ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
11. หนี (1)

 

           หลับเป็นตายไปหนึ่งวันเต็มหลังจากอาการเมาค้าง

           เมื่อวานหลังจากสิบทิศออกจากห้อง ตรีภพก็เอาแต่นอนขดตัวอยู่ในห้องตลอดทั้งวันไม่ไปไหน ทั้งปวดหัว ทั้งคลื่นไส้ เพิ่งเข้าใจว่าอาการปวดหัวจนแทบระเบิดมันเป็นยังไง แค่ลุกขึ้นเดินยังเกือบจะไม่ไหว โชคดีที่พอมีขนมและนมหลงเหลืออยู่ในห้องบ้าง ตรีภพจึงสามารถดำรงชีวิตอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมได้โดยไม่ต้องพาร่างอันอ่อนแอออกไปไหน

           เช้านี้วันนี้เขาจึงตื่นขึ้นมาด้วยความสดใส อาการเมาค้างหายเป็นปลิดทิ้ง เตรียมพร้อมเผชิญกับโลกของความเป็นจริงอีกครั้ง

           เรื่องราวที่เพิ่งรับรู้ทำให้จิตใจอันอ่อนไหวของตรีภพบอบช้ำมากไปกว่าเก่า โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของภาสกรและไข่มุกที่พัฒนาจากคนรู้จักสู่การเป็นคนรัก ความหวังที่มีอยู่น้อยนิดของตรีภพที่เคยแอบหวังก็พลันดับสลายไปในพริบตา

           ไม่มีแม้แต่โอกาสที่เขาจะได้แอบรักภาสกรอีกต่อไป

           โชคยังดีที่ครั้งนี้ตรีภพไม่ต้องเผชิญเรื่องราวน่าเศร้าเพียงลำพัง อย่างน้อยในช่วงเวลาที่ยากลำบากเขาก็มีเพื่อนดี ๆ อย่างสิบทิศที่อยู่เคียงข้าง จะว่าไปหลังจากแยกย้ายกันเมื่อวานสิบทิศก็ไม่ได้ติดต่อมาหาเขาเลย ไม่รู้ว่าตอนนี้สิบทิศจะเป็นอย่างไรบ้าง

           ตรีภพก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือของตัวเอง ตอนนี้เวลาแปดโมงครึ่ง ปกติสิบทิศจะต้องมาหาเขาที่ห้องตั้งแต่เช้าเพื่อรอไปเรียนพร้อมกัน แต่วันนี้เลยเวลามาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วกลับไม่มีแม้แต่เงา สิบทิศหายเงียบไปเลยจนเริ่มรู้สึกเป็นห่วง

           เกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือเปล่านะ

           ตรีภพตัดสินใจเดินไปหาสิบทิศที่ห้อง แต่เคาะประตูเรียกอยู่หลายครั้งก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ตรีภพถอดใจ สงสัยสิบทิศออกจากห้องไปแล้ว เขามีธุระสำคัญอะไรกันนะถึงออกไปโดยไม่บอกกล่าวกันสักคำ

           ทว่าขณะที่ตรีภพกำลังจะย่างเท้าก้าวเดิน ประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มคุ้นหน้าที่ออกมาปรากฎตัว

           “สิบทิศ” ตรีภพยิ้มพูด รู้สึกดีใจที่เห็นสิบทิศยังปกติดี ไม่ได้มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับเขาอย่างที่คิดไปต่าง ๆ นานา “นึกว่านายไปเรียนแล้วซะ เราเคาะประตูเรียกตั้งนานไม่เห็นตอบ”

           “…” ไม่มีคำตอบใด ๆ จากปากเจ้าของห้อง มีเพียงสีหน้าเรียบนิ่งออกไปทางดุที่แต่งแต้มใบหน้าของเขา พร้อมร่างสูงที่ก้าวเดินผ่านหน้าตรีภพไปราวกับเขาไร้ซึ่งตัวตน

           “อะไรของเขา” ตรีภพพึมพำกับตัวเอง เดินตามสิบทิศไปด้วยความงุนงง ลักษณะท่าทางเมินเฉยแบบนี้เขาไม่ได้เห็นมานานแล้ว ย้อนไปก็คงเป็นช่วงแรก ๆ ที่ได้รู้จักกัน แล้วทำไมจู่ ๆ สิบทิศถึงมีอาการแบบนี้อีกล่ะ

           ตรีภพเดินตามสิบทิศไปอย่างเงียบเชียบ ลอบสังเกตอาการของเขาจากทางด้านหลัง แอบรู้สึกเป็นห่วงว่าสิบทิศมีเรื่องไม่สบายใจหรือเครียดอะไรหรือเปล่า แต่เขาก็ไม่กล้าถาม จึงทำได้เพียงเดินตามต่อไปจนกระทั่งมาถึงลานจอดรถ

           “ทำอะไร?”

