丽月(ลี่เยว่)

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่า ^^

ชื่อตอน : เซียนพนัน

คำค้น : นักพนัน, นิยายจีน, เฉือนคม, คุณหนู

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.1k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ส.ค. 2560 18:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เซียนพนัน
แบบอักษร

“bet(สู้) 30,000..”

รอยยิ้มเสแสร้งของชายร่างโปร่งเหยียดออกมาหลังจากจั่วไพ่จากกองกลาง ก่อนจะเอ่ยเกทับสร้างความกดดันให้กับผู้ร่วมวงที่นั่งอยู่ด้วยกัน หากแต่นัยน์ตาของเขาแม้เพียงแวบเดียวที่วูบลงนั้นไม่อาจจะหลุดรอดสายตาของบางคนไปได้ ผู้เล่นที่หนึ่งที่เพิ่งเอ่ยสู้พลางยกไวน์ชั้นดีขึ้นจิบก่อนละเลื่อนนิ้วมือลงไปที่ก้านแก้วจนเกือบสุดปลายฐาน

...ส่งสัญญาณ? ให้ใครล่ะ...

ตาของหญิงสาวลอบสังเกตรอบวง ตามหลักแล้วถ้ามีคนส่งสารก็ต้องมีคนรับสาร เพราะฉะนั้นถ้าหากมีใครสักคนที่มีท่าทีผิดแปลกไปเธอก็จะเจอผู้สมรู้ร่วมคิดทันที

...เจอแล้ว...

หญิงสาวอีกคนหนึ่งของโต๊ะในชุดราตรีเซ็กซี่หวาบหวามกำลังยกแก้วของตัวเองขึ้นก่อนจะไล้นิ้วมือไปตามก้านแก้วมาการิตต้าช้าๆ เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต

“fold(หมอบ)” ผู้เล่นคนถัดมายอมทันทีหลังจากจั่วไพ่เขาดูหัวเสียสุดๆ ดูได้จากการกระแทกไพ่ลงโต๊ะเสียงดัง

สายตาหวั่นไหวของชายในชุดสูทสีสดที่นั่งถัดมานั้นไม่ยากที่จะเดาไพ่ในมือของเขานัก แม้เขาจะพยายามยกยิ้มเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวก็ตาม มือของเขาขยับไปมาคล้ายจะทิ้งไพ่ใบกลางแต่แล้วเขาก็ทิ้งไพ่ใบริมแล้วจั่วอีกใบขึ้นมา

ไพ่สี่โพแดงทิ้งลงมาเป็นไพ่กองกลาง

“fold(หมอบ) แล้วกัน รอบนี้อยากแจกเงิน ฮ่าฮ่าฮ่า” น้ำเสียงแสร้งหัวเราะของเขาดูเกือบน่าเชื่อแล้วหากแต่ถ้ามองข้ามคำพูดไปที่สีหน้าของในสูทสีแดงสดเราอาจจะพอเดาได้ว่าเขากำลังกล่าวสุนทรพจน์งานศพมากกว่ากล่าวเกทับผู้คนในวงไพ่ แต่ก็อย่างว่าสีหน้าของคนที่เสียมาสามตาติดแล้วมันเก็บได้ยากอยู่

มือของผู้เล่นคนที่สี่หรือสตรีผู้สมรู้ร่วมคิดกับผู้เล่นคนแรกเริ่มจั่วไพ่ แม้สีหน้าของเธอจะไม่แสดงออกมากนักเพราะอีกมือหนึ่งของเธอกำลังเขี่ยบุหรี่อยู่ แต่กริยาหลังจากเปิดไพ่มือข้างที่ถือบุหรี่ก็ขยับเข้าใกล้ตัวก่อนจะยั้งไว้ เธอแสร้งยกยิ้มอย่างมีชัยสายตาของหล่อนกวาดไปทั่วโต๊ะหากแต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นหัวคิ้วที่เครียดเกร็งยังไม่คลายของเธอ

“raise(เกทับ) 60,000”

หลายคนบนโต๊ะมีสีหน้าแปลกใจ หากฟังแล้วเธอผู้นี้ต้องถือไพ่ดีแน่ๆ ถึงได้กล้าเกทับสองเท่า บางคนถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อได้ยินการเกทับแบบนั้น แต่ท่าทีของชายที่เอ่ยเกทับคนแรกนั้นกลับผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

ในที่สุดก็ถึงตาของเธอในการจั่วไพ่ หญิงสาวยกเครื่องดื่มสีแดงก่ำขึ้นจรดริมฝีปากเพื่อซ่อนสีหน้าไว้มือเรียวควงแก้วเครื่องดื่มไปทางซ้ายสองครั้งก่อนจะเลื่อนนิ้วนางมาแตะที่โคนแก้วอย่างเป็นธรรมชาติ เหวี่ยงแก้วสองครั้งคือมีหนูสกปรกสองตัวนิ้วนางแตะโคนแก้วหมายถึงจะจัดการเอง เธอทิ้งไพ่สามข้าวหลามตัดก่อนจะจั่วไพ่ใบใหม่มา สีหน้าเธอยังไม่แปรเปลี่ยนแม้ว่าไพ่ที่เพิ่งเข้ามือของเธอมานั้นจะสามารถปิดเกมได้ทันทีก็ตาม

