ซ่อนกลิ่นหวนรัก (𝑀𝑝𝑒𝑟𝑔,𝐷𝑎𝑟𝑚𝑎) [𝐸𝑁𝐷]
ตอนที่ 50 ซ่อนกลิ่นหวนรัก (Mpreg)
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 50 ซ่อนกลิ่นหวนรัก (Mpreg)

 

ตอนที่ 50

 

ซ่อนกลิ่นหวนรัก (Mpreg)

 

 

ภูผาถูกทำร้ายร่างสูงนอนหลับไม่ได้สติมาสามวันติดแล้ว ชรัณยังคงดูแลอยู่ไม่ห่าง แม้ว่าเจ้าตัวจะแทบไม่มีแรงเมื่อเห็นใบหน้าหรือตามลำตัวของภูผามันฟกช้ำจนแทบดูไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นชรัณก็คอยดูแลไม่ห่าง ส่วนลูกชายของตนเองก็ได้ทางบ้านพนิตชัยโชติโชคดูแล และยังมีตะวันและเตชินทร์เพื่อนของเขาช่วยเข้ามาดูแลอีกแรง อัคคีเป็นห่วงมาจะเกิดอันตรายขึ้นอีก ตอนนี้ชรัณจึงต้องไปกลับบ้านขอบภูผาชั่วคราว ในตอนนี้ ชรัณยังไม่กล้าให้ภูเหนือลูกชายรู้ข่าวเรื่องนี้ เพราะกลัวว่าลูกชายจะงอแงขึ้นหากเห็นภูผาในสภาพที่ไม่ดีนัก

 

"คุณรันกลับบ้านไปพักที่บ้านก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวป้ากับนางเอื้องอยู่เฝ้าคุณภูผาให้เอง คุณรันผอมลงไปมากแล้วนะคะ" 

 

"ขอบคุณครับป้านิ่ม" ชรัณตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ถึงแม้เขาจะอยากอยู่ดูแลภูผาตลอดเวลา หากแต่ยังมีลูกชายคอยอยู่ที่บ้าน ช่วงนี้ภูเหนือมักจะงอแงหาภูผาเสมอ นั่นทำให้ชรัณต้องคอยพูดคุยกับลูกให้เข้าใจ ชรัณพูดคุยกับป้านิ่มสักพักก็ขับรถกลับบ้าน 

 

ชรัณมาถึงบ้านด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยสดชื่น ร่างบางมักจะน้ำตาไหลทุกครั้งที่เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ภูผา เห็นรอยช้ำตามตัวชรัณก็อดจะร้องไห้เพราะเป็นห่วงภูผาไม่ได้

 

"แม่รันค้าบบบ!" เสียงลูกชายดังขึ้นมาด้านนอกรถยนต์ ชรัณก็รีบปาดน้ำตาก่อนจะเปิดประตูรถลงไปหาลูกชาย

 

"เป็นยังไงบ้างครับวันนี้ ไปโรงเรียนสนุกหรือเปล่า" เป็นคำถามที่ชรัณมักจะถามลูกชายทุกวันในช่วงนี้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปทักทายกับตะวันที่ช่วงนี้มาอยู่ดูแลลูกชายให้ตนเอง

 

"สนุกค้าบบบ คุณอาภูผาล่ะครับ ไปไหน" เด็กน้อยตอบกลับก่อนจะถามถึงภูผาทันทีเสียงอู้อี้

 

"คุณอาภูผาไม่สบายต้องอยู่โรงพยาบาลนะครับ" ชรัณตอบกลับพร้อมทั้งลูบหัวลูกชาย

 

"ยังไม่หายอีกเหรอครับ" ภูเหนือพึมพำถามออกมาเสียงเบาหวิวก่อนจะก้มหน้าจนชิดคาง ชรัณจึงปลอบใจลูกชายก่อนจะพาเดินเข้าบ้าน เพื่อให้เด็กน้อยได้ไปเล่นของเล่น อีกทั้งชรัณยังเอาเมนูเข้าปั้นสุดโปรดของลูกชายมาล่อ เด็กน้อยก็อารมณ์ดีขึ้นมาแล้วบ้าง 

 

"เป็นยังไงบ้างว่ะ อาการมันดีขึ้นหรือยัง" ตะวันถามออกมาเมื่อเดินเข้ามาหาชรัณในห้องครัว 

 

"ดีขึ้นมากแล้วล่ะ แต่ยังไม่ได้สติ" ชรัณตอบเสียงเบา

 

"มึงไหวนะ พักบ้างก็ได้เดี๋ยวเป็นอะไรไปอีกคน" ตะวันเลือกจะตบไหล่เพื่อนอย่างให้กำลังใจ ชรัณก็พยักหน้ารับ 

 

"คุณรันมีอะไรให้เฟื้องช่วยหรือเปล่าคะ" เสียงแม่บ้านดังขึ้นมาอย่างนอบน้อม

 

"ไม่มีครับ เดี๋ยวรันจัดการเอง" ชรัณตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เฟื้องก็พยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไป ส่วนชรัณก็ทำข้าวปั้นไปเสิร์ฟลูกชาย โดยมีตะวันคอยอยู่เป็นเพื่อนพูดคุยไม่ให้อารมณ์ดิ่งไปมากกว่านี้ สักพักตะวันก็ขอกลับเพราะมีธุระต้องไปจัดการ ชรัณก็ขอบคุณเพื่อนไปอีกครั้งที่อุตส่าห์มาช่วยดูแลภูเหนือ ซึ่งตะวันก็ตอบว่าไม่เป็นไร

 

หลังจากทานข้าว สอนการบ้านภูเหนือเสร็จเรียบร้อยชรัณก็พาลูกชายไปอาบน้ำเพื่อเข้านอน ชรัณนั่งอ่านนิทานให้ลูกชายฟัง ร่างบางนั่งลูบหัวลูกชายพร้อมกับเล่านิทานไปด้วย 

 

"เมื่อไหร่คุณอาภูผาจะหายล่ะครับแม่รัน" ภูเหนือถามออกมาเสียงอู้อี้อีกครั้ง เพราะคิดถึงภูผา

 

"เดี๋ยวก็หายแล้วครับ" ชรัณตอบกลับลูกชาย ร่างบางมองไปรอบๆ ห้องของภูผาด้วยน้ำตาที่เอ่อล้น ชรัณสูบลมหายใจเข้าลึก

