ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
Ep.33 : ใจดำอำมหิต

Ep.33 : ใจดำอำมหิต

 

"นายน้อย เป็นอะไรไปครับ" เจตเอ่ยถามด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเพลิงวิ่งร้องไห้ออกมา

"กลับบ้าน" เพลิงไม่ยอมตอบแต่กลับออกคำสั่งกับเจตแทน แล้วฟุบหน้าร้องไห้ออกมาไม่หยุด

เมื่อเห็นดังนั้นเจตจึงไม่ถามอะไรอีก แต่เลือกสตาร์ทรถแล้วขับออกไปทันที

เอทิสวิ่งตามเพลิงลงมา แต่ก็มาไม่ทันเพราะรถได้ขับออกไปแล้ว เขาไม่สามารถใช้พลังความเร็วร่างกายของตัวเองได้ เพราะตอนนี้ฟ้ายังมืดไม่สนิท จึงต้องรีบวิ่งกลับไปเอากุญแจรถ แล้วขับตามไล่หลังรถของเพลิงไป

เขารีบจนลืมสวมแมสปิดบังใบหน้า จนผู้คนที่อยู่ระแวงนั้นต่างหันมามอง ทว่าเขาก็ไม่คิดจะสนใจ เพราะสิ่งเดียวที่สำคัญตอนนี้คือต้องรีบตามไปอธิบายทุกอย่างให้เพลิงฟัง ก่อนที่เพลิงจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้

"นายน้อยครับ มีคนขับตามเรามา" เจตรายงาน เมื่อสังเกตเห็นรถหรูที่ขับตามมาไม่หยุด เขาพยายามหันหลบซ้ายขวา ทว่าอีกฝ่ายก็ยังคงขับตามมาเหมือนเดิม

"ไปทางลัด อย่าให้เขาตามมาทัน" เพลิงตอบทั้งที่ยังสะอื้นหนัก เมื่อหันไปเห็นว่าเป็นรถเอทิสที่ขับตามมา

ใจเขามันบอบช้ำหนัก ไม่พร้อมรับฟังอะไรจากคนใจดำอำมหิตแบบนั้น

เจตเร่งความเร็วสุดขีดเมื่อสัญญาณไฟข้างหน้าเปลี่ยนเป็นสีส้ม ทว่าเอทิสเองก็ขับตามมาติด ๆ เจตจึงตัดสินใจหันพวงลัยเลี้ยวเข้าซอยกระทันหัน ทำให้เอทิสขับเลยไปและไม่สามารถย้อนมาตามพวกเขาได้

เพลิงรู้สึกโล่งอกเมื่อเห็นแบบนั้น ทว่าพอใกล้จะถึงทางเข้าบ้านรถของเอทิสกลับขับตามไล่หลังมาไกล ๆ เจตจึงเร่งสปีดความเร็ว จนกระทั่งรถหรูขับมาจอดหน้าคฤหาสน์อย่างปลอดภัย

เพลิงไม่รอช้ารีบเปิดประตูลงจากรถแล้ววิ่งเข้าบ้านทันที ใบหน้าหล่อเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา จนเทวากับลดาที่เดินลงมาเห็นต่างก็ต้องตกใจ

"เพลิง เป็นอะไรลูก ร้องไห้ทำไม" ลดาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง พลางเข้าไปประคองใบหน้าหล่อเหลาของลูกมาเช็ดน้ำตาให้

"เขา ฮึก...เขาไม่ต้องการลูก เขาคิดจะฆ่าลูกผม ฮือ" เพลิงเอ่ยบอกทั้งน้ำตา สะอื้นไห้จนตัวสั่น สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวระคนจะขาดใจ

"ใคร! มันเป็นใคร" เทวาตวาดถามเสียงดังลั่น เมื่อได้ยินสิ่งที่เพลิงบอก เขาปล่อยกระเป๋าเดินทางในมือ แล้วเข้าไปจับไหล่เพลิงเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบ

"มันเป็นใครเพลิง! บอกพ่อมา"

"ฮึก..."

เพลิงมองสบตาพ่อด้วยใจหวาดหวั่น น้ำตาไหลนองเต็มหน้า ทว่าเขายังไม่ทันได้พูดอะไร รถของเอทิสก็ขับมาจอดเทียบท่าพร้อมกับร่างสูงแกร่งที่เปิดประตูลงมาจากรถ

"พ่อ ฮึก...อย่าให้เขาเข้ามานะ อย่าให้เขาเข้ามา" เพลิงเอ่ยบอกเสียงสั่น เมื่อเห็นเอทิสเดินเข้ามาในบ้าน เขารีบผละจากแม่แล้ววิ่งขึ้นไปชั้นบนทันที ไม่รอให้เอทิสได้เข้ามาถึงตัว

