มันไม่เกี่ยวกับผม เพราะผมอยากสร้างฮาเร็ม [NC 20+]
ตอนที่11 ผู้ใช้การ์ดปริศนา พบ ผู้ใช้การ์ดมายา
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่11 ผู้ใช้การ์ดปริศนา พบ ผู้ใช้การ์ดมายา

"ยุยนะ ช่วยจัดการยัยพวกนี้ด้วย"

"หวา! อะไรกันสภาพแบบนี้!? โดนใครข่มขืนมากันน่ะ!?"

"ผมเองแหละ"

ผมโบกมือปัดความรับผิดชอบใส่ยุยนะที่ทำหน้าช็อคจนซีดไปแล้วเดินไปที่ห้องอาหาร เห็นแค่มิอุกับซุสุกะและอาสุกะเท่านั้น ดูเหมือนว่าพวกยุยนะที่ตื่นก่อนจะกินเสร็จแล้วสินะ? เพาะเท็นริเองก็กำลังอ่านหนังสืออยู่ด้วย

"เท็นริ ไปช่วยยุยนะหน่อยสิ"

"อยู่ไหน?"

"น่าจะที่ห้องผมแล้วล่ะ"

เท็นริลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ห้องผมอย่างว่าง่าย ผมนั่งลงเก้าอี้ว่างข้างๆมิอุ ส่วนอีกที่นั้นสำหรับอลิส ที่เธอก็ออกมาทันทีแล้วก็นั่งลงบนนั้นอย่างงัวเงีย อย่างน้อยก็ไปแปรงฟันก่อนสิ

"อลิส ไปล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อยก่อนสิ"

"งืมๆ"

เธอลุกแล้วเดินไปอย่างว่าง่ายอีกคน ผมรู้สึกว่าคำพูดของผมส่งผลกระทบต่อพวกเธอเป็นอย่างมากเลยแฮะ แต่ก็เอาเถอะ

มื้อเช้าวันนี้มีเนื้อย่างเกลือที่ผมลองบอกให้ทำดู ส่วนซอสใช้การหมักมะเขือเทศและซอสผสมกัน เนื้อที่ได้เลยมีความนุ่มและรสชาติที่กลมกล่อม อย่างน้อยผมก็รับรสได้อย่างงั้นล่ะนะ

"นี่คุณคะ"

"อืม?  อะไรเหรอ?"

ตอนกำลังเพลิดเพลินกับมื้อเช้ามื้อนี้อยู่นั้น จู่ๆมิอุก็พูดขึ้นมาแล้วมองมาทางผมด้วยสายตาที่เย็นชาหน่อยๆ แถมยังจริงจังสุดๆเลยด้วย รู้สึกเสียวสันหลังวาบไปชั่วครู่ แต่ถ้าเป็นผมคนเดิม....ทำไมถึงไม่เหมือนเดิม? ช่างเถอะ ถ้าเป็นผมตอนอยู่โลกเดิมนั้นน่าจะผงะและตัวแข็งค้างไปเพราะความกลัวแล้วล่ะ

"กลิ่น....นายมีกลิ่นของผู้หญิงที่คล้ายกันสองกลิ่น รู้สึกว่าจะเกี่ยวกับคนที่นายพามาแล้วให้เท็นริไปช่วยสินะ?"

"หึ จมูกดีชะมัด ทำไมถึงได้ฉลาดเอาตอนนี้กันนะ?"

"หลอกด่าเหรอ?"

"เปล่า"

ผมเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้มิอุฟังสองคนโดยการกระซิบ ผมลอบมองไปเห็นสายตาของซุสุกะและอาสุกะที่ไม่ค่อยพอใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรแล้วก็กระซิบกับมิอุกันสองคนจนจบเรื่องเล่า

"งี้นี่เอง"

"อะไรอ่า! ฉันก็อยากจะคุยอยากจะใกล้ชิดกับมิกะคุงบ้างนะ!"

"ใช่ๆ"

ซุสุกะกับแฝดของเธอ อาสุกะโวยวาย ที่เธอเป็นแบบนั้นไม่ได้หมายความว่าชอบผมหรอกนะ แต่น่าจะเป็นเพราะว่าเธอชอบคนตัวเล็กๆล่ะมั้ง? แต่ก่อนผมตัวเล็กกว่าพวกเธอน่ะ และต่อให้สูงกว่าแต่ดูเผินๆผมก็ตัวเล็ก และใบหน้าธรรมดาๆของผม พวกเธอกลับมองเห็นว่าน่ารักแล้วก็เข้ามาสนิทนับตั้งแต่ที่เป็นเพื่อนกับมิอุมาล่ะนะ

"ไว้ค่อยชดเชยเรื่องต่างๆให้ทีหลัง ผมคิดว่าวันนี้ผมจะเดินทางกลับ"

"เอ๋!? ที่รักจะเดินทางกลับแล้วเหรอ!?"

คนที่โพล่งถามผมคือคุณโรเอลที่กำลังเช็ดโต๊ะในโรงแรมอยู่ ผมหันหน้าไปแล้วพยักหน้าให้ เธอก็น้ำตาคลอเบ้าแล้วรีบเช้ดโต๊ะ เอาจานไปล้างทำงานให้เสร็จภายในเวลาไม่กี่นาทีจนแม่ของเธอต้องเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง พอเสร็จงานแล้วก็มุ่งตรงมาหาผมด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย

"ที่รักจะกลับเมืองหลวงแล้วเหรอ!? อยู่กับพวกเราไม่ได้เหรอ!?"