 

"ภูเหนือครับที่ภูเหนือเคยถามแม่ว่าอยากเห็นหน้า 'ปะป๊า' อันที่จริงภูเหนือเจอมาสักพักแล้วนะครับลูก เขาคอยดูแลภูเหนือตลอดเวลาไม่ห่างไปไหนเลย" ก่อนจะเล่าบอกลูกชายออกมาเสียงอ่อนโยน มันควรถึงเวลาที่ภูเหนือจะได้รู้สักทีว่าใครคือพ่อที่แท้จริงของตนเองสักที เด็กน้อยฉุกคิดมองหน้าผู้เป็นแม่

 

"คุณอาภูผาเหรอครับ" ก่อนจะถามออกมาเสียงแผ่วเบา

 

"ครับ คุณอาภูผาคือ 'ปะป๊า' ของภูเหนือ" ชรัณตอบกลับลูกชายด้วยรอยยิ้ม 

 

"เย่! ภูเหนืออยากให้คุณอาภูผาเป็น 'ปะป๊า' ของภูเหนือตั้งนานแล้วครับ ภูเหนือดีใจที่สุดเลยครับ" ภูเหนือลุกขึ้นยืนก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดผู้เป็นแม่ทันทีด้วยความดีใจ เด็กน้อยดีใจที่สุด เพราะการได้อยู่ใกล้ชิดภูผายิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและลูกมันมีมากยิ่งขึ้น ภูเหนือจึงดีใจทุกครั้งที่ภูผามักจะคอยดูแลตนเองเสมอ นั่นจึงทำให้เด็กน้อยหวังในใจลึกๆ มาภูผาจะเป็น 'ปะป๊า' ของตนเอง

 

"ต่อไปนี้ภูเหนือเรียกคุณอาภูผาว่า 'ปะป๊า' ได้แล้วใช่ไหมครับแม่" เด็กน้อยถามออกมาเสียงอู้อี้อย่างดีใจ ชรัณก็พยักหน้ารับก่อนจะลูบหลังลูกชายพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาตามหางตา วันนี้เขาได้บอกลูกชายแล้วว่าภูผาคือ 'พ่อ' หวังว่าภูผาจะฟื้นขึ้นมาในเร็ววัน เพื่อมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับพวกเราเสียที 

 

 

ชรัณเข้ามาดูแลภูผาเหมือนทุกวัน วันนี้ก็ครบหนึ่งอาทิตย์พอดีที่ภูผายังหลับไม่ได้สติ เรื่องคดีความก็ไม่รู้ไปถึงไหนแล้ว แต่ชรัณก็หวังว่าอัคคีจะช่วยเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพราะเขาเองตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไปเหมือนกัน เรื่องกล่องดำที่มีชรัณก็ส่งให้อัคคีเรียบร้อย ถึงไม่บอกก็รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังการทำร้ายภูผาในครั้งนี้ 

 

ร่างบางกำลังเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ภูผาเหมือนทุกวัน ชรัณกำลังเหม่อมองคิดอะไรเรื่อยเปื่อยก็สัมผัสได้ถึงมือของภูผาที่มาจับมือของตนเอง ร่างบางได้สติก่อนจะมองไปที่มือของภูผา ซึ่งกำลังพยายามจับมือเขาเอาไว้จริงๆ 

 

"ผารู้สึกตัวแล้วเหรอ ได้ยินฉันไหม" ชรัณเรียกภูผาออกมาด้วยดวงตาร้อนผ่าว ดีใจจนแทบทำอะไรไม่ถูก สักพักภูผาก็พยายามลืมตาที่หนักอึ้งของตนเองขึ้นมา 

 

"ผา! นายฟื้นแล้วจริงๆ ใช่ไหม รอแป๊บนะ ฉ... ฉันจะเรียกหมอมาให้" ชรัณบอกออกมาก่อนจะรีบเรียกคุณหมอและพยาบาลทันที ซึ่งสักพักคุณหมอและพยาบาลก็เข้ามาดูอาการภูผาทันที ชรัณยืนรอด้วยอาการใจจดใจจ่อ ทั้งตื่นเต้นและดีใจที่ภูผาฟื้นขึ้นมาแล้ว 

 

"คนไข้รู้สึกตัวแล้วนะครับ แต่คงต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ยังไงหมอขอตัวก่อนนะครับ" เสียงคุณหมอบอกออกมา ชรัณก็ยกยิ้ม

 

"ขอบคุณนะครับคุณหมอ" ก่อนจะขอบคุณคุณหมอออกมาทันที เมื่อทุกคนออกจากห้องเรียบร้อย ร่างบางก็รีบเข้าไปหาภูผาอย่างรวดเร็ว

 

"ผาเป็นยังไงบ้าง" ร่างบางจับมือภูผาก่อนจะถามออกมาเสียงสั่นเครือ อยู่ๆ เฉยก็รู้สึกอย่างร้องไห้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

"รันร้องไห้ทำไม ผาไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย" ภูผาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า แต่กับเต็มไปด้วยรอยยิ้มซะมากกว่า

 

"คนบ้า! ฉันเป็นห่วงแทบแย่" ชรัณบอกออกมาเสียงสั่น แม้ว่าคนตรงหน้าจะทำเหมือนไม่มีอะไรก็ตาม

 

"เดี๋ยวฉันต้องโทรบอกน้องชายนายก่อน รอก่อนนะ" ชรัณบอกออกมาอย่างนึกได้ เพราะธาราเองก็กระชับเขาเอาไว้ถ้าพี่ชายตนเองฟื้นให้โทรหาทันที ภูผาดึงมือของชรัณเอาไว้ 

 

"ไม่ต้อง ผาอยากอยู่กับรันสองคนบ้าง" ก่อนจะบอกออกมาด้วยรอยยิ้ม ชรัณก็ชะงักก่อนจะพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม 

 

"ช่วยดูแลผาทุกวันเลยเหรอ ลูกล่ะอยู่ที่ไหน แค่กๆ" ร่างสูงถามออกมาด้วยเสียงแหบพร่าอย่างยากลำบาก แต่เขาก็อยากจะรับรู้ว่าชรัณและลูกชายปลอดภัยดีใช่ไหม

 

