ซ่อนกลิ่นหวนรัก (𝑀𝑝𝑒𝑟𝑔,𝐷𝑎𝑟𝑚𝑎) [𝐸𝑁𝐷]
ตอนที่ 46 ซ่อนกลิ่นหวนรัก (Mpreg)
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 46 ซ่อนกลิ่นหวนรัก (Mpreg)

ตอนที่ 46

 

ซ่อนกลิ่นหวนรัก (Mpreg)

 

 

ภูผานั่งอมยิ้มในสำนักงานอย่างมีความสุข เมื่อตอนนี้ธุรกิจของเขาดูจะไปได้ดีตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ใบหน้าคมนั่งมองนาฬิกาตั้งโต๊ะก็เป็นเวลาเกือบบ่ายสามโมงเสียแล้ว ถึงเวลาเลิกเรียนของลูกชายเขาแล้วสินะ 

 

"พี่ภูผาครับ วันนี้เอกสารเคลียร์เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ" เสียงชายหนุ่มดังขึ้นมาอย่างสนิทสนม กรวีย์ หนุ่มนักศึกษาไฟแรงที่เพิ่งจบนอก กลับมาประเทศไทยยังไม่ถึงปีเลยด้วยซ้ำ ภูผาบังเอิญพบกับกรวีย์ที่ห้างได้พูดคุยกันอยู่นานจึงชวนอีกคนให้เข้ามาทำงานด้วยกัน ซึ่งกรวีย์ก็ตอบรับอย่างรวดเร็วทันที 

 

"ขอบคุณมากนะวีย์"

 

"ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่วันนี้เราไปกินข้าวด้วยกันไหมครับ" เสียงกรวีย์ดังขึ้นมาด้วยรอยยิ้มอย่างคาดหวัง แม้จะห่างหายไปนานถึงหลายปี แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังอยู่ในความทรงจำเสมอ 

 

ภูผาได้เล่าอดีตที่ตนเองติดคุกให้กรวีย์ฟังแล้ว ซึ่งกรวีย์ก็ไม่คิดจะรังเกียจเลยด้วยซ้ำ ทั้งยินดีและเข้าใจมากๆ อีกด้วย

 

"เอาไว้ก่อนนะ วันนี้พี่ต้องไปรับเด็กดื้อที่โรงเรียน" 

 

"ลูกชาย? พี่เหรอครับ" 

 

ภูผาบอกออกมาด้วยรอยยิ้ม เด็กหนุ่มก็ถามกลับ  ร่างสูงเพียงพยักหน้ายกยิ้มเท่านั้น กรวีย์พอจะรู้ว่าตอนนี้ภูผามีลูกชายเสียแล้ว เห็นพนักงานในสำนักงานต่างเล่าลือกัน แต่กรวีย์ก็ไม่คิดจะติดใจอะไร แบบนั้นก็ดีเหมือนกันจะไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องหาเด็กมาสืบทายาท กรวีย์จึงยกยิ้มให้ภูผา ก่อนที่ร่างสูงจะเก็บของและขับรถมุ่งหน้าออกไปโรงเรียนลูกชายทันที 

 

ภูผาขับรถมารับลูกชายที่โรงเรียนอย่างอารมณ์ดี แม้ตอนนี้ชรัณจะยังไม่ต้องการให้เขาเป็นพ่อของลูก แต่ภูผาก็ไม่เคยเร่งรัดอะไร ขอแค่ได้อยู่ใกล้ภูเหนือลูกชายและชรัณเพียงเท่านี้ก็ดีแล้ว ภูผาขับรถไม่นานก็มาถึงโรงเรียนของลูกชาย 

 

"คุณอาภูผาค้าบบบ!" เสียงภูเหนือดังขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี พร้อมทั้งวิ่งสะพายกระเป๋ามาหาภูผาด้วยรอยยิ้มกว้าง 

 

"เป็นยังไงบ้างครับวันนี้ เรียนหนังสือสนุกไหม" 

 

"สนุกค้าบบบ ว่าแต่แม่รันล่ะครับไปไหน ทำไมวันนี้ไม่มารับภูเหนือ" เด็กน้อยตอบกลับเมื่อไม่เห็นผู้เป็นแม่มารับก็ถามออกมาเสียงอู้อี้ทันที

 

"แม่รันมีประชุมนะครับ เลยให้อาภูผามารับแทน" ร่างสูงตอบกลับลูกชายด้วยเสียงที่อ่อนลง เมื่อเห็นท่าทีของลูกชายในตอนนี้ เด็กน้อยก็พยักหน้างึกงักก่อนจะยกยิ้มออกมา ภูผาจึงปลอบใจลูกชายโดยการไปกินไอศกรีมและซื้อของเล่นนิดหน่อยจึงพาลูกชายกลับคอนโดของชรัณ

 

เมื่อมาถึงคอนโดเด็กน้อยก็กระโดดโลดเต้นไปมาอย่างดีใจเพราะได้ของเล่นที่ต้องการอีกทั้งยังได้กินไอศกรีมรสชาติแสนอร่อยอีกด้วย เด็กน้อยหยิบคีย์การ์ดให้กับภูผาได้เปิดห้อง แต่ตะวันกลับเปิดประตูออกมาพอดี

 

"คุณลุงตะวันครับ!" ภูเหนือเห็นตะวันก็พุ่งเข้าไปกอดทันทีด้วยรอยยิ้ม

 

"ว่าไงอ้วน วันนี้แม่เรากลับช้านิดหน่อยเลยให้ลุงมาอยู่เป็นเพื่อน" ตะวันอุ้มหลานชายขึ้นมาหอมแก้มก่อนจะอธิบายออกมาด้วยรอยยิ้ม 

 