...น่าเสียดาย…

แม้จะน่าเสียดายที่รอบนี้ยังไม่อาจจะหาตัวเป้าหมายที่ผู้เล่นที่หนึ่งและสี่นั้นกำลังจัดการได้ แต่ไพ่วนมาที่เธอแล้วและเธอก็เป็นดีลเลอร์เสียด้วย ไว้รอหาตัวเหยื่อกันในเกมหน้าก็คงไม่สายนัก

“bet(สู้ตาม)60,000 ขอเปิดไพ่...” หญิงสาวเอ่ยจบเกมอย่างรวดเร็ว เรียกสีหน้าตื่นตะลึงให้กับผู้เล่นที่เหลือ

ไพ่ของสามคนที่กำลังสู้กันอยู่เปิดออกมาทีละคน ชายคนแรกที่กล้าสู้นั้นไม่มีไพ่จับคู่กันได้เลยแม้แต่เพียงใบเดียว เรียกได้ว่าไพ่ขี้ทั้งมือ ทำเอาคนที่มีสองคู่อย่างผู้เล่นสองอดหงุดหงิดไม่ได้ ไพ่ของหญิงสาวที่เพิ่มเดิมพันมีไพ่ตองเจ็ดกับไพ่สี่และไพ่ห้า นั่นยิ่งทำให้ผู้จบเกมยกยิ้มอย่างถูกใจ แท้จริงแล้วไพ่เธอไม่ได้สูงไปกว่าตองมากนัก แต่ชนะก็คือชนะและเธอชื่นชอบการชนะแบบเฉียดฉิวมากกว่าการชนะขาดเสียอีก

ไพ่ฟูลเฮาส์อันประกอบด้วยตองเก้าและคู่เอทของเธอถูกเปิดอย่างช้าๆ

“ฟูลเฮาส์” เสียงผู้แจกไพ่ประจำโต๊ะประกาศ

เหรียญพนันบนโต๊ะถูกกวาดลงลงตรงหน้าของหญิงสาวที่กำลังจิบเครื่องดื่มในมือด้วยสีหน้าสงบนิ่ง เธอไม่ได้ดีใจกับชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ นี้เท่าเสียเท่าไหร่ เพียงแต่เธอชอบเงินได้เงินเธอก็ชอบเท่านั้นเอง หญิงสาวสั่งให้บริกรโกยชิปลงตระกร้าไปแลกเป็นตั๋วเงินมาก่อนจะเริ่มเกมต่อไป

...จุดประสงค์ไม่ใช่เงินเธอเพียงแค่ไม่ชอบให้มีสิ่งใดมาบดบังทัศนวิสัยของเธอเท่านั้น...

“ไม่คิดว่าคุณจะเก่งขนาดนี้คุณหนูฟ่าน”

ภาษาจีนสำเนียงแปร่งดังขึ้นไม่ห่างนักชายร่างหนาป้อมในชุดคลุมยาวเดินเข้ามาที่โต๊ะใบหน้าของเขาคมตามแบบฉบับของคนตะวันออกกลาง แต่ถึงจะกล่าวว่าคมแต่ก็ไม่อาจจะเรียกได้ว่าหล่อเหลาด้วยดวงตาลึกที่โปนจมูกงองุ้มริมฝีปากหนา รวมถึงกลิ่นเครื่องหอมที่ชวนวิงเวียนของเขามันทำให้เธอรู้สึกคลื่นเหียน

“คุณดาซิม ดิฉันไม่ทราบว่าคุณมาเยี่ยมนายท่านเลยเสียมารยาทไม่ได้ออกไปรับ”

ภาษาอาหรับคล่องปากดังออกมาจากริมฝีปากสีสดของหญิงสาว เธอส่งยิ้มตามมารยาทโดยที่สายตาไม่แสดงออกถึงความยินดีใดๆ แม้แต่น้อย เธอโกหกตั้งแต่คำแรกเธอรู้อยู่แล้วว่านายดาซิมจะมาที่มาเก๊าวันนี้และตัวเธอเลือกจะมาลงเรือเองเพราะต้องการออกไปต้อนรับ แต่เธอคาดไม่ถึงว่าเขาจะตามมาดูถึงบนเรือเท่านั้นเอง

...น่ารำคาญจริงๆ...

เรือที่ว่าก็คือเรือสำราญหนึ่งใน 8 ลำที่กำลังลอยลำอยู่เหนือคาบสมุทรมาเก๊าถือเป็นคาสิโนกลางน้ำที่ขึ้นชื่อที่สุด อาจกล่าวได้ว่าในหลายๆ ปีมานี้ยังไม่มีคาสิโนใดสามารถทำยอดผู้เข้าเล่นได้มากเท่ากับคาสิโนแห่งนี้อันเป็นการถือหุ้นร่วมของนายใหญ่ตระกูลฟ่านและมาเฟียเกาะฮ่องกงเจ้าของเรือสำราญตระกูลฉู่

ส่วนเธอแม้จะถูกเรียกว่าคุณหนูฟ่านแต่เธอเป็นเพียงแค่หนึ่งในคนที่นายใหญ่ฟ่านรับมาเลี้ยงเพื่อเป็นคนของคาสิโนเท่านั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับตระกูลฟ่านแม้แต่น้อยและชื่อจริงของเธอก็ไม่ใช่ฟ่านหยางสือ เพียงแต่เธอได้ทิ้งชื่อ ตัวตน และสัญชาติเดิมเธอไปหมดตั้งแต่สิบปีก่อนแล้ว หน้าที่ของเธอมีเพียงแค่จัดการพวกผีพนันที่มาคอยป่วนในคาสิโนด้วยสิ่งที่เรียกว่าพรสวรรค์ด้านการพนันเท่านั้น

“คุณหนูฟ่านไม่ต้องลำบากหรอก จะว่าอะไรมั้ยหากกระผมจะร่วมด้วย” เขาเอ่ยตอบเธอเป็นภาษาอาหรับและหันไปเอ่ยกับผู้คนในวงเป็นภาษาอังกฤษ แต่ยังไม่ทันที่แขกท่านอื่นจะได้ตอบรับหรือปฏิเสธอะไรหญิงสาวที่นั่งตำแหน่งดีลเลอร์ก็ขัดขึ้นเสียก่อน

“เสียใจด้วยค่ะคุณดาซิม โต๊ะนี้เป็นโต๊ะที่จัดขึ้นเพื่อแขกที่จองไว้ล่วงหน้า...”