"อืม นายพักผ่อนก่อนเถอะนะ ฉันกับภูเหนือไม่เป็นไร ตอนนี้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านนายชั่วคราวแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงนะ" ชรัณบอกออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ภูผาก็พยักหน้าด้วยอาการเหนื่อยล้าก่อนจะหลับไปอีกรอบ ชรัณยกยิ้มขึ้นมาอย่างโล่งใจที่ตอนนี้ภูผาฟื้นขึ้นมาเสียแล้ว 

 

 

หลังจากที่ภูผาได้นอนพักก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในตอนบ่าย ภายในห้องเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้ว ภูผากะพริบตาเพื่อปรับสายตา 

 

"ตื่นแล้วเหรอภูผา" ชรัณถามออกมาก่อนจะยกยิ้ม ภูผาก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

 

"ข... ขอกินน้ำหน่อย" ก่อนจะบอกออกมาด้วยแสงแหบพร่า ซึ่งชรัณก็รีบหยิบให้ทันที ภูผาก็ดื่มน้ำเพื่อดับกระหาย

 

"พี่ผาเป็นยังไงบ้างครับ" ธาราถามพี่ชายออกมาด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่ชรัณโทรศัพท์มาบอกว่าพี่ชายฟื้นแล้ว เขาก็รีบมาโรงพยาบาลทันที

 

"อืม ก็ดี" ภูผาตอบ

 

"ดีแล้วครับ ผมกับคุณรันเป็นห่วงพี่แทบแย่" ธาราบอกออกมาด้วยรอยยิ้มและโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

 

"อย่าบอกป๊าล่ะ ฉันไม่อยากให้ป๊ารู้" ภูผาบอกออกมา หากน้องชายกับนิ่งเงียบ ภูผาจึงรู้ว่าน้องชายของเขาคงบอกผู้เป็นพ่อไปเรียบร้อยแล้วเป็นแน่

 

"พักผ่อนให้หายดีนะครับ เรื่องพี่ผมไม่ยอมแน่ๆ คุณอัคคีให้ลูกน้องจับตัวพวกที่ทำร้ายพี่ได้หมดทุกคนแล้วด้วย ยังไงซะเรื่องนี้ไม่จบง่ายแน่ๆ" ธาราบอกออกมาเสียงจริงจัง ภูผาก็พยักหน้ารับพอจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นฝีมือของใคร ยังดีที่อคิราห์พุ่งเป้ามาที่เขา เพราะถ้าเป็นชรัณหรือลูกชาย เขาคงต้องเข้าไปอยู่ในคุกอีกครั้งเป็นแน่ 

 

ธาราอยู่สักพักก็กลับบ้านไปก่อนเพราะมีลูกชายและสามีที่ต้องดูแล ภายในห้องจึงเงียบสงบขึ้นมาอีกครั้ง ส่วนชรัณก็ยังไม่ทันจะพูดคุยอะไรกับภูผา เพราะอยากให้ภูผาพักผ่อนเสียก่อน

 

"แม่รันค้าบบบ!" เสียงภูเหนือดังขึ้นมาด้วยรอยยิ้มกว้างจนเห็นไรฟัน วิ่งเข้ามาในห้องอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่ตะวันไปรับมาจากโรงเรียน

 

"อุ้มหน่อยครับ ภูเหนือจะไปหาปะป๊าครับ" เด็กน้อยบอกผู้เป็นแม่ออกมาทันทีอย่างตื่นเต้น

 

"ภูเหนือเบาๆ ก่อนครับ ป๊าหลับอยู่ครับ" ชรัณจึงบอกลูกชายออกมาเสียงแผ่วเบา เด็กน้อยก็มองหน้าผู้เป็นแม่

 

"งั้นภูเหนือนั่งรอป๊าตื่นที่โซฟานะครับ" ก่อนจะยอมพยักหน้าและบอกออกมาเสียงเบาหวิวเหมือนผู้เป็นแม่ ชรัณก็ยกยิ้มก่อนจะหอมแก้มลูกชายอย่างเอ็นดู 

 

"ขอบใจนะที่พาภูเหนือมาส่ง" ชรัณหันไปพูดคุยกับตะวันด้วยรอยยิ้ม

 

"ไม่เป็นไร แล้วมันดีขึ้นบ้างหรือยัง" ตะวันบอกออกมาด้วยรอยยิ้ม แต่พอเห็นอาการของภูผาก็น่าจะหนักเอาการอยู่เหมือนกัน

 

"อืม เพิ่งตื่นขึ้นมากินข้าวช่วงบ่ายแล้วก็หลับลงไปอีก" ชรัณมองภูผาที่หลับสนิทอยู่บนเตียงก่อนจะบอกออกมา

 

"สภาพมันคงจะช้ำในหนักอยู่นะนั่น" ตะวันบอกออกมาอย่างที่คิด ชรัณก็พยักหน้าเห็นด้วย แม้ภูผาจะไม่พูดก็พอจะดูออกกันหมด เจ้าตัวจะเดินจะนั่งก็ยังลำบาก ป้านิ่มเองก็คอยต้มน้ำใบบัวบกมาฝากอยู่เรื่อยๆ อาหารอะไรที่มีประโยชน์ก็คอยทำมาให้ภูผาเสมอ ซึ่งก็ถือว่าดีไม่น้อย 

 

ตะวันพาภูเหนือมาส่งให้ชรัณ พูดคุยถามไถ่อาการของภูผาสักพักก็ขอตัวกลับไปก่อน เพราะต้องไปดูท้องให้ลูกค้าต่อ

 

"กูกลับก่อนนะ ต้องไปดูทองให้ลูกค้าสักหน่อย ไว้จะถามเตี่ยพวกยาสมุนไพรจีนมาให้ภูผามันกินด้วย"

 

"ขอบคุณมากเลยนะตะวัน"

 

ซึ่งชรัณก็ยกยิ้มขอบคุณเพื่อนอีกครั้งที่คอยช่วยเหลือชรัณในยามลำบากเสมอ ซึ่งตะวันก็บอกว่าไม่เป็นไรก่อนจะบอกลาหลานชายแล้วกลับไปทันที

 

สักพักป้านิ่มก็เอาอาหารเย็นมาส่งหลังจากที่ตะวันกลับไป

 

