มันไม่เกี่ยวกับผม เพราะผมอยากสร้างฮาเร็ม [NC 20+]
ตอนที่6 ร่างกายไม่สามารถรับไว้ได้สินะ?
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่6 ร่างกายไม่สามารถรับไว้ได้สินะ?

     พอออกมานอกเมืองหลังจากที่ผ่านพวกทหารแล้ว พวกเราก็เดินเข้าไปในป่าลึกเล็กน้อยก่อนที่ผมจะสั่งให้หยุดเอาไว้

     "เดี๋ยวผมจะเพิ่มเรนะเข้าปาร์ตี้นะ  อาจจะตกใจหน่อยแต่อย่าส่งเสียงดังล่ะ แล้วก็.....เรนะเดี๋ยวผมอุ้มเอง ส่วนหลุยส์กับเอเลนให้มิอุและซุสุกะช่วยอุ้มหน่อยนะ"

     "ทำไมล่ะคะท่านมิกะ?"

     "ผมคิดว่าควรจะรีบไปจัดการพวกฝูงก็อบลินกันก่อน แล้วพวกเราจะวิ่งไปที่ทางใต้เพื่อกำจัดพวกลูกโอเกอร์  เชิญไปแล้วนะเรนะ"

     "!?"

     เรนะช็อคไปพักนึงแล้วเริ่มยื่นมือไปแตะอะไรบางอย่าง  จากนั้นรายชื่อปาร์ตี้ก็เด้งขึ้นมา เป็นชื่อของเธอนั่นเอง

     ผมลอบดูสเตตัสของเธออีกครั้ง.....พอมีอาชีพมาเสริมทำให้สเตตัสของเธอเพิ่มขึ้นสิ?  แต่ทำไมค่าสเตตัสของเรนะถึงได้สมดุลย์จังนะ?   ตอนนี้ทุกอย่างเป็น 250 ทั้งหมดเลยน่ะสิ  แต่MPเพิ่มจาก 30 มาเป็น 350 HPคงเดิมแฮะ.....

     พอเตรียมเสร็จผมก็อุ้มเรนะขึ้นมา  แต่ดูเหมือนว่าหลุยส์จะแย้งผมเรื่องความเป็นไปได้ของเควสต์กำจัดลูกโอเกอร์สินะ?  แต่ก่อนหน้านั้นก็ถูกมิอุอุ้มไปซะแล้ว เอเลนก็เหมือนกัน

     ผมเห็นว่าทุกคนเตรียมพร้อมแล้ว ก็ปลดสกิลปิดบังค่าความเร็วออก  ระบุไว้ที่ต่ำสุดของกลุ่มพวกเรา 5000 สูงสุดที่ไม่นับผมก็ของซุสุกะที่อยู่ 7800 ล่ะมั้ง?  เอาเถอะ 5000ก็เร็วพอแล้ว

     "ว่าแต่กลุ่มก็อบลินอยุ่ตรงไหนกันนะ?"

     "ละ....ลงใต้ไปจะเจอหมู่บ้านเล็กๆค่ะ  เป็นทางผ่านไปอีกเมืองที่ทางใต้ค่ะ  แต่ระยะทางจะใกล้จากที่นี่มาก ส่วนรังเขาบอกว่าอยุ่บริเวณถ้ำใกล้ๆหมู่บ้านค่ะ"

     เธอชี้ไปตามทางถนน ผมก็วิ่งออกไป โดยที่มีสาวๆตามหลังผมมาติดๆ
ด้วยค่าสถานะที่มากมายขนาดนี้  ทำให้พวกเราวิ่งมาถึงที่นี่ภายในเวลาไม่กี่นาที.....อุก.....ความสามารถพวกเราขี้โกงชะมัด

     "ถึงแล้ว"

     "สะ...สุดยอดไปเลยนะนายท่าน"

     "ไม่มีคนเลย  ไม่มีแม้แต่ทหาร"

     "นะ.....น่าจะหลบภัยอยู่นะ"

     หลุยส์แสดงความคิดเห็นให้กับซุสุกะที่ถามขึ้นมา  เพราะภาพตรงหน้ามีแค่หมู่บ้านเล็กๆที่ไม่มีอะไรเลย มีแค่ฝุ่นและลมที่พัดผ่าน ราวกับหมู่บ้านร้าง

