ภาพฝันนิรันดร [END]
7. ช่วงเวลาแสนพิเศษ (3) 100%
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
7. ช่วงเวลาแสนพิเศษ (3) 100%

“เข้าใจมั้ยภพ?” 

“…” 

“ภพ!” 

“คะ ครับ” เสียงเรียกย้ำชื่อของเขาทำให้ตรีภพสะดุ้งตัวและหลุดออกจากภวังค์ ก่อนจะพบว่าผู้ร่วมโต๊ะทั้งสองกำลังจับจ้องมาทางเขาเป็นสายตาเดียวกัน 

“เป็นอะไรหรือเปล่า พี่สอนไม่เข้าใจเหรอ?” 

“ปะ...เปล่าครับ” ตรีภพรีบส่ายหน้าหวือ โบกมือไปมาปฏิเสธ 

“พี่เห็นเราเหม่อ นึกว่าเรียนไม่รู้เรื่องซะอีก” 

“รู้เรื่องครับ เข้าใจกว่าเรียนที่คณะเยอะเลย” 

“นั่นสิคะ มุกก็เข้าใจขึ้นเยอะเหมือนกัน” 

“ได้ยินแบบนี้ค่อยใจชื่นขึ้นมาหน่อย” 

รอยยิ้มของภาสกรทำให้ตรีภพเป่าปากออกมาด้วยความโล่งใจ เอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นดื่มเพื่อดับกระหาย 

“อี๋...ขมปี๋เลย” ตรีภพร้องออกมาด้วยใบหน้าเหยเก วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะแทบไม่ทัน เมื่อดื่มเอสเพรสโซ่ในแก้วเข้าไปเต็มปาก โดยไม่รู้เลยว่ากาแฟที่เขาดื่มรสชาติทั้งเข้มและขม ชนิดที่เขาไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อนในชีวิต 

“ก็ไม่ขมนะ เราว่ารสชาติกำลังดี” ไข่มุกมองเขาประหลาด ยกแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นจิบเล็กน้อยเพื่อยืนยันสิ่งที่เธอพูด “พี่ภาสว่าไงบ้างคะ?” 

“อร่อยดี พี่ชอบ” นัยน์ตาคมที่เต็มไปด้วยคำถามหันมองมาที่ตรีภพ “ภพไม่ชอบเหรอ?” 

“ชอบครับ” ใบหน้าบึ้งตึงแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มในฉับพลัน ตรีภพกลั้นใจหยิบแก้วกาแฟขึ้นดื่มอีกครั้ง “อร่อยมากครับ” 

นัยน์ตาเปล่งประกายและรอยยิ้มกว้างเต็มไปด้วยคำโกหก ถึงแม้ต้องกล้ำกลืนฝืนความรู้สึกของตัวเองเพียงใด แต่ตรีภพก็จำยอมต้องทำเพื่อปิดบังเรื่องที่สร้างไว้ไม่ให้ภาสกรรู้ 

~š~ 

 

การติวอันแสนยาวนานเสร็จสิ้นลง ตรีภพกลับหอด้วยความสุขจนล้นปรี่ หลังจากได้อิ่มเอมใจไปกับการใกล้ชิดภาสกรมาเกือบตลอดทั้งวัน 

คืนนี้คงเป็นอีกวันที่ตรีภพจะนอนหลับฝันดีโดยไม่ต้องพึ่งพาภาพฝันลม ๆ แล้ง ๆ 

ฝีเท้าก้าวเดินขึ้นบันไดหออย่างเริงร่า แต่มีอันต้องหยุดชะงักเมื่อสายตาพลันเห็นร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าห้องของเขา  

“สิบทิศ” ตรีภพเอ่ยเรียก เดินตรงเข้าไปหาเพื่อนที่กำลังกอดอกพิงตัวกับกำแพงราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง “นายมาทำอะไรหน้าห้องเรา” 

“มาพอดี” มุมปากคนพูดกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้ม “กูลืมกุญแจไว้ในห้อง กำลังรอรูมเมตกูกลับมา” 

“อ๋อ” 

