춘색 Spring mood cover all the place

ชื่อเรื่อง : 춘색 Spring mood cover all the place

คำค้น : #เกาหลี #โชซอน #นิยายรัก

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

จำนวนตอน : 0

คนเข้าชมเดือนนี้ : 0

คนเข้าชมทั้งหมด : 0

คะแนนถูกใจทั้งหมด : 0

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มี.ค. 2564 15:38 น.

ยอดสนับสนุนเรื่อง
× 0
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ

จันทร์เจ้า หรือ ใคร ๆ เรียกเธอว่า เจ้า สาวร่างเล็ก ผิวสองสี ตากลมคมโต  นักข่าวแห่งสำนักข่าวออนไลน์วีนิวส์   เธอทำงานกองบรรณาธิการสายการเมืองความห้าว ปากตรงกับใจสุดๆ  กลายเป็นเหตุผลต้องโดนจับพักงานเพราะไปตั้งคำถามผ่ากลางวงนักการเมืองทรงผู้ทรงอิทธิพลของประเทศจนวงแทบแตก สุดท้ายต้องถูกย้ายให้ไปไปทำสายบันเทิงที่เธอสุดแสนจะเบื่อหน่ายเพราะต้องไปร่วมงานกับเจ้วุ้นกรอบสาวแก่ปากร้ายช่างนินทาเรื่องชาวบ้าน ทั้งสองมักจะประทะคารมกันเสมอในระหว่างที่ทำงานที่สำนักข่าวแห่งนี้ การทำงานในกองศิลปวัฒรธรรมและ บันเทิง แทนกองการเมือง ทำให้จันทร์เจ้า ปฎิเสธทันทีที่ บอสต้น หรือ คุณถิรเจต คณากรกุล บุตรชายคนรองของอดีตทูต วัชสัณห์ คณากรกุล  ซึ่งภายหลังเขาได้หันมาจับธุรกิจสื่อวีนิวส์  และ ได้ลูกชายเข้ามาจับงานสื่อ ดิจิตอล

  บอสต้น หรือ คุณ ถิรเจต คณากรกุล ตั้งใจจะส่งจันทร์เจ้าไปเกาหลีใต้เพื่อที่จะหลบกระแสวุ่นวายพร้อมทั้งเคลียร์ปัญหากับนักการเมืองที่ลูกน้องตนไปมีเรื่องไว้ เขาเห็นว่าจันทร์เจ้าความรู้ทางภาษาเกาหลีเนื่องจากจบมาจากสาขานี้  และฝีมือดีเขียนคอลัมภ์ทางประวัติศาสตร์ตรงตามวัตถุประสงค์ที่เขาต้องการทุกอย่าง ในตอนแรกจันทร์เจ้าหลังตอบปฎิเสธข้อเสนอของเจ้านาย และเลือกตัดสินใจลาออกเพื่อกลับไปช่วยงานแม่ และ พี่ลักษมณ์ พี่ชายต่างมารดา ที่สวนมะพร้าวน้ำหอมจังหวัดราชบุรี ครอบครัวเล็กๆของจันทร์เจ้าประกอบไปด้วย คุณตาจรัญ ทหารนอกราชการผู้ผ่านสงครามเกาหลี คุณยายฮันนาบี ผู้ทำอาหารเกาหลีแสนออร่อยประดุจแดจังกึม พี่ลักษมณ์ บุตรชายลูกติดบิดาของจันทร์เจ้า เขาเป็นชายคมเข้ม ใจดีรักน้องสาวเจ้าของฉายาเสือเข้มที่คนงานชอบเรียก หนุ่มเฮี๊ยบเจ้าระเบียบและหวงน้องสาวมาก หลังจากบิดาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปเขาก็ทำหน้าที่เป็นเสาหลักดูแลแม่และน้องตามที่เขาได้รับปากไว้กับบิดาของตนไว้มาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี

สิ่งที่แปลกประหลาดในชีวิตของจันทร์เจ้าที่เธอประสบเหตุมาตั้งแต่ยังจำความได้นั้นคือความฝัน เมื่อเริ่มจำความได้สิ่งที่มาพร้อมความทรงจำในวันเด็กก็คือ ความฝัน เธอมักจะฝันถึงสถานที่เดิมๆ คือ หุบเขาที่ล้อมรอบด้วยใบไม้สีสันสวยงามและ ชายในชุดโบราณเกาหลีสีน้ำเงิน มันจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่เมื่อเธอเริ่มอายุเข้าสู่การทำงานความฝันเหล่านั้นก็เริ่มเหมือนฉากละครที่เล่าเรื่องต่อๆ กันมีตัวละครมากขึ้น สตรีในชุดฮันบกสีชมพู่ ชายในชุดทุรูมากีสีน้ำเงินยังคงปรากฏแต่มันเพื่มขึ้นคือเสียงของเขาเธอได้ยินเสียงเขาชัดขึ้นได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสถานที่ที่เธอไม่เคยพบ คนมามายสวมชุดฮันบกท่ามกลาง บ้านทรงฮันอกที่สวยแปลกตา แต่ที่น่าแปลกเธอไม่เคยได้เห็นหน้าชัดๆของชายในชุดทูรูมากี หรือ สตรีในชุดฮันอก และ ยังรวมถึงชายเกาหลีในชุดบัณฑิต ซิมอี กับสาวในชุดฮันบกสีเปลือกไม้ ที่เธอเห็นหน้าที่แต่ก็ไม่เคยได้พบอย่างชัดเจน ความฝันที่ค่อยปะติดปะต่อเหมือนจิ๊กซอทำให้เธอได้ยินชื่อของสตรีที่ชายในชุด ทูรูมาจีเรียกหาตลอดเวลาบนหน้าผา คือ รยูมันวอล แต่จันทร์เจ้าก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรในตอนนั้น

เมื่อจันทร์เจ้ากลับมาพักที่บ้านก็ได้บอกทุกคนในบ้านว่าเธอจะลาออกจากการทำงานมาทำสวนให้แม่แบบที่แม่ต้องการ แต่แล้วคุณตาเมื่อรู้ว่าว่าหลานสาวจะต้องเดินทางแสนไกลและปราถนาให้หลานสาวรอคอยโอกาสเพื่อเดินทางไปที่แห่งหนึ่งก่อน เหตุการณ์เป็นไปอย่างที่ตาคิด จันทร์เจ้าต้องเดินทางไปทำงานที่เกาหลีสองเดือน เธอจึงวางแผนว่าจะเดินทางเยี่ยมญาติของคุณยายฮันนาบีตามคุณตาได้สัญญาที่ให้ไว้กับ ฮันกีวอ บิดาของคุณยายฮันนาบีที่เคยขอให้คุณตาสัญญาว่าจะต้องให้ทายาทที่เป็นสตรีเดินทางกลับไปเกาหลีเพื่อเปิดความคำสั่งเสียที่บรรพบุรุษได้ให้ไว้หลายร้อยปี คุณตาเล่าถึงพีนยอที่ติดตัวของจันทร์เจ้ามาตั้งแต่เกิดแล้วมันก็เหมือนกับที่คุณพ่อของภรรยาของลุงได้กล่าวว่าท่านเชื่อตามคำทำนายของมูดังที่เคยทำนายไว้ถึงสตรีประหลาดจากแดนไกลที่เป็นดั่งพระจันทร์ปกคลุมบ้านให้มีแต่ความร่มเย็นสตรีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แกคนทั่วไปเธอเป็นจะกลายสตรีผู้นำความยุติธรรมและความเท่าเทียมมาสู่ทุกชนชั้นในโชซอน คำสั่งของคุณเทียดยังคงรอการหาคำตอบจากเธอเส้นทางในการเดินทางคือ เมืองอันดง เมืองที่มีแต่ความเงียบสงบและจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของทุกอย่าง

การเดินทางไปเกาหลีใต้เพื่อเดินทางไปทำข่าวงานเทศกาลภาพยนต์นานาชาติปูซาน และ ทำคอลัมภ์สกู๊ปความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเกาหลีใต้ซึ่งจันทร์เจ้า ชยน ช่างภาพเพื่อนนสนิท และ มังกร ทีมตัดต่อ  พวกเขาจะต้องอยู่ยาวไปอีกหนึ่งเดือน เมื่อเดินทางไปถึงเกาหลีพวกเขาได้เดินทางไปยังสถานที่ต่างเพื่อพักผ่อนก่อนการเริ่มภารกิจแต่จันทร์เจ้าได้เวลาว่างกว่าคนอื่นเนื่องจากเธอไม่ต้องเดินทางไปปูซานดังนั้นเธอจึงตัดสินใจเดินทางไปที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะกังซงในโซลเพื่อชมภาพเขียนของนักเขียนชื่อดังสมัยโชซอนและเธอก็ได้พบภาพเขียนหนึ่งที่จัดแสดงอยู่น่าแปลที่สตรี และ ชายในภาพช่างเหมือนกับภาพสตรีในชุดฮันบกสีเปลือกไม้และ ชายในชุดซิมอี มันเหมือนมากเธอรู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์ของความฝันเธอเห็นเคลื่อนไหวจนเธอตกใจรีบเดินออกจากพิพิธภัณฑ์แห่งนั้นภาพนั้นมีชื่อเรียกว่า Spring mood covers all the places 춘색만원 ที่ถูกวาดโดยจิตกรชื่อดัง ชินยุนบก ความหนาวหวาดกลัวทำให้จันทร์เจ้ารีบก้าวออกมาจากที่แห่งนั้นตรงไปที่พักเพื่อพักจากความหนื่อยแต่มันก็ปรากฏคของภาพวาดนั้นในความคิดของเธออีกครั้งมันเคลื่อนไหวมีเสียใบไม้ต้นไม้และเสียงพูด