“น่าเสียดาย ทั้งที่ผมขนเงินมามากมายเพื่อเล่นสนุกกับคุณแท้ๆ”

คำพูดสองแง่สองง่ามพร้อมการยักคิ้วหลิ่วตาไม่อาจทำให้สาวงามหลงไหลหรือแม้แต่โกรธขึงใบหน้าของเธอเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เธอหมุนตัวกลับเข้าโต๊ะราวกับว่าตัวเธอได้จบบทสนทนานั้นไปเรียบร้อยแล้ว เธอพยักหน้าให้บริกรแจกไพ่ต่อเกมทันที

“เอ่อ.. มาเริ่มเกมกันเลยนะครับ” บริกรเอ่ยกับแขกในโต๊ะทั้งที่ยังรู้สึกเกรงนายดาซิมอยู่

แววตาเสียดายของผู้เล่นคนอื่นๆ ที่คิดจะฮุบปลาตัวใหญ่อย่างดาซิมปกปิดแทบไม่มิด ไม่น่าแปลกใจเพราะดาซิมถือเป็นเศรษฐีเจ้าของเหมืองทองคำที่ใหญ่อันดับต้นๆ ของตะวันออกกลาง แต่เป็นไปอย่างที่เขาล่ำลือชายคนนี้ไม่มีดวงด้านการพนันเลยแม้แต่น้อย หากนั่งโต๊ะใดก็คงจะเป็นหมูในอวยให้เขาเฉือดเท่านั้นเอง

ฟ่านหยางสือถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหน่าย เธอกำลังจะเค้นออกมาได้อยู่แล้วว่าเจ้าคู่นักพนันจอมปลอมนี้เข้ามากำลังเล็งเหยื่อคนไหน ถ้าดาซิมมานั่งแล้วล่ะก็จะทำอะไรก็ไม่สะดวก ดาซิมถือเป็นลูกค้าคนสำคัญของนายใหญ่ฟ่าน

...ถ้าหากเป็นเกมที่จัดเตรียมมาให้เขาชนะแบบที่นายใหญ่จัดหลอกไว้ตลอดก็คงง่ายดี แต่เกมบนโต๊ะนี้คือเกมจริงที่ไม่ต้อนรับหมูมีอิทธิพลอย่างนายดาซิม...

ไพ่สองใบตามกติกาถูกแจกพร้อมๆ กับนายดาซิมที่ต้องล่าถอยออกไป ถ้าหากหญิงสาวได้เห็นสีหน้าของดาซิมตอนเดินออกไปแล้วเธออาจจะไม่ตัดสินใจตัดสัมพันธ์เขาไปดื้อๆ แบบนั้นเป็นแน่

ร่างโปร่งหันไปส่งสัญญาณให้บริกร เครื่องดื่มสีสวยถูกยกมาเปลี่ยนแก้วเดิมของเธอออกไป ในช่วงเดียวกับที่ผู้แจกไพ่เริ่มแจกไพ่ มือเรียวส่งทิปให้บริกรคนนั้นพร้อมกับแอบแนบกระดาษแผ่นเล็กหลังธนบัตรโดยอาศัยช่วงที่ทุกคนกำลังรอไพ่ หญิงสาวยกเครื่องดื่มแก้วใหม่จิบด้วยสีหน้าเรียบเฉย เธอลอบกวาดตามองดูรอบโต๊ะก่อนที่จะมองไพ่ตัวเอง

...โอกาสมีแค่ช่วงเปิดไพ่เท่านั้น...

ผู้เล่นหนึ่งในคู่นักโกงเกมที่เธอกำลังจับตาดูแม้สีหน้าจะนิ่งหากแต่มุมปากที่กระตุกขึ้นเพียงชั่วครู่นั้นทำให้พอคิดได้ว่าอาจจะได้คู่หรือไพ่แต้มสูง

ผู้เล่นคนที่สองวันนี้ดูท่าว่าดวงจะไม่เข้าข้างเขาเสียเท่าไหร่ม่านตาเขาหดเล็กลงแม้จะทำหน้านิ่งก็ตามไพ่ในมือคงไม่ดีแน่

ผู้เล่นมาดเยอะคนที่สามหน้าท่าทางท่าจะเก็บความดีใจไว้แทบไม่อยู่ อาจจะได้คู่หรือฟรัช (ไพ่สีเดียวกัน)

สาวเซ็กซี่ที่นั่งอยู่อีกมุมเธอเห็นสีหน้าไม่ดีชัดเจนนัก แต่จากการยกบุหรี่มาสูดอัดเข้าไปเพื่อปกปิดอาการ แต่สำหรับเธอแล้วการอัดบุหรี่ก็ถือเป็นอาการอย่างหนึ่ง

...ถือขี้แน่...