"แม่รันกลับช้าอีกแล้วเหรอครับ" เด็กน้อยตอบเสียงเหงาหงอย เพราะช่วงนี้ผู้เป็นแม่มักจะกลับดึกจนภูเหนือไม่ได้ฟังนิทานก่อนนอนเสียแล้ว ตะวันได้แต่ลูบหัวหลานชายอย่างปลอบใจก่อนจะปล่อยให้ภูเหนือเอากระเป๋าไปเก็บในห้องเสียก่อน

 

"รันจะกลับกี่โมง" ภูผาขมวดคิ้วถามขึ้นมาเสียงเรียบ

 

"ไม่รู้ แต่มันโทรบอกกูว่าไม่เกินสองทุ่ม" ตะวันตอบกลับ 

 

"กูขอเข้าไป อาบน้ำ สอนการบ้าน ให้ภูเหนือหน่อยแล้วกัน" ภูผาบอกออกมา ตะวันก็พยักหน้ารับเพราะภูผาก็เข้าออกที่นี่ประจำอยู่แล้ว แค่เพียงชรัณยังไม่ยอมใจอ่อนเท่านั้นเอง

 

"ไปครับอาภูผา วันนี้ภูเหนือมีการบ้านคิดเลขให้อาภูผาสอนด้วยครับ" เด็กน้อยได้ยินก็ยิ้มแฉ่งทันทีก่อนจะดึงภูผาเดินไปนั่งทำการบ้านด้วยกัน เสร็จเรียบร้อยภูผาก็พาลูกชายไปอาบน้ำ เมื่อออกมาก็เห็นตะวันยืนหน้าเครียดอยู่ห้องรับแขก

 

"มึงมีอะไรหรือเปล่า" ภูผาถามตะวันออกมาอย่างสงสัย

 

"พอดีลูกค้าเอาทองมาเปลี่ยนที่ร้านหลายบาทเลย แล้วเด็กที่ร้านไม่กล้ารับของ กูโทรหาไอ้รันไม่ติด มึงอยู่เป็นเพื่อนภูเหนือก่อนได้ไหม" ตะวันบอกออกมาก่อนจะขอร้องให้ภูผาอยู่เป็นเพื่อนหลานชาย เพราะรอบนี้เขาปฏิเสธลูกค้าไม่ได้อีกด้วย

 

"ได้ มึงไปทำธุระเถอะกูอยู่เป็นเพื่อนภูเหนือเองจนกว่ารันจะกลับเอง ไม่ต้องเป็นห่วงภูเหนือ ลูกกูเหมือนกัน" ภูผาตอบกลับเสียงจริงจัง ตะวันจึงพยักหน้ารับก่อนจะเข้าไปพูดคุยกับหลานชายให้เข้าใจ ซึ่งเด็กน้อยดูจะไม่งอแงเท่าไหร่นัก เพราะอย่างน้อยก็มีภูผาอยู่เป็นเพื่อน

 

"คุณอาภูผา เมื่อไหร่แม่รันจะกลับ ภูเหนือง่วงนอน" เด็กน้อยถามออกมาพร้อมกลับใช้มือปิดปากหาวออกมา ตาปรือจนแทบจะหลับเสียแล้ว ภูผาหันไปมองนาฬิกาบนผนังก็บ่งบอกเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว 

 

"ภูเหนือเข้าไปนอนในห้องก่อนไหมครับ" ร่างสูงถามลูกชายออกมาเสียงอ่อนโยน 

 

"อาภูผาเข้าไปด้วยกันสิครับ ภูเหนือไม่อยากนอนคนเดียว" เด็กน้อยบอกออกมาเสียงอู้อี้ ภูผาตัดสินใจอยู่สักพักก็พยักหน้าตกลง เพราะทุกทีชรัณจะไม่ให้เขาเข้าไปวุ่นวายในห้องที่เป็นส่วนตัวของลูกชายและตนเองเท่าไหร่นัก

 

"ไปครับ" แต่ครั้งนี้ภูผาจะลองดูสักครั้ง เพราะไม่อยากให้ภูเหนือมาอดทนง่วงนอนแบบนี้ ภูผาอุ้มลูกชายขึ้นมาก่อนจะพาเดินเข้าไปในห้อง 

 

เมื่อเข้ามาในห้องกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยของร่างบางก็ติดจมูกให้ภูผาสูบหายใจเข้าลึกทันที ภายในห้องของชรัณยังคงสะอาดเหมือนเคย ร่างสูงยกยิ้มออกมาอย่างสบายใจก่อนจะวางลูกชายไว้บนเตียงนุ่ม  

 

"คุณอาภูผาเล่านิทานให้ภูเหนือฟังด้วยนะ เอาเล่มนี้ค้าบบบ" เด็กน้อยค้นหาสมุดนิทานของตนเองข้างเตียง พร้อมกับยื่นให้ภูผาก่อนจะบอกออกมาเสียงอู้อี้ ภูผาก็พยักหน้ารับพร้อมทั้งขึ้นไปนอนบนเตียงเล่านิทานให้ลูกชายฟังเป็นครั้งแรกด้วยรอยยิ้ม สักพักเด็กน้อยก็เข้าสู่ห้วงนิทรา ภูผาก็ก้มลงไปหอมหน้าผากมนด้วยหัวใจที่รักใคร่

 

ร่างสูงสำรวจภายในห้องของชรัณอย่างถือวิสาสะ ก่อนที่สายตาจะไปปะทะเข้ากับกรอบรูปหนึ่งที่วางอยู่บนชั้นวางของ อดีตก็หวนมาให้ภูผานึกถึงทันที ร่างสูงเดินไปหยิบกรอบรูปนั้นขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้ม 

 

'ผาถ่ายรูปให้พี่หน่อยสิ'

 