การเดินทางครั้งนี้เธอได้รู้จักกับนักโบราณคดีชื่อ ซงซังอา เป็นการรู้จักผ่านการทำงานเนื่องจากเขามีหน้าที่พาเธอไปยังอันดง ซูวอน และ เมืองต่างๆ ที่จะนำไปใช้การทำสกู๊ปที่ต้องใช้ในการออกอากาศในประเทศไทยเป็นเวลาสองเดือน ซงซันอา เป็นชายหนุ่มที่มีบุคลิกแปลกเขาเงียบเหมือนมีเรื่องราวในใจตลอดเวลาและพยายามที่จะบอกบางอย่างแก่จันทร์เจ้าทำให้ ชยน ที่แอบรักเพื่อนสนิทไม่พอใจและมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ่อย จันทร์เจ้ารู้เพียงแค่ว่าการมาของเขาไม่ใช่เรื่องธรรมดา เหมือนที่ ซงซังอา ก็เกล่าวเช่นกันว่าความบังเอิญไม่มีในโลก ก่อนการดินทางเพื่อถ่ายสกู๊ปเธอขอเวลาพวกเขาเพื่อเดินทางไปที่เมืองโพชอน เธอเดินทางไปอนุสรณ์สถานทหารไทย และ เดินทางไปเยี่ยมคุณลุง ฮันกียุล ที่เป็นหลานชายของคุณปู่ ฮันกีวอ  เมื่อเดินไปถึงยังโพชอน และเดินทางไปหลุมศพเคารพศพของคุณตาทวด ฮันกีวอ เมื่อกลับมาที่ยังหมูบ้านฮันอกโบราณ คุณลุงกียุล ได้บอกเล่าเรื่องราวของตะกลู ฮัน และ คำสั่งของบรรพบุรุษ เพื่อให้ตามหาสตรีนางหนึ่ง คุณลุงยืนจดหมายพร้อมทั้งบอกกับ จันทร์เจ้าว่าให้เดินทางไปที่เมืองซูวอนเพื่อพบคนหนึ่งที่นั้นที่บริเวณศาลาของป้อมฮวาซอง นั้นคือคำสั่งของคุณปู่ ฮันกีวอ แต่เนื้อหาในจดหมายนั้นไม่มีใครเคยได้เปิดอ่านเราทราบเพียงว่าจะมีคนหนึ่งมามาอ่านจดหมายฉบับนี้เมื่อถึงเวลาของมันก่อนที่จันทร์เจ้าจะเดินทางมานั้นเขาก็ฝันเห็นคุณปู่มาหาเพื่อเตือนเขาให้ทำหน้าที่ขอบรรพบุรุษฝากไว้แล้วเธอคือคนที่ถูกเลือกให้ทำงานนี้ต่อ

จันทร์เจ้ายังไม่ได้เปิดอ่านจดหมายฉบับนั้นเพราะเธอต้องเดินทางไปอันดงเพื่อไปที่พิพิธภัณฑ์หน้ากากที่ฮวาเฮ ที่นั้นมีการจัดแสดงหน้ากากของประเทศต่างๆ หลังจากทำงานของเธอเสร็จแล้วก็นั่งรถเข้าไปในหมู่บ้านฮวาเฮเพื่อพักผ่อนก่อนที่จะเดินทางไปยังซูวอนในวันรุ่งขึ้นเธอเดินไปในหมู่บ้านที่มีการตกแต่งแบบหมู่บ้านแบบดั้งเดิมระหว่างเดินเธอได้พบกับ สตรีชราท่านหนึ่ง นามว่า แพบันดี เธอเดินตรงเข้ามาหาจันทร์เจ้าและเรียกเธอว่า คุณหนู อาการของคุณยายดูหลงๆลืม ๆ เธอบอกเล่าเรื่องราวของคุณหนูท่านหนึ่งเป็นบุตรสาวของขุนนางแห่งตระกูล รยู นามว่า ท่านรยูกังจา เป็นเจ้าหน้ากรมอาญาท้องถิ่น เรื่องเล่าของยายมันเหมือนตำนานที่เล่าต่อกันมาช้านานถึงความรักของ ท่านรยูที่มีต่อบุตรสาวแม้ท่านต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์ทางการเมืองที่วุ่นวายแต่ความรักที่ท่านมีต่อบุตรสาวไม่เคยเปลี่ยน คุณหนูรยู เป็นคนจิตใจงดงามแต่อ่อนแอขี้โรคเธอหายไปจากอันดงหลังจากเกิดเหตุการณ์สังหารบิดาของเธอบ้านถูกเผา คุณหนูรยู และ สาวใช้นาม นัมกีจัง เราเคยได้ข่าวว่าคุณหนูหนีไปฮันยางแต่เมื่อบ้านแตกกระจายไปจากการสังหารก็ไม่มีบ่าวไพร่คนใดได้พบคุณหนูรยูอีกเลย พวกเราไม่เคยลืมจิตใจงดงามของคุณหนูและก็ทักจันทร์เจ้าว่ามีบางสิ่งที่คล้ายกับคุณหนูรยู จันทร์เจ้าได้ฟังและก็ยังงงแต่มันเหมือนเรื่องเล่าที่หาคำตอบไม่ได้ คุณหนูรยู เธอคือใครกัน คุณหนูรยู บุตรีของท่านรยูกังจา เจ้าหน้ากรมอาญาแห่งเมืองอังดง

หลังกลับจากหมู่บ้านฮวาเฮ จันทร์เจ้าได้ตัดสินใจเวลาตอนกลางคืนที่ทุกคนออกไปดืมข้างนอกเปิดอ่านจดหมายของเทียดฮันมินจู ที่ได้เขียนฝากถึงลูกหลานท่านในการตามหาย่าเทียดนามว่า รยูมันวอล และ พาเธอกลับไปยังฮันยาง คำสั่งมีเพียงเท่านี้ จันทร์เจ้าอ่านแล้วงงเป็นอย่างมากเธอจะรู้ได้ไงละว่าคือย่าเทียดของเธอ รยูมันวอลจะมาโผล่อะไรตอน พ.ศ.2563 มันต้องมีอะไรผิดปกติทำไมคนในอดีตจะมาตามหาคนจากโลกอนาคต หลังจากเริ่มเขียนงานภายหลังจากการเดินทางไปอันดง ในวันพักผ่อนที่ซูวอนเมืองที่ใกล้กับโซลพร้อมกับ ชยน มังกร ลูกปลา ไกด์คนไทยคือ คะน้า และ นักโบราณคดีซงซังอา สถานที่พักผ่อนกับคณะลูกทัวร์ที่แสนวุ่นวายทะเลาะกันตลอดทางพวกเขาได้ไปพักที่เมืองซูวอน ในขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายถกเถียงกัน ซงซังอา ได้แนะนำให้จันทร์เจ้าเดินไปบริเวณป้อมฮวาซองเพื่อขึ้นไปถ่ายภาพวิวที่แสนสวยงามจากด้านบนระหว่างนั้นเขาได้แนะนำตัวของเขาอย่างชัดเจนว่าเขาเป็นคนมาจากตะกลูซงและมีหน้าที่บางอย่างที่ต้องทำเพื่อนายหญิงรยู คำว่ารยู ปรากฏขึ้นอีกครั้ง  เธอคือใครทำไมทุกคนพยายามจะพาเธอกลับไปฮันยางกลับไปทำไมกัน ระหว่างการสนทนาเพื่อเดินทางไปป้อมฮวาซอง พวกถามคำถามที่แปลกแก่เธอหลายข้อก่อนที่จะหายไปทิ้งเธอให้อยู่ที่ศาลาข้างป้อมฮวาซฮง ในตอนนั้นสตรีชราในชุดฮันบกสีเข้มเดินเข้ามาหาเธอในเวลานั้นท้องฟ้าที่สีครามแปรเปลี่ยนไปเป็นสีดำเธอเดินเหมือนจะเป็นลมและจันทร์เจ้าก็ได้ช่วยไว้ เธอมองจัทนร์เจ้าอย่างไม่วางตาและยืนของสิ่งหนึ่งให้เธอมันคือ คารักจี หรือแหวนหยกคู่ พร้อมเอยให้เธอกลับไปที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะกังซงให้รีบไปที่นั่นก่อนหกโมงเย็นของวันพรุ่งนี้ของวันพรุ่งนี้วันที่พระจันทร์ในฤดูใบไม่พลิจะบดบังพระอาทิตย์เป็นคืนเดือดดับในขณะที่เธอกำละงก้มดูแหวนเมื่อเงยหน้ามองออกไปก็ไม่พบคุณยายชุดฮันบกสีเข้มอีกต่อไปแล้วและท้องฟ้ากับมาสว่างอีกครั้งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลังจากกลับจากซูวอนจันทร์เจ้าต้องเดินทางไปเคียงจูแต่เธอกลับเลือกที่จะไป พิพิธภัณฑ์ศิลปะกังซง หลังจากฝันเห็นชายในชุดทูรูมากีสีน้ำเงินเข้มอีกครั้งแต่ครั้งนี้มันมีภาพของเหตุการณ์นองเลือดผู้คนมากมายในบ้านหลังหนึ่งถูกฆ่าตายชายสวมชุดโบราณคนนั้นตะโกนชือของ รยูมันวอล ดังยาวนานและเจ็บปวดก่อนที่เธอที่จะสะดุ้งตื่นดังนั้นเธอต้องไปตามที่คุณยายชุดฮันบกนั้นบอกเธอคำตอบของทุกอย่างเกี่ยวกับคุณหนูรยูอาจจะอยู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะกังซง ดังนั้นเธอต้องไปบางที่คำตอบชองความฝันทั้งหมดอาจจะอยู่ในที่แห่งนี้ก็ได้ เมื่อเธอไปถึงก้าวเข้าไปในสถานที่แห่งนั้นเหมือนท้องฟ้าด้านนอกมืดไปหมดเหมือนเดือนดับเธอเดินไปรอบห้องแห่งนั้นและไปอยู่ที่ภาพของ Spring mood cover all the place ภาพนั้นอยู่ก็เคลื่อนไหวชายหญิงในฤดูใบไม้ผลิเดินคุยกันไปและอยู่ขณะที่เธอตะลึงมือเธอพยายามเอื้อมไปหาภาพด้านนอกเกิดลมพัดแรงด้านนอกท้องฟ้ามืดเหมือนฝนจะตกแต่ก็ไม่ตกลงมาสักพักเหมือนถูกไฟดูดมันดูดเธอไปที่ภาพแห่งนั้น

เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาพีนยอง คารัคจี ก็หายไปจากเธอทั้งหมด เธอฟื้นขึ้นมาแต่ตัวเองกลับจมไปอยู่ในน้ำมีร่างของสตรีอีกคนปรากฏอยู่จันทร์เจ้าตั้งสติได้จึงรีบไปช่วยเธอพาเข้าไปที่ชายฝั่งแห่งนั้นเธอได้ยินเสียงเรียกของสตรีคนนั้นนามว่า นัมกีจัง เธอตามหาคุณหนูรยู และ วันนั้นสตรีที่เธอช่วยนั้นคือ คุณหนู รยูมันวอล นี้หรือ คือ คนที่ใครก็ตามหาแล้วทำไมเธอถึงเจอ และเธอก็พึ่งรู้ว่าแม่น้ำที่เธอตกลงมาพื้นดินที่เธอเหยียบอยู่นี้คือ โชซอน ในปี พ.ศ.2322 (1779) การแต่งกาย คำพูด ท่าทางกริยาของจันทร์เจ้าสร้างความประหลาดใจให้กับสตรีสองนางแห่งโชซอน หลังจากทำการช่วยชีวิตจันทร์เจ้าจึงได้รู้ว่าเธอข้ามเวลาเข้ามาโชซอนทีนี้มีแต่คนแปลกแต่งกายก็แปลกตาไปหมด จันทร์เจ้าได้พบตัวจริงของ รยูมันวอล ที่เธอเคยได้ฟังเรื่องเล่าจากหญิงชราแห่งเมืองอันดง ซึ่งเธอคิดว่าน่าจะใช่เพราะนางมากับสาวใช้ นัมกีจัง ตามที่คุณยายทวดเล่า เมื่อสอบถามจึงรู้ว่า รยูมันวอน เป็นบุตรตรีของท่าน รยูกันจา ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าที่หน้าที่ยุติธรรมแห่งกรมอาญาแห่งอันดง ระหว่างที่ช่วยออกมาจากน้ำได้มีชายชุดดำสามสี่คนพยายามที่จะฆ่า รยูมันวอล และ ทั้ง จันทร์เจ้า รยูมัลวอล และ นัมกีจังต่างพากันหลบหนีการตามล่า เมื่อจันทร์เจ้าไม่สามารถที่หาทางออกไปจากที่นี้ได้เธอจึงหาทางช่วย รยูมัลวอล ภายหลังจากได้ฟังเรื่องราวที่เธอเล่าให้ฟังถึงสาเหตุของการตามล่า

เมื่อห้าวันก่อนการเกิดเรื่องเลวร้านในบ้านของเธอมีชายอาวุโส พร้อม กับทหารรับใช้มาพบบิดาของเธอพร้อมการพูดคุยภายในบ้านอย่างเคร่งเครียด แต่เธอไม่รู้ว่าพวกเขาคือสิ่งใดมันไม่ใช่สิ่งที่สตรีควรจะรู้ ไม่นานนักก็มีชายชุดดำบุกเข้ามาที่บ้านและฆ่าบิดาของเธอตายพร้อมค้นหาสิ่งของในบ้านของเธอระหว่างนั้นมารดาของเธอที่หลบซ่อนในห้องด้านหลังของบ้านได้แอบพาเธอหนีออกมาในช่วงที่บ้านวุ่นวายเกิดไฟไหม้ และเอกสารที่ม้วนไว้ในกล่องไม้เล็กพร้อมบอกให้รักษาสิ่งนี้ไว้แล้วมุ่งไปยังเมืองฮันยาง ไปพบกับท่าน ฮันมินจู เป็นขุนนางฝ่ายโซรน ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมอาญาแห่งพระเจ้าจองโจ กษัตริยลำดับที่ 22   แห่งราชวงศ์โชซอน นี้คือสาเหตุที่ทำให้เธอถูกตามล่าจากชายเหล่านั้น เรื่องนี้สำคัญมากเกี่ยวพันเกี่ยวถึงชีวิตของพระมเหสีฮโยอึน ดังนั้นนางต้องรีบเข้าฮันยางเพื่อนำข่าวนี้ไปบอกแก่ใต้ท้าวฮันมินจู ท่านเป็นคนที่บิดาของเธอไว้ใจและเป็นเพื่อนสนิทของบิดาของเธอ ระหว่างที่ทำการหนีเพื่อหาทางไปฮันยาง จันทร์เจ้าต้องปรับตัวมากมายทั้งการพูดของเธอ และ การแต่งการแต่มันแปลกที่เธอกระเป๋าเป้ของเธอกับติดมากับเธอด้วยมีของแปลกๆ ในนั้นที่ทำให้ รยูมันวอล สนใจ ทั้งสองสนิทกันอย่างรวดเร็ว รยูมันวอล เป็นสาวงามเรียบร้อยจิตใจงดงามแต่ร่างกายไม่แข็งแรง ทำให้สาวใช้ของเธอต้องดูแลเธออย่างใกล้ชิด แม้ระยะเวลาในการเดินทางจะไม่นานแต่พวกเขาทั้งสามก็สนิทกันอย่างเหลือเชื่อ จันทร์เจ้าไม่เข้าใจการปฎิบัติตัวของสตรีในสมัยนั้นจึงเกิดปัญหาตลอดในการพูดคุยกับคนทั้วไป การกิน การเข้าห้องน้ำ  มันคือปัญหาของเธอตลอด แต่ทั้ง รยูมันวอล และ สาวใช้ นัมกีจัง ซึ่งจันทร์เจ้า จะเรียกเธอว่าพี่สาวตลอดเวลา ไม่มีชนชั้นมีแต่คำว่ามิตรภาพ ระหว่างการเดินทางเข้าฮันยาง รยูมันวอล มักจะกล่าวถึง ฮันแดซอง พี่ชายที่เธอรักมาตั้งแต่เธออายุ 8 ขวบ เขาคอยปกป้องเธอ และอยู่ในใจเธอเสมอมา เนื่องจากครอบครัวของสองครอบครัวสนิทกันพวกเขาเปรียบคล้ายคู่หมายกัน เพียงแต่ยังไม่มีการจัดการอย่างเป็นทางการมันคือคำสัญญาของเพื่อนสนิทของคน คือ ท่าน ฮันมินจู และ บิดาของเธอคือ รยูกันจา จันทร์เจ้าจับน้ำเสียงความรักและ ความภักดีที่เพื่อนแดนไกลของเธอมีความรักแก่ชายผู้นี้ มีแต่คื่นชมอยู่เสมอแต่เธอกล่าวว่าพวกเขาไม่ได้เจอกันเลยตั้งแต่เธออายุได้ 8 ขวบ เมื่อตอนบิดาของฮันแดงซองเดินทางเกาะเชจูนั้นคือการพบกันครั้งแรกและครั้งเดียว การปกป้องเธอ และ ช่วยเหลือเธอจากการจมน้ำทำให้ รยูมันวอลประทับใจใน ฮันแดซอง หรือ แดซอง อุปป้า ความประทับของเด็กหญิงอ่อนแอคนหนึ่งที่มีต่อพี่ชายที่เธอประทับใจและรอคอยที่พบเขาเสมอมาตั้งแต่วัยเด็กระหว่างการเดินทางเรืองของเขาจึงถูกถ่ายทอดมาถึงจันทร์เจ้าเสมอ เนื่องจากชื่อของเธอเรียกยาก จันทร์เจ้าจึงตั้งชื่อเป็นภาษาเกาหลีเพื่อให้ทุกคนเรียกเธอ นั้นคือ กึมซอง เพราะเธอเหมือนคนที่มาจากต่างดาว และ ดาวศุกร์ก็เหมาะกับเธอที่สุดแล้ว เธอใช้ชื่อ โนกึมซอง

โนกึมซองหรือจันทร์เจ้า เดินทางหลบหนีเสี่ยงอันตรายแล้วต้องใช้ความรู้ในสมัยปัจจุบันหลอกล่อชายชุดดำตลอดการเดินทางไปยังเมืองวอนจูเพื่อเดินทางไปฮันยางชายชุดดำได้ตรงเข้ามาทำร้ายพวกเธอทั้งสามคนเหตุการณ์ครั้งนี้ รยูมันวอล ที่คลุมหน้าตลอดเวลาในชุดบุรุษได้รับบาดเจ็บจากธนูอย่างหนัก นัมกีจังได้พยายามพาหนี้เข้าไปในป่าทึบ กึมซองพยายามจะช่วยรยูมันวอล ด้วยยาบางส่วนที่ติดมาในกระเป๋าเป้ของเธอ พวกเขาไม่สามารถที่จะออกไปตามหมอได้ จนสุดท้าย รยูมันวอลก็จบชีวิตลงอย่างน่าสงสารด้วยธนูปักที่บริเวณหัวใจของเธอ ทั้ง กึมซอง และ สาวใช่กีจัง ตกใจอย่างมากพยายามจะพาเธอหนีออกจากการล่าหลบเข้าไปในถ้ำชายป่าลึก แต่สุดท้ายไม่มีหมอไม่มีอะไรที่สามารถจะรั้งชีวิตของคุณหนูรยูมันวอล แต่ก่อนที่เธอจะสิ้นลมลมหายใจสุดท้ายของเธอได้ฝากให้ โนกึมซอง หรือ จันทร์เจ้าที่เธอรักเหมือนพี่สาวให้ทำหน้าที่สุดท้ายที่บิดาของเธอมอบหมายจากท่านนั้นคือ การนำข้อความสุดท้ายส่งไปให้ยังใต้เท้าฮันมินจู ที่ฮันยาง โดยให้ใช้ชีวิตเป็นชื่อของเธอ เธอมอบป้ายชือให้โนกึมซอง การอยู่ในชื่อของรยูมันวอลจะทำให้เธอปลอดภัย เธอจะได้รับการคุ้มครองดูแลจากท่านฮันมินจูเป็นอย่างดีภายใต้ชื่อ รยูมันวอล และ พวกเขาไม่มีทางจะจำเธอได้เนื่องจากพบกันสุดท้ายเมื่อเธออายุ 8 ขวบ ความเป็น รยูมันวอลจะทำให้เธอปลอดภัย จากนั้นเธอสิ้นลม โนกึมซอง และ สาวใช้นัมกีจัง ฝั่งร่างของ คุณหนูรยู ไว้ในซูวอน และ พากันเดินทางต่อไปในฮันยางเก็บความเจ็บปวด น้ำตา และ ทำตามคำขอสุดท้ายของ รยูมันวอล เพื่อระงับโศกนาฎกรรมในราชสำนักโซชอนที่จะเกิดขึ้นจากความทะเยอทะยานของ ฮงกุกยอง ระหว่างที่พวกนักฆ่าชุดดำพยายามตามฆ่าพวกนาง ชื่อหนึ่งที่ปรากฏ และ ติดสมองของ โนกึมซอง คือ ฮงกุกยอง เขาคือใคร และ เกี่ยวพันอะไรกับเหตุการณ์กรฆ่าคนในตระกูล รยู เมืองอันดง