"ผมบอกแล้วนี่ว่าอยากให้เธอมากับผม ไม่ใช่ว่าแม่ของเธออนุญาตไปแล้วรึไง?"

ก็ตอนนั้นผมได้คุยกับแม่ของเธออยุ่เลย ผมถามไปว่า 'เรื่องที่ผมขอร้องไป พอจะเป็นไปได้รึเปล่าครับ?' เธอก็ตอบกลับมาว่า 'แน่นอนสิ' น่ะ

"หรือว่า...."

"อย่างที่เธอว่า ยัยโรเอลมันบอกแค่เรื่องแต่งงานกับเธอเท่านั้น ส่วนเรื่องย้ายเมืองไม่เคยจะได้ยินเลยล่ะ"

"งั้นเหรอ?"

ผมก้มหน้าลงแล้วครุ่นคิด แต่ว่าแม่ของเธอถอนหายใจแล้วก็เดินเข้ามาใกล้พวกเราทั้งคู่พร้อมกับพูดให้ความหวังจนผมเองต้องตกใจแทนคุณโรเอล

"ฉันไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะถ้าเธอจะไปกับเขา นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เธอทำหน้าเสียใจแบบนี้น่ะ"

"แม่....."

"แต่มีข้อแม้อยู่1อย่าง"

เธอยกนิ้วชี้ขึ้นมาแล้วก็ยิ้มอย่างเย้ายวน ถ้ามองจากภายนอกแล้วเธอเป็นผู้หญิงที่มีความสวยงามมาก ผมสีน้ำตาลอ่อนลากยาวถึงกลางหลังผิวพรรณเต่งตึง อกใหญ่ระดับF+ น่าจะGเลยล่ะ แต่ภายในนั้น 40กว่าย่าง50แล้ว ถ้าจำไม่ผิดคุณโรเอลอายุ 32สินะ? ให้ตายเถอะน่าแปลกใจชะมัดที่คุณเจ้าของโรงแรมมีนูเอลที่มีอายุห่างกว่าพี่สาวถึง15ปี

"กำลังคิดว่านูเอลอาจจะเป้นลูกของฉันใช่รึเปล่า? ขอบอกเลยว่าไม่ใช่"

"ถ้างั้นสามีของคุณล่ะคุณเจ้าของโรงแรม?"

คุณเจ้าของโรงแรมเงียบแล้วมองผม จะว่าไปผมยังไม่ได้ฟังเรื่องข้อเสนอ1อย่างของเธอเลย แต่กลับเป็นฝ่ายถามสวนกลับไปซะนี่ เธอถอนหายใจแล้วมองมาทางผมอย่างไม่ลดละ

"เรื่องนูเอลน่ะเป็นความผิดพลาด ฉันถูกหลอกโดยผู้ชายคนนึงที่พอเขาได้ข่มขืนฉันเสร็จแล้ว เขาก็หนีหายไป"

"งั้นเหรอครับ?"

"อืม ข้อแม้ที่บอกเมื่อกี้น่ะนะ เห็นว่าลูกของฉันติดใจมากเลยนี่ เจ้ามังกรนั่นน่ะ ช่วยทำให้ฉันลืมไอ้ดุ้นสกปรกของชายคนนั้นทีเถอะ"

ผมเคยคิดที่จะปฏิเสธ แต่นี่มันเหมือนกับมิอุเลย ผมหันไปหามิอุที่พยักหน้าให้ผมทันทีที่เห็น ผมเลยตอบตกลงไป

พวกเราทำกันที่หน้าเคาน์เตอร์ ชุดที่คุณเจ้าของโรงแรมใส่เป็นชุด แต่ไม่รู้ทำไมอลิสถึงไปล้างหน้านานนัก พอกลับมาก็เป็นช่วงที่ผมกำลังปั่มปั๊มกับคุณเจ้าของโรงแรมพอดี อลิสถลึงตาใส่ใหญ่เลย แต่พอได้ยินเหตุผลจากคุณโรเอลแล้วก็ยอมเงียบไป เป็นเด็กดีแฮะ

"นี่....ทำไมถึงไม่เลือกทำที่ห้องล่ะ?"

"ตรงนี้น่าสนใจกว่านี่?"

ร่องของเธอก็รัดแน่นพอควร ผมเสร็จใส่ร่องฟิตๆของคุณเจ้าของโรงแรมไปสองรอบ แล้วก็ไปบอกข่าวให้กับสาวๆว่าวันนี้พวกเราจะเดินทางกลับกันแล้ว รวมไปถึงดูสภาพของเล่นของผมทั้งสองด้วย

พอผมเดินไปถึงที่ห้องของผม สิ่งแรกที่เห็นคือมิไรที่นั่งอยู่ที่เตียงด้วยชุดชั้นในสีม่วงทึบ ส่วนที่วางข้างๆนั้นน่าจะเป็นชุดของเธอที่ถูกพับอย่างดี โดยที่ยุยนะบอกผมว่าเท็นริช่วยซ่อมให้มันด้วย ซึ่งก็ตกใจอยู่ไม่น้อย

สภาพของมิไรนั้น นับว่าน่าสงสารมาก เธอไม่แสดงออกทางสีหน้าใดๆเลย ปากเผยออยู่อย่างงั้น ดวงตาไร้ประกายกลายเป็นตุ๊กตาไร้จิตวิญญาณไปเรียบร้อย เหมาะกับการเป็นทาสเซ็กซ์แต่ผมรู้สึกผิดหน่อยๆแฮะ 