           มือของตรีภพชะงัก ขณะกำลังเอื้อมไปเปิดประตูรถ แต่ถูกผู้เป็นเจ้าของเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

           “ไปเรียนไง”

           “ใครให้มึงขึ้นรถกู”

           “อะ อ้าว” ดึงมือกลับแทบไม่ทัน ยิ่งงงเข้าไปอีกว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมสิบทิศถึงพูดกับเขาแบบนี้

           “ถอยออกไป กูรีบ”

           “นายเป็นอะไรรึเปล่า?” ตรีภพโพลงถาม ดูจากสถานการณ์ต้นเหตุที่ทำให้สิบทิศมีอาการแบบนี้คงต้องมาจากตัวเขาแน่ ๆ

           “…”

           “เราทำอะไรให้นายโกรธเหรอ?” ตรีภพเดินอ้อมไปหา เผชิญหน้ากับร่างสูงที่ทำหน้าคร่ำเคร่ง

           “ไม่ต้องยุ่งกับกู”

           “แสดงว่าใช่” คิดไว้ไม่มีผิด ตรีภพรีบเดินตามเมื่อสิบทิศพยายามเบือนหน้าหนี “นายเป็นอะไรทำไมไม่บอกเราอะ”

           “…”

           “เราทำอะไรให้นายไม่พอใจก็บอกมาตรง ๆ ไม่เห็นต้องทำเป็นน้อยใจเหมือนเด็ก ๆ เลย”

           “ใคร...ใครน้อยใจ”

           “ก็นายไง” ตรีภพกลั้นขำเมื่อเห็นคนตีหน้าตายกรอกตาไปมาเลิ่กลั่ก

           “กูไม่ได้น้อยใจ”

           “จริงอะ?” ตรีภพยิ้มเจ้าเล่ห์ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายพยายามหลบหลีกก็ยิ่งมั่นใจว่าตัวเองคิดไม่ผิด

           “เออ”

           “บอกมาเถอะนา”

           “ไม่ต้องยุ่งกับกู”

           “ไม่ให้เรายุ่งได้ไง นายเป็นเพื่อนเรานะ”

           “เพื่อนเหรอ?” ดวงตาแข็งกร้าวหันมองมาทางตรีภพ เล่นเอาคนตัวเล็กสะดุ้งตัวไปเล็กน้อย “ทีมึงเองยังไม่ชอบให้กูยุ่งเรื่องของมึงเลย”

           “เรา?” เรียวนิ้วชี้วกมาที่ตัวเอง “ตอนไหน?”

           “เมื่อวาน”

           “เมื่อวาน?” ตรีภพทวนคำ ขบเม้มริมฝีปากอย่างครุ่นคิด

           “ช่างมันเถอะ” แต่สิบทิศไม่ปล่อยให้ตรีภพได้มีเวลาคิดทบทวนร่างสูงพ่นลมฉุนใส่ ตีสีหน้าบึ้งตึงราวกับยักษ์ ยื่นมือหมายจะเปิดประตูรถ

           ตรีภพจึงรีบรั้งแขนเขาเอาไว้

           “เดี๋ยวสิ พูดให้รู้เรื่องก่อน”

           “กูจะรีบไปเรียน”

           “นายโกรธที่เราต่อว่านายเมื่อวานใช่มั้ย?” ตรีภพนึกออกแล้ว เมื่อวานก่อนแยกย้ายเขาดุสิบทิศเรื่องที่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้โดยพลการ ด้วยอาการปวดหัวอย่างหนักเขาจึงไม่ทันได้สังเกตว่าสิบทิศมีอาการเช่นไร

           “…” สิบทิศไม่ตอบ ทำเป็นหันมองไปทางอื่น

           “เราไม่ได้โกรธนายเลยนะ” มือบางเขย่าแขนแกร่ง แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สนใจ

           “ที่เราพูดไปแบบนั้นก็เพราะเรา...” ตรีภพอ้ำอึ้ง แสดงท่าทางลังเล “เราแค่เขิน เขินที่นายเห็นของเรา” ตรีภพอ้อมแอ้มพูด ก้มหน้างุดด้วยท่าทางเขินอาย จู่ ๆ ก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า

           “…”

           “จริง ๆ นะ เราขอโทษ นายอย่าโกรธเราเลยนะ”

           “ขึ้นรถ”

           “...”

           “สายแล้ว เดี๋ยวไปไม่ทันควิซหรอก”

           “นายหายโกรธเราแล้วใช่มั้ย?”

           “...” สิบทิศไม่ตอบ เปิดประตูขึ้นรถหน้าตาเฉย

           ตรีภพยืนงงไปชั่วขณะ ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ติด ก่อนจะคิดได้ว่าถ้าสิบทิศให้ขึ้นรถแสดงว่าเขาต้องหายโกรธแล้ว ตรีภพอมยิ้ม ก่อนจะรีบเปิดประตูตามขึ้นไป แต่ก็อดแอบนินทาเขาในใจไม่ได้

           คนอะไรฟอร์มจัดชะมัด

กลับหน้าเรื่อง

ไรท์มี 3 นามปากกา น้า

ธ.ธีร์ >> แนวฟีลกู้ด ชาย-หญิง

SunTawan >> แนวฟีลกู้ด Y/boy love

ชาญกวี >> นิยายรัก

ฝากติดตามผลงานด้วยน้า

Love u all

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น