"คุณรันได้ข่าวว่าคุณภูผาฟื้นแล้วเหรอคะ" ป้านิ่มถามออกมาเพราะเมื่อเช้าเธอไม่ได้ตามคุณหนูของเธอมาด้วยกัน เพราะต้องอยู่ดูแลคุณชายเล็กทั้งสองคน และหนูน้อยอย่างใบบัว ทำให้ต้องผลัดเปลี่ยนกันมาแบบนี้

 

"ครับ ป้านิ่มแต่หลับไปได้สักพักใหญ่แล้วล่ะครับ" ชรัณบอกออกมาด้วยรอยยิ้ม ป้านิ่มก็พยักหน้ารับก่อนจะไปนั่งเล่นกับภูเหนือต่อด้วยรอยยิ้มใจดีเหมือนเคย

 

ชรัณอุ้มลูกชายมานั่งบนตัก เมื่อภูเหนือเอาแต่ร้องว่าอยากเห็นหน้าผู้เป็นพ่อของตนเอง เมื่อเห็นแล้วเด็กน้อยก็ตาแดงก่ำเพราะเป็นห่วงภูผา จนชรัณต้องกอดปลอบลูกชายออกไปว่าภูผาไม่ได้เป็นอะไร ป้านิ่มก็นั่งมองอย่างเอ็นดู

 

 สักพักภูผาก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงพูดคุยที่คุ้นเคย 

 

"ปะป๊า!"  เสียงภูเหนือเรียกภูผาดังลั่นอย่างดีใจที่เห็นผู้เป็นพ่อลืมตาตื่นขึ้นมา

 

"ภูเหนือ..." ภูผาพึมพำออกมาด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนเอง

 

"แม่รันค้าบบบ ปะป๊าตื่นแล้วครับ" เด็กน้อยหันไปพูดคุยกับชรัณด้วยรอยยิ้มกว้าง ชรัณก็ยกยิ้มพยักหน้ารับ

 

"ร... รันเมื่อกี้ภูเหนือเรียกผาว่าอะไรนะ" ภูผาที่ได้ยินก็ไม่อยากจะเชื่อหู ก่อนจะถามออกมาเสียงตะกุกตะกักอย่างตื่นเต้น ตอนนี้หัวใจของเขาเต้นแรงเสียจะทะลุหน้าอก

 

"ปะป๊าของภูเหนือตื่นแล้ว เก่งที่สุดเลยครับ" ภูเหนือบอกออกมาเสียงดังลั่นพร้อมกับก้มลงไปหอมแก้มภูผา 

 

ไม่ใช่หูฝาดอย่างที่คิด... หากแต่คือเรื่องจริง

 

"รันภูเหนือเรียกผาว่า 'ปะป๊า' ด้วย!" ภูผาบอกออกมาอย่างดีใจและตื่นเต้น ความเจ็บปวดมลายหายไปจนหมดสิ้น 

 

"ภูเหนือ... ลูกป๊า" ภูผาบอกออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือก่อนจะค่อยๆ ลุกนั่ง ชรัณก็ช่วยปรับเตียงให้ภูเหนือทันที ร่างสูงอุ้มลูกชายมาหอมแก้มให้ชื่นใจ แม้จะเจ็บปวดสักเพียงไหน แต่ตอนนี้หัวใจของเขากำลังมีแรงที่จะสู้อีกครั้ง 

 

"ปะป๊าเจ็บไหมครับ ภูเหนือเป่าให้ โอมเพี้ยง!" เด็กน้อยบอกออกมาเสียงอู้อี้ เมื่อเห็นบาดแผลบนใบหน้าของภูผาก่อนจะเข้าไปเป่าให้หายดี ภูผาจึงอดจะน้ำตาไหลออกมาไม่ได้

 

"ม... ไม่เจ็บเลยครับลูก ป๊าไม่เป็นไรเลยครับ" ภูผาตอบกลับเสียงสั่นเครือ ภูเหนือก็นั่งบนตักซบไหล่ของภูผาด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างมีความสุข

 

"ขอบคุณนะรัน" ภูผามองหน้าชรัณด้วยรอยยิ้มก่อนจะบอกออกมา ชรัณเองก็มองด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้มก่อนจะส่ายหน้าว่าไม่เป็นไรแล้วเขาไปกอดภูผาและลูกชายทันทีด้วยความรักใคร่เต็มเปี่ยมหัวใจ ป้านิ่มที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ก็อดจะน้ำตาซึมไปกับคุณชายใหญ่ของเธอไม่ได้

 

ต่อไปนี้หวังว่าคุณชายใหญ่ของเธอจะพบแต่ความสุขเสมอ... และตลอดไป 

 

 

"ทานข้าวสักหน่อยนะ ป้านิ่มเอากับข้าวมาฝากเยอะเลย" ชรัณบอกออกมาหลังจากเรื่องที่น่ายินดีจบลง ภูผาก็พยักหน้ารับ

 

"ขอบคุณมากนะครับป้านิ่ม" ก่อนจะพูดคุยกับป้านิ่มด้วยรอยยิ้ม

 

"ไม่เป็นไรค่ะ คุณภูผาพักให้หายดีนะคะ จะได้รีบกลับบ้าน" ป้านิ่มบอกออกมาด้วยรอยยิ้มใจดีเหมือนเคย

 

"ใช่ครับ ภูเหนืออยากเล่นเครื่องบินบังคับกับปะป๊า" ภูเหนือก็เสริมทัพออกมาก่อนจะยกยิ้ม ภูผาก็ยกยิ้มพร้อมทั้งก้มลงไปหอมแก้มลูกชายอย่างมันเขี้ยว

 

"ได้เลยครับ"

 

"ภูเหนือทานข้าวกับป๊าไหมครับ" ร่างสูงถามลูกชายออกมา เด็กน้อยก็พยักหน้ารับ อาหารมื้อนี้ชรัณจึงต้องเป็นคนป้อนข้าวป้อนน้ำภูผาและลูกชายไปโดยปริยาย อีกทั้งยังเต็มไปด้วยเสียงพูดเจื้อยแจ้วของภูเหนือที่ไม่ยอมลงจากตักของภูผาเลยสักนิดเดียว แต่ก็สร้างรอยยิ้มให้ผู้ใหญ่ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว 

 

 

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป...