“ขอเข้าไปนั่งรอที่ห้องมึงหน่อยดิ” 

“ฮะ! ว่าไงนะ?” สิ่งที่ได้ยินสร้างความตกใจให้กับตรีภพอยู่ไม่น้อย 

“ไม่รู้ว่ามันจะกลับมาเมื่อไหร่ กูขี้เกียจรอ” 

“แล้ว…” เสียงที่ลากยาวเต็มไปด้วยความลังเล “เพื่อนคนอื่นของนายล่ะ” 

“พวกมันอยู่หออื่น กูขี้เกียจขับรถวกไปวกมาหลายรอบ” 

“แต่...” 

“ทำไม? ให้กูเข้าไปนั่งรอในห้องมึงหน่อยไม่ได้หรือไง? 

“…” ตรีภพขบเม้มริมฝีปากอย่างครุ่นคิด ใจนึงไม่อยากให้สิบทิศเข้าไปเลย เพราะภายในห้องของตรีภพเต็มไปด้วยภาพของภาสกรที่ติดทั่วบนผนัง จะให้สิบทิศเห็นภาพเหล่านั้นไม่ได้ถึงแม้เขาจะรู้อยู่แล้วว่าตรีภพแอบชอบภาสกรอยู่ก็ตาม 

แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกผิดที่ทิ้งให้สิบทิศอ่านหนังสือคนเดียวก็ผุดขึ้นมาในความรู้สึก แถมเมื่อเช้าก็มีน้ำใจพาตรีภพไปห้องสมุด หากเอ่ยคำปฏิเสธออกไปก็ดูจะใจจืดใจดำเกินไปหน่อย  

แบบนี้ตรีภพควรทำอย่างไรดี? 

“ว่าไง” 

“เอ่อ…” 

“มึงนี่แล้งน้ำใจจังว่ะ” 

“ก็ได้ ๆ” ตรีภพโพล่งพูดออกไป ยื่นมือคว้าแขนของสิบทิศไว้เมื่อเห็นเขาหมุนตัวกำลังจะก้าวเดินด้วยความผิดหวัง 

รอยยิ้มพราวปรากฎขึ้นบนใบหน้าคมทันทีหลังจากได้ยินคำตอบรับ 

“แต่…ห้องเรารกนะ นายจะอยู่ได้เหรอ?” 

“ไม่มีปัญหา” 

“มันคับแคบนะ” 

“ก็เท่าห้องกูนั่นแหละ” 

“แต่…” 

“สรุปมึงจะให้กูเข้าไปมั้ย?” 

“โอเค ๆ” ตรีภพรีบเงียบเสียง หันไปไขประตูห้องของตัวเองทันทีเมื่อเห็นท่าทางโกรธกริ้วของเพื่อนข้างห้อง  

ร่างเล็กสูดลมหายใจเต็มปอด ก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าไป โดยมีสิบทิศเดินตามมาติดๆ 

“นี่มันห้องนอนหรือนิทรรศการชีวประวัติพี่ภาสวะเนี่ย” น้ำเสียงประหลาดใจของผู้มาเยือนไม่ได้ผิดไปจากที่ตรีภพคิด สิบทิศเบิกตากว้าง หันซ้ายมองขวาไปรอบ ๆ ด้วยความตกตะลึงทันทีที่แสงภายในห้องสว่างขึ้น 

“…” 

“กูรู้นะว่ามึงชอบพี่ภาสมาก แต่กูไม่คิดว่ามึงจะคลั่งรักพี่เขาขนาดนี้” 

“นายอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครนะ” ตรีภพเอ่ยขึ้นอย่างขอร้อง เขย่าแขนร่างโตเบา ๆ พลางส่งสายตาอ้อนวอนขอความเห็นใจ 

ถึงแม้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับสิบทิศจะดีขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน มากพอที่ทำให้ตรีภพไว้ใจสิบทิศได้ในระดับหนึ่ง ทว่าตรีภพก็ยังกังวลจนต้องย้ำเตือนเขาอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้สิบทิศพลั้งปากพูดความลับออกไป 