     "หลุยส์นำทางไปหารังนั่นเลยเถอะ"

     "อื้ม  ตามมาทางนี้"

     ผมปรับสเตตัสกลับมาเป็น 300 ทุกค่าเท่าเดิม แค่นี้ก็มากพอแล้วล่ะมั้ง?  แถมตอนนี้ผมกับพวกสาวๆก็เลเวล 4 กันหมดแล้วด้วย ยกเว้นแค่เรนะที่มีเลเวล3 และพวกหลุยส์ที่มีเลเวลสูง

     ผมเดินเข้าป่ามาโดยที่ตั้งขบวนสามแถว  แถวแรกมีมิอุ ซุสุกะและอาสุกะ แถวต่อมามีผม อลิสที่อยู่ในเงา เรนะและหลุยส์ แถวสุดท้ายมียุยนะ เท็นริและเอเลน  รวมกันทั้งหมด 10คนซึ่งมีคนที่มองไม่เห็น 1คนล่ะนะ

     พวกเราเดินมาเรื่อยๆจนมาถึงหน้าถ้ำ  ซึ่งนอกถ้ำมีพวกก็อบลินยืนอยู่เยอะจนน่าตกใจเลยล่ะ ส่วนด้านในเท่าที่ผมมองเห็นนั้น มีเยอะกว่าข้างนอกอีก ผมไม่อยากนับเลยว่ามันมีก็อบลินกี่ตัวกัน?

     "แยกเป็น 3กลุ่มก็แล้วกันนะ  กลุ่มแรกมี มิอุ ซุสุกะ และอาสุกะ กลุ่มต่อมามีผมและหลุยส์ ส่วนพวกเท็นริ ยุยนะ เรนะและเอเลนอยู่แนวหลัง เป็นกลุ่มที่3 คอยสนับสนุนและคอยรักษาให้พวกผมนะ"

     "อืม!"(ยุยนะ)

     "ได้เลย"(หลุยส์)

     "โอ้ว!"(มิอุ)

     ""ค่า!!""(ซุสุกะ&อาสุกะ)

     "อืม...."(เท็นริ)

     "อะ....อื้อ"(เอเลน)

     "เจ้าค่ะนายท่าน!"(เรนะ)

     วิธีพูดของเรนะเริ่มจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆเลยแฮะ.....เริ่มเหมือนพวกเมดในญี่ปุ่นเลยล่ะ

     "งั้นก็ลุยเลย!"

     ผมตะโกนออกมา แล้วก็เริ่มเคลื่อนไหว
ผมวิ่งวนไปทางขวาพร้อมกับหลุยส์ ส่วนอีกด้านมีมิอุและซุสุกะ ส่วนอาสุกะนั้นวิ่งตรงเข้าไปซึ่งๆหน้า ทำให้พวกก็อบลินมองเห็นเธอเป็นคนแรก

     พวกก็อบลินส่วนใหญ่ที่มองเห็นอาสุกะก็เริ่มเข้าโจมตี  แต่ก็ถูกป้องกันไว้โดยโล่ห์ยักษ์ของเธอ แถมยังถูกกำจัดในทันทีโดยธนูของเรนะและเวทย์ของเอเลน

     ส่วนพวกที่เห็นเพื่อนตัวเองตายก็ให้ความสนใจไปทางนั้นจนหมด ไม่ได้สนใจพวกเราเลย
ผมกับหลุยส์พุ่งใส่แล้วใช้ดาบของพวกเราฟันร่างจนขาด ทางนู้นก็เหมือนกัน แต่ว่าซุสุกะไม่ได้ใช้หอกดังเดิม แต่ใช้ทวนแทน

     จำนวนของก็อบลินลดลงเรื่อยๆ เรื่อยๆจนก็อบลินนอกถ้ำหายไปหมด และก็อบลินที่อยู่ในถ้ำก็เริ่มทยอยกันออกมา เพราะว่าข้องนอกเสียงดังพอควร พวกมันเลยแย่งกันออกมา แต่นั่นเป็นสิ่งที่ดีต่อพวกเรา