 

ภูผาอาการดีขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งญาติมิตร เพื่อนฝูง ต่างก็แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนไม่ขาดสาย พร้อมทั้งเด็กน้อยที่ต่างมาสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ใหญ่ และทำให้ห้องพักไม่เงียบเหงาเลยสักนิด ธาราเองก็พาน้องธูปและน้องเทียนมาเยี่ยมภูผาอยู่บ่อยๆ อีกทั้งยังมีหลานสาวอย่างใบบัวที่ทำให้ทุกคนตกหลุมรักในยามที่พบเห็นไปตามๆ กัน ชีวิตของภูผาไม่เคยมีความสุขและรู้สึกว่ามีความหมายเท่านี้มาก่อน ชรัณเองที่คอยอยู่ดูแลเขาเสมอ ไหนจะลูกชายที่คอยให้กำลังใจเขาอยู่เหมือนกัน นับว่าการเกิดเรื่องครั้งนี้ มันก็สร้างความสุขและความเข้าใจให้ภูผาได้ระลึกไว้ว่า 

 

ชีวิตมันสั้นเสมอ... ไม่รู้ว่าวันนี้หรือพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร จงใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและเพื่อคนที่เรารักให้มากที่สุด

 

"รันเหนื่อยไหม" ภูผาถามขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเมื่อชรัณเอาแต่ดูแลเขาไม่ยอมห่าง แต่แบบนี้ก็ดีไม่น้อย 

 

"ไม่เหนื่อยหรอก" ชรัณตอบกลับ ภูผาก็ยกยิ้มพร้อมกับยื่นมือไปลูบแก้มชรัณอย่างอ่อนโยน ชรัณก็แสร้งมองอย่างอื่นเพื่อไม่ให้หัวใจทำงานหนักไปมากกว่านี้

 

สักพักพระรามก็เปิดประตูพรวดพราดเข้ามา ภูผาถึงกับขมวดคิ้ว ชรัณก็มองพระรามอย่างสงสัย

 

"ไอ้รามมึงมาได้ไง" ก่อนที่ภูผาจะถามออกมาอย่างสงสัย

 

"มาดูอะไรสนุกๆ น่ะสิ" พระรามตอบกลับก่อนจะยกยิ้มมุมปาก ตอนที่เขารู้ว่าภูผาถูกคนทำร้ายก็โกรธจนหัวร้อน ก่อนจะไปร่วมมือกับอัคคีช่วยจับพวกที่ทำร้ายจนเจ็บปางตายแบบนี้ โดยไม่สนว่าธุรกิจของตนเองจะมีปัญหามากแค่ไหน ยังไม่ทันที่ภูผาจะถามอะไรอีก

 

"พี่ผาครับ" ธาราก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าราบเรียบพร้อมกับอัคคี

 

"เรื่องคนร้ายที่ทำร้ายมึงในวันนั้น เป็นไอ้อคิราห์ที่บงการทั้งหมด แต่พวกนั้นก็ส่งพวกมันลงบ่อจระเข้หมดล่ะ เหลือแค่..." อัคคีบอกออกมาเสียงนิ่งไร้ซึ่งอารมณ์ สักพักเสียงที่ตามด้านหลังของธาราและอัคคีก็ตามขึ้นมาอีกครั้ง

 

"เข้าไป ไปขอโทษเขาซะ แกทำอะไรเคยนึกถึงหน้าฉันบ้างไหม ไอ้ลูกเวร" เสียงภาคินพ่อของอคิราห์ดังขึ้นมานิ่งเงียบ อคิราห์ก็ก้มหน้าก้มตาอย่างเจ็บใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้

 

"ขอบคุณนะครับคุณภาคินที่อุตส่าห์พาลูกชายมาขอโทษพี่ชายเมียผมถึงที่แบบนี้" อัคคีบอกออกมาก่อนจะยกยิ้มมุมปากขึ้นมา ธาราก็นั่งนิ่ง ภูผาก็กัดฟันกรอด ยิ่งเห็นหน้าอคิราห์เขาก็ยิ่งโกรธ แต่พอนึกถึงสิ่งที่ผ่านมาภูผาก็พยายามข่มอารมณ์

 

"ไม่เป็นไรครับ ถือว่าผมให้มันชดใช้ในสิ่งที่มันทำ" ภาคินตอบกลับ ก่อนจะหันไปมองอคิราห์ให้ขอโทษภูผา

 

"ภูผา ก... กูขอโทษ" อคิราห์จำต้องบอกออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ภูผาได้ยินก็ใบหน้าบึ้งตึง

 

"มึงทำแบบนี้ทำไมว่ะ" ก่อนจะถามออกมาเสียงเรียบ แต่อคิราห์ก็ไม่ยอมพูด ภูผาจึงหันไปมองหน้าชรัณพร้อมทั้งจับมือเอาไว้แน่น

 

"แต่ก็ถือว่ามึงยังมีความคิดที่ไม่ยุ่งกับลูกเมียกู เพราะถ้ามึงกล้าแตะต้องลูกเมียกู ต่อให้มึงอยู่ที่ไหนกูก็จะตามหามึงให้เจอ เอาเป็นว่าเรื่องนี้กูถือว่าจบ กูอโหสิกรรมให้ แต่อย่ามาให้กูเห็นหน้ามึงอีก" ก่อนจะบอกออกมาด้วยสายตาจริงจัง 

 

"ฉันจะส่งลูกชายของฉันไปอยู่ต่างประเทศแล้วจะไม่ให้มันกลับมาเหยียบที่นี่อีก คุณอัคคีหวังว่าข้อตกลงของเราจะยังเหมือนเดิม" ภาคินบอกออกมาอย่างที่ตกลงกับอัคคีเอาไว้ ก่อนจะหันไปพูดคุยกับอัคคี

 

"แน่นอนครับ ถ้าคุณภาคินจะต่างคนต่างอยู่ และไม่มายุ่งวุ่นวายกับคนในครอบครัวผมอีกเป็นอันขาด" อัคคีตอบกลับก่อนจะยกยิ้มออกมา ภาคินก็พยักหน้ารับก่อนจะพาอคิราห์ออกไป ภูผาก็หันไปจับมือชรัณเอาไว้แน่น พระรามก็ยกยิ้มมองอคิราห์พร้อมกับส่ายหน้าไปมา

 

