบบนั้นถึงแม้ว่าจะผมยาวและดูเด็กกว่าครั้งล่าสุดที่เธอเห็นแต่ไม่ผิดตัวแน่..

...ลู่หรง!...

“ท่านอ๋อ.. เอ่อ อะแฮ่ม ข้าหมายถึง คุณชายมู่ ท่านจะให้ข้าจับกุม…” เขากำลังหันกลับมาสนทนากับชายที่กำลังยืนขวางเธออยู่แต่พอสาวตาเขาหันมาพบเข้ากับเธอ…

“หนิงเอ๋อร์!!!!”

มาเสิร์ฟแล้วจ้า!!!! เย้!! ดีใจประหนึ่งได้ทำการใหญ่สำเร็จ 

เนื่องจากทำให้ทุกท่านรอนานก็ต้องขอภัยด้วย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น