ไพ่ในมือของเธอตอนนี้เป็นเอทและคิงโพดำ สีหน้าของเธอนิ่งเฉย เธอเรียนรู้การจับปฏิกริยาจากสีหน้าและท่าทางมาเป็นอย่างดี และเธอไม่ได้ศึกษาเพื่ออ่านคนอื่นอย่างเดียวแต่เธอเรียนรู้เพื่อก้าวไปเป็นนักโกหกชั้นเซียนต่างหาก

“ก่อนจะเริ่มจั่วไพ่ เกมรอบนี้เป็นเกมรอบสุดท้าย เงินเดิมพันเริ่มที่ 100,000 เหรียญ เท่านั้นหากท่านผู้มีเกียรติได้ตรวจสอบไพ่ของท่านแล้วต้องการเล่นต่อ(call) ให้วางเดิมพันที่ 100,000 หากไม่เล่นต่อก็ขอให้หมอบ(fold) และเงินเดิมพันที่ท่านได้จากเกมก่อนหน้านี้จะถือเป็นของท่านทันทีแต่ท่านจะลุกไปได้ต่อเมื่อเกมนี้จบเท่านั้น...” บริกรแจกไพ่ประจำโต๊ะแจ้งกติกา

ผู้เล่นหลายๆ คนมีสีหน้าลังเลใจโดยเฉพาะคนที่ได้ไพ่กึ่งดีกึ่งไม่ดี การมาลุ้นกับไพ่กองกลางที่คว่ำอยู่ก็ถือว่าเสี่ยงแต่ความเสี่ยงถือว่าเป็นธรรมชาติของการพนัน และถือเป็นสันดารของพวกผีพนันเสียด้วย

“call(สู้)” เสียงของผู้เล่นหนึ่งดังขึ้นทันที

“fold(หมอบ)” เสียงของผู้เล่นสองนั้นแสนเสียดาย แต่ก็ถือว่าคิดถูกแล้วเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย

“call(สู้)” น้ำเสียงมั่นใจของผู้เล่นสามพร้อมกับการโยนเงินเดิมพันลงกองกลางด้วยความหึกเหิม

“call(สู้)” สาวสวยคนที่สี่พูดต่อพลางเลื่อนเงินเดิมพันเข้ากองกลางช้าๆ พยายามอวดเนินอกเบียดของตัวเองกับผู้เล่นหัวงูคนอื่นในโต๊ะอย่างเต็มที่

...มุขโชว์ของอีกแล้ว จะเล่นไพ่หรือเล่นกล...

“call(สู้)” ฟ่านหยางสือวางเงินเดิมพันเป็นคนสุดท้าย

“เริ่มจั่ว..”เสียงผู้แจกไพ่กล่าวเมื่อทั้งวงลงพนันเสร็จแล้ว

ผู้เล่นที่หนึ่งจั่วไพ่ขึ้นมาแม้ว่าสีหน้านิ่งเฉยแต่ถ้าสังเกตดีๆ มือของชายหนุ่มนั้นสั่นเล็กน้อยแต่แค่ใบแรกที่จั่วมา ก็ทำให้ชายหนุ่มมือสั่นคล้ายคนเก็บอาการไม่อยู่ไม่ว่าจะคู่หรือเรียงก็น่าจะเป็นไพ่ที่ไม่ใช่เล่นๆ

“bet(เก) อีก 50,000” ชายหนุ่มใช้มือดันแว่นสายตาเข้าชิดดั้งพลางยักคิ้วหลิ่วตาให้คนอื่นๆ ในโต๊ะ “ท่าทางวันนี้ผมจะดวงขึ้นนะ”

“อย่าเพิ่งได้ใจไปน่า” ผู้เล่นคนที่สามคำราม

ชายในชุดสูทแดงจั่วไพ่ออกมาก่อนจะหรี่ตาลงลมหายใจเขาถี่ขึ้นเล็กน้อยไม่ต้องเดาเลย คนคนนี้น่าจะดวงกุดเสียแล้ววันนี้ จากไพ่ดีๆ บางทีมีตอนแรกพอมีบางใบมาต่อก็กลายเป็นไพ่ชุ่ยได้ มันก็น่าแปลกเธอเล่นกับคนนี้มาก็เกมที่ห้าแล้วไม่มีทางที่จะมีคนร่วงติดกันขนาดนี้ถึงห้าเกม เท่าที่เธอทำงานที่นี่มาเป็นสิบปีดวงคนจะกุดติดๆ กันไม่เกินสามเกมก็จะขึ้นมานิดนึงเพื่อให้ผู้เล่นใจชื้นและกล้าทุ่มต่อก่อนจะหมดเนื้อหมดตัวก่อนกลับกับความมั่นใจผิดๆ และความโลภโง่ๆ มีทางเดียวที่จะเป็นแบบนั้นคือมีคนล็อกไพ่...

“bet(ตาม) 50,000” แต่ถึงอย่างนั้นผู้เล่นสามก็ยังใจถึงกล้าตาม ไม่รู้ว่าใจถึงจริงๆ หรือแค่หวังจะให้คนอื่นหมอบกันให้หมดแล้วตัวเองจะได้กินหมูกันแน่...

