ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
6. อีกมุม (1)

 

ปิดฉากลงไปแล้วสำหรับการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัย

หลังจากขับเคี่ยวกันมานานเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ในที่สุดก็สามารถค้นหาแชมป์ของกีฬาแต่ละประเภทได้สำเร็จ เช่นเดียวกับกีฬาฟุตบอลที่ทีมคณะวิศวกรรมศาสตร์สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง ถึงแม้ทีมจะต้องขาดกำลังสำคัญอย่างภาสกรที่ได้รับบาดเจ็บตั้งแต่นัดแรก ทว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นยังสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยกันประคับประคองทีมจนชนะการแข่งขันได้อย่างที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้

ความสำเร็จของทีมทำให้ตรีภพมีความสุขอยู่ไม่น้อย แต่นั่นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความสุขที่ได้รับหากเทียบกับความสุของการได้ใกล้ชิดกับคนที่ตัวเองแอบรัก ทุกครั้งที่ทีมฟุตบอลของคณะวิศวะลงสนาม ภาสกรจะต้องมานั่งอยู่ที่ม้านั่งสำรองเพื่อให้กำลังเพื่อนร่วมทีม และนั่นคือช่วงเวลาอันแสนวิเศษสำหรับตรีภพที่ได้ลอบมองคนรักในระยะใกล้ ไม่ว่าจะรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ หรือแม้แต่ท่วงท่าของการเคลื่อนไหวที่ปรากฎ สิ่งเหล่านั้นเปรียบเสมือนหยดน้ำชะโลมใจที่คอยเติมพลังให้ตรีภพยังอยากมีชีวิตต่อไป

เพื่อได้เห็นภาสกรมีความสุขแบบนี้ไปนาน ๆ

 

 

ตรีภพยิ้มมองภาพชายคนรักในโทรศัพท์มือถืออย่างมีความสุข ถึงแม้การแข่งขันกีฬาจะผ่านพ้นมาเนิ่นนานหลายสัปดาห์แล้ว แต่ภาพเหล่านั้นยังคงเป็นกำลังใจชั้นดีของตรีภพในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่นเดียวกับวันนี้ที่ภาพรอยยิ้มของภาสกรได้มอบแรงใจให้ตรีภพตั้งแต่เช้า ก่อนเดินทางไปห้องสมุดเพื่อเตรียมตัวอ่านหนังสือสำหรับการสอบกลางภาคที่กำลังจะมาถึง

อาทิตย์หน้าจะเริ่มเข้าสู่สัปดาห์ของการสอบกลางภาคของเหล่านักศึกษาแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่จึงเปลี่ยนจุดรวมตัวจากสนามกีฬาเป็นห้องสมุด เช่นเดียวกับตรีภพที่กำลังย่างเท้าออกจากห้องมุ่งหน้าไปที่แห่งนั้น เพื่อจับจองพื้นที่สำหรับอ่านหนังสือที่ค่อนข้างมีอย่างจำกัด

เดิมทีตรีภพไม่ได้ใส่ใจหรือสนใจเรื่องเรียนเท่าไหร่นัก เขาใช้ชีวิตไปวัน ๆ หวังแค่ประคับประคองเอาตัวรอดให้เรียนจบก็เท่านั้น ทว่านับตั้งแต่ที่ได้เจอกับภาสกรความคิดของเขาก็เปลี่ยนไป ตรีภพอยากเป็นคนที่ดีขึ้น เก่งขึ้น อย่างน้อยขอสักเศษเสี้ยวความเก่งที่มีในตัวของภาสกรก็ได้

เพื่อที่สักวันหนึ่ง...เขาจะมีโอกาสได้ยืนเคียงข้างภาสกรอย่างสมภาคภูมิ

บานประตูเปิดออก ฝีเท้าของตรีภพมีอันต้องหยุดชะงักเมื่อก้าวเดินออกมาจากห้องและพบว่าเพื่อนร่วมคณะของเขาที่อยู่ถัดกันก็เปิดประตูห้องออกมาพอดิบพอดี

“อ้าวไอ้ภพ มึงจะไปไหนแต่เช้าวะ?” เป็นสิบทิศที่เอ่ยถาม กวาดสายตามองตรีภพตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะถามต่อโดยไม่รอฟังคำตอบก่อนหน้า “อ่านหนังสือ?”

“อืม” คงเดาไม่ยาก เวลานี้ใคร ๆ ก็เตรียมตัวสอบกลางภาคกันทั้งนั้น

“ที่ไหน?”

“ห้องสมุดกลาง”

“ไปยังไง?”

“เดินไป” ตรีภพตอบกลับ ถึงแม้จะยังงงกับคำถามของสิบทิศที่รัวใส่ไม่หยุด

“งั้นไปกับกู”

“ฮะ?” ตรีภพเลิกคิ้วเป็นคำถามอย่างไม่เชื่อสายตา หูของเขาไม่ได้ฝาดไปใช่ไหม สิบทิศกำลังเอ่ยปากยื่นความช่วยเหลือให้เขาอย่างงั้นเหรอ

“ไปกับกูไง เดี๋ยวกูพาไป”

“…”

“กูกำลังจะไปห้องสมุดเหมือนกัน”

“…”

“ทำไม มีปัญหาอะไร?”