     ยุยนะร่ายเวทย์ไฟเอาไว้ เป็นเวทย์ขนาดใหญ่ซะด้วย โดยที่มีเอเลนร่ายเวทย์ลมช่วยเสริม
พายุเพลิงพุ่งเข้าใส่ถ้ำที่มีก็อบลินฝูงใหญ่  เปลวเพลิงแผดเผาร่างของก็อบลินทุกตัว และแม้เวทย์จะร่ายหมดแล้ว แต่ยุยนะก็ร่ายเวทย์ดินสร้างกำแพงกักขังพวกมันเอาไว้พร้อมกับเวทย์ไฟที่มีแต่ความร้อนในนั้น อุก.....โคตรน่าจะทรมานเลยนะนั่น

     พวกข้างนอกที่เหลืออยู่ก็มีพวกผมคอยกำจัด  สำหรับก็อบลินนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย อ่อนแอมากเลยล่ะ  เมื่อมีเวลามากผมก็ไล่เก็บไอเทมเข้าช่องเก็บของของผม แน่นอนว่าหลุยส์น่ะไม่รู้เลยสงสัยกับการกระทำของผม

     "ทำอะไรอยู่คะ?"

     "กำลังเก็บไอเทมดรอปอยู่น่ะ นี่เป็นความลับนะ"

     ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้หลุยส์เล็กน้อยแล้วพูดขึ้น

     "ผมสามารถเก็บของพวกนี้ไว้ได้โดยที่เวลาของมันจะไม่เคลื่อนไหว อย่างเนื้อนี่"

     ผมหยิบเอาเนื้อย่างเสียบไม้ที่ซื้อก่อนจะออกเมืองมาให้ดู  ทำเอาหลุยส์ตกใจเลยล่ะ  อย่านึงเพราะมันออกมาจากอากาศด้วยล่ะนะ

     "เพราะงั้นเอามาให้ผมเก็บดีกว่า"

     "อื้อ"

     ผมเก็บไอเทมดรอปไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะมีพวกอาวุธเน่าๆ เศษผ้า เนื้อเน่าเพียงแค่นั้น แต่ว่ามันมีคริสตัลเล็กๆสีม่วงด้วย ต่างจากพวกหมาป่าเทาเลยล่ะ ส่วนการ์ดนั้นก็มีเหมือนกัน เป็นการ์ดก็อบลิน..

     หลังจากที่เก็บของหมด  เวลาก็ผ่านไปนานจนคิดว่าข้างในน่าจะตายกันหมดแล้ว ผมเลยให้ยุยนะเอากำแพงดินออกไป  พอเอากำแพงออกก็มีไอเทมดรอปเต็มไปทั่วเลย แต่เพราะยังมีไฟอยู่ทำให้ผมเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในชัดเจน

     ร่างของมัน.....น่าจะเป็นผู้หญิง มีร่างกายที่กำยำ มีกล้ามเนื้อใบหน้าดุดัน แววตาเองก็น่ากลัว เหมือนกับพวกป่าเถื่อน(Barbarian) มือขวามีโล่ห์เหล็กที่สภาพไม่ค่อยดี ดาบใหญ่ที่ดูแล้วไม่ค่อยน่ารื่นรมย์เพราะมันส่งแผ่ความน่ากลัวมาให้พวกเราตลอดเวลา นั่นสินะ? ราชาก็อบลิน.....ที่บ่งบอกคือผิวสีเขียวและหูที่ยาวเล็กหน่อย และตัวใหญ่มากด้วย

     "เวรละไง"

     "มิกะคุง! จัดขบวนเตรียมการรบเลยนะ!"

     "สามแถวเหมือนตอนเดินมานั่นแหละ!"

     ผมหันกลับไปสั่งการ แล้วปรจำตำแหน่งที่อยู่แถวที่สอง ข้างๆมีเรนะและหลุยส์ เพราะหลุยส์ใช้เวทย์ได้บ้างและอยู่แนวกลางเพื่อไว้เปลี่ยนตัวกับมิอุเผื่อมิอุไม่ไหวซึ่งมันเป็นไปไม่ได้

     ด้านหลังนอกจากเท็นริก็ร่ายเวทย์ใหญ่ยิงใส่ราชาก็อบลินนั่นภายในถ้ำอย่างรุนแรง โดยที่มีมิอุกับซุสุกะอยู่ฟากซ้ายของปากทางเข้าถ้ำ และด้านขวามีอาสุกะ