“เชิญครับคุณผู้หญิง” บริกรผายมือให้ผู้เล่นคนที่สี่

หญิงสาวสะโอดสะองยกยิ้มก่อนจะขยับชุดเกาะอกของตัวเองเล็กน้อยด้วยท่าดาวยั่ว เรียกสายตาจากทั้งโต๊ะไปที่หน้าอกหน้าใจของเธอจนหมด แต่...มันดูจงใจเกินไป

หยางสือรีบหันไปทางผู้เล่นคนที่หนึ่งทันทีเป็นไปอย่างที่คาดชายคนนั้นแอบแตะที่ขาแว่นสายตาเบาๆ ก่อนจะเพ่งสายตาไปที่ไพ่กองกลางที่คว่ำไว้

...แว่นมองทะลุ? ของกากๆ เก่าๆ แบบนั้นยังมีคนใช้อยู่อีกหรือ?...

เธอยกเครื่องดื่มของเธอขึ้นจิบแก้เบื่อ เธอนึกว่าจะได้เห็นทริคที่ตระการตากว่านี้เสียอีกไอ้พวกทริคแอบดูไพ่แบบนี้มันออกจะน่าเบื่อไปหน่อยสำหรับเธอ ถ้าต่อหน้าคุณหนูฟ่านยังกล้าโชว์ทริคกระจอกๆ แบบนี้มาลูบคมกันแล้วล่ะก็ เธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะปราณีอีกต่อไป รอยยิ้มที่เคยเกลื่อนใบหน้าเลือนหายไปเหลือเพียงแต่ความเย็นชาฉาบเคลือบใบหน้าสวยเอาไว้

...ประเดี๋ยวจะสอนให้รู้ว่าระดับชั้นครูเข้าทำกันอย่างไร...

“raise(เกทับ) 100,000” เสียงหวานเอ่ยสำทับ จำนวนเงินกว่าเท่าตัวที่เธอลงเรียกความตื่นเต้นให้กับคนในโต๊ะเป็นอย่างดี แต่ไม่ใช่กับคุณหนูฟ่านอีกต่อไปใจของเธอสุมด้วยความหงุดหงิดและความผิดหวังกับโชว์ปาหี่ห่วยๆ

“เชิญ” เสียงของบริกรดังขึ้นข้างหน้าเธอ

หญิงสาวเอื้อมมือเรียวไปวางทาบบนไพ่บนสำรับก่อนจะชักมือกลับในเสี้ยววินาที เธอคว่ำไพ่ลงบนโต๊ะทันที เมื่อจบการจั่วของเธอก็นับว่าเป็นการจั่วครั้งสุดท้ายของรอบแรก นัยน์ตากลมหลุบมองไพ่ที่เธอแอบหยิบมาอีกใบที่แนบกับข้อมือของเธออยู่เพียงแวบเดียว หญิงสาวยกยิ้มก่อนจะโยนตั๋วเงินเข้ากองกลางไปสามใบ สีหน้าของเธอมั่นใจราวกับว่าเกมทั้งโต๊ะนี้เป็นของเธอแล้ว

“ดิฉันว่าเรามาเร่งเกมกันหน่อยดีกว่า raise(เกทับ) 3,000,000”

“ห๊า!! ยัยบ้า นับเลขไม่เป็นรึไงห๊ะ! เขาเล่นกันหลักแสนอยู่ๆ มาเพิ่มเป็นล้านได้ยังไงหายัยโง่” ผู้เล่นที่สามโวยวายขึ้นมาท่ามกลางสีหน้าตกใจของผู้เล่นคนอื่น

“ดิฉันจะเล่นแบบนี้ ใครอยากเล่นต่อก็เล่น ไม่อยากเล่นก็หมอบไปสิ” ฟ่านหยางสือกล่าวเรียบๆ

“แต่เงินล้านมันไม่น้อยเลยนะคุณหนูน้อย เธอยังไม่ได้ดูไพ่ในมือเลยสักนิด” ผู้เล่นคนแรกกล่าวเตือนคล้ายเป็นห่วงหากแต่สายตาเขาเพ่งมองไพ่เธอผ่านแว่นตาพิเศษ เธอปล่อยให้เขามองไพ่เธอไปโดยไม่คิดจะปิด เพราะอย่างไรเสียไพ่ที่เธอจะใช้ก็ไม่ได้วางอยู่บนโต๊ะอยู่แล้ว

“เอาเถอะๆ อย่ามัวแต่โวยวายกันไปเลยน่า เธอน่ะ ลง 3,000,000 มาแล้วก็ดีอย่าหมอบแล้วกัน” ผู้เล่นสาวสวยยกยิ้มราวกับกำชัยชนะไว้แล้ว

...ถ้าหล่อนกล้าออกปากแบบนี้แสดงว่ารู้ไพ่ในมือฉันแล้วล่ะสิ...

“เริ่มการจั่วรอบที่สอง” บริกรประกาศ

“สู้ตาม 3,000,000"

ผู้เล่นที่หนึ่งประกาศหลังจากจั่วไพ่ขึ้นมา เหงื่อที่ผุดพราวนั้นบ่งบอกถึงความกังวลกับเงินที่กำลัง โยนลงไปพอสมควร ในขณะนั้นมือของหยางสือก็ทำการสลับไพ่บนโต๊ะกับไพ่ที่ข้อมือตัวเองไว้ทันที

...ถ้าหากมีจุดอ่อนเรื่องเงินก็ปิดประตูชนะไปได้เลยไอ้หนู...

“หมอบ!” ผู้เล่นตำแหน่งที่สามตะโกนหลังจากจั่วไพ่ขึ้นมา เขามองเงิน 150,000 เหรียญของตัวเองด้วยสายตาเสียดาย

...เอาน่าลุง แค่ 150,000 เอง ถ้าเล่นต่อเสียเป็นล้านน่า...