โนกึมซอง สวมเครื่องแต่งกายแบบบุรุษสวมทูรูมากีสีน้ำเงินคล้านบัณฑิต สวมดัก เพื่ออำพรางตัวในขณะเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงฮันยาง เหล่านักฆ่าต่างเข้าในว่ารยูมัลวอนได้เสียชีวิตไปแล้วแต่ยังคงพยายามตาหาศพของนาง อย่างไรก็ตามเมื่อยังไม่พบศพเธอการตามล่า จันทร์เจ้าในนามรยูมัลวอนยังคงเกิดขึ้นในทุกวินาที แต่สุดท้ายเธอรอดและ สามารถพบกับท่านฮันมินจูได้อย่างปลอดภัยตามที่ได้ตั้งใจไว้ด้วยความช่วยเหลือของฮันแดซองบุตรชายคนโตชองใต้เท้าฮันมินจู ฮันมินจู และ ทุกคนต่างเข้าในว่าเธอคือ รยูมันวอล เพราะเครื่องประดับ และ สิ่งของต่างๆ ที่รยูมันวอลให้กับ จันทร์เจ้าเอาไว้แสดงตัวตน แต่ที่ทุกคนแปลกคือความเป็นคนแปลกๆ พฤติกรรมประหลาดของเธอ ทั้งคำพูด และ กริยามารยาทเรียกได้ว่าห่างไกลจากคำว่า สตรีโชซอนพึงมี จนเธอต้องสร้างเรื่องขึ้นมาว่าเมื่อไม่นานมานี้เธอป่วยหนักจากการตกน้ำหนีการตามล่า ทำให้ร่างกายหยุดหายใจต้องนอนพักรักษาตัวเป็นนานเมื่อตื่นมาก็จำอะไรได้บ้างไม่ได้บ้างเธอลืมทุกอย่างแม้แต่การกระทำตัวเยี่ยงกุลสตรีโชซอน โดยนัมกีจัง ก็มาช่วยยืนยันอาการป่วยคุณหนูของเธอ จริง ๆ จันทร์เจ้าไม่ต้องการจะอยู่ที่นี้นานนักเธอแค่ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่หลบภัย และ จะหาทางกลับไปให้ได้ ดังนั้นภารกิจของเธอต้องตามหาภาพนั้นภาพที่พาเธอมาที่นี้ และ จิตกรหนุ่มชินยุนบก ผู้วาดภาพนั้นภาพที่พาเธอมาดินแดนประหลาดแบบนี้

การแต่งกายของ รยูมันวอลเป็นชุดฮันบกเนื้อผ้าดีของสตรีชั้นสูงแห่งโชซอน เนื่องจาก รยูมันวอลดำรงตนในชนชั้น ยังบัน ถือได้ว่าเป็นชนชั้นนำแห่งโชซอนสืบเนื่องจากบิดามารดาของ รยูมันวอล แม้จะเสียชีวิตทั้งคู่แต่พวกเขาดำรงยศศักดิ์ที่สูง และ ใต้เท้าฮันมินจูห่วงหลานสาวของเพื่อนรักยิ่งนักจึงให้หลานสาวหลบมาพักกับตน และ นำข้อความที่ได้จากเพื่อนตรงเข้าราชสำนักเพื่อปรึกษายับยั้งแผนการลอบสังหารพระมเหสีอโยอึนแห่งพระเจ้าจองโจ กษัตริย์ลำดับที่ 22 ของฮงกุกยอง ในช่วงที่จะเสด็จไปประพาสเมืองกวางโจ ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านี้จะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น แม้จันทร์เจ้า หรือ โนกึมซองจะไม่ได้มีความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์มากนัก แต่เธอรู้ว่าในปี 2322 จะมีเหตุการณ์สำคัญ และ ทำให้ขุนนางคนสำคัญต้องถูกน เนรเทศ และ เสียชีวิต เพียงแต่เธอจำไม้ได้ว่าชื่อของบุคคลนั้นคือ ใคร รู้เพียงว่าเขาคือ เก่ง ฉลาด มีอิทธิพลในราชสำนักเป็นอย่างมากชื่อที่ติดอยู่ในสมองแต่คิดไม่ออกสักที เธอรักประวัติศาสตร์เกาหลีจำได้หลายเรื่องแต่กลับจำบุคคลที่เกี่ยวพันกับการลอบสังหารพระมเหสีฮโยอึนไม่ได้ แต่ชื่อ ฮงกุกยองน่าสนใจในสมองของเธอเมื่อได้ยินนักฆ่าหลุดชื่อเขาออกมา

ความวุ่นวายเกิดขึ้นมีคนมากมายไปมาทั่วเมืองฮันยาง คนมากมายเดินเข้าออกบ้านขุนนางทั้งฝ่าย โนรน และ โซรน โดยเฉพาะฝ่ายโซรนที่น่าจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอย่างมากฮงกุกยองมีบทบาทอย่างมากต่อโซรนเมื่อเขามีปัญหาก็กระทบกับคนที่เกี่ยวข้องหลยฝ่ายตาพระเจ้าจองโจ การได้มาอยู่ในบ้านเมืองที่แปลก ทั้งสถานที่และ ผู้คน จันทร์เจ้า หรือ โนกึมซอง รู้ได้ทันที่ว่า ฮันแดซอง ไม่ชอบเธอและมองว่าเธอคือภาระของเขา เนื่องบิดาฝากเขาให้ดูแลเธอ ทำให้เกิดการพูดจาไม่เข้าหูกันบ่อยครั้งลามไปจนการทะเลาะใหญ่โต เนื่องจากเขามองว่า รยูมันวอลจะทำให้ความรักของเขากับบุตรสาวเสนาคิมมีปัญหา รยูมันวอลสำหรับเขาไม่เป็นสิ่งที่เขาพึ่งใจ ด้านโนกึมซอง เธอไม่ชอบ ฮันแดซอง เช่นกัน เธอคิดว่ามันโชคดีนะที่เป็นเธอที่มายืนแทน รยูมันวอล เธอคงเจ็บปวดที่เห็นชายที่เธอรักและ ภักดี มองว่าเธอคือภาระ และ ปัญหาสำหรับเขา คิดแล้วแสนจะเศร้าใจแทนน้องสาวนอกสายเลือดเสียกระไรที่ต้องมามอบใจรักให้กับคนนิสัยห่วย ๆ แบบนี้  ระหว่างที่อยู่ในเมืองฮันยาง รยูมันวอล ยังคงถูกตามล่ามาตลอดแต่คนที่เข้ามาช่วยเธอตลอด คือ แพคดงซู เป็นนักเก่งมากฝีมือแม้จะดูแข็งๆ เวลาพูดแต่การช่วยเหลือของเขาต่อจันทร์เจ้าทำให้เธอประทับใจในบุรุษผู้นี้เป็นอย่างมาก เขาคือคนในประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงด้านการต่อสู้เชิงดาบของพระเจ้าจองโจนั้นเอง การหลุดโลกย้อนยุคสำหรับเด็กรักประวัติศาสตร์อย่างเธอมันช่างน่าพิศมัยจริงในการได้เจอบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ แพคดงซู คือ บุรุษหนึ่งคนที่เก่งกล้าสมคำร่ำลือ

เหตุการณ์ทางการเมืองยังคนวุ่นวายจนมาถึงจุดพีคของเรื่องนี้ สุดท้ายโฉมหน้าของคนที่สั่งการก็ปรากฏขึ้น เขาคือ ฮงกุกยอง เขาเป็นบุคคลสำคัญเก่ง และ ต่อสู้เคียงข้างพระเจ้าจองโจเสมอมา ตั้งแต่พระองค์ยังดำรงพระอิศริยศเป็นองค์ชายลีซานเพื่อต่อสู้กับฝ่านโนรนเธอรู้เพียว่าพระองค์สงเสียพระทัยไม่น้อยที่คนที่พระองค์์ไว้ใจเปลี่ยนไปกลายเป็นคนโลภ แต่เรื่องการบ้านการเมืองหาใช้งานของสตรีไหมแม้เธอจะอยากรู้มากเพียงใดก็คงทำได้แค่พยายามสอดรู้สอดเห็นไปเรื่อยๆ ไม่นานเธอก็ได้ข่าวมาว่า สาเหตุความขัดแย้งมาจากที่ฮงกุกยองเสียใจการสวรรคตของพระสนมวอนพินน้องสาวของเขาที่มีกรณีพิพาษกับพระมเหสีฮโยอึน ในกรณีการลอบวางยาพิษ และ ขัดขวาง ฮงกุกยองในการองค์ชายซังกเย โอรสบุญธรรมของพระสนมวอนพิน ขึ้นเป็นองค์รัชทายาท ทำให้ผูกใจเจ็บจึงวางแผนจะวางยาพระนางในงานเลี้ยงรับรองการเสด็จเยี่ยมเยี่ยนราษฎรในตามพระเจ้าจองโจไปเมืองกวางโจ แต่พระนางไม่ได้ไปรวมงานในวันนั้นเสียก่อน และ แผนการของฮงกุกยอง ถูกเปิดเผยออกมาครั้งนี้ทำให้กลุ่มโซรนได้รับผลกระทบบ้าง แต่ท่านฮันมินจูเป็นคนเที่ยงธรรมและกล้าเปิดเผยเรื่องนี้แม้จะอยู่กลุ่มเดียวกันแต่หาทางให้คนทูลกับฝ่าบาทโดยตรง นั้นเป็นทางที่ทำให้ ฮงกุกยอง ยังคงได้รับพระเมตตาจากพระเจ้าจองโจแม้จะทำผิดหลงในอำนาจแต่พระองค์เลือกจะเนรเทศไปเกาะเนื่องจากคุณงามความดีของเขาก็มีปรากฏอยู่มากมาย แต่อำนาจวาสนาทำให้คนเราเปลี่ยนจากนักบุญกลายเป็นปีศาจ เหตุการณ์ดูเหมือนจะสงบ และ จันทร์เจ้าก็รู้อยู่แน่ชัดว่าไม่นานพระเจ้าจองโจจะได้พบกับขุนนางคู่พระทัยที่จะช่วยในการพัฒนาบ้านเมืองให้ก้าวหน้าไปไกลแม้จะต้องต่อสู่กับ อัยยิกาคิม หรือ กลุ่มขุนนางโนรนที่พร้อมจะทิมแทงพระองค์ตลอดเวลาในการครองราชย์