ภูผายกยิ้มรูปนี้เขายังจำได้ดีว่าอีกคนเคยขอร้องเขาให้ถ่ายให้ แต่เขายังคิดที่จะหาผลประโยชน์จากชรัณเสมอ ภูผาลูบกรอบรูปอย่างคิดถึง อย่างน้อยตอนนั้นชรัณก็เคยรักเขาสุดหัวใจ… โดยที่ไม่เคยต้องการอะไรจากเขาเลย แต่เขาก็ยังทำเลวกับร่างบางสารพัด ภูผาวางกรอบรูปไว้ที่เดิมก่อนจะเดินออกไปสูบอากาศนอกระเบียง ร่างสูงกำลังจะดึงบุหรี่ในกระเป๋าออกมาจุดสูบ แต่เมื่อคิดถึงหน้าลูกชายภูผาก็เก็บเข้าที่เหมือนเคย เดี๋ยวนี้ภูผาพยายามจะไม่สูบบุหรี่มากเหมือนเมื่อก่อนเพราะลูกชาย นั่นจึงทำให้ภูผาถอนหายใจออกมาก่อนจะทอดมองสายตาไปเรื่อย แต่เมื่อมองไปด้านล่างภูผาก็ต้องกำมือแน่นอย่างข่มอารมณ์

 

 

ชรัณก้าวลงจากรถของจากรถอคิราห์ด้วยความเร่งรีบ เพราะตอนนี้ก็เลยเวลามามากแล้วไม่รู้ว่าลูกชายตอนนี้จะนอนหลับหรือยัง เพราะการประชุมที่ล่วงเลยกินเวลา ไหนจะต้องไปกินข้าวกับลูกค้าพร้อมกับอคิราห์ก็ทำให้ชรัณปฏิเสธอยากเหลือเกิน

 

"ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะครับคุณรัน" เสียงอคิราห์ดังขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

 

"ขอบคุณมากนะครับคุณคิน" ชรัณก็ตอบกลับพร้อมกับยกยิ้ม อคิราห์ก็พยักหน้ารับก่อนจะขึ้นรถขับออกไป ชรัณจึงรีบเดินขึ้นคอนโดของตนเองทันที โทรศัพท์ก็ดันมาแบตหมดจะโทรหาตะวันก็ไม่ได้ ไม่รู้ว่าปานนี้ตะวันกับลูกชายจะหลับกันไปแล้วหรือยัง 

 

ร่างบางเดินเข้ามาในด้วยความเร่งรีบจึงไม่ได้สนใจว่าใครที่นั่งด้วยท่าทีเรียบนิ่ง นั่นทำให้ชรัณคิดว่าเป็นเพื่อนสนิทของตนเองทันที

 

"ตะวันขอบใจนะที่อุตส่าห์ดูแลภูเหนือแทน งานเยอะ..." ชรัณยังพูดไม่จบคนที่นั่งอยู่บนโซฟาก็หันหน้ามามองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทำให้ชรัณแปลกใจไม่น้อยว่าภูผาเข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน 

 

"ไปไหนมา" เสียงราบเรียบดังขึ้นมา ชรัณก็ขมวดคิ้วทันที 

 

ภูผาทำไมถึงต้องถามเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้ ราวกับว่าเป็นสามีที่คอยจับผิดภรรยากลับบ้านช้าเสียอย่างนั้น นั่นทำให้ชรัณไม่พอใจทันที 

 

"ฉันไปไหนแล้วมันเกี่ยวอะไรไม่ทราบ อย่ามาทำเหมือนเป็นเจ้าของเจ้าของฉันที่ทำอะไรแล้วจะต้องรายงานให้ได้รู้ได้ไหม" ร่างบางตอบกลับเสียงราบเรียบทันที

 

"ฮึ ไปเที่ยวจนกลับดึกดื่นแบบนี้คงลืมไปแล้วสินะว่าตนเองมีลูกแล้ว" ภูผาตอบกลับเสียงเยาะอย่างนึกประชดประชันอีกคน เพราะตอนนี้อารมณ์หึงหวงที่มีต่อคนข้างหน้าแทบจะทำให้ภูผาคลั่งเสียให้ได้

 

"อย่ามาพูดจาพาลหาเรื่องฉันนะภูผา ไม่ได้ไปไหนอย่างที่นายพล่าม" ชรัณตอบกลับก่อนจะจ้องหน้าร่างสูงอย่างเอาเรื่อง เขาทำงานมาเหนื่อยๆ ทำไมจะต้องมาปะทะคารมกับภูผาแบบนี้ด้วย ชรัณไม่เข้าใจ 

 

เกิดผีบ้าอะไรเข้าอีกคนขึ้นมาอีก 

 

"ก็มันจริงหรือเปล่าล่ะ ดูเวลาบ้างหรือเปล่าว่ามันกี่โมงกี่ยามเข้าไปกันแล้ว หรือเพราะมันติดสนุกจนไม่คิดจะสนใจลูก..." เมื่อความหึงหวงยังคงรบกวนจิตใจ ร่างสูงก็อดจะเหน็บแนมร่างบางตรงหน้าไม่ได้ ภูผาพยายามอดกลั้นอารมณ์เรื่องนี้มานานพอสมควร แต่วันนี้ชรัณกลับคอนโดดึกๆ ดื่นๆ กับชายหนุ่มที่เขาพยายามไม่คิดเล็กคิดน้อย แล้ววันนี้ยังมาส่งกันถึงหน้าคอนโด จนถึงนาทีนี้เขาก็อดทนต่อไปอีกไม่ไหว

 

เพียะ!

 

ร่างบางตัวสั่นเทาด้วยความโกรธก่อนจะตวัดฝ่ามือตบใบหน้าคมของภูผาไปเต็มแรงด้วยแรงที่มีทั้งหมด เพื่ออีกคนจะได้เลิกพูดจาดูถูกเขาแบบนี้เสียที 

 

"ความคิดสกปรก ออกไปจากห้องของฉัน!"