ถึงตาของหญิงสาวชุดเกาะอกคราวนี้หล่อนใช้การก้มตัวเพื่อเป็นการหลอกล่อสายตาบริกรอีกครั้งในจังหวะเดียวกับที่ผู้เล่นคนที่หนึ่งกระทุ้งเข่าเบาๆ กับโต๊ะเพื่อขยับไพ่เธอให้ใกล้ระยะโฟกัสของแว่นมากขึ้น ฟ่านหวางสืออาศัยโอกาสที่เขากำลังเพ่งไพ่ของเธอริวไพ่ในมือไปแทนที่ไพ่ใบคว่ำอีกตำแหน่งก่อนจะรอจังหวะที่ผู้เล่นที่สี่จั่วไพ่ไปแล้วกระทุ้งโต๊ะเบาๆ ให้เนียนกับแรงสั้นสะเทือนก่อนหน้านี้ให้ไพ่กองกลางตลบมาอยู่บนกองจั่ว

“กะ... เกทับ อีก 5,000,000” เสียงของหญิงสาวไม่มั่นใจนัก แต่จากจำนวนที่เธอเอ่ยมาเธอน่าจะถูกสั่งมาให้ปั่นเงินเดิมพันเพื่อให้ผู้เล่นคนแรกเป็นคนกวาดเงินกลับ แต่วงเงินห้าล้านคงเกินกว่าที่คาดไว้เสียกระมัง

…ห้าล้านเองหรือ คิดการใหญ่ใจต้องถึงหน่อยสิ…

เมื่อถึงตาหยางสือจั่วจึงทำให้ควีนโพดำมาอยู่ในมือเธออย่างง่ายดายใช่ควีนโพดำไพ่ที่เคยคว่ำอยู่ใบนั้นเข้ามาอยู่ในมือเธอแล้ว เธอรวบไพ่สี่ใบเข้ามือก่อนจะส่งยิ้มหวานให้กับสองผู้เล่นที่ยังเหลือ นี่ไม่ใช่เกมที่พวกเขาจะมาหลอกเชือกหมูในวงไพ่อีกต่อไปแล้วนี่คือเกมแห่งการเอาชีวิตรอดของผีพนันสองตนจากเงื้อมือของมัจจุราชเท่านั้น

...ขาดแค่ J โพดำ...

“สู้ 5,000,000” เธอเลือกจะตามไปก่อนเพื่อหลอกให้ฝ่ายที่แอบดูไพ่เธอเชื่อว่าไพ่ที่เขามองไว้นั้นเป็นไพ่ที่ถูกต้อง ให้คิดเสียว่าเธอถือไพ่ขี้ไว้ในมือ

การจั่วรอบสุดท้ายเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเธอคาดหวังเหลือเกินว่าจะมีอะไรมาพลิกเกมสนุกๆ เกมนี้ได้อีกหน่อยอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ป่าหี่โชว์ร่างของนังสาวโนตมนั่นก็พอ

“ตอนนี้เงินกองกลางมีเกิน 10,000,000 ไปแล้วสินะ ฮ่ะๆ” ผู้เล่นคนแรกจั่วไพ่ด้วยมืออันสั่นเทา

เขาคงเริ่มใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวตั้งแต่จำนวนเงินเริ่มแตะหลักล้าน ผู้เล่นสองคนที่หมอบไปก่อนเองก็พาลจะหายใจไม่ทั่วท้องไปด้วยกับจำนวนเงินที่วางไว้ตรงกลาง ตอนนี้สายตาหลายคู่จากโต๊ะรายรอบเริ่มเบนมาที่เธอ ทีวีของคาสิโนเองก็ฉายภาพการถ่ายทอดสดการเล่นของโต๊ะเธอด้วย ทันทีที่เงินพนันเพิ่มเกินสิบล้านเกมบนโต๊ะนั้นจะถูกจัดให้เป็นเกมเดิมพันทันทีผู้ที่เข้ามาใช้บริการบ่อนคนอื่นๆ สามารถที่จะลงเดิมพันได้ในราคาตั้งแต่ 100 เหรียญชื่อผู้เล่นหนึ่งคนว่าใครจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้

ไพ่ที่ถูกจั่วเข้ามือของผู้เล่นคนที่หนึ่ง เขาแสร้งใช้จิตวิทยาไม่เหลือบมองไพ่เพื่อข่มขวัญเธอบ้าง เพราะว่าเขามองไว้ก่อนแล้วว่าไพ่ในมือจะต้องเป็น หกโพแดงแน่ๆ ตอนนี้ในมือของเขาไพ่คือ full house และเขาไม่คิดจะแพ้ ในใจของชายหนุ่มกำลังตัดสินใจว่าจะปั่นเพิ่มให้เธอหมอบหรือว่าจะแค่สู้ดี นัยน์ตาของเขาเหลือบขึ้นไปทางขวาเท่ากับเขากำลังใช้สมองข้างซ้ายในการคำนวณจำนวนเงินที่มีอยู่ในมือ