เรื่องราวบ้านเมืองจบลงความสงบจึงปรากฏขึ้น นี้คือช่วงเวลาที่แสนสนุกสนานของจันทร์เจ้าในที่เธอหาทางกลับยังยุคสมัยของเธอ โปรเจคการตามหาชินยุนบกบุรุษผู้วาดภาพ Spring mood cover all the place จึงเริ่มขึ้น แต่เนื่องจากพฤติกรรมที่แปลก ๆในช่วงนี้ ทำให้ นายหญิง พัค หรือ พัคดาจอง ภรรยาเอกของ ใต้เท้าฮันมินจู ที่แสนจะไม่เข้าในอาการแปลกของหลานสาว เธอมีศักดิ์เป็นญาติห่างของบิดาเธอเนื่องจากพี่ชายของนาง คือ พัคบีโฮ เป็นแต่งงานกับน้องสาวของบิดาของคุณหนู รยูมันวอล เธอรักหลานสาวคนนี้มากเช่นกันเนืองจากกำพร้าทั้งบิดามารดาที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ด้วยนิสัยที่แสนจะกระโดกกระเดก เธอเข้าเรียนมารยาทการเดิน การนั่ง งานเย็บปักทักร้อย สำหรับจันทร์เจ้ามันแสนจะน่าเบื่อ เธอไม่ชอบงานแบบนี้เลย นอกจากนี้ต้องทำอาหารแต่เธอกับชอบในการทำอาหารพร้อมคิดเมนูแปลก  ผสมผสานอาหารเกาหลีสมัยใหม่ แบบ โบราณ และ อาหารไทย เธอได้ความรู้การทำอาหารมาจากคุณย่าฮันนาบี โดยเฉพาะเค้กข้าว ต๊อก และ ที่สำคัญ รมยอง การเรียนทำอาหารมีแต่ความสนุกและวุ่นวายไปทั้งบ้านเพราะความคิดแปลกๆในการใส่เครื่องปรุงของเธอทำให้คนต่างๆ ในครัวล้วนแต่ได้กินของแปลกประหลาดสำหรับทุกคนและคนที่จับตามองความแปลกจนคิดว่าเธอเป็นผีบ้าคือ ฮันแดซอง นั้นเอง

กริยาอาการแปลก ๆ ของจันทร์เจ้าล้วนอยู่ในสายตาของบุตรชายคนโต คือ ฮันแดซอง เขาสงสัยในความประหลาดของสาวที่เคยได้ชื่อว่าเป็นคู่หมายของเขา ภาพความทรงจำที่เขารู้เกี่ยวกับ รยูมันวอล สาวขี้โรค เรียบร้อย แต่ รยูวันวอลแตกต่างทุกอย่าง เขาจำได้ว่าเธอมักจะค่อยแอบตามเข้าไปที่ต่างๆ เมื่อครั้งที่เขาและครอบครัวไปเที่ยวเยี่ยมเยี่ยนกับครอบครัวของเธอ แต่สตรีคนนี้ไม่มีที่ท่าแม้แต่นิดว่าชายตามองเขา ทำให้เขาบัณฑิตผู้สอบติดจองหงวนได้หมาด ๆ รู้สึกเสียหน้านิดๆ ที่สตรีที่เป็นคู่หมายไม่แม้แต่จะสนใจเขาทั้งยังมองเข้าเป็นศัตรูพยายามผลักใสเขาออกไปตลอดเวลา ไม่เข้าใกล้ไม่สนใจแม้เแต่น้อย แต่เขาก็มีสตรีที่หมายปองแล้วเช่นกัน เธอคือ ธิดาของของเจ้ากรมปกครองนามว่า คิมฮวาซุน เธอเป็นบุตรสาวของ คิมซังอา เธอคือความงามอย่างโชซอนที่ใครๆก็กล่าวขานไปทั่ว บุรุษมากมายล้วนหมายปองดอกฟ้าดอกนี้ แต่ดูเหมือนว่า ฮันแดซองจะคว้าดอกไม้ดอกนี้ไปได้อย่างแทบไม่มีคู่แข่ง

โนกึมซอง รู้จาก นัมกีจังพี่เลี้ยงสาวของเธอว่า คิมฮวาซุนคือ สตรีที่ ฮันแดซองรักมากมาย เธอรู้สึกเศร้าและสงสาร รยูมันวอล ยิ่งนักนางจะเป็นอย่างไรนะถ้ารู้ว่าคนที่นางเฝ้ารักเฝ้ารอมากว่าสิบปีไม่มีพื้นที่อยู่ในหัวใจเลย คิมฮวาซุน มีความงาม ความฉลาด ผสมผสานกับความร้ายกาจที่ซ่อนในรูปงามของนาง เธอมักทำร้ายสาวรับใช้ของเธอเมื่อพวกนางทำอะไรไม่ได้อย่างไร ซึ่งแตกต่างจาก คิมฮวายอง น้องสาวของนางที่แสนจะน่ารัก สนุกสนาน แม้จะงามไม่เท่าพี่แต่ความจิตใจดีเป็นที่หนึ่ง โนกึมซอง เคยได้ยินเรื่องนี้ของนางจากสาวใช้บ้านตระกูลคิม ที่เป็นเพื่อสนิทของ สาวใช้นัมกิจัง หรือ ที่กิมจังออนนี่ เธอมักจะมีรอยเขียวช้ำในส่วนต่างๆ ของร่างกายเมื่อไปหาซื้อของแม้จะซ่อนในชุดฮันบกเรียบๆ ของเธอ วันหนึ่ง สาวใช้ ชอย เดินมากับ คิมฮวาซุน นายสาวของเธอ เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เธอรับของคือ กำไรหยกที่นายสาวส่งให้ไม่ทันมันตกลงมาและแตก คิมฮวาซุน โมโหอย่างมากแต่เก็บความโกรธแสร้งทำเป็นเข้าใจ โนกึมซอง คิดว่า รู้ในทันที่เห็นเหตุการณ์ว่าพายุร้ายจะต้องเกิดขึ้นกับสาวใช้ชอย เธอเดินตามไปที่บริเวณตลาด และ พบว่า สาวใช้กำลังถูกทำลายและตบตีอย่างรุนแรงด้วยความตกใจเธอจึงเข้าไปช่วยใช้วิชาป้องกันตัวแบบที่เรียนมาบิดมือ และ จังหวะนั้น ชินยุนบก ก็ปรากฏตัวขึ้น ชายร่างไม่สูงมาก แต่งกายคล้ายชุดช่างศูนย์ศิลปะเห็นเหตุการณ์เช่นกัน แต่รยูมันวอลฉลาดที่ก่อนจะช่วยสาวใช้เธอใช้ผ้าปิดหน้าไว้ครึ่งหนึ่งป้องกันให้ทุกคนรู้ว่าเธอคือใคร เมื่อช่วยสำเร็จจึงแกล้ง คิมฮวาซุน จนหน้าจุ่มโคลน แล้ววิ่งหนีออกมาพร้อมสาวใช้ โดยมีชินยุนบกเข้ามาช่วยพาหนึไปเธอไม่รู้ว่าบุรุษร่างบางคนนั้นคือ ชินยุนบก ช่างวาดรูปเจ้าของภาพที่นำเธอมาที่นี้

โนกึมซองรู้ว่าถ้าสาวใช้นางนี้กลับไปที่เดิมนางก็จะต้องถูกทำร้ายอีกจึงหาวิธีโดยการนำของมีค่าของ รยูมันวอล ที่มอบให้เธอเอาไปขายเพื่อเอาเงินให้เธอไปไถ่ตัวออกจากการเป็นทาส เธอวางแผนจ้างคนอ้างว่ามาจากกรมอาญาเจรจากับคิมฮวาซุน เธอกลัวความผิดและกลัวคนจะรู้ความร้ายกาจของตัวเองจึงยอม เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ ชินยุนบก ประทับในสตรีนางนี้เป็นอย่างมาก เธอฉลาด ไหวพริบดี ห้าวหาญ กล้าผิดกับหญิงใด ๆ ที่เขาเคยรู้จัก เหตุการณ์ครั้งนี้ คิมฮวาซุนไม่เคยล่วงรู้ว่านั้นคือ รยูมันวอล จนกระทั่งวันหนึ่งมีการรวมตัวกันในกลุ่มสตรีชนชั้นยังบันเพื่อเรียนการเรือน รยูมันวอน หรือ โนกึมซอง ต้องไปเรียนการปักผ้าที่เธอแสนจะน่าเบื่อมันไม่ถูกจริตกับเธอตั้งแต่เกิดตอนเด็กๆนายแม่รินพยายามสอนให้เธอปักแต่เธอไม่ชอบ ชอบแกะสลักของมากกว่า โนกึมซองได้พบกับสองพี่น้องตระกูลคิม คือ สวยฉียบ คิมฮวาซุน และ หวานเฉียบ คิมฮวายอง มันคือครั้งแรกของการไปเรียนโรงเรียนสตรีที่มีแต่การแข่งขันความร่ำรวย และ ความงาม จันทร์เจ้ารู้สึกตลกที่เห็นการแข่งขันของแบรด์เนมมีมาตั้งแต่โบราณการ คิมฮวาซุน ถือได้ว่าเก่งแทบทุกด้านจึงสามารถข่มสตรีหลายคนในตอนนั้นที่แม้จะเป็นลูกขุนนางเหมือนกับตัวเธอ แต่ โนกึมซอง เปรียบได้เหมือนกบฎของกลุ่มสตรีสาว เธอกล้าคิด รักความเท่าเทียมกัน  ชอบขัดคอ คิมฮวาซุนยิ่งนัก และแสดงความสามารถแปลกประหลาด จนทำให้ คิมฮวาซุนมองว่าเธอคือ ศัตรู และ เมื่อเธอรู้ว่านางคือ คู่หมายของชายคนที่เธอหมายปองยิ่งแค้นใจ ดีที่ชายคนนั้นเลือกเธอไม่ใช่นางผู้จองหองร้ายกาจคนนี้

   นอกจากสองพี่น้องตระกูลคิม บุตรชายคนโต ที่ดำรงตำแหน่งเจ้าที่กรมอาญา หรือ เหยี่ยวแดง ฮันซองวู ผู้ดูแลความสงบของบ้านเมือง เมื่อครั้งแรกที่ โนกึมซองพบเขาแววตาที่แสนใจดี เมื่อเธอมองเขาก็นึกถึง ชยน เพื่อนสมัยเรียนของเธอ  คิมฮวาซองนั้นประทับใจในความงามที่ประหลาด แม้จะพูดจาแปลก ๆ ไปบ้างแต่เขาก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้คุยกับเธอ ความคิดและ การพูดจาของ รยูมันวอล ช่างแตกต่างจากสตรีใดที่เขาพบในโชซอน การเจอกันที่งานแห่งนั้นนำมาซึ่งการได้พบกันหลายครั้งหลายครา ฮันแดซองเฝ้ามองตลอดเวลาเขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเหตุใดเขาจริงรู้สึกไม่พอใจเมื่อพบเห็นคู่หมายของเขามีบุรุษหลายคนมาเกี่ยวข้องอย่างนี้ แต่ทำไมกับเขาเธอทำเหมือนอากาศไม่พูดเมื่อจำเป็นไม่ชอบเมื่ออยุ่ใกล้แล้วยังอาสาจะหาทางให้เขาได้สมหวังกับคิมซวาซุนอีกในความคิดของเขา รยูมันวอลควรจะพยายามที่จะรั้งเขาแต่เธอไม่ทำอะไรเลย