“อืม” สิบทิศตอบรับอย่างว่าง่าย สายตายังคงมองภาพที่ปรากฎอย่างสนอกสนใจ 

“ขอร้องล่ะ อย่าบอกใครนะ” ง่ายเกินไปจนตรีภพไม่ไว้ใจ 

“เออ”  

“นะสิบทิศ อย่าบอกใครนะ” 

“รู้แล้วนา ย้ำอยู่ได้ กูจะบอกคนอื่นก็เพราะมึงยังไม่หยุดพูดนี่แหละ” 

ตรีภพสะดุ้งตัว เอามือปิดปากตัวเองแน่นเมื่อเผลอทำตัวงี่เง่าให้สิบทิศอารมณ์เสีย ยืนนิ่งมองร่างโตลากเก้าอี้ในห้องมานั่ง เขาไขว้ห้าง เท้าแขนมองตรีภพอย่างจับผิด 

“เป็นไง…อ่านหนังสือกับพี่ภาส?” 

“ก็…ดี” ตรีภพตอบอย่างไม่มั่นใจ มองสิบทิศอย่างไม่วางตาด้วยความสงสัยว่าเขากำลังคิดอะไร 

“ดีกว่าอ่านหนังสือกับกูสินะ” 

“มากเลย...เอ้ย...ไม่ใช่ ๆ เราหมายถึงเข้าใจเนื้อหาขึ้นเยอะเลย พี่ภาสสอนดีมาก” 

“หึ” มีเพียงเสียงทุ้มในลำคอตอบกลับมา ก่อนสายตาของร่างสูงจะเบนไปทางอื่น 

อาการแสดงที่ปรากฎขึ้นสร้างความกังวลให้กับตรีภพอยู่ไม่น้อย จนต้องเอ่ยถามสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ 

“โกรธเราหรือเปล่าที่ทิ้งให้นายอ่านหนังสือคนเดียว?” 

“สนกูด้วยเหรอ?” นัยน์ตาคมหันกลับมามองหน้าตรีภพอีกครั้ง 

“อื้ม นายอุตส่าห์ให้เราติดรถไปด้วย แต่…เรากลับทิ้งนายให้อยู่คนเดียว” ร่างเล็กก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด 

“กูไม่สนใจเรื่องไร้สาระพวกนี้หรอก ไม่ต้องคิดมาก” สิบทิศลุกขึ้น ยื่นมือมาตบไหล่ตรีภพเบา ๆ  

“แน่นะ?” 

“เออ” 

ตรีภพคลี่ยิ้มกว้างอย่างโล่งใจ นึกว่าเขาจะทำให้เพื่อนที่มีอยู่น้อยนิดของตัวเองโกรธซะแล้ว 

“รูมเมตกูมาล่ะ ไปก่อนนะ” สิบทิศเอ่ยคำร่ำลา เดินตรงไปยังประตูห้อง 

“อื้ม ขอบใจนายมากนะ” ขอบคุณที่ไม่โกรธ  

สิบทิศยกมือขึ้น โบกไปมาเล็กน้อยแสดงท่าทางว่าไม่เป็นไรก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไป เหลือเพียงตรีภพยังยิ้มด้วยความสบายใจ อย่างน้อยสิบทิศก็ไม่ถือสาที่เขาเห็นพี่ภาสสำคัญกว่า 

แต่เดี๋ยวก่อน! ตรีภพฉุดคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบเดินตามออกไปนอกห้อง ทว่าก็ไม่เห็นสิบทิศยืนอยู่ข้างนอกแล้ว 

สิบทิศรู้ได้อย่างไรว่ารูมเมตของตัวเองกลับมาแล้วทั้งที่นั่งอยู่ในห้องกับตรีภพ 

หรือว่าเขามีพลังวิเศษ? 

กลับหน้าเรื่อง

ไรท์มี 3 นามปากกา น้า

ธ.ธีร์ >> แนวฟีลกู้ด ชาย-หญิง

SunTawan >> แนวฟีลกู้ด Y/boy love

ชาญกวี >> นิยายรัก

ฝากติดตามผลงานด้วยน้า

Love u all

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น