“สู้ 8,000,000” เสียงการเพิ่มเงินเดิมพันเรียกความฮือฮาได้ไม่น้อย

“ไพ่คุณคงดีจนไม่ต้องเหลือบมอง” หยางสือเอ่ยขึ้นลอยๆ แสร้งแสดงสีหน้ากังวล และนั่นทำให้ตัวเลขการวางพนันด้านผู้เล่นที่หนึ่งพุ่งขึ้นไปถึง 78% ในขณะที่ของเธอเหลือแค่ 2% เท่านั้น การทำเงินให้คาสิโนถือเป็นหน้าที่หนึ่งของเธอเช่นกัน

“ก็ดี...” ผู้เล่นชายตอบ ตอนนี้เหงื่อใต้จมูกของเขาออกจนชุ่มบ่งบอกถึงความเครียดและความตื่นเต้น เขายกมือขึ้นประสานลงบนโต๊ะมือของเขาหมุนแหวนที่นิ้วชี้ไปมาช้าๆ คล้ายเป็นสัญญาณมากกว่าการกระทำจากความเครียด

และมันคือสัญญาณจริงๆ ทันทีที่หญิงสาวอีกคนบนโต๊ะได้จั่วเธอมองไพ่ในมือก่อนจะหมอบทันทีโดยที่ไม่ต้องคิด ตอนนี้ผู้เล่นบนโต๊ะเหลือเพียงสองคนเท่านั้น และเงินเดิมพันของคนที่วางข้างสาวสวยกว่า 20% ก็ตกเป็นเงินของคาสิโนทันที

“เชิญ” เสียงบริกรบนโต๊ะเอ่ยขึ้น

หยางสือกระพริบตาช้าๆ หนึ่งครั้งเธอพยายามเลื่อนคอนแทคเลนส์ขนาดจิ๋วที่กว้างเกินรูม่านตาไปเพียงมิลเดียวลงมา ปกติเธอไม่ค่อยชอบใช้ของพวกนี้เท่าไหร่นักเพราะมันทำให้เธอไม่ค่อยได้สนุกมาก แต่ตอนนี้เงินในกองไม่ใช่น้อยแล้วและเธอไม่เกี่ยงวิธี

หญิงสาวใช้มือข้างที่ไม่ได้ถือแก้วจั่วไพ่ในกองขึ้นมา หากแต่สายตาของเธอจ้องมองที่ไพ่อีกสามใบที่วางอยู่ตรงกลางเมื่อมั่นใจว่า ใบที่ต้องการยังอยู่ในกองจั่วหญิงสาวก็ยกยิ้มอย่างถูกใจ มือเรียวของฟ่านหยางสือก็วางแก้วให้แรงขึ้นอีกนิดเพื่อให้ไพ่ของผู้เล่นที่อยู่ข้างเธอเผยอขึ้นมา

...หกโพดำ สามโพแดง หกข้าวหลามตัด สามโพดำ เจ็ดโพแดง...

ไพ่ในมือของผู้เล่นที่หนึ่งมีสองคู่เพราะว่าหกโพแดงที่เขาเล็งไว้ก่อนตอนนี้อยู่ในมือของหญิงสาวคู่หูเขาเรียบร้อย ฟูลเฮาส์ในฝันคงจะได้แค่ฝันไปแล้ว

...อ่าห์ เก็บไว้ลุ้นดีกว่า...

หญิงสาวเลียปากตัวเองด้วยใจสั่นระรัว เธอลุ้นเหลือเกินว่าไพ่ใบที่เธอจั่วมาจะใช่ใบที่เธอคาดไว้หรือไม่แต่ถ้าเปิดดูตอนนี้เธอคงจะแสดงออกทางสีหน้าไปหมดแน่ๆ หัวใจเธอเต้นระรัวด้วยความระทึกความสนุกของการพนันมันคืออย่างนี้นี่เอง จิตใจที่ลิงโลดไปกับความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ทำให้เธอถอนตัวไม่ขึ้นเอาเสียจริงๆ

“สู้ 10,000,000” เธอแทบจะเก็บอาการตื่นเต้นตอนที่เอ่ยไปไม่อยู่

ไพ่กองกลางถูกเปิดออกหลังจากไพ่ทุกคนครบแล้ว และสิ่งแรกที่ได้เห็นคือสายตาตกใจของผู้เล่นหนึ่ง จะไม่ให้ตกใจ ได้อย่างไรในเมื่อควีนโพดำในกองหายไปแล้ว ควีนโพดำที่เขามั่นใจว่าเห็นมันแน่ๆ หายไปแล้ว สถานการณ์แทบจะเป็นไปไม่ได้ตอนนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว

ชายหนุ่มขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเจ็บใจก่อนจะส่งสัญญาบอกคู่หูตัวเองด้วยการปาดนิ้วมือไปที่มุมไพ่ซ้ายสุด เป็นสัญญาณให้รู้ว่ามีคนอื่นโกงอยู่ในโต๊ะ แต่กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว...

“ไพ่ทั้งหมดหงายแล้ว เชิญเริ่มเกมต่อได้” บริกรเอ่ยขัดขึ้น

แต่ถึงกระนั้นพฤติกรรมของผู้เล่นที่หนึ่งก็ยังคงนิ่งค้างเหมือนเดิม เขาไม่รู้จะจัดการอย่างไรต่อไป ถ้าหากไพ่กองกลางไม่ใช่ควีนโพดำแล้วล่ะก็ มันก็มีความเป็นไปได้ว่าไพ่ที่เขากำลังถืออยู่อาจจะไม่ใช่ฟูลเฮาส์อย่างที่คิดไว้ก็ได้ มือของชายหนุ่มเริ่มสั่นเทิ้มจะเปิดก็ไม่กล้า...