ส่วนเทวาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวในหัว จนรู้แน่ชัดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ดวงตาคมฉายวาวโรจน์ทันที ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเอทิสอย่างไม่เป็นมิตร

"เพลิง! เดี๋ยว! มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ นายกำลังเข้าใจผิด" เอทิสพยายามวิ่งตามพร้อมกับร้องตะโกนบอก ทว่าเพลิงกลับไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง วิ่งเข้าห้องนอนของตัวเองไป

ส่วนเทวาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เมื่อนึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของลูกชาย เขาเดินเข้าไปผลักเอทิสที่เดินเข้ามาหา พร้อมกับต่อยเข้าใบหน้าหล่อเหลาของอีกคนเต็มแรง

ผัวะ!

"ว้ายคุณ ใจเย็น ๆ ค่ะ ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จากันก่อนนะ" ลดาที่ยังไม่รู้เรื่องรีบเข้ามาห้ามสามี ไอดำทมิฬเริ่มแผ่กระจายออกจากร่างของชายวัยกลางคน ดวงตาสีม่วงแกมเทาเปล่งประกายวาววับจ้องมองเอทิสด้วยสายตาดุดัน

"คุณอา ผมอธิบายได้นะครับ" เอทิสหันกลับพูดกับคนตรงหน้า สีหน้าของเขาก็ดูเจ็บปวดไม่แพ้กัน คนหนึ่งลูก อีกคนก็...ไม่ว่าจะต้องเสียใครไปเขาก็ล้วนเจ็บปวดและเสียใจทั้งนั้น

แต่ในเมื่อเลือกได้ เขาก็อยากเลือกทางที่มันเป็นไปได้ที่สุด เพราะอย่างน้อยก็ดีกว่าต้องเสียทั้งสองคนไปพร้อม ๆ กัน

"อธิบายอะไร! ไหนลอกมาสิว่าสิ่งที่เพลิงพูดเมื่อกี้มันหมายความว่ายังไง!" เทวาตะคอกใส่ กำหมัดแน่นจนขึ้นข้อขาว ปล่อยไอดำทมิฬกระจายออกเป็นวงกว้าง บ่งบอกถึงอารมณ์โกรธเกรี้ยวของเขาได้เป็นอย่างดี

คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าเด็กหนุ่มที่เขาชื่นชมจะกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้

"ผม...คือผม..."

"ผมอะไร! พูดมาสิ! พูดมาว่าสิ่งที่ลูกชายฉันพูดมันไม่เป็นความจริง! พูดมาสิว่านายไม่ได้คิดจะฆ่าลูกตัวเอง!"

"..."

เอทิสสะอึกเมื่อได้ยิน เขาไม่อาจปฏิเสธออกมาได้เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั่นคือความจริง แม้ว่าเขาจะมีเหตุผลของตัวเองก็ตาม

ส่วนลดาที่เริ่มเข้าใจทุกอย่างได้แต่ยืนช็อคค้าง เนื่องจากรับไม่ได้ที่พ่อของเด็กมีจิตใจอำมหิตขนาดนี้ ฆ่าได้แม้กระทั่งลูกตัวเอง ไม่รู้ว่าเพลิงหลงไปยุ่งกับคนแบบนี้ได้ยังไง

แม้ตอนแรกเธอจะแอบชื่นชมความหล่อเหลาของอีกคน พอมารู้แบบนี้คือไม่ไหวจริง ๆ

"ไม่น่าเลย อุตส่าห์หลงชื่นชมคิดว่าเป็นคนดี ที่แท้ก็แค่พวกใจบาปหยาบช้า ออกไปซะ! ออกไปให้พ้นจากบ้านฉัน แล้วไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับลูกชายฉันอีก ออกไป!!" เทวาตะโกนไล่ ไม่ไว้หน้าคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เขาทั้งโกรธและชิงชัว ไม่หลงเหลือความรู้สึกชื่นชอบหรือนึกถึงบุญคุณของอีกฝ่ายอีกต่อไป

"แต่คุณอาครับ ผมมี..." เอทิสพยายามจะอธิบาย ทว่าเทวากลับไม่คิดจะรับฟัง เอ่ยปากไล่ตะเพิดเขาอีกครั้ง

"ฉันบอกให้ออกไปไง! ไป!"

"..."