"ต้องขอบคุณรันนะครับ ที่เอาพวกเอกสารพวกนั้นมาให้ผม เรื่องเลยง่ายขึ้นเยอะ" อัคคีบอกออกมาก่อนจะหันไปพูดคุยกับชรัณ ร่างบางก็ยกยิ้ม

 

"พี่ผาดีขึ้นแล้วใช่ไหมครับ" ธาราเดินเข้ามาถามภูผาด้วยรอยยิ้ม

 

"อืม ขอบใจแกมากนะธาร มึงด้วย" ภูผาตอบกลับก่อนจะบอกน้องชายออกมาเสียงทุ้ม ส่วนอัคคีก็แสร้งเบือนหน้าหนี

 

"ไม่เป็นไรครับ ยังไงธารต้องกลับก่อนนะครับ ต้องรีบพาคุณอัคคีไปธุระกันต่อ" ธาราบอกออกมาด้วยรอยยิ้ม ภูผาก็พยักหน้ารับ ก่อนที่อัคคีจะพาธาราเดินออกไปทันที 

 

"สมน้ำหน้ามัน อยากเป็นหมาลอบกัดดีนัก" พระรามพูดขึ้นมาเสียงเยาะ 

 

"มึงช่วยไอ้เพลิงจัดการเรื่องนี้ด้วยเหรอ" ภูผาถามเพื่อนออกมา พระรามก็พยักหน้ารับ

 

"เออ ทำมึงขนาดนี้ จะไปเหลือเหี้ยอะไร" ก่อนจะตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

 

"ขอบใจมึงมาก" ภูผาบอกออกมาก่อนจะยกยิ้ม พระรามก็ยักคิ้วก่อนจะขอตัวกลับเลย เพราะมีงานต้องไปจัดการ พระรามหันมาพูดคุยกับชรัณก่อนจะเดินออกไปทันที ภายในห้องเงียบลงเมื่อทุกคนทยอยเดินออกไป 

 

"ว่าแต่รันเอาเอกสารอะไรให้ไอ้เพลิงเหรอ" ภูผาจับมือของชรัณมากุมาเอาไว้ ก่อนจะถามออกมาด้วยรอยยิ้ม ชรัณก็เลยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ภูผาฟังทั้งหมด 

 

"ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ ผาเป็นห่วง" ภูผาบอกออกมาอย่างเป็นห่วง

 

"ไม่เป็นไร ถ้าพวกคุณภาคินอยู่ในข้อตกลง ทุกอย่างก็เรียบร้อย" ชรัณตอบกลับ ภูผาก็พยักหน้ารับ ก่อนที่ชรัณจะให้ภูผาได้พักผ่อนอีกสักหน่อย เพราะอีกเดี๋ยวลูกชายคงกลับจากโรงเรียนมาป่วนที่นี่เป็นแน่ 

 

ซึ่งก็เป็นอย่างที่ชรัณคิดเอาไว้ ช่วงเย็นตะวันก็พาภูเหนือมาส่งที่โรงพยาบาลให้เขาเหมือนเดิม ลูกชายก็ชวนภูผาวาดรูป ทำการบ้าน เล่นของเล่นไม่หยุด จนชรัณต้องห้ามปรามให้สองพ่อลูกหยุดเล่นกันเสียก่อน

 

"ภูเหนือครับให้ป๊าพักผ่อนก่อนครับ เดี๋ยวป๊าออกจากโรงพยาบาลตอนนั้นค่อยเล่นกันนะครับ" 

 

"ก็ได้ค้าบบบ"

 

วันนี้ชรัณจะอยู่เฝ้าภูผาเป็นคืนสุดท้าย ส่วนลูกชายก็คงฝากให้ป้านิ่มดูแลเหมือนเคย ภูเหนือไม่ได้งอแงเหมือนเมื่อก่อนหากอธิบายให้เข้าใจเด็กน้อยก็จะไม่งอแงเลยสักนิด สักพักป้านิ่มก็เอาข้าวเย็นมาส่ง

 

"วันนี้เป็นยังไงบ้างคะคุณภูผา" ป้านิ่มถามออกมาเหมือนทุกครั้งที่ได้มาเยี่ยมเยียนคุณชายใหญ่ของเธอ

 

"ดีขึ้นมากแล้วครับ" ภูผาตอบกลับ ป้านิ่มก็ยิ้มรับ สักพักก็ถึงเวลากลับบ้านของป้านิ่มและภูเหนือเสียแล้ว

 

"ผมฝากภูเหนือด้วยนะครับป้านิ่ม" ชรัณบอกออกมาด้วยรอยยิ้ม

 

"ไม่ต้องห่วงค่ะ ป้าจะดูแลอย่างดีเลยค่ะ" ป้านิ่มตอบกลับอย่างใจดี

 

"ห้ามดื้อกับป้านิ่มนะครับ พรุ่งนี้ป๊าก็จะออกจากโรงพยาบาล เดี๋ยวเราก็จะได้นอนด้วยกันเหมือนเดิมแล้วครับ" ชรัณพูดคุยกับลูกชายด้วยรอยยิ้มพร้อมกับจูบหน้าผากของภูเหนือ เด็กน้อยก็พยักหน้างึกงัก

 

"โอเคครับ" ก่อนจะตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

 

"ภูเหนือมาให้ป๊าหอมแก้มหน่อยครับ" ภูผาเรียกลูกชายให้ไปมา ชรัณจึงอุ้มภูเหนือขึ้นมาไปหาภูผาบนเตียง ก่อนที่ภูผาจะหอมลูกชายซ้ายขวาอย่างมันเขี้ยว 

 

"คิๆ ปะป๊าพอแล้วค้าบบบ แก้มภูเหนือจะช้ำ" เด็กน้อยหัวเราะออกมาเสียงคิกคักก่อนจะยกยิ้ม ภูผาก็ลูบหัวลูกชายอย่างรักใคร่ ก่อนที่ชรัณจะลงไปส่งลูกชายขึ้นรถที่ด้านล่างพร้อมกับป้านิ่ม 

 

 

"จะนอนพักเลยไหม เดี๋ยวฉันจะไปอาบน้ำก่อน" ชรัณถามออกมาหลังจากที่ป้อนข้าวและพาภูผาลงไปเช็ดตัวอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย 

 