“...จะเล่นรึเปล่าคุณผู้ชาย” เสียงหยางสือเอ่ยกระตุ้นคนที่อยู่บนโต๊ะด้วยความตื่นเต้น

เธอไม่อาจโกหกได้เลยว่าเธอชื่นชอบสีหน้าคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองกำลังติดกับใยแมงมุมที่กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินกว่าจะถอนตัวเสียแล้ว สีหน้าหวาดกลัวแบบนั้นท่าทีตระหนกในชั่วขณะที่เคียวมัจจุราชกำลังจะกระชากวิญญาณแบบนี้ มันเป็นอีกสิ่งที่เธอเสพติดมันเข้าจริงๆ

“...” ยังคงไร้การตอบรับจากชายผู้นั้น

ถ้าเขาไม่สู้เธอก็จะชนะทันที โดยที่ไม่ต้องลุ้นแต่ถ้าหากเขาสู้เธอก็อยากจะรู้เหมือนกันถ้าหากไพ่ที่เธอจั่วมาไม่ใช่ J โพดำเธอเองก็คงแพ้แน่ๆ เรียวนิ้วของหยางสือเย็นเยียบด้วยความตื่นเต้นระคนสนุกสนาน การทำงานที่นี่มานานไม่ทำให้ความสนุกตรงนี้ลดลงเลยแม้แต่น้อย

“...คุณผู้ชายครับ” เสียงบริกรเอ่ยอีกที

“ถ้าคุณไม่สู้ตอนนี้ เงินทั้งหมดก็คงจะเป็นของดิฉันสินะ”

เธอรู้ตัวว่าการกระทำแบบนั้นมันโรคจิตชัดๆ เธออยากให้เขาสู้แม้ว่าไพ่ในมือของเธออาจจะไม่ใช่ J โพดำแต่เธอก็ยังจะยั่วยุให้เขาเสียดายเงินที่ลงไป เธออยากเปิดไพ่!!! ถ้าเธอลองเอ่ยประโยคนี้ออกไป อย่างไรเขาก็ต้องสู้ไม่เชื่อก็ลองพนันกับเธอดูก็ได้

“สู้ สิบล้าน” เสียงของเขาช่างแผ่วเบา

นัยน์ตาของคนจนตรอก เขาเสียเงินไปทั้งหมดและทั้งหมดนั่นคือทรัพย์สินที่เขามีเขาไม่อยากให้มันลอยออกไปโดยที่ตัวเขายังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ตัวเขายังอยากจะพยายามถึงแม้ว่ามันจะเป็นการพยายามครั้งสุดท้ายก็ตาม นั่นคือเงินก้อนสุดท้ายที่เขาจะเดิมพันหาหากว่ามันเสียเขาก็คงไม่มีอะไรให้ชดใช้นอกเสียจากชีวิตของเขาเอง

ฟ่านหยางสือยกยิ้มอย่างถูกใจเมื่อได้ยินคำนั้นออกมา เธอสูดลมหายใจเข้าออกด้วยท่าทีตื่นเต้น เธอปฏิเสธไม่ได้ว่าคืนนี้ช่างเป็นคืนที่วิเศษจริงๆ

“สู้เท่ากัน ขอ เปิด ไพ่

หกโพดำ สามโพแดง หกข้าวหลามตัด สามโพดำ

ตอนนี้สถานะของเขาคือสองคู่ความกลัวของชายหนุ่มกับการจะเปิดไพ่ใบสุดท้ายนั้นเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ มันอาจจะไม่ใช่หกโพแดงอย่างที่เขาได้เล็งไว้แต่แรก เพราะขนาดควีนตรงกองกลางยังหายไปได้เลยถ้าอย่างนั้นไพ่ในมือของเขาล่ะ

เจ็ดโพแดง

เมื่อไพ่ใบสุดท้ายหงายออกมาชายหนุ่มพยุงตัวให้อยู่บนกริยาบนเก้าอี้ได้อีกต่อไป เขาได้แค่สองคู่ถ้าหากว่าแว่นของเขาทำให้การมองไพ่มันผิดไปขนาดนี้ไพ่ในมือของเธอเล่า เขาเองก็คงมองผิดไปเหมือนกันสินะถ้าเธอไม่ได้ถือขี้อย่างที่เขาเห็นเล่า... ชายหนุ่มได้แต่สวดภาวนากับพระเจ้าของเขาขอให้เมตตา ขอให้อย่างน้อยไพ่ในมือคนตรงหน้าก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าสองคู่ด้วยเถอะ

ฟ่านหยางสือเองก็หายใจไม่ทั่วท้องเหมือนกันเธอค่อยๆ แบไพ่ทีละใบด้วยความตื่นเต้น ตัวเธอเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าไพ่อีกใบคืออะไร

A โพดำ คิงโพดำ ควีนโพดำ สิบโพดำ...

มือของเธอสั่นเล็กน้อย หากใบสุดท้ายเป็น J สักสีก็คงจะได้สเตรท (ไพ่เรียง) หากไพ่นั้นเป็นอะไรก็ตามในสำรับโพดำก็คงได้ฟรัช(สีเหมือน) และถ้าหากใบนั้น...

J โพดำ

“รอยัลสเตรทฟรัช” เสียงบริกรของโต๊ะประกาศดังลั่นเรียกเสียงโห่และเฮดังไปทั่วบริเวณเรือ...

เกมในคืนนี้จบลงแล้ว...

----------------------

ชอบก็เม้นท์นะคะ >.<

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น