 เหตุการณ์ที่นำมาซึ่งทำให้หัวใจของเขาปั่นป่วนอย่างมาก ช่วงค่ำของฤดูใบไม้ผลิ  โนกึมซอง  หรือ จันทร์เจ้า แอบแต่งกายคล้ายบุรุษ เพื่อหนีเขาไปชมดอกไม้ไฟยามค่ำคืนเนื่องจากเธอถูกลงโทษกักบริเวณเพราะไปสร้างเรื่องที่โรงเรียนสอนการเย็บปัก แต่ใครหรือจะห้ามได้้วันนั้นเธอบังคับให้ นัมกีจัง พี่สาวใจดีแต่งกายเป็นชายแบบเธอเพื่อแอบไปชมงานดอกไม้ไฟ ในระหว่างที่หยุดเพื่อมองดูดอกไม้ไฟ เกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้นระหว่าง  โจโฮซู บุตรชายท่าน โจฮยอนจา  ขุนนางหัวหน้าศูนย์ดนตรี ฝ่ายโนรน กับ จองยัคยอง บัณฑิตหนุ่ม พวกเขากำลังปะทะคารมกัน ระหว่างนั้น โจโฮซู ที่มีชื่อเสียงกระจายไปทั่วไปในความเป็นอันธพาล หัวขี้เรื่อย ผู้หลบอยู่ใต้ทูรูมากีของพ่อตลอดเวลา เกิดการถกเถียงนำมาซึ่งการวิวาท โจโฮซู ตรงเข้าทำร้ายการจองยัคยองและเขาไม่สามารถจะสู้ได้ รยูมันวอล เห็นเหตุการณ์พอดี วิญญาณจีจ้าเหมือนจะเข้าสิงเธอ ตรงเข้าไปช่วยจองยัคยอง ลีลาศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทย ผสมผสานเทวันโด และ การแอบให้แพคดงซูอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้ ทำให้โจโฮซูถึงกับล้มลงไปแบบเสียท่า แต่อยู่ดี ๆ ก็มีชายที่ติดตามตัวของเขาตรงเข้ามาช่วย กำลังพยายามต่อสู้กับ โนกึมซอง และเธอกำลังเสียท่า แต่ฮันแดซองช่วยและพาเธอหนีไปได้ทัน ระหว่างการหลบนี้ไปนั้น โนกึมซอง หรือ จันทร์เจ้าไม่รู้เลยว่า ฮันแดซอง รู้ว่าเธอคือใคร และ รู้ว่าเธอคือสตรีสาวที่อยู่ภายใต้รมเงาบ้านหลังเดียวกับเขา

เมื่อสุดท้ายความแตกการทะเลาะกันก็เกิดขึ้น จันทร์เจ้า หรือ โนกึมซอง พยายามเอาตัวรอดเมื่อรู้ว่าเขาก็ไม่อยากแต่งงานกับเธอ เธอจึงเสนอตัวที่จะช่วยเขาเรื่องการยกเลิกการหมั้นหมายเพื่อให้เขาได้สมรักกับคิมฮวาซุน แต่ต้องแลกกับการเก็บความลับการหนีเที่ยวครั้งนี้เพื่อไม่ให้นายหญิงพัคมารดาของเขารู้เป็นพอ แม้โนกึมซองจะดูมีความไม่กลัวใครแต่ทำไมเธอกลัวน้าของเธอนัก อาจเพราะนางมีหลายอย่างที่เหมือนคุณนายริน ทำให้เธอคิดถึงและอาลัย รวมทั้งกลัวด้วย  นอกจากนี้ข้อต่อรองของคนที่เหมือนจะเสียเปรียบคือขอร้องเพียงให้เขาพาเธอที่ คยูจังกัก สถานที่เก็บตำราหลวง ที่เธอเคยอ่านเจอในหนังสือในนั้นสำหรับเด็กสายประวัติศาสตร์อย่างเธอมันน่าไปแต่เธอเข้าไม่ได้ถ้าไม่มี ฮันแดซอง  ขุนนางกรมอาญาใหม่ถอดด้ามอย่างเขาสามารถที่จะพาเธอไปที่นั้นได้อย่างแน่นอน ฮันแดซอง รับปากแต่ไม่ใช่เพราะเขาอยากจะให้เธอช่วยเรื่อง คิมฮวาซุน เขาเพียงอยากจะรู้ว่าทำไมสตรีนางที่พูดจาภาษาประหลาดเหล่าวนี้คือผู้ใด นางไม่มีความเหมือนกับ รยูมันวอล น้องสาวที่เขาเคยรู้จักเมื่อตอนเป็นเด็กเลยแม้แต่น้อย การที่พบปะและ อยู่ใกล้ๆ นางจะทำให้เขาได้รู้ว่านางคือใคร และ สวมรอยเป็น รยูมันวอลทำไม เกิดอะไรขึ้นกับรยูมันวอล โนกึมซอง เอาแต่คิดจะสนุกสนานไม่รู้ว่าชีวิตของเธอจะไม่เหมือนเดิมเมื่อฮันแดซองกำลังก้าวเข้ามาในชีวิตเธออย่างช้าๆ เธอคิดแต่จะเที่ยวและสนุกสนานไปตามสถานที่ต่างๆ ทางประวัติศาสตร์ที่เธอได้อ่านได้พบจากภาพเท่านั้นก่อนกลับไปยุคของเธอ  และหาทางหลุดออกไปจากสถานที่แห่งนี้เพื่อกลับไปหาแม่ และ ครอบครัว เธอนอนร้องไห้คิดถึงทุกครั้งเมื่อเธอเศร้าใจ และ ว้าเว่ กลับไปสู่ยุคของเธอพร้อมเป้ใบใหญ่ๆ นั้นคือความปราถนาอย่างมาก

  ชีวิตในฮันยางก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างช้า ๆ  วันนี้ ใต้เท้าฮันมินจู ได้เรียกเธอเขาไปพบ พร้อมท่านน้า พัคดาจอง พวกเขาแจ้งให้เธอทราบถึงข้อตกลงในการหมั้นหมายที่เคยตกลงกันไว้ ท่านทั้งสองมองว่าการที่ปล่อยให้รยูมันวอลอยู่เพียงลำพังขาดที่พึ่งนั้นดูจะไม่ปลอดภัยนักสำหรับหลานของเพื่อนเขาความหวังดกำลังทำให้ โนกึมซองเครียด การแต่งงานกับคนที่ไม่รักเธอมันไม่ใช่ความฝันของเธอเลย โนกึมซองไม่รู้จะทำอย่างไรจึงจึงคิดอุบายขึ้นมาโดยอ้างว่าเธอป่วยเป็นโรคประหลาดมาตั้งแต่เด็ก การแต่งตอนนี้ของเธออาจจะทำให้เสี่ยงต่อการมีบุตรในอนาคตเธอประวิงเวลาโดยการขอเวลารักษาโรคประหลาดนี้ก่อน เธอไม่อยากให้ทุกคนผิดหวังที่ไม่สามารถมีบุตรสืบสกุลและมันได้ผล เรื่องการมีบุตรเป็นเรื่องสำคัญและ อาจทำให้การแต่งงานยกเลิกได้เลย ซึ่งเธอต้องการให้เป็นแบบนั้น ระหว่างนั้นหาทางหนี และ เเธอแค่ต้องการจะหลบนี้เธอรู้ว่าการอยู่ที่นี้นานไม่ดี ที่นี้มีเรื่องราวมากมายที่น่ากลัวเกินไปมันไม่เหมาะกับเธอ และ เธอก็มิได้มีใจเสน่หาต่อ ฮันแดซอง และ เขาก็ไม่ได้เสน่หาเธอเช่นกัน เธอจะต้องรีบหาตัว  ชินยุนบก ให้ได้โดยเร็วที่สุดเขาเท่านั้นต้องรีบหาหาให้เจอแต่เธอไม่รู้เลยว่าจริงๆ เธอเจอเขาแล้ว ก่อนที่การแต่งงานจะเกิดขึ้น

ฮันแดซองเมื่อรู้ว่าการแต่งงานของเขาอาจเลื่อนจากบิดา จนขนาดที่อาจไม่มีงานแต่งเกิดขึ้นไม่มีเกิดขึ้นเขามีที่กังวลอย่างไม่ทราบสาเหตุแม้แต่การไม่ได้พบหน้าคิมฮวาซุนก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสิ่งใดเขาไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร ทำไมเขาต้องกลัวการต้องเสียสตรีนางนี้ไป ความสนิทสนมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เธอต้องสร้างฉาก มีแต่ความวุ่นวานกับสร้างสถานการณ์เพื่อช่วยเรื่องความรักของคิมฮวาซุน กับ ฮันแดซอง ตามที่ตกลงไว้ แม้โนกึมซองจะแสนไม่ชอบขี้หน้าของนางผู้นั้นเลย ด้วยนิสัยเจ้าอารมณ์ ร้ายกาจ แต่เธอคิดว่า พูดไป ฮันแดซอง คงไม่เชื่อ ก็ยุให้แต่งกันไปเลย เธอจะหลุดจากเรื่องนี้ ปัญหาแค่ทำให้ ใต้เท้าฮันมินจู  กับ ท่านน้า พัคดาจา เท่านี้ที่ต้องพยายามทำให้ยอมรับการแต่งงานครั้งนี้ การที่เธอช่วยเหลือ ฮันแดซอง ทำให้เพิ่มความสนิทสนมมากขึ้น กับ ทั้งคิมฮวายอง และ คิมฮวาซอง เธอไปมาหาสู่กับครอบครัวตระกูลคิมบ่อยขึ้น คิมฮวาซฮงยอมรับว่าเขาตกหลุ่มรักสาวคนนี้เขาอย่างมากเธอแปลก แต่มีเสน่ห์แบบที่เขาไม่เคยได้พบมาก่อน ความรู้สึกที่เขามีให้แก่ โนกึมซอนมีหรือที่เธอจะไม่รู้ แต่เธอยังคงสงวนท่าที ใช้มุขตลกกลบเกลือนไปเรื่อย ๆ การมีความรัก หรือ รักใครในตอนนี้อาจจะไม่ทำให้เธอกลับไปยังที่ที่จากมาได้ได้อย่างสนิทใจ เธออยากจากไปโดยไม่มีอะไรที่ติดค้างในใจเธอ