 

ก่อนจะไล่ร่างสูงตรงหน้าให้ออกจากคอนโดของตนเองไป แต่ภูผากลับดึงชรัณมาประกบจูบทันทีด้วยความรุนแรงและจาบจ้วง อีกทั้งยังก้มลงไปขบกัดดูดเม้มตามลำคอระหงให้ขึ้นรอยช้ำอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ

 

"อื้อ! ปล่อยฉันนะ!" ชรัณเจ็บจี๊ดขึ้นมาจนหน้าเหยเก แต่ก็ไม่สามารถต้านทานแรงของคนร่างสูงได้ แต่ชรัณก็ต่อต้านด้วยการจิกเล็บไปตามลำตัวของภูผาอย่างไม่คิดจะสนใจอีกคน ยิ่งภูผาดูดเม้มแรงเท่าไหร่ ชรัณก็ยิ่งจิกเล็บลงไปมากกว่านั้น เพื่อจะให้อีกคนได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดเหมือนกัน

 

"ทำไม? ผาเป็นพ่อของลูกทำแบบนี้ไม่ได้หรือไง หรือต้องเป็นคนอื่นอย่างไอ้อคิราห์แบบนั้นถึงจะทำได้!" ภูผาผละหน้าก่อนจะยิ้มเยาะถามออกมาเสียงเรียบ ตัวสั่นสะท้านเพราะพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้ทำร้ายร่างบางตรงหน้า

 

"ต่อให้นายเป็นพ่อของลูกแล้วยังไง นายมีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้กับฉันงั้นเหรอ เรื่องระหว่างเรามันจบไปนานแล้วนะ ถ้าฉันจำไม่ผิด" ชรัณจ้องหน้าภูผาก่อนจะกลับเสียงเรียบ

 

"แล้วถ้าเกิดฉันคิดอยากจะหาพ่อใหม่ให้ภูเหนือบ้างนายจะทำไม" พร้อมทั้งเอื้อนเอ่ยที่ทำให้ภูผาถึงกลับนิ่งอึ้งอย่างเจ็บปวดหัวใจ ดวงตาคมกริบน้ำตาคลอออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ 

 

"รัน!" ภูผาออกแรงบีบต้นแขนเล็กของชรัณอย่างอดกลั้นอารมณ์ 

 

"พ่อใหม่ให้ภูเหนืออย่างนั้นนะเหรอ ได้!"

 

"อื้อ...!" 

 

พลั่ก! เพียะ!

 

"ออกไป! อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ฉันบอกให้ออกไปไง!" ชรัณผลักอีกคนให้ออกห่างก่อนจะประกาศกร้าวไล่อีกคนออกจากห้อง ภูผามองหน้าชรัณด้วยสายตาแดงก่ำก่อนจะเดินออกจากห้องไปในทันที ชรัณก็ยกมือขึ้นมาลูบหน้าลูบตา พร้อมกับอดกลั้นอาการร้อนผ่าวที่ตาเช่นเดียวกัน 

 

 

ภูผาขับรถออกจากคอนโดชรัณด้วยความเร็วก่อนจะมุ่งหน้าไปยังสถานบันเทิงใกล้ๆ เพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิด ร่างสูงเข้าไปนั่งดื่มในบาร์อย่างบ้าคลั่ง แอลกอฮอล์ราคาแพงถูกยกขึ้นดื่มแก้วแล้วแก้วเล่าอย่างไม่กลัวเมา ยิ่งคิดถึงคำพูดของชรัณ ร่างสูงก็ยิ่งดื่มเจ็บปวดหัวใจราวกับเสมือนปลายมีดคมแหลมที่ทิ่มแทงหัวใจของเขา 

 

"ฮึ หาพ่อใหม่ให้ภูเหนืออย่างนั้นนะเหรอ อึก... ข้ามศพกูไปก่อนเถอะ" ภูผาพึมพำออกมาอย่างคนเสียสติเพราะความเมาก่อนจะนั่งดื่มไปสักพักใหญ่บาร์ก็ปิดลง ภูผาจึงเดินเซซ้ายเซขวาถือขวดเหล้ากลับบ้านทันที 

 

กว่าจะขับรถมาถึงที่บ้านภูผาก็แทบจะหลับคาพวงมาลัย ยังดีที่ตอนนี้ล่วงเลยเข้าสู่เช้ามืดวันใหม่เสียแล้ว การจราจรจึงไม่มีปัญหานัก ร่างสูงเดินถือขวดเหล้าเข้าบ้านก่อนจะเซล้มหลับหน้าบ้านทันทีด้วยอาการเมาเหล้า 

 

"ตายแล้ว! คุณภูผาทำไมเมาแบบนี้ล่ะคะ" เสียงป้านิ่มดังขึ้นมาอย่างเป็นห่วงก่อนจะรีบเรียกหาให้คนมาช่วยทันที เป็นประจำที่ป้านิ่มจะตื่นตั้งแต่เช้าตรู่มาเตรียมของใส่บาตร แต่ก็ไม่คิดว่าวันนี้จะมาเจอคุณชายใหญ่ของเธอเมามายกลับบ้านแบบนี้ กว่าจะพยุงภูผาเข้าไปนอนหลับในห้องรับแขกด้านล่าง ก็เล่นเอาลุงบุญ ป้านิ่ม เอื้อและเฟื้องถอนหายใจ เพราะรูปร่างที่สูงใหญ่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ 

 

"กลิ่นเหล้าหึ่งเลยจ้ะป้า" เสียงนางเฟื้องดังขึ้นมา ป้านิ่มก็พยักหน้ารับ

 

"อืม ไม่รู้ดื่มมามากขนาดไหน พวกเอ็งออกไปข้างนอกเถอะ ให้คุณภูผาพักผ่อนก่อน" ก่อนจะบอกให้ทุกคนออกจากห้องเพราะรู้ดีว่าคุณชายใหญ่ของเธอรักความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน คงต้องให้พักผ่อนจนรู้สึกตัวขึ้นมานั่นแหละ ถ้าไปยุ่งยากแบบนี้มีหวังโดนไล่ตะเพิดเป็นแน่ 