     ผมสามารถรับรู้ได้ว่าข้างในนั้น ราชาก็อบลินยังไม่ตายและไม่น่าจะมีความเสียหายมาก โดยที่ผมไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมผมถึงรับรู้ถึงราชาก็อบลินได้

     พอมันพุ่งเข้ามา ก็มีอาสุกะคอยป้องกันและต้านการโจมตีเอาไว้ โดยมีกำลังหลักเข้าโจมตีใส่มันเป็นมิอุ และซุสุกะคอยทำการขัดการเคลื่อนไหวของมัน

     ผมรู้สึกแปลกๆ  เพราะว่าช่องเก็บของของผมมันเด้งขึ้นมา ทำให้เห็นของในนั้น และการ์ดของหมาป่าดำที่เก็บไว้มันขยับ เหมือนว่ากำลังเรียกผม.....ผมเลยยื่นมือออกไปช้าๆ  แต่ก็ตั้งสติเอาไว้ได้

     ผมมองไปทางราชาก็อบลิน ใช้ตรวจสอบสมบูรณ์ตรงดูสเตตัสของมัน ......บ้าเอ้ย! นี่มันอะไรกัน!? HPของมันมีทั้งหมด 3000 ไม่มีMP ค่าสถานะมีมากกว่า500 สเปะสปะมั่วไปหมด แถมตอนนี้HPของมันลดไปได้แค่ 2700กว่าๆเท่านั้น โธ่เว้ย! จะไหวไหมเนี่ย!?

     "สเตตัสของมันมากเกินไป! มิอุ! ซุสุกะ! อาสุกะ! ผมจะปลดสกิลปกปิดสเตตัสออกนะ!"

     "อื้อ!"

     ผมร่ายเอาสกิลปิดบังสมบูรณ์ออกไป ทำให้ค่าสเตตัสของพวกเธอกลับมาดังเดิม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเอาชนะได้ง่ายๆ แต่ก็ง่ายกว่าเดิมเหมือนกัน

     การโจมตีของมิอุหนักหน่วงขึ้น ซุสุกะก็เร็วขึ้นเหมือนกัน ยิ่งการป้องกันและการขัดขวางการโจมตีของอาสุกะยิ่งสมบูรณ์แบบ

     การต่อสู้ของยัยพวกนี้เลยสามารถเอาชนะราชาก็อบลินได้ โดยที่ไม่ต้องเปลืองแรงเท็นริที่ทำหน้าที่ซัพพอร์ตเลย แถมเรนะกับหลุยส์ก็ไม่ได้เสียอะไรมากด้วย แต่ว่าหลุยส์ เอเลนและเรนะนะต่างให้ความสนใจมาทางผม เพราะคำพูดของผมเมื่อกี้นี้สินะ?

     "หมายความว่าไงน่ะคะ?"

     "เก็บของแล้วไปต่อกันเถอะ!"

     ผมตัดบทที่ทำให้พวกเธอหรี่ตามองอย่างเอือมระอา แต่ผมก็ไม่คิดจะบอกออกไปทั้งหมดหรอกนะ  พวกผมวิ่งเข้าไปข้างในและเก็บของเข้าช่องเก็บของให้เร็วที่สุด  แน่นอนว่าการ์ดของราชาก็อบลินก็เก็บเอาไว้  แต่การ์ดนั้นให้ความรู้สึกไม่ดีพอๆกับดาบที่ดรอปมาเลยล่ะ

     ภายในมีของดรอปดังเดิม คือเนื้อเน่าๆ อาวุธเน่าๆ เศษผ้าเน่าๆที่ทำประโยชน์ได้มากที่สุด และเศษคริสตัลที่ออกมาจากร่างของก็อบลินเท่านั้น ส่วนราชาก็อบลินดรอปการ์ด ดาบยักษ์สีดำ โล่ห์เน่าๆ และคริสตัลขนาดใหญ่พอๆกับฝ่ามือของผม

     ผมเก็บของพวกเราเอาไว้ในช่องเก็บของอย่างรวดเร็ว ปรับค่าสถานะดังเดิมแต่ปรับความเร็วไปที่5000 เพื่อที่จะเดินทางต่ออย่างรวดเร็วนั่นเอง