โนกึมซอง เริ่มจะชินกับชีวิตในโชซอน ปีนี้คือ ปี พ.ศ 2323 แล้ว ผ่านไปหนึ่งปี เธอก็ยังหาทางที่จะออกจากที่นี้ได้ ไม่ตามหาชินยุนบกไม่เจอ  เธอไม่รู้ตัวเลยว่าเคยเจอเขา จันทร์เจ้า หรือ โนกึมซองจึงวางแผนใหม่นั้นคือการไปที่ศูนย์ศิลปะ หรือ ที่เรียกกันว่า โดฮวาซอ ระหว่างที่หาทางจะไปที่แห่งนั้นก็ได้บังเอิญได้พบกับ จองยัคยอง บัณฑิตที่เธอได้เคยช่วยไว้กับลูกหัวหน้าศุนย์ดนตรี ความฉลาดของเขามีหรือจะจำคนที่ช่วยเขาไว้ไม่ได้แม้แต่เธอจะแต่งกายเป็นชายก็ไม่สามารถซ่อนได้ เขาจำเธอได้ความฉลาด และ มีความคิดเปิดกว้างแบบคนตะวันตกทำให้จันทร์เจ้าชื่นชมบัณฑิตหนุ่มคนนี้เป็นอย่างมาก เธอชอบพูดคุยแรกเปลี่ยนความรู้ใหม่ และ จองยัคยอง ก็ชอบที่เธอบอกเล่าถึงสถานที่ที่เธอจากมา ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์คือสิ่งที่ทำให้ จองยัคยองสนใจ โนกึมซองรู้สึกประทับใจในความรู้ วิสัยทัศน์ ของเขาเป็นอย่างมากเขาแตกต่างจากบุรุษหลายคนที่เธอเจอ  โนกึมซองรู้ว่าอนาคตชายผู้นี้และ แม้จะกลายเป็นบุคคลสำคัญในการช่วยเหลือพระเจ้าจองโจพัฒนาบ้านเมือง แต่ครอบครัวของเขาจะมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบากเมื่อสิ้นพระองค์ไป แต่ผลงานของเขาในนามปากา ดาซัน  จะฝากผลงานหลากลายและคำสอนไปถึงรุ่นลุกรุ่นหลานของเขาของเขา เขาคงจะดีใจที่ใครเอยถึงเขา นักคิด นักประดิษย์คนสำคัญ บุคคลสำคัญที่คอยชาวยพัฒนาโชซอนในสมัยของพระเจ้าจองโจ โนกึมซองคิดว่าเขาเนี้ยแหละจะทำให้เธอออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้เพื่อไปครอบครัวของเธอ ที่กรุงเทพฯ มีคนที่เธอรักหลายคนรอยู่ เป้าหมายคือการได้กลับไปพบพวกเขา

ความสนิทสนมของ จันทร์เจ้า หรือโนกึมซอง ที่มีต่อ จองยัคยอง  ทำให้ คิมฮวาซอง รู้สึกไม่สบายใจเขาได้ปรึกษากับ ส่วนฮันแดซองมองอยู่ห่างๆ เขานั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงร้อนใจอาการเหมือนเพื่อนตัวเองไม่ปาน  วันนี้ โนกึมซอง ผู้ที่ชอบหนีเรียนงานบ้านงานเรือนเพื่อการเป็นสตรีที่ดีงามก็หาทางหนีออกมาจนได้โดยความช่วยเหนือจาก กีจังออนนี่ สาเหตุเนื่องมาจากเธอต้องการที่จะกลับไปจากที่นี้หนทางเดียวก็คือการไปศูนย์ศิลปะเพื่อตามหาชินยุนยกโดยได้รับความช่วยเหลือจาก จองยัคยอง เป็นอย่างดีในการวางแผนการไปครั้งนี้เธอปลอมตัวเป็นผู้ช่วยช่างเขียนสาวตามแผนที่วางไว้ในราชสำนักโดยจองยัคยองหาทางช่วยให้เข้าไปโดยการหาป้ายชื่อปลอมเพื่อแสดงตัวเป็นผู้ช่วยเข้าไปในวัง โนกึมซองตื่นเต้นมาในการได้เข้ามาพระราชวังซังคยองกุง แต่ก็ไม่มีเวลาได้ชื่นชมสถาปัตยกรรมไม้ที่แสนจะงดงามเธอต้องรับไปตามหาชินยุนบกภารกิจสำคัญของเธอ เธอต้องกลับบ้านกลับไปหาครอบครัวของเธอที่นี้แม้เธอจะอยู่มานานรวมปี เธอรักใต้เท้าฮัน นายหญิงพัคของรยูมันวอล แต่ยังไงมันก็ไม่ใช่ที่ที่เธอจะอยู่ การหาทางกลับบ้านคือสิ่งเดียวที่เธอนอนคิดทุกเมื่อเชื่อวัน

โดฮวาซอง กรมช่างเขียนหลวง สำนักจิตกรหลวง ที่ โนกึมซองแฝงตัวเข้าไปนั้นเขาได้พบกับ คิมฮงโด หนึ่งในสามวอนที่มีชื่อเสียงของโซชอนเขาเป็นชายวัยกลางคนจิตใจเมตตาต่อผู้คนแม้แต่ผู้ช่วยช่างเขียนที่ต่ำต้อยอย่างเธอ โนกึมซองพยายามตามหา ชินยุนบก แต่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารูปร่างหน้าของเขาเป็นเช่นไร วันนี้โชคเข้าข้างเธอ เธออาจจะได้กลับบ้านเร็วๆ นี้ก็เป็นได้ ไม่นานโนกึมซองได้พบกับ จิตรกรอายุน้อยที่เขามาทำการฝึกหัดเป็นช่างเขียนภาพกับท่าน คิมฮงโด  เปรียบได้กับผู้ช่วยคนหนึ่งของเขา เขาคือคนที่เธอตามหา จิตรกรหนุ่มนาม ชินยุนบก  โนกึมซองดีใจมากเช่นเดียวกับที่ ชินยุนบก เขาดีใจที่ได้พบสตรีที่ฉลาดใจเด็ดเดี่ยวเช่นเธออีกครั้ง เขาจำเธอได้ไม่มีวันลืมสตรีที่มีความงามแปลกตา ดวงตากลมโต ขนตายาว ผิวสีแทนนวล รูปร่างสันทัด โนกึมซองดีใจที่เจอเขาแต่ก็ต้องผิดหวังที่ว่าภาพที่เธอพบที่พิพิธภัณฑ์นั้นมันยังไม่มีการถูกวาดเลยเพราะเขายังคงทำงานฝึกในโดฮวาซอง ภาพนี้ถูกวาดหลังจากที่เขาได้เริ่มชีวิตของจิตรกรเต็มตัวเดินทางไปที่ต่างเพื่อวาดภาพสวยงาม เธอจำไม่ได้ว่าปีไหน ถ้าภาพไม่มีแล้วเธอจะกลับยังไงละอันนี้เป็นคำตอบที่เธอหาไม่ได้ หรือเธอจะต้องกลับหลังจากภาพวาดนั้นถูดวาดขึ้นซึ่งเธอไม่รู้ว่าเมื่อไหร่กัน แต่มันต้องมีวิธีที่อื่นเธอจะกลับบ้านให้จงได้ เธอเชื่อว่า ภาพวาดของชินยุนบกยังไงก็สามารถที่จะช่วยให้เธอกลับบ้านได้แม้จะผิดหวังที่ไม่สามารถในตอนนี้ การค้นหาภาพที่ Spring mood covers all the place   ยังคงไม่หยุดแค่นี้ แต่เธอก็ได้รู้จักบคคลที่วาดรูปสำคัญที่น่าจะเกี่ยวกับการพาเธอย้อนมายังโลกในเวลานี้ได้ โนกึมซองแสดงความสนใจในด้านงานเขียน เธอจะได้หาโอกาสอยู่กับ ชินยุนบก และ บางที่เธออาจจะรู้คำตอบของปริศนาภาพวาดปริศนานี้  โนกึมซองของร้องให้เขาสอนเธอเพื่อจะหาโอกาสที่จะอยู่กับเขา ชินยุนบก ประทับใจเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วไม่มีทางเลยที่เขาจะปฎิเสธคำขอร้องจากเธอ ฝีมืองานเขียนของเธอใช้ได้โดยเฉพาะการวาดคนจากดินสอที่ประดิษฐ์ขึ้นมาจาการนำถ่านสีดำมาบดอัดเป็นแท่งด้วยความร้อนทำออกมาเป็นดินสอเธอใช้สิ่งนี้นการวาดรูปแบบเสกตภาพคน เพราะเธอไม่ถนัดการใช้พู่กัน สิ่งนี้ทำให้ชินยุนบกสนใจการสนทนามากมายทำให้พวกเขากลายเป็นเพื่อนสนิทกันเวลาต่อมา

 ขณะเดินทางออกจากวังหลวง ฮันแดซอง จำได้อย่างชัดเจนว่าสตรีในชุดผู้ช่วยเช่างขียน คือ รยูมันวอล เขาพยายามเดินตามเธอออกไปจึงพบเธอกับ จองยัคยอง ที่ช่วยเธอให้เขามาความสนิทสนมทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาของเขา  โนกึมซองหาโอกาสปรึกษาพูดคุยเนื่องจากเธอเชื่อว่า จองยัคยอง เป็นคนทันสมัยในยุคนั้นความคิดของเขาล้ำหน้ากว่าคนสมัยนี้มาก เธอลองสอบถามเรื่องโลกคู่ขนาด ประตูมิติเวลาตามหลักวิทยาศาสตร์ จองยัคยองถือได้ว่ามีความคิดทางวิทายศาสตร์อยู่มากจากหลักฐานการสร้างงานต่างๆของเขายังคงปรากฏให้เห็นกันอยู่  เขาสนใจเรื่องโลกคู่ขนาดที่เธอพยายามที่จะเล่า กับ เรื่องประตูมิติเวลา อีกทั้งการทำนายโชคชะตาของ กึมซอง ก็แม่นมากในเรื่องของเขา และ ยังความรู้ทางเทคโนโลยีของเธอหลายเรื่องที่ทำให้เขาสนใจ เธอมีของบางอย่างที่ติดตัวมาในกระเป๋านั้นคือ นั้นคือ กล้องถ่ายรูปอันเล็กๆ ที่เธอใส่ไว้ในเป้เพื่อเอาไว้ป็นของที่แปลกตามันคือ นาฬิกา สร้างความทึ่งให้แก่ จองยัคยอง เป็นอย่างมาก กระเป๋าเป้ใบเดียวที่มันติดตัวเธอมามีข้าวของในโลกอนาคตมาด้วยรวมทั้งยารักษาตัวที่เธอพกติดตัวตลอดเวลามันเหมือนกระเป๋าโดเรม่อนที่มีเสื้อผ้าและของใช้ที่เธอจะใช้หนีออกจากฮันยางเมื่อเธอหาวิธีกลับไปยังโลกปัจจุบันของเธอได้ จองยัคยอง ทึ่งและเชื่อในสิ่งที่เธอบอกเล่าเรื่องราวที่มาของเธอเนื่องจากมีอะไรหลายอย่างบอกให้เขารู้ว่าเธอไม่ใช่คนที่มาจากโลกอนาคต