"นั่งย่อยก่อนสิรัน เดี๋ยวกรดก็ไหลย้อนกันพอดี รู้แล้วน่าว่าหวงผามาก" ภูผาบอกออกมาก่อนจะยกยิ้ม ชรัณก็ส่ายหัวไปมาก่อนจะไปค้นเสื้อผ้าในกระเป๋าเพื่อเข้าไปอาบน้ำ

 

"ว่าแต่อยากไปอาบน้ำด้วยจัง" ภูผาพึมพำออกมาก่อนจะยกยิ้ม

 

"ถ้าลุกลงมาได้ก็มาสิ" ชรัณท้าทายออกมาด้วยรอยยิ้มมุมปากเหมือนกัน ภูผาก็ลุกขึ้นทันทีอย่างกระปรี้กระเปร่า

 

"จะบ้าหรือไง! ฉันพูดเล่น หยุดเลยนะ" ชรัณรีบห้ามภูผาออกมาทันที 

 

"ผาจริงจังนะรัน อย่าห้ามสิ" ภูผาบอกออกมาก่อนจะยกยิ้มพร้อมกับออดอ้อนชรัณออกมา ร่างบางได้ยินถึงกับยกยิ้ม

 

"อยู่นิ่งๆ ไปเลยนะ ห้ามลงมา" ก่อนจะมองค้อนภูผาออกมาแล้วรีบเดินเข้าห้องน้ำทันทีอย่างรวดเร็ว ภูผาก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นมาก่อนจะหันไปสนใจโทรทัศน์ต่อ

 

สักพักร่างบางก็เดินออกมาพร้อมกับชุดนอนเสร็จสรรพ มองดูนาฬิกาก็สี่ทุ่มครึ่งเสียแล้ว เวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ชรัณเดินเอาเสื้อผ้าไปเก็บในกระเป๋าก่อนจะเดินไปหาภูผาที่นอนดูโทรทัศน์อยู่บนเตียง 

 

"จะนอนหรือยัง" ชรัณถามร่างสูงออกมาเสียงอ่อนลง

 

"ยังครับ ดูหนังเรื่องนี้จบก่อน ขึ้นมาดูด้วยกันไหม" ภูผาชวนออกมาก่อนจะยกยิ้ม

 

"ไม่เอา เดี๋ยวฉันไปเบียดนายไม่สบายตัวอีก รอยช้ำตามตัวของนายยังไม่หายดีเลยนะ" ชรัณบอกออกมาอย่างเป็นห่วง แต่ภูผาก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะหันไปโทรทัศน์ต่อด้วยท่าทีงอนๆ ชรัณก็เดินไปจัดที่นอนตนเองบนโซฟาตัวใหญ่ทันที ภูผาก็ยิ่งน้อยใจเข้าไปใหญ่ที่ชรัณไม่สนใจตนเองเลยสักนิด 

 

สักพักภายในห้องก็เงียบสงัดลง เหลือเพียงโทรทัศน์ที่เปิดเล่นอยู่ ภูผาก็นอนดูโทรทัศน์สลับกับมองชรัณด้วยท่าทีเหงาหงอย แต่ชรัณก็ไม่มีท่าทีจะสนใจภูผาแต่อย่างใดพร้อมกับล้มตัวนอนดูโทรทัศน์อีกตั้งหาก แทนที่จะขึ้นมานอนดูด้วยกัน...

 

"โอ๊ย! เจ็บสะโพกจัง รันมาดูผาหน่อยครับ" เสียงภูผาดังออกมา ทำให้ชรัณที่กำลังนอนดูโทรทัศน์เพลินๆ ดีดตัวขึ้นมาทันที ภูผาก็หน้าเจ็บเสียจนชรัณใจไม่ดี

 

"จ... เจ็บตรงไหน!" ชรัณถามออกมาก่อนจะก้มลงไปดูตรงที่ภูผาชี้ 

 

"ตรงนี้ๆ ดูให้หน่อยครับ" ภูผาบอกออกมาก่อนยกยิ้ม เมื่อชรัณเงยหน้ามาดู ภูผาก็แสร้งทำหน้าทรมานจนชรัณใจไม่ดีขึ้นมาจริงๆ

 

"เดี๋ยวฉันเรียกหมอให้นายดีกว่า" ชรัณบอกออกมาก่อนจะรีบวิ่งออกไปทางด้านประตู

 

พรึ่บ!

 

ร่างสูงดึงชรัณลงมากอดเอาไว้ก่อนจะกอดเอาไว้แน่ ชรัณก็แปลกใจทันทีว่าภูผาไม่ได้เจ็บอย่างที่พูดอย่างนั้นเหรอ

 

"นี่นายแกล้งเจ็บเหรอ" ชรัณเงยหน้าขึ้นไปถามร่างสูงอย่างเอาเรื่อง 

 

"ก็รันอยากไม่สนใจผาทำไมล่ะ อยากนอนกอดจะแย่ รู้ไหม..." ภูผาบอกออกมาก่อนจะยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ พร้อมกับหอมแก้มชรัณไปด้วย ชรัณก็มองค้อนคนที่นอนยิ้มอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากขึ้นมาบ้าง มือบางค่อยๆ ลูบไล้ไปตามหน้าท้องแข็งแรงของภูผาอย่างแผ่วเบา ร่างสูงก็มองหน้าชรัณ หากแต่ชรัณก็ยังลูบไล้หมุนวนบนขอบกางเกงภูผาอย่างเอาคืน 

 

"ร... รันอย่าแกล้งกันแบบนี้" ภูผาพึมพำออกมาอย่างข่มอารมณ์ เพราะรู้สึกว่าตอนนี้เลือดในกายกำลังสูบฉีดขึ้นมาจนปวดหนึบไปทั่วกลางกาย

 

"ทีนายแกล้งฉันก่อนล่ะ" ชรัณถามออกมาก่อนจะล้วงเข้าไปในกางเกงเพื่อสัมผัสไรขนบางๆ ทันที ร่างสูงสูบลมหายใจเข้าลึก อดกลั้นจนแทบไม่ไหว ก่อนจะมองหน้าชรัณอย่างออดอ้อน ตอนนี้ภูผาตายเป็นแน่ ถ้าไม่มีใครช่วยให้ปลดปล่อย

 