 

 

ชรัณตื่นแต่เช้าเมื่อคืนกว่าจะข่มตาลงให้หลับก็เสียไปค่อนคืน วันนี้ถึงได้ตื่นมาด้วยใบหน้าไม่สดชื่นเลยสักนิด อีกทั้งวันนี้ต้องไปคุยงานกินเลี้ยงคุยรายละเอียดงานบนเกาะราชากับคุณทศวรรษลูกพี่ลูกน้องของอคิราห์อีกด้วย

 

"แม่รันคุณอาภูผาไปไหนแล้วครับ" เด็กน้อยตื่นขึ้นมาก็ออกมาถามชรัณเสียงอู้อี้เพราะคิดว่าภูผานอนด้วยกันเมื่อคืนเสียอีก

 

"กลับไปแล้วครับ" ชรัณตอบกลับลูกชายเสียงอ่อนโยน เด็กน้อยก็พยักหน้างึกงักก่อนจะเดินไปหาผู้เป็นแม่แล้วชูแขนขอให้อุ้มด้วยท่าทีออดอ้อน ชรัณยกยิ้มก่อนจะอุ้มลูกชายมาหอมแก้มให้ชื่นใจ

 

"อะไรกัดคอแม่รันอะค้าบบบ แดงเถือกเลย" ภูเหนือถามออกมาอย่างสงสัยเมื่อเห็นรอยแดงตามลำคอของภูเป็นแม่ พร้อมกับเอานิ้วเล็กๆ ไปจิ้ม ชรัณชะงักได้แต่ค่อนขอดภูผาในใจ

 

"น่าจะยุงกัดนะครับ" ชรัณโกหกลูกชายออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะดึงคอเสื้อขึ้นไปปกปิดให้มิดชิด เด็กน้อยก็พยักหน้ารับก่อนจะเลิกสนใจ

 

"เมื่อคืนกว่าแม่รันจะกลับภูเหนือก็ง่วงแล้วครับ แต่โชคดีได้อาภูผามาเล่านิทานให้ภูเหนือฟังหลับสบาย" พร้อมทั้งเล่าบอกผู้เป็นแม่ออกมาเสียงเจื้อยแจ้ว

 

"แม่รันขอโทษภูเหนือด้วยนะครับ ช่วงนี้แม่รันติดทำโปรเจกต์อาจจะทำให้ไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับภูเหนือนะครับ" ชรัณลูบหัวลูกชายบอกออกมาอย่างรักใคร่ เด็กน้อยก็พยักหน้างึกงักพร้อมกับยิ้มแฉ่ง

 

"ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่วันนี้อาภูผาจะมาหาภูเหนือหรือเปล่าครับ" เด็กน้อยตอบกลับด้วยรอยยิ้มกว้างจนเห็นไรฟัน พร้อมกับถามถึงภูผาออกมา

 

"แม่ไม่รู้เหมือนกันครับ" ชรัณตอบ

 

"งั้นภูเหนือโทรศัพท์หาอาภูผาได้หรือเปล่าครับ ภูเหนือมีเบอร์นะ" เด็กน้อยถามออกมาเสียงร่าเริง

 

"ตอนนี้ไม่ได้ครับ คุณอาภูผาอาจจะไม่ว่างติดธุระอยู่ก็ได้นะครับ" ชรัณตัดบทลูกชายทันที เพราะตอนนี้ไม่อยากจะพูดคุยอะไรกับภูผาเท่าไหร่นัก แม้เศร้าไม่น้อยที่วันหยุดของตนเองเด็กน้อยจะไม่ได้เล่นกับภูผา แต่ภูเหนือก็ยอมพยักหน้าแต่โดยดี ชรัณจึงพาลูกชายเข้าไปในครัวเพื่อหาอาหารเช้าง่ายๆ ทาน ซึ่งก็เป็นเมนูโปรดของภูเหนืออย่างข้าวปั้นนั่นทำให้เด็กน้อยอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง เสร็จเรียบร้อยชรัณก็พาลูกชายทำกิจกรรมเสริมทักษะ เพราะวันนี้ชรัณก็หยุดอยู่แล้ว มีงานเพียงช่วงบ่ายเท่านั้นสำหรับวันนี้ ร่างบางจึงอยากใช้เวลาร่วมกับลูกชายให้มากที่สุด

 

หลังจากภูเหนือนอนกลางวันไปเรียบร้อย ชรัณก็ทำความสะอาดห้องด้านนอกให้เรียบร้อย เพราะของเล่นภูเหนือกระจัดกระจายแทบจะไม่มีทางเดิน เสร็จเรียบร้อยก็เข้าไปอาบน้ำแต่งตัว ชรัณนึกค่อนขอดภูผาในใจไม่หาย เมื่อเห็นรอยช้ำตามลำคอของตนเอง ก่อนจะใช้แป้งกดทับทันที เพื่อไม่ให้คนอื่นมองไม่ดี 

 

ชรัณเดินออกมาข้างนอกตะวันก็เข้ามาพอดี

 

"เรื่องเมื่อวานโทษทีนะเว้ย กูมีธุระด่วนจริงๆ เลยให้มันอยู่ดูแลภูเหนือ" ตะวันบอกออกมาก่อนจะนั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทีสบายๆ ชรัณก็พยักหน้ารับ ตะวันเมื่อสำรวจร่างกายและท่าทีของเพื่อนก็รู้ทันทีว่าต้องทะเลาะกันอีกแน่นอน

 

สามวันดีสี่วันไข้จริงๆ คู่นี้

 

"ทะเลาะกันอีกแล้วสินะ" ก่อนจะถามเพื่อนออกมาพร้อมกับหรี่ตามอง ชรัณถอนหายใจก่อนจะเล่าบอกเพื่อนออกมาด้วยอาการคับแค้นใจ

 

"คนอะไรปากหมาบ้าที่สุด" 

 