     สำหรับพวกเราที่จู่ๆก็มาจัดการเควสที่เกินกว่าแรงค์นี้ ผมว่าในอนาคตอันใกล้พวกผมได้มีปัยหาแน่ๆ  ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีหรอกนะ กับการเป็นผู้กล้าน่ะ  แต่พวกเธอต้องเข้าใจนะ ว่าผู้กล้าไม่ได้สบายอย่างที่คิด ตามที่ได้อ่านมาจากนิยาย ผู้กล้าโดยเฉพาะผู้หญิงนั้นจะถูกทั้งบังคับให้ร่วมรบและร่วมเตียง เท่าที่คิดคือต่อให้ผู้กล้ามีพลังมากมายมหาศาล แต่จะต้องมีสักทางที่พวกผู้กล้าไม่สามารถต่อต้านพวกเชื้อพระวงศ์หรือขุนนางได้แน่ๆ  ผมไม่ชอบเรื่องแบบนี้เลยล่ะ

     ผมอุ้มเรนะ มิอุอุ้มหลุยส์และซุสุกะอุ้มเอเลนตามเดิม พวกเราเดิมตามทางไปที่หมู่บ้านร้างที่ไม่มีคน ไม่คิดจะแวะและผ่านทางวิ่งตามถนนลงไปทางใต้โดยไม่ลดความเร็วลงเลยล่ะ

     แต่ว่า ต่อให้สเตตัสมีเยอะเท่าไร  แต่ร่างกายก่อนหน้านี้ของผมกับยุยนะนั้นอ่อนแอกว่าพวกมิอุและเท็นริมาก 

     สำหรับมิอุที่เป็นนักกีฬาเท็นนิส กับซุสุกะและอาสุกะที่เป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลหญิง เท็นริที่เป็นพวกแข็งแรงอยู่แล้วอาจจะดูอ่อนแอกว่า แต่กับผมและยุยนะแล้ว ผมคือพวกสัตว์กินพืชที่อยู่ลำดับเกือบต่ำสุดของห่วงโซ่อาหารเลยล่ะ

     ที่จะพูดตอนนี้คือ.....เริ่มเหนื่อยแล้วล่ะ ทั้งผมและยุยนะเลย เหนื่อยและรู้สึกเริ่มเมื่อยเพราะว่าร่างกายกับพลังที่ได้รับมานั้นไม่สมดุลย์กันสินะ?

     "ยุยนะ  เริ่มเหนื่อยแล้วรึเปล่า?  หรือว่าเมื้อยรึยัง?"

     "ดะ...เดี๋ยวก่อนค่ะท่านมิกะ!  นี่พึ่งวิ่งมาไม่ถึงสามนาทีเลยนะคะ!"

     "ร่างกายของผมน่ะอ่อนแอนะ  แม้ว่าสเตตัสมันจะสูงแต่ร่างกายมันไม่รองรับน่ะ"

     ผมที่คาวมเร็วตกก็เร่งสปีด  แต่ไม่ได้รู้เลยว่าการที่ทำแบบนั้นจะส่งผลเสียต่อร่างกายของผม
ขาของผม ระบุตรงๆคือขาขวาของผม ลากยาวตั้งแต่ต้นขาไปถึงนิ้วเท้าเกิดรอยแผลและบิดจนเลือดไหลโชก ทำให้ขาข้างนี้ใช้การไม่ได้ในทันที และไม่สามารถตั้งตัวได้ผมเลยล้มตะมำหน้าคว้ำไปกับพื้น ที่ยุยนะไม่ใช่อย่างงั้น แค่เกิดแผลเล็กๆเท่านั้นเอง

     ในตอนที่ผมล้มก็ทำให้เรนะล้มลงไปด้วย เพราะเธออยู่ด้านหน้าผม เวลาล้มลงหน้าของผมก็มุดหน้าไปในกระโปรงของเธอ.....ทำเอาผมโรคจิตเลยล่ะ แต่ว่าผมไม่สามารถขยับได้ เพราะบาดแผลที่ขาขวานั่นเอง แถมผมลองขยับแขนซ้ายแล้ว ทั่วทั้งแขนเกิดบาดแผลลึก และต่อให้อยากตะโกนกรีดร้อง เสียงก็ไม่ออกมาจากลำคอเลยด้วย

     "มิกะ!/มิกะคุง!คุโรมะคุง!/ท่านมิกะ!/นายท่าน!"*(All)