เอทิสได้แต่มองเทวาด้วยแววตาสิ้นหวัง เจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งหัวใจ ดวงตาคมสั่นระริก พยายามกลั้นหยดน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา

เขาทำใจหันหลังเดินกลับไปขึ้นรถ พร้อมกับปล่อยให้หยดน้ำตารินไหล เขาไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ นอกจากรอให้ทุกคนใจเย็นแล้วค่อยกลับมาอธิบายความจริงให้ทุกคนฟังอีกครั้ง

และทันทีที่รถหรูขับออกไป เทวาก็รีบวิ่งขึ้นไปหาเพลิงที่ห้อง เขาเคาะประตูเรียกลูกชายอยู่หลายครั้ง ทว่ากลับไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับมา ทำให้สองสามีภรรยาต่างพากันเครียด

"คุณ เราจะทำยังไงกันดี ฉันทิ้งลูกไว้แบบนี้ไม่ได้หรอกนะ" ลดาเอ่ยเสียงเครียด ใบหน้าหวานฉายแววกังวล เพราะเธอทิ้งลูกไว้ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้จริง ๆ

"อืม ผมรู้ งั้นคุณอยู่ดูแลลูกไปนะ ถ้าจัดการงานที่นั่นเสร็จผมจะรีบกลับมา แล้วก็อย่าให้ไอ้นั่นเข้ามาในบ้านอีก ผมไม่อยากให้ลูกเจ็บปวดไปมากกว่านี้"

"ค่ะ คุณไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวฉันจะดูแลลูกเอง"

เมื่อตกลงกันเสร็จ เทวาก็ลากกระเป๋าเดินทางของตัวเองออกไป

 

อีกฝั่งของประตู เพลิงกำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนเตียง เพราะเรื่องที่เจอวันนี้มันหนักหนาสาหัสมาก แม้เขาจะเป็นโดมิเนทอัลฟ่าที่ใครต่อใครก็ยกย่องว่าแข็งแกร่ง ก็ไม่อาจทนเข้มแข็งต่อไปได้

เขานั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้น จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ร้องจนน้ำตาเหือดแห้งไม่มีให้ไหล ทว่าความเจ็บปวดภายในใจยังไม่ทุเลาเลยแม้แต่น้อย

'ผมไม่คิดเลย...ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าพี่จะใจร้ายใจดำได้ขนาดนี้'

 

ณ อีกฝั่งของมิติ

"ฝ่าบาท! ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ กระหม่อมมีข่าวมากราบทูลพ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์คนสนิทเดินเข้ามาคุกเข่าต่อบัลลังก์ ทำให้ซาเรสที่กำลังดื่มดำกับรสชาติไวน์ละความสนใจมามองเขา

"ว่าอย่างไร ได้ที่อยู่ของมันมาแล้วรึ?"

"พะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมเห็นมันออกมาจากผับแห่งหนึ่งตอนที่กำลังหาเหยื่อ ตอนแรกกระหม่อมคิดว่าตาแฝดไป แต่พอเพ็งมองดูดี ๆ แล้วใช่แน่นอนพะย่ะค่ะ เพราะพระพักตร์ของมันคล้ายกับพ่อมันไม่มีผิด" องครักษ์คนสนิทเอ่ยรายงาน ซาเรสจึงกระหยิ่มยิ้มเยาะออกมาเมื่อได้ยิน แววตาแพรวพราวแสดงความร้ายกาจ เพราะในที่สุดวันที่เขารอคอยก็มาถึง

"ฮึ ในที่สุดข้าก็หามันเจอจนได้สินะ" มันเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะลิ้มรสชาติไวน์ในมืออย่างสบายอารมณ์ ทว่าองครักษ์คนสนิทก็พูดต่อ ทำให้มันต้องหันหลับมาตั้งใจฟังอีกครั้ง

"แต่ฝ่าบาท เหมือนว่ามันจะมีคนรักด้วยนะพะย่ะค่ะ กระหม่อมตามพวกมันไป เห็นทะเลาะกันจนเป็นเรื่องใหญ่โต"

"เจ้าแน่ใจรึ?" มันเลิกคิ้วถาม ก่อนจะวางแก้วในมือลง

"แน่ใจพะย่ะค่ะ"

"แล้วพวกมันทะเลาะกันเรื่องอะไร" ซาเรสเอ่ยถามต่อ พลางจดจ้ององครักษ์ที่คุกเข่าคำนับอย่างไม่วางตา ทำให้มันรู้สึกกดดันจนไม่กล้าพูด

"เอ่อ...คือว่า"

"เจ้าจะอ้ำอึ้งอะไร! ข้าถามก็รีบตามมาสิ!" ซาเรสเอ่ยตะคอก เมื่อองครักษ์มัวแต่อ้ำอึ้งไม่ได้ดั่งใจ

"กะ...กระหม่อมได้ยินมันคุยเรื่องลูก คาดว่าคนรักของมันกำลังตั้งครรภ์พะย่ะค่ะ"

"..."