ทางมิโดริผู้เป็นพี่เองก็คล้ายๆกัน เว้นแต่จะยิ้มเศร้าๆกับดวงตาที่สูญเสียประกายไปราวกับไม่มีชีวิตนั่น พร้อมกับพึมพำออกมาว่า 'พี่ขอโทษ มิไร พี่ขอโทษ' อยู่อย่างงั้น

พอผมเดินเข้าไปใกล้ มิไรที่เห็นผมก็สะดุ้งเล็กน้อยแล้วก็ถอยหลังไปจนติดกำแพงพร้อมกับตะโกนอย่างหวาดกลัวใส่ผม น้ำตาไหลจากดวงตาไร้ชีวิตของเธอทั้งสองข้าง ปากสั่นพั่บๆ ร่างกายสั่นระรัวไม่ต่างจากปากเล็กๆนั่นเลย

"ย....อย่าเข้ามานะ....ถอยไป.....ออกไปนะ.....อย่าเอามันเข้ามาในร่ากายของฉันอีกเลย....ได้โปรด...ขอร้องล่ะ...."

เธอดูหวาดกลัวผมมาก ผมเลยเบิกตาจ้องใส่เธอเล็กน้อย ผมไม่มีแม้แต่รอยยิ้มที่น่าสะอิดสะเอียน แต่นั่นน่าจะทำให้เธอกลัวผมยิ่งกว่าเดิม เพราะเธอสะดุ้งเฮือกในทันทีที่ผมจ้องเธอ

"ทาสที่ไม่เชื่อฟัง จะต้องถูกทำโทษ"

"ได้โปรด.....อย่าเอามันเข้ามาในร่างกายของฉันเลย....ได้โปรด...."

ผมไม่ฟังคำขอของเธอ ผมปีนขึ้นเตียงไปจับร่างของเธอผลักลงไปกลางเตียงในท่าคลานสี่ขา พร้อมกับถ่างขาของเธอออก แหวกกางเกงในลามกนั่นไปข้างๆพร้อมกับหยิบดุ้นออกมา แล้วแทงใส่อย่างรุนแรงโดนไม่เล้าโลม แต่ต่อให้ไม่ทำยัยนี่ก็เปียกอยู่แล้วล่ะ

"อาส์ อาส์ อาส์ ได้โปรด..อย่าทำแบบนี้กับฉันเลย...ฮึก...ได้...โปรด...."

"ไม่มีทาง ผมจะเแตกใส่ร่องเล็กๆของเธอจนทำให้เธอไม่กล้าขัดขืนผมอีกเป็นครั้งที่สอง"

โดยที่มียุยนะและเท็นริมองผมอยู่ด้วยสายตาที่ดูไ่มค่อยพอใจเท่าไร แต่ว่าคราวนี้ไม่เหมือนคราวก่อนๆที่ไม่พอใจเรื่องที่ผมทำแบบนี้กับคนอื่นต่อหน้าเธอ แต่เธอไม่พอใจที่ผมทำร้ายมิไรมากกว่า

"ทำไมถึงทำแบบนั้น"

"นี่เป็นบทลงโทษที่ยัยพวกนี้ก่อ เพราะว่าพวกเธอเหล่านี้ต้องการที่จะทำร้ายผมด้วยเหตุผลบางอย่าง ก็อย่างที่ว่า ยัยพวกนี้เป็นโจรก็ต้องปล้นอยู่แล้ว และผมก็จับพวกเธอได้แล้วก็ทรมานทำโทษแค่นั้นเอง"

"แต่แบบนั้นไม่ควร...."

"หนวกหู ไปหาชุดให้มิโดริซะ พวกเราจะเดินทางกลับกันแล้ววันนี้"

ยุยนะกัดฟันแน่นแต่ก็ยอมออกไปโดยดี ผมรู้ว่าทำไมเธอถึงทำกิริยาท่าทางแบบนี้ เพราะว่าผมเปลี่ยนไปสินะ? ตั้งแต่ที่ใช้การ์ด ผมก็คิดว่าตัวเองเปลี่ยนไปพอสมควร อย่างแรกเลยคือผมสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดราวๆ 2-3เซ็นติเมตร มันเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดสุดๆล่ะนะ

หลังจากที่ข่มขืนจนมิไรเสร็จแล้ว ผมก็ขู่เธอด้วยเรื่องนี้เพื่อให้เธอเป็นของผม แต่จริงๆพวกเธอเป็นของผมตั้งแต่ที่เริ่มหวาดกลัวผมด้วยสกิล [อำนาจของจอมมาร] แล้วล่ะ ไม่รุ้เลยว่าทำแบบนี้ได้ ก็ดีเหมือนกันแฮะ

ตอนนี้มิไรไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาแล้ว มิโดริเองก็ไม่ต่างกัน เว้นแต่ว่าสายตาและสีหน้าของมิโดรินั้นยังดูมีชีวิตชีวากว่ามิไรที่เหมือนกับตายไปแล้วยังไงยังงั้น มิโดริมีสีหน้าที่หยาดเยิ้มดูยั่วยวนตลอดเวลา รอยยิ้มที่โรคจิตจนอธิบายไม่ถูก แถมยังทำหน้าราวๆ Ahegaoแบบไม่รุนแรงมากบ่อยๆด้วย...ให้ตายเถอะ

ผมลงไปรวมตัวกับทุกคน ยุยนะที่หลบหน้าผม เท็นริที่เชื่อในตัวผมและยังคงมองมาอย่างเป็นประกาย อลิสที่มองอย่างโกรธเคืองหน่อยๆ มิอุ ซุสุกะและอาสุกะที่ทำหน้าตาตามเดิม เพราะว่าซุสุกะกับอาสุกะน่าจะยังไ่มรู้เรื่องที่ผมกับพวกเธอมีอะไรกันสินะ?