"ก็มันหึงมึงไม่ใช่หรือไงว่ะ อย่ามาทำเป็นไม่รู้ อายุเลขสามแล้วนะเว้ย มัวแต่ปากแข็งอยู่นั่นแหละ" ตะวันบอกออกมาเสียงกลั้วหัวเราะ ตะวันดูก็รู้ว่าเพื่อนของเขายังรักภูผาแค่ปากแข็งไม่ยอมรับความจริงเท่านั้น แต่ก็ดีภูผามันจะไม่ได้กล้าอวดดีกับเพื่อนของเขาอีก

 

"มึงอยู่ข้างใครกันแน่ว่ะตะวัน" ชรัณถามออกมาเสียงขุ่นอย่างนึกงอนเพื่อน แต่ก็ไม่ได้จริงจังมากนัก

 

"ถามใจมึงดูเถอะ ขี้เกียจจะพูดแล้ว เข้าไปนอนกับภูเหนือดีกว่า" ตะวันตอบกลับก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมกับยกยิ้ม

 

"ใช่สิ ดอกรักมึงกับไอ้เตเบิกบานแล้วนี่" ชรัณจึงอดจะเหน็บแนมเพื่อนออกมาไม่ได้

 

"กูไม่ปากแข็งเหมือนมึงนี่ อายุเข้าเลขสามแล้วโว้ย รักก็บอกว่ารักเว้ย" ตะวันตอบกลับก่อนจะยกยิ้มขบขันด้วยดวงตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข ชรัณได้แต่ถอนหายใจแต่ก็รู้สึกดีที่เพื่อนทั้งสองต่างก็เข้าใจกัน ชรัณรู้สึกยินดีไม่น้อยเลยจริงๆ ที่เพื่อนสนิททั้งสองลงเอ่ยกันได้ดีแบบนี้

 

เหลือแต่เรื่องของเขาแล้วสินะ ที่ไม่รู้จะจบลงแบบไหน... หรือจะต้องคาราคาซังแบบนี้อีกต่อไปเรื่อยๆ

 

 

 กว่าชรัณจะออกมากินเลี้ยงพูดคุยงานได้ก็ถูกลูกชายงอแงใส่จนเกือบจะมาไม่ทัน โปรเจกต์นี้ก็เกี่ยวกับเกาะราชาทั้งหมด ซึ่งงานนี้ประธานบริษัทก็เป็นคนมอบหมายงานให้เขาด้วยตัวเอง นั่นจึงทำให้เขาปฏิเสธได้ยากกว่าที่คิด ส่วนภูผาเองเขาก็พอจะรู้ว่าเจ้าตัวออกมาทำสำนักงานเกี่ยวกับรับเหมาก่อสร้างเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ถามไถ่อะไรมากนัก นั่นให้ทุกครั้งการมาคุยรายละเอียดงานจึงไม่มีภูผาเข้าร่วมด้วย 

 

ร่างบางเลี้ยวรถไปจอดในร้านอาหารแห่งหนึ่งก่อนจะเช็กความเรียบร้อยให้ตนเองและลงจากรถทันที เพราะอีกไม่กี่นาทีก็ถึงเข้าร่วมพูดคุยรายละเอียดเสียแล้ว ชรัณเดินเข้ามาในงานด้วยใบหน้าสดใสราวกับไม่มีสิ่งใดให้เครียด

 

"คุณรันมาแล้วเหรอครับ" อคิราห์เดินเข้ามาทักทายชรัณทันทีด้วยรอยยิ้ม สายคมจ้องมองร่างบางในชุดสูทสีขาวพอดีตัวอย่างชื่นชม

 

"ครับ" ชรัณตอบ อคิราห์กำลังจะเอื้อนเอ่ยกับชรัณ หากเสียงด้านหลังที่ดังขึ้นมาก็ทำให้ชรัณกับอคิราห์ต้องหันกลับไปมอง

 

"พี่รันสวัสดีครับ" 

 

"อ้าว พระรามวันนี้มาด้วยเหรอครับ" ชรัณส่งรอยยิ้มถามพระรามออกมาเพราะทุกทีเขาไม่เคยเห็นพระรามจะมาเข้าร่วมพูดคุยงานเลี้ยงแบบนี้ อคิราห์จึงมองค้อนลูกพี่ลูกน้องอย่างพระรามออกไป

 

"พี่ทศลากผมมานะครับ ที่จริงก็ไม่ได้อยากมางานเลี้ยงแบบนี้เท่าไหร่นัก" พระรามตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปาก ชรัณก็พยักหน้าตอบกลับ

 

"เข้าข้างในเถอะครับคุณรัน" อคิราห์บอกออกมา ชรัณก็พยักหน้าเห็นด้วยก่อนที่จะพากันเดินเข้าไปในงาน พระรามจึงยกยิ้มมุมปากขึ้นมาก่อนจะเดินเข้าไปในงาน ดูก็รู้ว่าอคิราห์คงตามจีบชรัณอยู่เป็นแน่ เพื่อนของเขาอย่างภูผามีก้างชิ้นใหญ่มาขว้างคอแล้วสินะ

 

งานเลี้ยงเป็นไปอย่างชื่นมื่น เพราะวันนี้จะเป็นแผนการสำหรับเปิดโครงการอย่างเป็นทางการสำหรับแปลนการก่อสร้างภายในเกาะราชา ชรัณพยายามจดรายละเอียดที่มีวิศวกรเก่งๆ ขึ้นไปบรรยายบนเวทีให้มากที่สุด แม้งานจะเป็นไปได้อย่างราบรื่น แต่ชรัณเองก็มีความกังวลในใจอย่างไรไม่รู้  

 

"คุณรันครับ นี่คุณทัศไนย เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ทางภาคใต้ครับ" อคิราห์แนะนำพาสเนอร์ด้านธุรกิจให้ชรัณได้รู้จักอย่างเป็นกันเอง 

 