     อึ่ก.....ไม่ไหว เริ่มหายใจไม่ค่อยออก ร่างกายอหยุดทำงานไปซะดื้อๆเลย แถมพอขยับบางส่วน ส่วนนั้นก็จะเสียหายไปด้วย HPที่มีทั้งหมดจากการสวมใส่อุปกรณ์ 2500ก็เริ่มลดเรื่อยๆจนตอนนี้มีไม่ถึง 1ใน5แล้ว

     สายตาเริ่มพร่ามัว หูไม่ได้ยินอะไรเลยสักนิด สติเองก็เริ่มจะคุมไม่อยู่ แล้วในที่สุด ผมก็หมดสติ และสลบไป

♥ ♦ ♣ ♠ [มุมมองบุคคลที่3] ♠ ♣ ♦ ♥

     เมื่อขาของมิกะเกิดบาดแผลขนาดใหญ่ ยุยนะก็เริ่มลนลานตกใจและก้าวขาพลาดจนเกิดแผลตื้นๆ  เธอจึงสามารถรับรู้ได้ในทันที  ว่าอาการแบบนี้คืออาการของร่างกายที่ไม่สมดุลย์กับพลัง เพราะเธอเองก็เป็นเหมือนกัน แต่เพราะว่ามิกะมีอาการที่หนักกว่า เท็นริเลยรีบร่ายเวทย์รักษาสมบูรณ์ให้กับมิกะโดยที่ไม่นึกถึงสิ่งใดเลย

     ร่างกายของมิกะเรืองแสงจางๆ  แถบเลือดบนหน้าจอของมิกะนั้นจากที่เข้าขั้นอันตรายก็เริ่มจะเข้าสู่สภาวะปลอดภัย รวมทั้งบาดแผลเริ่มหาย เลือดยังคงขาดจนทำให้ผิวซีด

     เรนะลุกขึ้นแล้วใช้ตักตัวเองเป็นที่วางหัวแทนหมอนให้กับมิกะ หน้าของเขาซีดเซียวจนทุกคนตกใจ ไม่นึกเลยว่ามิกะจะมีอาการแบบนี้

     ยุยนะรู้ว่ามิกะเป็นคนที่ร่างกายอ่อนแอ  อ่อนแอยิ่งกว่าตนเอง แต่ว่าค่าสถานะของพวกเธอกับร่างกายไม่สอดคล้องกันนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน  เพราะว่าในนิยายที่เธอชอบอ่านนั้น ตัวเอกที่มีค่าสเตตัสเหนือมนุษย์มนานั้นย่อมแข็งแกร่งและไม่มีผลเสียต่อตัวเองแม้แต่อย่างใด กลับกันการเป็นผู้กล้าอาจจะดีกว่ามาเกิดใหม่เป็นชาวบ้านธรรมดาอีกด้วย

     แต่กระนั้น โลกนี้ไม่เหมือนกับที่เธอเคยอ่านมา  มันเป็นโลกที่ หากร่างกายรับพลังไว้ไม่ไหวก็จะเกิดปัญหาตามมา  นั่นทำให้เธอยิ่งสงสัยเข้าไปอีก บาดแผลขนาดนั้น พลังของเขามีมากเท่าไรกัน?

     แม้ว่ายุยนะจะมีร่างกายที่ไม่เข้ากันกับพลังเหมือนกับมิกะ แต่เธอก็ได้รับผลกระทบเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น  ทั้งนี้ทั้งนั้น ยุยนะก็สงสัย และสกิลตรวจสอบของเธอทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าค่าสเตตัสของมิกะนั้น ความจริงเป็นยังไง

     เธอแทบจะร้องให้ออกมา  แต่เพราะว่ามิกะพ้นขีดอันตรายแล้ว และเธอยังมีเกียรติอยู่จึงทำท่าทีฝืนไม่ให้ร้องไห้ แต่ก็ยังคงไม่สามารถเก็บอาการหวั่นวิตกได้

     แต่ในขณะเดียวกัน  ภายในความมืดมิด สติที่หลงเหลืออยู่ของมิกะถูกส่งไปยังอาณาเขตสวรรค์ ภายในนั้นมีหญิงสาวในชุดเดรส เป็นเด็กสาวที่มีลักษณะตัวเล็ก หน้าอกโตไม่สมกับร่างกาย สายตาที่ดูน่ารักน่าชังแต่ก็แฝงไปด้วยความลึกลับ ด้านหลังมีปีกสีขาว ส่วนบนหัวมีวงแหวนสีทอง สัญลักษณ์ของนางฟ้าและเทวะ  ผมสีทองยาวไปถึงเท้า ดวงตาเองก็มีสีเดียวกัน