แถมไปด้วยมิโดริ มิไรและคุณโรเอล จะว่าไปสเตตัสของเธอก็ไ่มธรรมดาเลยนะ สมดุลพอควรเลยทุกๆอย่าง 550 ทุกอย่างยกเว้นความฉลาดกับโชค ที่ติดแค่50....

ส่วนสกิลก็....ไม่ได้ดูน่ะ ช่างมันเถอะ ชอบส่องสเตตัสมากกว่าด้วยสิ  
พอผมเดินมารวมกลุ่มกันครบแล้ว คุณเจ้าของโรงแรมก็เดินเข้ามาหาผม พร้อมกับรอยยิ้มที่เหมือนกับไม่มีอะไรค้างคาในชีวิตของเธอแล้วยังไงยังงั้น

"ฉันได้เตรียมรถม้าให้แล้วนะ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ"

(รถม้าเหรอ? เดินทางกลับช้าๆก็ไม่เป็นไรหรอกมั้ง?)

"ขอบคุณนะ"

"ไปแล้วนะคะคุณแม่!"

พอออกมาจากโรงแรม คนอื่นก็มองผมกันหมดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร คงจะสงสัยล่ะมั้ง? แต่ช่างเถอะ ผมขึ้นรถม้าขนาดใหญ่ที่จุพวกเราได้สบายๆ แต่ไม่มีคนขับแฮะ เอาไงล่ะเนี่ย?

"เดี๋ยวฉันขี่เอง หลุยส์กับเรนะมาช่วยคุ้มกันหน่อยได้ไหม?"

เอเลนเสนอตัวออกมาเอง ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก ถึงแม้ว่าเธอจะพยายามหนีผมก็เถอะ
และแล้ว พวกเราก็ออกจากหมู่บ้านแห่งนี้ หมู่บ้านไร้ชื่อแต่ถูกเรียกว่าหมู่บ้านทางใต้ ในที่สุดก็มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า
"หมู่บ้านแห่งวีรบุรุษ" ที่ได้จากความช่วยเหลือของพวกผมทุกคนนั่นเอง

อีกด้านนึงนั้น

"ไม่นึกเลยนะว่าความเร็วที่เรามีจะมาถึงหมู่บ้านแห่งนั้นได้ก่อนมืด ถ้าแบบนี้พรุ่งนี้ก็ถึงหมู่บ้านทางใต้แล้วล่ะ"

"งั้นเหรอ? ก็ดีเหมือนกันถ้าไปเจอเร็วๆ"

ริกะ รินะและชาร์ลวิ่งตามทางด้วยความเร็วสูงสุดของพวกเธอ สำหรับชาร์ลนั้นต้องใช้ความสามารถของการ์ดส่วนนึงเพื่อที่จะตามความเร็วของสองพี่น้องผู้กล้าพวกนี้ สเตตัส 1000นั้นมันมากเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะไปถึง ยกเว้นว่าจะเป็นผู้มีพรสวรรค์มาตั้งแต่เกิด

แต่ชาร์ลไม่ใช่ เธอไม่ใช่ผู้มีพรสวรรค์ แต่เธอเป็นผู้ที่แปลกและแตกต่างเล็กน้อย เธอเป็นมนุษย์ผู้ที่เกิดมาพร้อมกับความสามารแปลกๆและอาชีพประหลาดๆอย่างผู้ใช้การ์ดปริศนา ซึ่งตัวการ์ดนั้นเป็นสิ่งที่แม่ของเธอครอบครอง การ์ดที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษของตระกูลของเธอเอง ซึ่งตอนนี้ก็ล่มสลายไปตั้งนานแล้ว

การ์ดนั่น ถ้าเอามาประมูลราคาคงไม่ต่ำกว่า 10ทองคำขาวแน่ๆ แต่ถ้ามันอยู่ในมือของชาร์ล ด้วยความสามารถของผู้ใช้การ์ด ทำให้การ์ดของเธอไม่สามารถประเมินค่าได้ในทันที

ในตอนนี้ก็ล่วงเลยเป็นเวลานานพอควร จากความคิดของชาร์ล ตอนนี้น่าจะถึงครึ่งทางแล้ว ใช้ และก็มืดมากแล้วด้วย ชาร์ลนั้นเป็นพวกหิวง่ายและกินเยอะ เวลาเดินทางไกลจะลำบากเรื่องสเบียงเสมอ แต่เพราะมีริกะอยุ่ด้วยเลยไม่มีปัญหา แต่ว่าเรื่องเงินเป็นเรื่องรับผิดชอบของชาร์ลซึ่งเธอก็มอบไว้ให้ริกะด้วยความไว้ใจ และริกะเองก็เป็นคนที่น่าเชื่อถือได้ที่สุดด้วย

"ตั้งแคมป์กันเถอะ"