ซาเรสนิ่งเงียบไปหลังได้ยิน ทว่าดวงตาสีเพลิงกลับค่อย ๆ เปล่งประกายส่องแสง พร้อมกับปล่อยไอดำชั่วร้ายออกมาจากร่าง แสดงให้เห็นถึงอารมณ์ที่กำลังเกรี้ยวโกรธ จนเหล่าแวมไพร์ที่อยู่ในท้องพระโรงต่างหวาดผวาไปตาม ๆ กัน

"ตามไปจัดการเมียมันซะ! อย่าให้มันกับลูกมีชีวิตรอดเด็ดขาด!" กษัตริย์ซาเรสตวาดลั่นด้วยความโมโห ด้วยไม่คิดว่าเอทิสจะมีทายาทเร็วขนาดนี้

"ทราบแล้วพะยะค่ะ" องครักษ์รับคำสั่ง จากนั้นก็พุ่งออกไปอีกครั้ง พร้อมกับเหล่าสมุนอีกสี่ห้าคน

"ฮึ คิดจะมีทายาทงั้นรึ ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มลองความเจ็บปวดเหมือนกับพ่อเจ้า!" มันแสยะยิ้มชั่วร้าย ก่อนจะเดินลงจากบัลลังก์ เหล่าแวมไพร์ต่างพากันก้มหน้า ด้วยกลัวว่าจะถูกมันโกรธจนทำร้ายพวกเขา

ซาเรสมุ่งตรงไปยังนอกประสาท เดินไปเรื่อย ๆ กระทั่งไปหยุดอยู่หน้าคุกใต้ดิน เขาไม่รอช้ารีบเข้าไปหาคนข้างในทันที

"ไงหลานรัก ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ สบายดีหรือไม่" ซาเรสเอ่ยทักทาย เมื่อเดินมาหยุดหน้ากรงขัน ทว่าเอสตันกลับไม่คิดจะสนใจนั่งหลับตาทำสมาธิของตนต่อ

"ฮึ จะไม่สนใจกันจริง ๆ เหรอ ข้ามีข่าวลูกชายเจ้ามาบอกนะ" ซาเรสยิ้มเยาะ เมื่อเห็นท่าทียโสของอีกคน ทว่าพอได้ยินเรื่องลูก เอสตันกลับลุกพรวดขึ้นมา

"ทำไม! ท่านทำอะไรลูกข้า!"

"ฮ่า ๆๆ ตอนนี้สนใจแล้วงั้นรึ" ซาเรสหัวเราะเยาะ เมื่อเห็นหลานชายเกาะกรงขังมองเขาด้วยสายตาสั่นไหว

"บอกข้ามา ท่านทำอะไรลูกข้า!"

"ตอนนี้ข้ายังไม่ทำอะไรมันหรอก แต่จะจัดการเมียกับลูกมันแทน"

"เมียกับลูก...ท่านหมายความว่าไง!"

"ฮึ ก็หมายความว่าลูกของเจ้ามันคิดจะมีทายาทไงล่ะ ข้าเลยจะสงเคราะห์ให้มันมีซะตาเดียวกันกับเจ้า ดีไหม"

เอสตันนิ่งชะงักเมื่อได้ยิน ดวงตาคมไหวสั่นก่อนจะร้องตะโกนออกมาอย่างคนเสียสติ เมื่อคิดถึงสิ่งที่ซาเรสกำลังจะทำ

"...ไม่! ท่านอา ท่านอย่าทำอะไรพวกเขานะ!"

"ฮึ เอาตัวเองยังไม่รอดเลย คิดจะห่วงคนอื่นอีก แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เจ้าได้ไปอยู่กับพวกมันสมใจแน่ เพราะหลังจากจัดการพวกมันเสร็จ ข้าจะตามไปฆ่าของลูกเจ้า จากนั้นก็จะส่งเจ้าตามไป ดีไหมละ ครอบครัวจะได้อยู่กับพร้อมหน้า ฮ่า ๆๆ" พูดจบซาเรสก็หัวเราะร่าออกมาด้วยความสะใจ เอสตัสส่ายหน้าพลางเอ่ยขอร้อง หยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดหลั่งไผล ทว่าซาเรสไม่ได้คิดสนใจ เดินออกมาทิ้งให้เอสตันร้องตะโกนอยู่อย่างนั้น

 

To be continued...

มาแล้วค่ะ เรื่องกำลังเข้มข้นเลยยย แล้วแบบนี้เพลิงกับลูกจะรอดมั้ยนะ ใาลุ้นกันต่อตอนหน้าค้าบ อิอิ 🥰💕

*ปล.ยังไม่ได้ตรวจคำผิด

 

กลับหน้าเรื่อง
สวัสดีค่ะทุกคน ไรท์ชื่อคีย์นะคะ เป็นนัก (หัด) แต่งนิยายค่ะ พึ่งเริ่มมาแต่งได้ไม่นาน ภาษาอาจจะยังไม่สละสลวย ยังไงก็ขอผลงานด้วยนะคะ ไรท์แต่งวานค่ะ 
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น