     มิกะลืมตาขึ้นมา นั่งอยู่บนเก้าอี้ต่อหน้าเธอ  เธอยิ้มแต่รอยยิ้มนั่นแฝงด้วยความหยิ่งยโส แม้จะไม่มากแต่ก็บ่งบอกได้ชัดเจน

     "ทะ.....ที่นี่ที่ไหนกันล่ะครับเนี่ย?  ว่าแต่คุณ....."

     "สวัสดีเจ้าหนุ่ม ข้าคืออัลม่า ผู้ที่เรียกเจ้ามาสู่เอเธอร์แห่งนี้เอง ยินดีที่ได้รู้จัก"

     มิตัวแข็งเป็นก้อนหินด้วยใบหน้าที่ยิ้มแปลกๆ ดวงตาลอยไปอย่างชัดเจน แถมเหงื่อก็ไหลหนักเสียจนถ้ามีใครมาเห็นคงบอกว่าเขาไปตกแม่น้ำที่ไหนมาแน่ๆ

     "ช็อคอะไรอยู่น่ะเจ้าหนุ่ม?"

     "กะ....ก็คุณอัลเป็นเทพไม่ใช่เหรอครับ?  ง...งั้นที่นี่ก็คือสวรรค์สินะครับ?"

     "หืม?  ก็ใช่อยู่หรอก  ทำไมล่ะ?"

     "ทะ....ที่ผมมาอยู่นี่คง.....หมายถึงว่า.....ผม.....ตายแล้วสินะครับ?"

     "หืม?  อุ๊ฟ....!"

     หลังจากที่ได้ฟังคำถามของมิกะ อัลม่าก็หันหลังไปทุบที่พักแขนของเป้าอี้ตัวเองอย่างหนัก
เธอพยายามกลั้นไม่ให้เสียงหัวเราะออกมา  แต่ว่ามิกะรู้  ว่าท่าทีแบบนั้นคือยังไง

     ต่อให้มิกะอาจจะดูเหมือนพวกหลงตัวเอง แต่เขาเป็นพวกช่างสังเกต และเขาก็สามารถคิดได้ไวกว่ามาก จนทำให้เกิดอาการเพ้อหรือเออออไปเอง เพราะงั้นมิกะเลยดูบ้าบอในสายตาของคนอื่น แต่กับคนที่เข้าใจหรือรู้จักกับเขาก็จะเข้าใจดี  ว่าเขาน่ะเป็นคนคิดมากไปเอง

     หลังจากที่อัลม่าตั้งสติไว้ได้แล้ว เธอก็กระแอมไอไล่ความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง และเรียกสติของมิกะให้กลับมาอีกครั้ง

     "อะแฮ่ม!  ความจริงเจ้ายังไม่ตายหรอกนะเจ้าหนุ่ม  ข้าแค่ดึงจิตสำนึกของเจ้ามายังที่นี่เพียงแค่นั้น  เพราะว่าเจ้าน่ะแตกต่างจากยัยพวกนั้น  เจ้าไม่ใช่ผู้กล้าแต่เป็นจอมมารผู้ที่มีพลังทะลุขีดจำกัดเกินกว่าที่จะมีใครรับไหว ยิ่งเป็นร่างกายมนุษย์ที่ปวกเปียกแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะงั้นข้าเลยเรียกเจ้ามาเพื่อที่มอบสิ่งที่คู่ควรให้เจ้ายังไงล่ะ"

     หลังจากที่อัลม่าพูดเสร็จ เธอก็ยื่นมือออกมา  บนมือของเธอมีอะไรสักอย่างที่มีรูปร่างคล้ายกับการ์ดที่มิกะเคยเห็น เพียงแต่มันเป็นสีขาวด้านนึง สีดำด้านนึง  มิกะที่ช่างสงสัยก็เลยถามขึ้นด้วยท่าทีอยากรู้สุดๆ

     "มันคืออะไรเหรอครับ?"