ริกะเอ่ยออกมา จากนั้นพวกเธอทั้งสามก็วิ่งเข้าไปในป่า ชาร์ลนั้นมีความสามารถมากในการใช้ชีวิตในป่า ทั้งการจุดไฟด้วยกิ่งไม้หรือก้อนหินก็ตามก็ทำเป็นทั้งหมด หาอาหารพอได้แต่ว่าไม่สามารถจะทำให้เธออิ่มได้เลยสักนิด

เธอเป็นคนจุดไฟ และจัดที่นอนให้อยู่บนต้นไม้ เพราะว่าการที่เรานอนด้านล่างอาจจะเป็นปัญหาได้เพราะอาจจะถูกมอนส์เตอร์โจมตีในระหว่างที่หลับ แถมป่านี่ไม่มีสัตว์เลื้อยคลายจำพวกงูหรือสัตว์ที่ปีนป่ายต้นไม้ได้อย่างลิงป่า ลิงภูเขา สิ่งที่อันตรายต่อตัวพวกเธอคือโอเกอร์ หรือออร์คเท่านั้น ซึ่งกว่าจะถูกลอบโจมตีก็ตื่นกันหมดแล้ว

เธอจุดไฟด้านล่างต้นไม้ ส่วนบนต้นไม้นั้นใช้เถาวัลโยงกิ่งไม้ทำเป็นเปลไว้บนต้นไม้ และรองด้วยใบไม้อีกชั้นนึง ที่ทำนั้นมีทั้งหมดสามที่สำหรับสามคน ริกะหยิบเนื้อย่างไร้รสชาติออกมาย่างด้วยไฟแล้วโรยด้วยเกลือที่ซื้อแยกมาอีกที

เธอไม่ได้ซื้อแบบเสียบไม้สำเร็จรูปมาอย่างเดียว แต่เธอซื้อแบบเนื้อดิบมาด้วย เพราะเะอไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน ทางร้านเขาก็ขายให้ในราคาที่ไม่ค่อยแพงเท่าไร เธอซื้อมาจนเขาตกใจเลยล่ะ เพราะเธอเล่นเหมาทั้งหมดเลย ทั้งที่ย่างแล้วและยังไม่ได้ย่าง แต่พ่อค้าก็ไม่ได้ว่าอะไรแล้วก็ขายให้เธอมาด้วยราคาที่เหมาะสม

เธอย่างเนื้อด้วยการเสียบเนื้อไว้ที่ดาบแล้วก็ย่างไปทั้งๆอย่างงั้น พร้อมโรยเกลือไปตลอดเวลาที่ย่าง พอมันสุกแล้วเธอก็ถอดใส่จานขนาดใหญ่ให้ชาร์ลที่น้ำลายไหลเป็นทางรออยู่ตรงหน้าก่อนที่จะโรยเกลือแล้วมอบให้เธอ

เธอทำแบบนี้จนเสร็จแล้วก็เริ่มทาน เธอรู้วิธีทำอาหารแบบนี้เพราะแม่ของเธอ แน่นอนว่ามิกะเองก็เรียนรู้มาจากแม่ของเขาเองด้วยเช่นกัน

หลังจากที่ดวงตะวันแลลับฟ้า พวกเธอก็เริ่มปีนขึ้นต้นไม้ไปนอน แต่ว่า....ชาร์ลเป็นเพียงคนเดียวที่นอนไม่หลับ เธอไม่เคยนอนหลับเวลาอยู่นอกสถานที่เลยสักครั้ง เธอสามารถตื่นอยู่ได้ตลอดเวลาโดยที่ไม่หลับ นั่นเป็นผลกระทบจากการ์ดของเธอ อาจจะดูเหมือนแต่ว่าไม่ได้เหมือนกับมิกะหรอกนะ

เธอแค่สามารถตื่นได้ แต่ว่าเรี่ยวแรงก็จะลดลงไปตามๆกัน ถึงจะมีสติแต่ร่างกายที่ไม่ได้รับการพักผ่อนเลยน่ะ ไม่มีทางที่จะมีเรี่ยวแรงเหลืออยู่อย่างแน่นอน

แต่ถ้าเธอนอนเล่นอยู่ตลอดทั้งคืน ร่างกายก็ยังคงได้รับการพักผ่อนอยู่บ้าง แม้จะไม่เท่ากับการนอนหลับไปเลยก็ตามที แต่มันก็มากพอที่จะยืดเวลาต่อไปอีกนาน

แต่ว่าในระหว่างที่พวกเธอกำลังนอนอยู่นั้น ไกลออกไปมีกลุ่มคนตั้งแคมป์กันอยู่ด้วยเช่นกัน คนกลุ่มนั้นคือพวกมิกะนั่นเอง พวกมิกะนั้นตั้งแคมป์กันโดยที่แบ่งหน้าที่กันให้อลิสเฝ้ายาม ส่วนเขาก็จะเดินตรวจตรา เพราะว่าอลิสนั้นนอนได้ตลอดเวลา และก็ตื่นได้ตลอดเวลาเช่นกัน ส่วนมิกะนั้นไม่จำเป็นต้องนอนเลยล่ะ...