“ปะ เปล่า” สีหน้าเอาเรื่องของคนตรงหน้าทำให้ตรีภพรีบยกมือขึ้นปฏิเสธอย่างร้อนรน “แค่ไม่คิดว่านายจะชวน”

“แค่สงสาร กว่ามึงจะเดินถึงที่นั่งก็เต็มพอดี” พูดแล้วสิบทิศก็หมุนตัวก้าวเท้าเดินตรงไปยังบันได แต่เพียงไม่นานเขาก็หยุดเดิน หันกลับมาหาตรีภพที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่หน้าห้องของตัวเอง “จะยืนบื้ออีกนานมั้ย จะไปก่อนเดินตามมา”

“…” ตรีภพย่างก้าวเท้าตามร่างโตโดยอัตโนมัติด้วยความเกรงกลัวว่าจะทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด ทั้งที่ในใจยังคงสงสัยว่าตัวเขาตอบตกลงจะไปกับสิบทิศตั้งแต่เมื่อไหร่

สองเท้าก้าวเดินฉับ ๆ ตามแผ่นหลังกว้าง ความคิดสับสนก่อเกิดขึ้นในหัวสมองของตรีภพเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าสิบทิศจะมาไม้ไหน และเขากำลังคิดจะอะไร ถึงแม้ตรีภพและเขาจะมีโอกาสได้พูดคุยกันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นสนิทสนมกันสักเท่าไหร่ แถมดูเหมือนว่าสิบทิศจะไม่ชอบขี้หน้าเขาเสียด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาก็ชอบหาเรื่องแกล้งให้รู้สึกหงุดหงิดอยู่บ่อย ๆ แล้วทำไมวันนี้ถึงยอมให้เขาติดรถไปด้วย

หรือว่ากำลังมีแผนการอะไรบางอย่างซ่อนอยู่

ต่อให้ไม่ไว้วางใจในตัวสิบทิศแต่ตรีภพก็ไม่มีทางเลือกอื่น ด้วยระยะทางจากหอพักไปห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัยอยู่ไกลกันพอสมควร การเดินเท้าต้องใช้เวลาหลายสิบนาทีกว่าจะไปถึง วันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ไม่มีรถประจำทางในมหาวิทยาลัยวิ่งด้วย การมีคนให้ติดรถไปจึงนับเป็นโชคดีของตรีภพแล้ว

ตรีภพนั่งอยู่บนรถเก๋งสุดหรูของสิบทิศเป็นที่เรียบร้อย บรรยากาศภายในรถให้ความรู้สึกเย็นยะเยือกราวกับอยู่ในห้องทำความเย็นยังไงชอบกล ถึงอุณหภูมิจากแอร์ภายในรถก็ดูเหมือนปกติ ทว่าความนิ่งสงบและเยือกเย็นของคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยกลับทำให้ตรีภพรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งตัว

ถึงแม้จะรู้จักกับสิบทิศมาระยะหนึ่ง แต่ตรีภพก็ไม่เคยคาดเดาความคิดของอีกฝ่ายออก ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร กำลังมีแผนการอะไรไหม แต่สิ่งหนึ่งที่ตรีภพรับรู้และรู้สึกได้...

สิบทิศมีอีกมุมที่ต่างออกไปจากที่เขาเคยเจอ

“นายอ่านหนังสือกับใครเหรอ?” ด้วยบรรยากาศที่เงียบเชียบจนวังเวง ตรีภพจึงเอ่ยถามเพื่อทำลายความเงียบนั้น

นับเป็นครั้งแรกที่ตรีภพกล้าเริ่มต้นบทสนทนากับสิบทิศ

“มึง”

“หึม?” ร่างเล็กตวัดหน้ามองอย่างไม่เข้าใจ

“มึงก็ถามแปลกเนอะ กำลังจะไปห้องสมุดด้วยกัน ยังจะถามอีกว่ากูอ่านหนังสือกับใคร” ถึงแม้สายตาของคนพูดจะยังมองตรงไปยังทางข้างหน้า แต่น้ำเสียงของเขาฟังเหมือนจะรู้สึกหงุดหงิดน่าดู

“กะ ก็เรานึกว่านายนัดเพื่อนคนอื่นเอา”

“กูไม่ชอบอ่านหนังสือกับคนอื่น วุ่นวาย”

“แล้ว…”

“…”

“ไม่มีอะไร” ตรีภพปิดปากเงียบ ไม่ถามต่อเมื่อเห็นอีกฝ่ายเลิกคิ้วหันมองมา ปล่อยให้ความเงียบเมาปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง

ใช้เวลาไม่นานรถเก๋งคันงามก็พามายังห้องสมุดอันเป็นจุดหมาย ทั้งสองเดินตรงเข้าไปข้างในที่หนาตาไปด้วยผู้คนมากมาย เป็นปกติที่ช่วงใกล้สอบจะมีคนมาจับจองที่นั่งกันตั้งแต่เช้า จึงเป็นเรื่องยากอยู่พอสมควรสำหรับตรีภพและสิบทิศในการหาที่ว่างสำหรับการอ่านหนังสือในวันนี้

ตรีภพกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เดินตามสิบทิศไปยังบริเวณต่าง ๆ ภายในห้องสมุดเพื่อหาโต๊ะที่นั่ง

“ตรงนั้นมีโต๊ะว่าง” สิบทิศเอ่ยขึ้น ชี้นิ้วไปยังโต๊ะขนาดใหญ่ที่นั่งได้ถึงหกคน โชคดีมาก ๆ ที่ยังมีที่ว่าง สิบทิศย่างเท้าเดินตรงไปอย่างไม่รอช้า ตรีภพเดินตาม พยายามมองบริเวณรอบ ๆ เผื่อจะมีที่ว่างอื่น

แต่ไม่มีเลย

กลับหน้าเรื่อง
ฝากกดถูกใจ เป็นกำลังใจให้ตรีภพและไรท์ด้วยนะครับ
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น