     "เพราะข้าให้อาชีพวีรชนไป ซึ่งมันอยู่เหนือผู้กล้ามากแต่เจ้ากลับเมินเฉยแล้วเลือกผู้ใช้การ์ดซะอย่างงั้น  ไอ้พวกการ์ดนี่มันเป็นความสามารถของผู้ควบคุมนะ  เพราะฉะนั้นการ์ดใบนี้เลยเหมาะสมกับเจ้ามากยังไงล่ะ  มันจะใช้ได้ในสักครั้งในอนาคต  ถึงแม้ว่าร่างกายเจ้าจะอ่อนด้อยไปกว่าพวกนั้น  แต่ถ้าใช้การ์ดมันจะเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายของเจ้า ไม่ใช่สเตตัส  การ์ดนี้คือแบงค์การ์ด ส่วนวิธีใช้ข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน  รีบๆรับไปสิ"

     มิกะรับแบลงค์การ์ดเอาไว้  แต่แบลงค์การ์ดหายไปในมือของมิกะ  อัลม่าก็หัวเราะเบาๆและยิ้มเจื่อนๆ

     "สงสัยจะไม่ใช่ตอนนี้ล่ะมั้ง?"

     "อะฮะฮะ  แค่การ์ดธรรมดาผมยังใช้ไม่เป็นเลยนะ"

     "เอาเถอะ รีบๆกลับไปได้แล้วย่ะ"

     มิกะทำหน้าเอ๋อหน่อยๆ หากพวกมิอุมาเห็นคงล้อไม่หยุดแหงๆ  ดวงตาเลื่อนลอยของมิกะมองไปที่ใบหน้าของอัลม่าซึ่งทำหน้าแปลกใจอยู่ในตอนนี้

     "อะ.....อะไรเล่า!?"

     "คือว่า.....กลับยังไงล่ะครับ?"

     .............................................

     "นั่นสิเนอะ  เทเฮะ~"

♠ ♣ ♦ ♥ [มุมมองของมิกะ] ♥ ♦ ♣ ♠

     พลังจากที่ตวาดใส่อัลม่าไป  ผมก็ลืมตาตื่นขึ้น  พร้อมกับสัมผัสได้ว่าหัวของผมกำลังหนุนตักอุ่นๆของเรนะอยู่  ก็รู้สึกดีอยู่หรอกนะ  แต่ใบหน้าเป็นห่วงของทุกคน แม้แต่เอเลนทำเอาผมสะดุ้งลุกพรวดขึ้นมา  โชคดีที่ไม่ชนกับคางของเรนะเข้าแฮะ

     "ปะ.....เป็นอะไรรึเปล่า?"

     "เปล่า  ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะ ดูเหมือนว่าจะฝืนไปหน่อย อะฮะฮะ"

     ผมหัวเราะแห้งๆออกมา  ทุกคนก็ถอนหายใจและทำหน้าโล่งอกกัน  ยกเว้นยุยนะและเท็นริ  ผมมั่นใจว่าเรนะที่อยู่ด้านหลังผมเองก็เช่นกัน  แต่ก็ขอให้เธอเชื่อผมทีเถอะ

     ผมลุกขึ้นอีกครั้ง ปัดฝุ่นตามร่างกายแล้วยื่นมือไปจับมือกับเรนะ  ยกตัวเธออุ้มในท่าเจ้าหญิงอีกครั้ง  แล้วหันกลับไปมองพวกเธอที่ทำหน้าเป็นห่วงผมพร้อมกับรอยยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติของผม

     "ไปกันเถอะ  รีบไปจะดีกว่านะ"

     "อะ.....อืม"

     ทุกคนกลับประจำที่ ค่าสเตตัสเป็นไปตามที่ตั้งไว้เมื่อก่อนหน้านี้  แล้วพวกเราก็วิ่งลงไปทางใต้ด้วยความเร็วเพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้  และผมก็ไม่ได้รู้เลยล่ะ  ว่าร่างกายของผม เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง  และได้เชื่อมกับการ์ดทุกใบบนโลกใบนี้แล้ว

กลับหน้าเรื่อง

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาติดตามรับชมผลงานน~า

และก็อยากให้ติดตามต่อไป แม้ว่าไรท์จะเริ่มเมาก็จะเขียนให้ช้าลงเพื่อซอร์ฟความเมาน~า

~♪ ~♫

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น