หลังจากที่ทานเนื้อย่างและอาหารที่คุณเจ้าของร้านผู้เป็นแม่ของโรเอล เป็นอาหารจำพวกเนื้อและขนมปังสูตรเฉพาะเอาไปทอดกับชีสซึ่งก็อร่อยมาก มิกะให้โรเอล หลุยส์ และเอเลน โดยที่นอกรถนั้นมีมิโดริและมิไรที่มีใบหน้าที่ไร้จิตใจนอนอยู่ ส่วนพวกยุยนะห้าคนนั้นอยู่รอบๆกองไฟที่ก่อใกล้ๆรถม้า โดยที่ผูกม้าไว้กับต้นไม้นึงและป้อนอาหารให้มันก่อนที่มันจะหลับไปแล้ว

มิกะเดินไปในป่า พยายามมองหามอนส์เตอร์เพื่อเพิ่มเลเวล แม้หมีป่าคลั่งจะจัดอยุ่ในมอนส์เตอร์ระดับCเช่นเดียวกับพวกโอเกอร์ แต่ว่าเลเวลที่สูงกว่า 30นั้นไม่ได้เพิ่มขึ้นง่ายอย่างที่คิด เว้นแต่ว่าจะปราบพวกที่เพิ่มเลเวลมหาศาลอย่างพวกราชาก็อบลินหรือราชาออร์คเป็นต้น

ในระหว่างที่มิกะกำลังสำรวจป่าเพื่อตามล่ามอนส์เตอร์ นั่นเป็นเวลาที่ชาร์ลรู้สึกไม่ค่อยจะดีอยู่อย่างนึง นั่นก็คือ เะออยากจะเข้าห้องน้ำ เธอลงจากต้นไม้เงียบๆไม่ให้ใครตื่นแล้ววิ่งเข้าไปในป่าเพื่อปล่อยภาระที่อัดอั้นเอาไว้ตั้งแต่ออกเดินทาง แม้จะไม่หลับไม่นอนได้แต่ไม่ได้หมายความว่าจะอดกลั้นยอมทนไม่เด็ดดอกไม้ได้หรอกนะ

ในตอนที่เธอกำลังปลดทุกข์ขนานเบาอยู่นั้น มิกะก็พบกับสิ่งมีชีวิตระดับB มอนส์เตอร์ชนิดเดียวกับที่เขาเคยเจอแต่มีสีที่ต่างกัน นั่นก็คือสีขาว  เขาเจอหมาป่าขาวซึ่งไม่น่าจะมาอยู่แถวนี้ได้ แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องฆ่ามัน

และตำแหน่งที่เขาพบนั้น ก็อยู่ไม่ห่างจากชาร์ลมากนัก หลังจากที่ชาร์ลเด็ดดอกไม้เสร็จแล้ว เธอก็ทำความสะอาดด้วยเวทย์และก็สวมใส่เสื้อผ้ากลับไปดังเดิม เมื่อชาร์ลลุกขึ้น เธอก็พบกับหมาป่าสีขาวที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก และต่อหน้าของมันก็มีมิกะยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว

"ต่อสู้กับหมาป่าขาวด้วยตัวคนเดียวงั้นเหรอ?"

ชาร์ลบ่นอุบอิบกับภาพเบื้องหน้า ชายที่สูงราวๆ 175เซ็นติเมตร สวมชุดฮู้ดสีดำทมิฬ กางเกงขายาว มีดที่เขาถือ รองเท้า แม้แต่เส้นผมของเขาเองก็มีสีดำทมิฬเช่นเดียวกัน แต่ในเวลานี้เธอไม่ได้รู้หรือนึกได้เลยว่า ชายตรงหน้ามีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับทั้งสามคน โดยเฉพาะดวงตาและสีผม

ใบหน้าของเขานั้น สำหรับชาร์ลแล้วเธอคิดว่าเขาช่างดูหล่อและมีความเป็นผู้นำ รวมไปถึงแข็งกร้าวแต่ก็แฝงไปด้วยความอ่อนโยนเพียงน้อยนิด สายตาที่คมกริบแฝงไปด้วยความอำมหิต แต่ก็มีความเป็นสุภาพบุรุษ เรียกได้ว่านั่นเป็นสเปคของเธอ แต่เธอผู้ที่ไม่สนใจในความรัก แม้ใจจะเต้นระรัวแต่เธอก็ไม่รู้สึกหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย

เธอไม่สนใจในใบหน้าของเขา แต่เธอสนใจเพียงแค่ว่าเขาจะทำยังไง เพราะเขานั้นไม่ได้มีความกลัวเกรงเลยสักนิด และเขาไม่คิดจถอยด้วย แต่ว่าบุคคลที่จะสู้กับมันตัวต่อตัวนั้น อย่างน้อยต้องเป็นนักผจญภัยระดับB ขึ้นไปเท่านั้นซึ่งเธออยู่ในระดับB ซึ่งมีความสามารถมากพอที่จะไประดับAแต่ไม่ทำเพียงแค่นั้น

เธอเตรียมการ์ดปริศนาของเธอเอาไว้ การ์ดปริศนาของเธอนั้นเป็นการ์ดแดงราวกับเลือด มีลวดลายแปลกๆไม่มีอักขระใดๆเลยเธอเตรียมที่จะเข้าไปช่วยเขาอยู่ตลอดเวลา

พวกเขาจ้องใบหน้ากันสักพัก ไม่นานหมาป่าขาวก็เริ่มที่จะเปิด)ากโจมตีก่อน มันเลือกที่จะวิ่งพุ่งเข้าหามิกะโดยตรง และมิกะก็ตอบรับมันโดยการกำมีดสีดำของเขาไว้แน่น กลับด้านให้คมมีดอยู่ด้านล่าง ง้างแขนกว้างแล้วฟาดใส่ที่ลำตัวของมัน