เมื่อกลับมาถึงบ้านพักของท่านฮันมินจู เหมือนความลับที่เธอแอบหนีไปจะแตกนั้นเพราะ คิมฮวาซุน ไปพบเธอในช่วงที่เธอกำลังจะแอบเข้าใปในวังหลวง เธอทำทีเป็นนำผ้าไหมจากจีนมาฝากนายหญิงพัคมารดาของชายคนที่เธอรัก ซึ่งตอนนั้นเธอนั้นสอนการเย็บปักให้กับบุตรสาวคนเล็กที่อายุห่างจากพี่ชายมากนักนาง ฮันซองอึน เธอเปรียบดั่งนาฟ้าของพี่ชาย บุตรสาวยอดดวงใจของใต้เท้าฮัน และ น้องสาวน่ารักของ รยูมันวอล  เธอมักชอบมาคลอเคลีย กึมซอง ชอบฟังนิทานแปลกที่ มันวอลออนนี่เล่าให้มันสนุกแปลกหูสำหรับเธอมาก คิมฮวาซุน แสร้งทำเป็นเอาผ้ามาให้พร้อมบอกว่าวันนี้ที่สำนักการเย็บปักก็ไม่มีเรียน ทำให้นายหญิงพัครู้ทันที่ว่าหลานสาวตัวแสบต้องแอบหนีไปไหนสักที่ แล้วคิมฮวาซุนก็แกล้งเล่าเธอเห็น รยูมันวอล ปลอมตัวเป็นผู้ช่วยนักเขียนเข้าไปในวังโดยได้รับการช่วยเหลือจากชายคนหนึ่ง มันเหมือนเติมเชื้อเพลิงเข้าในกองไฟอย่างมาก เมื่อเธอเอยเล่าเรื่องทั้งหมดก็แสร้งว่าติดธุระแล้วรีบหาทางกลับทันทีเพื่อไม่ให้ผู้ใดสงสัย แต่ ซองอึน รู้ว่านี้คือแผนการคิมฮวาซุน แม้พี่ชายของเธอจะมีใจรักใคร่นาง แต่เธอไม่ชอบผู้หญิงคนนี้นางเคยดุด่า ทำร้ายบ่าวไพร่ในขณะที่ ซองอึน ไปทำธุระกับนายแม่พัคที่บ้านของใต้เท้าคิมบิดาของเธอ การทำเป็นเอาผ้าไหมมาฝากจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เธอไม่สามารถที่จะช่วยอะไรได้ เมื่อ รยูมันวอล มาถึงเธอจึงถูกตำหนืทำโทษ ด้วยการโบยที่ขาและน่องหลายที่ มันทำให้เธอรู้สึกเจ็บใจและอยากที่จะออกไปที่บ้านหลังนี้ กฏและ ประเพณีบางอย่างมันทำให้เธอรู้สึกว่าที่นี้ไม่ใช่ที่ของเธอ เหตุการณ์เหมือนจะเลวร้ายขึ้นไปอีก เมื่อ นัมกีจาสาวรีบใช้ของเธอถูก คิมฮวาซุนหลอกให้ไปหาของที่ห้องของเธอเมื่อครั่งที่นางตาม โนกึมซอง มาพบกับคิมฮวายอง เธอใส่ความว่าคนรับใช้ของโนกึมยองขโมยเอาแหวนหยกของเธอไปและของนั้นโดยทำเป็นของหายและรีบไปที่ห้องเธอเพาอจับนัมกีจาให้ได้คาหลักฐาน สุดท้ายนัมกีจาตกหลุมพราง โนกึมซองรู้ทันแผนนี้ และ รู้ว่าคนรักของฮันแดซองแค่ต้องการกำจัดเธอ นัมกีจา คือคำเตือนว่าถ้าเธอยังคงอยู่ที่นี้และทำให้ความรักของนางมีปัญหาเธอจะต้องเจอหนักกว่านี้ โนกึมซองพยายามช่วย โดยการใช้ไหวพริบ แต่ นัมกีจาก็ถูทำโทษตี โนกึมซองเจ็บปวดเลยออกปากรับผิดชอบแทนคนของตัวเองและเอาตัวไปขวางทำให้ถูกโบยหลายไม้โชคดีที่ คิมฮวาซอง มาช่วยได้ทันและ อ้างการเป็นพยายานว่าได้ยินน้องสาวของตนออกปากสั่งให้นัมกีจา ไปเอาแหวนหยกนี้ในห้อง คิมฮวาซุนจำต้องยอมให้เรื่องจบแค่นี้ทั้งที่อยากจะตี รยูมันวอนให้ตาย บางความรักก็สามารถทำให้คนบางคนทำสิ่งที่น่ากลัวได้เสมอ

ในค่ำวันนั้นหลังจากถูกทำโทษ ทั้งจากนายหญิงพัค และ การขู่อาฆาตของคิมฮวาซุง ผ่านนัมกีจา  เธอจึงวางแผนในใจว่าจะต้องหาทางออกไปจากที่แห่งนี้ให้ได้โดยย้อนกลับไปในจุดเดิมที่เธอจากมาแต่มันต้องใช้เวลาและวิธีการเธอจึงอดทนที่จะอยู่ต่อไป ระหว่างนั้น ท่านฮันมินจู และ นายหญิงพัค ได้เดินทางออกนอกเมืองไปรวมงานศพของญาติที่กวางจู ภายหลังไม่นานก็เกิดเรื่องวุ่นวายอีกครั้ง เมื่อ ฮันแดซองได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเข้ากลุ่มชายชุดดำ ช่วงเวลานั้นเกิดการขัดแย้งภายในราชสำนักเรื่องการรับลูกอนุในงานราชการ ฮันแดซองเห็นด้วยกับพระเจ้าจองโจ นั้นทำให้กลุ่มโนรนไม่พอใจพวกเขาขัดแย้งและทะเลาะกันอย่างเปิดเผย  ฮันแดซองได้รับบาดเจ็บหนักเอาการ หมอกล่าวเพียงว่ามันยากจะรักษาเพราะบาดแผลของเขารุนแรง ตอนนั้น โนกึมซอง คิดอะไรไม่ออก จึงนำยาที่ตัวเองเอาติดตัวมาใช้ ยาแก้อักเสษ หรือ ยาปฎิชีวนะ แต่เนื่องจากเขาไม่สามารถจะกินเองได้เธอจึงใช้ปากป้องแลเวเป่าให้ไหลลงไปในปาก โนกึมซอง พยายามอย่างสุดชีวิตเพื่อช่วยเขาและไม่รู้จะทำอย่างไร เธอป้อนยา และ เช็ดตัวให้เขา นั้นเฝ้าเขาทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลาหลายวันจนไข้ลด แผลแห่งและมีอาการดีขึ้น เมื่อหมอมาตรวจก็แปลกใจมากว่าทำไมเขาจึงดีขึ้นแต่ โนกีมซองไม่บอกสิ่งใด เขาทานยาจากหมอ ส่วนโนกึมซองทำอาหารและแอบใส่ยาให้เขากิน โนกึมซองไม่รู้ว่า ฮันแดซองแม้จะหลับแต่เขากลับจำได้ทุกอย่างแม้แต่ตอนนางป้อนยาทางปากให้เขา มันทำให้เขาเข้าใจว่าสิ่งที่เขารู้สึกกับ คิมฮวาซุง หาใช้ความรักไม่ มันคือความลุ่มหลงความงามแบบชายมากมาย คนที่เขารักคือ รยูมันวอล เธอเข้ามาอยู่ในใจเขาเมื่อไหร่ไม่ทราบแน่ชัด

โนกึมซอง เหมือนรู้แนว แม้เธอจะเกลียด คิมฮวาซุน แต่เขาคือคนที่เธอต้องทำภาระกิจให้สำเร็จคือ ทำให้สองคนนี้ได้แต่งงานกัน  ฮันแดซอง รัก และ อยากจะแต่งงาน เธอจึงให้คนไปบอกข่าวว่า ฮันแดซอง เจ็บเพื่อให้ คิมฮวาซุน มาดูแลเขา และ เธอจะอาศัยจังหวะนี้แอบหนีออกไปจากเมืองนี้บางที่การอยู่ที่เมืองอันดงบ้านเกิดของรยูมันวอลอาจจะดีกว่าอยู่ที่นี้  เพราะภาพวาดไม่ปรากฏขึ้นเธอไม่มีทางกลับไปได้แน่นอน ถ้าเธออยู่เมื่อสองคนนี้แต่งงานกันเธอจะต้องถูก คิมฮวาซุนเล่นงานอย่างหนักแน่นอน สักววันต้องตามก่อนได้กลับหาแม่แน่นอน ฮันแดซอง เฝ้ามองหา โนกึมซอง มาตลอดหลายวันแต่ไม่เห็นเธอแม้เงาจิตใจเขากระวนกระวายยิ่งนัก ก่อนจะออกจากบ้านหลังนี้ไป เธอถือโอกาสแอบเข้าไปลา ฮันแดซอง เธอเข้าใจว่าเขาหลับแต่เขาไม่กลับซ้ำยังแสดงออกว่าเขาทุกว่าเขาจำได้ว่านางป้อนยาเขายังไง ดุแลเขายังไง โนกึมซองตกใจมาก รีบออกมาจากห้องแห่งนั้นแล้งหวนคิดว่าการตัดสินใจของนางช่างถูกต้องที่รีบหนีออกจากที่นี้ สายตาที่เขามองเธอทำให้เธอหวั่นใจอย่างมากมันไม่เหมือนเดิม

เรื่องราวที่แสนวุ่นวายจะทำให้จุดจบความรักของพวกเขาเป็นเช่นไรจะได้อยู่ด้วยกันหรือไม่การกลับมาพบกันอีกครั้งของทั้งสองใจจะเป็นนิรันดรหรือ จางหายไปติดตามความน่าประทับใจจาก นิยาย spring mood cover all the place.

# ชื่อตอน
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น