"สวัสดีครับคุณทัศไนย" ชรัณก็รีบทักทายกลับทันที เขาเองก็พอจะรู้จักพาสเนอร์ในวงการนี้ไม่น้อย แต่พออคิราห์แนะนำให้รู้จักมีแต่คู่ค้าระดับสูงเท่านั้น

 

"คุณชรัณหรือเปล่าครับ ได้ข่าวว่าคุณออกแบบแปลนการก่อสร้างได้ทีเดียว แบบนี้คงต้องหาเวลาเข้าไปพูดคุยรายละเอียดใช้บริการบ้างสินะครับ" เสียงชายวัยกลางคนบอกออกมา ชรัณก็ยิ้มรับก่อนจะพูดคุยกันอย่างถูกคอ 

 

 

ภูผาพึ่งจะฟื้นจากอาการเมาเหล้าก็เห็นข้อความของพระรามเพื่อนเพียงคนเดียวติดต่อเข้ามาว่าให้ไปเที่ยวหา เพราะได้ขึ้นมากรุงเทพฯ เสียแล้ว ร่างสูงที่เมาหัวราน้ำตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ก็สะบัดหัวไปมาก่อนจะเข้าไปอาบน้ำแต่งตัว เพื่อจะได้ออกไประบายความเครียดตอนนี้ด้วย อย่างน้อยๆ ภูผาก็คิดว่าพระรามน่าจะให้คำปรึกษาเขาได้ดีเลยทีเดียว 

 

"คุณภูผาจะไปไหนคะนั่น" 

 

"ข้างนอกครับ ป้านิ่มไม่ต้องรอผมนะครับ"

 

"อย่าเมาแล้วขับนะคะ เดี๋ยวจะเกิดอุบัติเหตุเอาค่ะ" 

 

ภูผาขับรถมาตามถนนเส้นทางหลัก มุ่งหน้าไปยังร้านอาหารตามที่อยู่เพื่อนส่งมาให้ทันที โดยที่ไม่ได้อ่านข้อความทั้งหมด เพราะภูผาเองก็ไม่คิดจะสนใจอยู่แล้ว เพราะขนาดสภาพที่มาตอนนี้ก็ยังเมาค้างตั้งแต่เมื่อคืน 

 

ภูผามาถึงร้านอาหารก็ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้วสินะ ภูผาลงจากรถก่อนจะเดินเข้าไปในร้านอาหารหรูหราแห่งหนึ่ง จะที่ไหนก็ได้ขอแค่มีบาร์ให้เขาดื่มแก้เครียดก็พอแล้ว ร่างสูงเดินไปสั่งแอลกอฮอล์ที่บาร์ดื่มทันที เพราะตอนนี้ติดต่อพระรามไม่ได้

 

 

"คุณรันดื่มหรือเปล่าครับวันนี้ ผมจะได้ไปสั่งเครื่องดื่มให้ครับ" อคิราห์ถามออกมาด้วยรอยยิ้มหลังจากงานเลี้ยงโครงการวันนี้จบลงเรียบร้อย ชรัณยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกาก็เห็นว่าจะเกือบสี่ทุ่มเสียแล้วแต่วันนี้เขายังไม่ได้กลับคอนโดหาลูกชายเลย 

 

"ไม่ดีกว่าครับ พอดีผมจะรีบกลับแล้วนะครับ เดี๋ยวภูเหนือจะงอแงขึ้นมาอีก" ชรัณตอบกลับ นั่นทำให้อคิราห์หน้าเสียขึ้นมาทันที เพราะวันนี้เขาอุตส่าห์จะบอกความในใจกับคนตรงหน้า

 

"ดื่มกับผมสักแก้วเถอะนะครับ ผมมีเรื่องจะคุยด้วยแค่แป๊บเดียวเท่านั้น" แต่อคิราห์ก็ยังลองเชิงโน้มน้าวชรัณออกมา ชรัณจึงยอมพยักหน้ารับ อคิราห์จึงยกยิ้มก่อนจะพาชรัณไปยังบาร์ของร้านอาหาร

 

เมื่อมาถึงบาร์ชรัณก็ต้องชะงัก เพราะเห็นภูผานั่งดื่มอยู่ที่บาร์เช่นเดียวกัน นั่นทำให้ชรัณอยากกลับคอนโดตนเองทันที ภูผาที่ดื่มจนเริ่มกรึ่มๆ ก็มองบรรยากาศรอบๆ สายตาก็เข้าเจอร่างบางที่คุ้นเคยทันที ภูผาถึงยิ้มเยาะออกมาก่อนจะเดินถือแก้วเหล้าเข้าไปหาทันที

 

"ตายห่าแล้ว เวรเอ๊ย!" พระรามที่เดินมาถึงบาร์ของร้านอาหารก็ถึงกับเบิกตากว้างก่อนจะสบถออกมา

 

 

อคิราห์มองชรัณด้วยสายตาอ่อนโยนไม่ได้สนใจที่จะไปเอาเครื่องดื่ม แต่กลับจับมือชรัณขึ้นมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ พร้อมกับบอกความในใจออกมาทันที 

 

เพราะเขาไม่อยากรอเวลาต่อไปอีกแล้ว

 

"คุณรัน ค... คือผมชอบคุณรันครับ ผมขอจีบคุณได้ไหมครับ" สิ้นเสียงของอคิราห์นั่นทำให้ชรัณถึงกับอึกอักที่จะตอบกลับทันที

 

ร่างสูงเดินเข้ามาได้ยินถึงกับกัดฟันกรอดก่อนจะเดินเข้าไปหาชรัณและบอกออกมาเสียงเรียบหน้าตาย

 

"ไม่ได้! เพราะพ่อของลูกไม่ให้จีบ"

 

พูดจบประโยค... ภูผาก็ดึงแขนของชรัณออกไปทันที อคิราห์ที่ได้ยินก็แทบจะทำอะไรไม่ถูกสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น