-เปรี้ยง!-

เป็นสกิล [ดาบตมระเบิด] ของเขาที่ทำงาน และเพียงนัดเดียวเขาก็กำจัดมอนส์เตอร์ระดับCไปได้อย่างง่ายดาย แม้แต่ชาร์ลในสภาพสมบูรณ์ยังต้องใช้การโจมตีถึงสามครั้งเลยด้วยซ้ำ! เลเวลของดาบพุ่งขึ้นเป็นเลเวล2 และเลเวลของเขาก็พัฒนาเป็นเลเวล34แล้ว

ไอเทมดรอปนั้นเป็นขนหมาป่าขาวขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าเหมือนเป็นการถลกหนังเลยล่ะ เนื้อดรอปเยอะยิ่งกว่าหมาป่าดำ ไม่มีหางของมันดรอปแต่มีเขี้ยวเล็บครบคู่ เขี้ยว 46เล็ก 4ใหญ่ เล็บของมันมี20ชิ้นขนาดใหญ่พอๆกับเขี้ยวทั้งสี่เลยล่ะ และไอเทมชิ้นสุดท้ายที่ดึงดูดสายตาของชาร์ลไปนั้น มันคือ [การ์ดหมาป่าขาว] นั่นเอง

"การ์ด.....ไม่เคยเห็นการ์ดใบอื่นมาก่อนเลย และรูปร่างแบบนั้นอีกด้วย..."

การ็ดที่ดรอปนั้นเป็นการ์ดที่มีด้านหลังเป็นสีขาวลวดลายดำ อีกด้านนั้นเป็นรูปลวดลายคล้ายหมาป่ามีอักขระโบราณสลักเอาไว้ว่า [หมาป่าขาว]

พอมิกะเดินไปเก็บของ แล้วหยิบการ์ดนั่นขึ้นมา ชาร์ลก็นึกขึ้นได้  การ์ดนั่นเป็นสิ่งที่ไม่มีมาก่อน ถ้าเธอได้มันมาอาจจะเพิ่มความสามารถของเธอได้ก็ได้ และเธอคิดว่าเขาไม่มีความสามารถที่จะใช้มันได้ เธอเลยพุ่งตรงไปหาเขา ทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่าเขา มีอาชีพที่สูงเหนือยิ่งกว่าเธอไปหลายขั้น

มือของเธอที่ยื่นไปหวังจะคว้าการ์ดใบนั้นก็คว้าได้เพียงอากาศธาตุเท่านั้น เพราะว่ามิกะมองเห็นอยู่ก่อนแล้ว ตั้งแต่ที่เธอพุ่งออกมาเขาเลยหลบได้อย่างง่ายดาย

"ใครกัน?"

"ฉันจะเป็นใครก็ช่าง ส่งการ์ดนั่นมาซะเจ้าหนุ่ม"

เธอมีความสูงที่สูงยิ่งกว่า นั่นทำให้เธอคิดว่าเขามีอายุน้อยกว่า และใบหน้าของเขาเองก็ดูอ่อนเยาว์มากพอที่จะทำให้เธอคิดแบบนั้น

"ผมไม่มีความจำเป็นต้องให้เธอ ถ้าคิดจะสู้กับผมล่ะก็ อย่าดีกว่า ผมเองก็ไม่ได้อยากได้ทาสเพิ่มในเร็ววันหรอกนะ"

"พูดอะไรไร้สาระน่ะ? การ์ดนั่นเหมาะที่จะอยู่กับผู้ที่ใช้มันได้อย่างฉันมากกว่าที่จะอยู่กับชายที่ไม่รุ้คุณค่าของมันเป็นไหนๆ อีกอย่างนายน่ะแข็งแกร่งอยุ่แล้วนี่? แค่การ์ดใบเดียวคงไม่ทำให้เสียหายอะไรหรอกมั้ง?"

มิกะเข้าใจในทันที เธอเป็นผู้ที่ใช้การ์ดเหมือนกับเขา แต่ว่าเขาไม่สามารถยืนยันได้ว่าเหมือนกันขนาดไหน? เพียงแค่ใช้การ์ดได้หรือเป็นผู้ครอบครองการ์ดกันแน่?

"ไม่ล่ะ การ์ดนี่เป็นของผม และผมเป็นคนเดียวที่จะใช้มันได้"

"ไม่มีทางที่นายจะใช้มันได้หรอก"

"มาพิสูจน์กันไหมล่ะ?"

มิกะยื่น [การ์ดหมาป่าขาว] ออกมาข้างหน้าแล้วพูดยั่วยุ ส่วนชาร์ลนั้นได้แต่ขมวดคิ้วไม่เข้าใจอยู่อย่างงั้น มิกะดึงแขนกลับมาแล้วเก็บมันเข้าช่องเก็บของ นั่นทำให้ชาร์ลยิ่งสงสัยในตัวของเขาเข้าไปอีก โดยที่ไม่รู้...เรียกว่าลืมตัวจะดีกว่า ว่าการทำแบบนั้นมันเหมือนกับที่ริกะทำไม่มีผิด

"ไม่เข้าใจงั้นเหรอ? ฉันบอกให้ส่งการ์ดมาน่ะ"

"ผมไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะใช้การ์ดได้ แม้แต่การ์ดในมือของเธอยังไม่เหมือนกับของผมเลย"

คราวนี้เขายก [การ์ดราชาก็อบลิน] ขึ้นมาให้เธอดู เธอตกใจอย่างมาก ไม่ได้มีเพียงใบเดียว แต่ยังมีการ์ดที่แตกต่างถึงสองใบ!? ยิ่งใบนี้เป็นสีดำลวดลายสีขาวยิ่งแล้วใหญ่ ราวกับมันเป็นความมืดเลยล่ะ

ชาร์ลยกการ์ดของตัวเองขึ้นมา แล้วแยกเขี้ยวขู่ใส่มิกะไปพร้อมกับตะโกนขู่ออกมาด้วย

"อย่าให้ฉันต้องใช้กำลัง! ส่งการ์ดมาซะ!"