"รัน... " ภูผาเรียกชื่อชรัณเสียงกระเส่าอย่างขอร้อง แต่ชรัณก็กำลังจะลุกหนี หากแต่ภูผากับดึงร่างบางเข้ามาบดจูบอย่างรุนแรง แต่ก็แฝงไปด้วยความอ่อนโยนและเอาแต่ใจ แม้ชรัณจะพยายามจูบกลับแต่ก็คงไม่สู้อารมณ์ดิบของภูผาในตอนนี้ได้ 

 

"ช่วยผาหน่อยได้ไหม แล้วจะยอมทุกอย่างเลย..." ภูผาผละริมฝีปากออกมาก่อนจะบอกชรัณด้วยน้ำแหบพร่าอย่างอ้อนวอน ชรัณที่กำลังหอบหายใจเหนื่อยก็ยกยิ้มขึ้นมา รีโมตโทรทัศน์ถูกหยิบขึ้นมากดปิดโทรทัศน์ เพื่อให้ภายในห้องมืดสนิท มีแสงสว่างจากด้านนอกเข้ามาเท่านั้น

 

ภูผาก็กึ่งนั่งกึ่งนอนบนหัวเตียงทันทีด้วยท่าทีสบายๆ พร้อมกับมองชรัณด้วยสายตากระเส่าเต็มที ชรัณดึงกางเกงคนไข้ของภูผาลงอย่างเชื่องช้าก่อนจะสัมผัสได้ถึงเอ็นร้อยที่นูนคับแน่นกางเกง ปลายหัวก็มีน้ำเมือกใสๆ ไหลออกมาให้ชรัณใช้นิ้วชี้ไปหมุนรอบ จนภูผาตัวสั่นสะท้าน ครางในลำคอออกมาเบาๆ ชรัณหันไปมองหน้าภูผาอีกครั้ง ภูผาก็ใช้นิ้วโป้งขึ้นมาลูบริมฝีปากของชรัณไปมาอย่างต้องการจะสื่อความหมาย ร่างบางก็ยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะก้มลงไปอมเอ็นร้อนที่ขยายจนคับแน่นโพรงปากทันที 

 

"ซี้ด... " ร่างสูงจิกเท้าลงบนเตียงทันที เมื่อได้สัมผัสได้ถึงโพรงปากนุ่มของชรัณ ตอนนี้เหมือนกับได้เข้าสู่ห้วงความฝันไปเสียแล้ว ในยามที่ชรัณไล้เลียอีกทั้งยังดูดกลืนจนแทบจะขึ้นสุดลงสุดแบบนี้ ยิ่งชรัณหันมามองหน้ากันอย่างท้าทายนี้อีก 

 

ชรัณยั่วยวนเก่งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันให้ตายเถอะ! 

 

"ร... รันจะฆ่ากันให้ตายหรือไงที่รัก โอ้ว..." ภูผาครางพึมพำในลำคออย่างสุขสม พร้อมกับใช้มือสางผมของชรัณอย่างแผ่วเบา ชรัณใช้ลิ้นฉวัดเฉวียนไปมาบนเอ็นร้อน ทั้งปลายหัวและคอหยักอย่างรู้ดีว่าส่วนไหนจะทำให้ภูผามีความสุขมากที่สุด อีกทั้งมือบางก็ยังสาวไปมาเพิ่มความเสียวซ่านอีกด้วย 

 

"โอ้วรัน... เหี้ยโคตรเสียว" ภูผาเริ่มตัวเกร็ง นิ้วเท้าจิกเกร็งลงบนที่นอนอย่างต้องการเข้าสู่ห้วงแห่งความสุข ชรัณก็อ้าปากรอน้ำรักของภูผาทันที พร้อมใช้ลิ้นเลียต้องร่องรูปลายหัว และสาวเอ็นร้อนให้ภูผาปลดปล่อยออกมาอย่างสุขสม

 

"ซี้ดดด.... อ๊ะ... อ๊า" ร่างสูงขาวโพลนก่อนจะปลดปล่อยน้ำรักเข้าโพรงนุ่มของชรัณทันที โดยไม่สนอาการเจ็บเลยสักนิดเดียว อาจจะเพราะห่างหายเรื่องแบบนี้มานานพอสมควรทำให้ภูผาปลดปล่อยออกมาเร็วกว่าที่คิดแบบนี้ ชรัณก็ดูดกลืนก่อนจะทำความสะอาดให้ภูผาจนเรียบร้อย ร่างบางผละหน้าออกด้วยรอยยิ้ม ยังดีที่อยู่ในที่มืดไม่อย่างนั้นภูผาคงเห็นริ้วแดงบนใบหน้าชรัณเป็น ภูผาดึงชรัณเข้าไปจูบอย่างเอาใจทันที 

 

"โคตรเสียวเลย ห้ามไปทำแบบนี้กับผู้ชายคนอื่นนะ ไม่งั้นโดนหนักแน่" ร่างสูงบอกออกมาอย่างคาดโทษพร้อมกับจูบริมฝีปากบางของชรัณหนักๆ อย่างมันเขี้ยว  ชรัณยกมือเช็ดมุมปากก่อนจะส่ายหัวไปมาอย่างอ่อนใจ 

 

"สบายตัวแล้ว ก็นอนได้แล้ว" ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องบอกภูผาออกมาเสียงเรียบ ภูผายกยิ้มขบขัน 

 

เมื่อกี้ยังเป็นนางแมวป่าขี้ยั่วอยู่เลย ทำไมถึงได้เปลี่ยนโหมดไว้นัก

 

"ขึ้นมานอนด้วยกันนะครับ อยากกอด…" ภูผาบอกออกมาเสียงออดอ้อน ชรัณถอนหายใจ จำต้องยอมพยักหน้าก่อนจะขึ้นไปนอนบนเตียงกับภูผา โดยที่ชรัณเองก็พยายามนอนไม่ให้ไปเบียดภูผามากนัก เพราะจะไม่สบายตัวเอา แต่ภูผาก็ยังให้ชรัณหนุนแขนตนเอง อีกทั้งยังดึงชรัณเข้ามากอดเอาไว้อย่างรักใคร่ โดยไม่สนใจร่างกายเลยสักนิด แต่เพราะคิดว่าตนเองหายดีแล้ว ถึงได้อยากนอนกอดชรัณแบบนี้

 

 

𝑇𝐵𝐶

หืดหาดกันไปปปป อิอิ

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น