 

"นี่! อะไรของนาย! ปล่อยฉันนะ" ชรัณพยายามดึงแขนตัวเองออกจากฝ่ามือใหญ่ที่กำข้อแขนของตนเองจนเจ็บ แต่คนที่ดึงกับทำสีหน้าเรียเฉยอย่างไม่สะทกสะท้าน ราวกับพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้ปะทุขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

"เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ ถ้าฉันจำไม่ผิดนายเป็นเพื่อนของไอ้รามใช่หรือเปล่า" อคิราห์วิ่งตามมาก็กระชากแขนชรัณเอาไว้อีกข้างพร้อมกับถามภูผาออกมาเสียงเรียบ ชรัณได้แต่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

 

เขาเป็นใคร และภูผาเป็นใคร ถ้าอยากลองดีอคิราห์ก็ยินดีจะสนองให้

 

"ไอ้ภูผา พี่รัน ไอ้คิน..." เสียงพระรามดังขึ้นมาอย่างหอบเหนื่อยก่อนจะพยายามห้ามปรามคนทั้งสามไม่ให้ทะเลาะกันไปมากกว่านี้ เพราะตอนนี้ผู้คนกำลังจับจ้องมาตรงนี้ที่เดียวกัน

 

"กลับบ้าน!" ภูผาไม่สนใจใครทั้งนั้นก่อนจะดึงกระชากให้ชรัณเดินกลับไปด้วยกัน แม้มืออีกข้างจะโดนอคิราห์จับไว้เหมือนกันก็ตาม

 

"โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ ปล่อยไง!" ชรัณร้องออกมาเมื่ออีกคนเอาแต่ใจจนไม่สนร่างกายของเขาแล้วหรืออย่างไรกัน 

 

"ปล่อยคุณรัน ถ้าเขาไม่เต็มใจก็อย่าบังคับ" อคิราห์บอกออกมาเสียงเรียบนิ่งพร้อมกับมองหน้าภูผาอย่างเอาเรื่อง

 

"แล้วมึงจะมาเสือกทำไมเรื่องผัวเมียว่ะ" ภูผาหันไปตอบเสียงแข็งก่อนจะดึงแขนชรัณออกจากมือของอคิราห์ทันที

 

"นายพูดบ้าอะไรภูผา! เราเลิกกันแล้วนะ!" ชรัณจ้องหน้าภูผาก่อนจะถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ ทำไมอีกคนถึงได้ทำอะไรตามใจและไม่คิดหน้าเขาเลยสักนิดเดียว ภูผาก็จ้องหน้าชรัณด้วยสายตาแดงก่ำทันที 

 

ในเมื่อสิ่งที่ทำชรัณไม่เคยเห็นค่า เขาก็ไม่อยากทำดีมันอีกต่อไปแล้ว 

 

"ใจเย็นกันก่อนสิวะ ไอ้ผาปล่อยพี่รันก่อน" พระรามพยายามโน้มน้าวทุกคนออกมาให้ใจเย็น แต่ก็เหมือนเอาน้ำน้อยไปราดบนกองไฟที่โหมกระพือเสียอย่างนั้น 

 

ไม่มีทางที่จะดับลงได้…

 

"กูไม่ปล่อย!" ร่างสูงประกาศกร้าว

 

พลัวะ!

 

เป็นอคิราห์ที่เข้ามาต่อยภูผาในยามเผลอ ภูผาหันหน้ากลับมามองอคิราห์อย่างเอาเรื่องทันที

 

"มึง!" 

 

ภูผากัดฟันอย่างเดือดดาลอารมณ์พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดก่อนจะเข้าไปจัดการอคิราห์ทันทีราวกับสัตว์ป่า อคิราห์ก็ไม่ได้กลัวแต่อย่างใดยังคงสู้กลับอย่างไม่เกรงกลัว กับกลายเป็นว่าทั้งสองคนต่างสู้กันไปมาอย่างบ้าคลั่ง

 

พลัวะ! พลัวะ! ตุบ ตุบ! 

 

"หยุด! บอกให้หยุด!" ชรัณเมื่อเห็นทั้งสองต่างต่อสู้อย่างเป็นเอาตายก็ร้องห้ามออกมาทันที แต่หากก็ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งอารมณ์บ้าคลั่งของคนทั้งสองได้ 

 

"ถ้าอยากต่อยกันนัก ก็ต่อยกันให้ตายไปเลย!" ร่างบางสูบลมหายใจเข้าลึกก่อนจะตะคอกออกมาอย่างเหลืออดแล้วเดินไปยังลานจอดรถทันที ภูผาเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งตามชรัณไปเหมือนกัน 

 

"ไอ้คินอย่ายุ่ง! มึงไปต่อยเพื่อนกูก่อนนะไอ้เหี้ย!" พระรามช่วยสกัดอคิราห์เอาไว้เพื่อช่วยเพื่อนอย่างภูผาทันที 

 

ภูผาเมื่อเดินมาถึงชรัณก็กระชากเข้ามาประกบจูบอย่างระบายอารมณ์ทั้งกลิ่นคาวเลือดและรสชาติแอลกอฮอล์คละคลุ้งไปทั่วรสสัมผัสจนชรัณแทบอยากจะอาเจียน "อื้อ....!" พร้อมกับพาร่างบางขับรถยนต์มุ่งหน้าไปยังบ้านของตนเองทันที 

 

 

𝑇𝐵𝐶

พ่อของลูกไม่ให้จีบว่าซ่านนนนนน!!!!

ทำไมลูกเขยโบ้มันดุเดือดจังเลยค่ะ เดี๋ยวจูบ เดี๋ยวดึง อร้ายยย ไรท์จะเป็นลม เดี๋ยวบรรดาอุนยายก็สาปเอาหรอกค่ะ ทำอะไรแบบนี้ค่ะไม่ปรึกษากันเลย อิอิ ;-; 

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น