"น่ารำคาญน่า เข้ามาเลย ใช้ทุกอย่างที่เธอมี แสดงให้ผมดูหน่อยว่าเธอคู่ควรที่จะรับใช้ผมรึเปล่า?"

"อย่าหาว่าฉันไม่เตือนล่ะ! [สวมใส่]!"

การ์ดสีแดงเปล่งแสงสีเดียวกับตัวการ์ดของมันออกมา ครอบคลุมร่างของชาร์ลที่อยู่ต่อหน้ามิกะไปทั้งร่าง แล้วร่างกายของเธอก็เปลี่ยนไป เกราะสีแดงเป็นเกราะเบาเฉพาะส่วนมีตามตัวทั้งหน้าอก ไหล่ ศอก แขน สีข้าง เอว กลางหลัง สะโพก ส่วนลับ เข่า ขา มือ เท้า คอ แม้แต่กรามทั้งสองข้าง หู หัวก็มีหมวกสีแดงลวดลายสวยงามอยู่ด้วย ชุดของเธอก่อนหน้าหายไปจนหมด เผยให้เห็นต้นแขน ต้นขาและหน้าท้อง สะดือและท้องน้อยจนดูยั่วอารมณ์ มือของเธอถือดาบสองคมยาวสีแดงมีลวดลายสวยงามเช่นเดียวกับชุดที่สวม ดวงตาเรืองแสงขึ้นมา สเตตัสของเธอเพิ่มขึ้นมาจนน่าแปลกใจ

[Status] 

ชื่อ : ชาร์ล 
อายุ : 17ปี 
เผ่า : มนุษย์ 
อาชีพ : ผู้ใช้การ์ดปริศนา 
เลเวล : 16/150

พลังชีวิต : 900/900 + 2000
พลังเวทย์ : 1000/1000 + 2000
ความแข็งแกร่ง : 1100 + 10000
ความรวดเร็ว : 900 + 10000
ความอดทน : 900 + 10000
ความฉลาด : 100 + 10000
โชค : 100 + 10000

นั่นเป็นสิ่งที่มิกะเห็น พอเขาเห็นดังนั้น เขาก็ยิ้มอย่างมีความสุข นั่นเป็นของเล่นใหม่ที่เขาต้องการ ผู้ใช้การ์ดที่แม้จะไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับเขา แต่ก็มีระดับสูงมากพอที่ผู้กล้ายังยอมสยบ  มิกะชู [การ์ดราชาก็อบลิน] ขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับขยับปากเปล่งเสียงออกมาเล็กน้อย

"[สถิต]"

ร่างของเขาปกคลุมไปด้วยไอความมืด ซุมเข้าไปใกล้แหวนที่อยุ่ในมือขวา จะเห็นว่ามันเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทพร้อมกับขึ้นอักขระว่า [อสูร]

ร่างกายของเขาสวมเกราะเบาที่คล้ายกับชาร์ล แต่ว่าไม่ได้มากมายอะไรนัก มีเพียงแค่เกราะส่วนอกสีดำสนิทมีลวดลายเล์กน้อย เกราะส่วนแขน ส่วนขา ด้านหลังเล็กน้อย ที่แขนซ้ายมีโล่ห์สีดำเป็นโล่ห์ขนาดเล้กอยุ่ด้วย แต่มือขวาของเขาถือดาบยักษ์รูปร่างสง่างามโค้งงออย่างประณีต จุดเชื่อมระหว่างด้ามจับกับใบมีดมีวงกลมขนาดเท่ามืออยู่ และแยกออกมาเป็นกั่นดาบแหลมๆทั้งสองข้าง ดาบสีดำขนาดใหญ่นี้มีลวดลายที่ชวนหลงไหลไม่แพ้เกราะของเขาเลย

ทั้งหมดนี่คือร่างสถิตของราชาก็อบลิน เขาจะได้รับความสามารถพิเศษอันเป็นผลดีทั้งหมดจากการ์ดที่ใช้งานมาเป็นของตัวเอง และจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น อีกทั้งทักษาที่ได้รับมาก็จะนำมาพัฒนาตัวเองได้ด้วย ยิ่งบางการ์ดยังมีการมอบสกิลให้กับผู้ใช้อีกด้วย แต่เขาเองก็ไม่เคยใช้การ์ดใบอื่นเลย แถมครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกถ้าไม่นับเรื่องที่เขาหมดสติไป

เขามองไปยังชาร์ลแล้วแสยะยิ้มเล็กน้อย พร้อมพูดราวกับเชิญชวน

"มาสนุกกันดีกว่าสาวน้อย! ผมจะทำให้เธอมาเป็นของผมเอง!"

กลับหน้าเรื่อง

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาติดตามรับชมผลงานน~า

และก็อยากให้ติดตามต่อไป แม้ว่าไรท์จะเริ่มเมาก็จะเขียนให้ช้าลงเพื่อซอร์ฟความเมาน~า

~♪ ~♫

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น