ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
บทที่ 36

 

 

Blue Sea Wind ลิขิตรักใต้ฟ้า บทที่ 36 

 

 

 

งานแฟชั่นโชว์เสื้อคอลเลคชั่นใหม่ของแบรนด์กีกี้ กรณัฐยังคงได้รับความนิยมเหมือนเช่นที่ผ่านมา และในงานครั้งนี้ของเธอก็ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องทะเลจึงตั้งชื่อว่า Blue Sea Wind ลมทะเลสีฟ้าที่เหล่าบรรดาคนที่ติดใจผลงานของกีกี้ต่างเฝ้ารอดูผลงานครั้งนี้ของเธออย่างใจจดใจจ่อ และไม่ใช่กับแค่ผลงานเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่เท่านั้นที่คนร่วมงานต่างเฝ้าดู แต่เพราะข่าวลือที่แพร่สะพัดภายในไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าถึงเรื่องกลุ่มวอลเลอร์ที่พวกเขาได้ส่งทายาทมาร่วมงานนั้นทำให้หลายคนติดตามอย่างใกล้ชิด 

" เห็นว่าเป็นลูกชายคนเดียวที่เกิดจากคุณลิลลี่ลูกสาวของคุณโรบินนะคะ " 

" หมายความว่ายังไงคะ คุณลิลลี่แต่งงานกับคุณแอรอนก็จริงแต่ว่าไม่มีลูกด้วยกันไม่ใช่เหรอคะ " 

" เรื่องนั้นใช่ค่ะ แต่ว่าก่อนหน้าจะแต่งงานกับคุณแอรอน ลูกสาวคุณโรบินเคยแต่งงานกับหนุ่มไทยและมีลูกด้วยกันค่ะ"  

" ตายจริง คุณพระ "  

" อย่าพึ่งค่ะ ยังมีให้ตกใจกว่านี้อีก ได้ยินคนเค้าพูดกันว่าพอหลังจากคลอดเด็กคนนั้นแล้วคุณลิลลี่ก็ทิ้งลูกแล้วกลับไปแต่งงานกับคุณแอรอนแต่เพราะสุขภาพไม่ค่อยดีเลยทำให้ไม่มีลูก หลังแต่งไปไม่กี่ปีคุณแอรอนก็ไปได้เสียกับผู้หญิงในไนท์คลับจนมีลูกด้วยกัน "  

" ว้าย คุณลิลลี่ทำยังไงล่ะคะ "  

" จะทำยังไงได้ล่ะคะ ก็คงตรอมใจ คุณลิลลี่เธอเสียหลังจากแต่งกับคุณแอรอนไปได้แค่สี่ปีเท่านั้น " ทั้งกลุ่มซุบซิบนินทาพากันพยักหน้า ก่อนที่ใครคนนึงจะเอ่ยถาม 

" แล้วคุณโรบินเจอหลานชายตัวเองได้ยังไงคะ "  

" เห็นว่าเป็นคำสั่งเสียสุดท้ายของลิลลี่ที่กำลังจะสิ้นใจบอกกับพ่อว่าให้ดูแลลูกชายของเธอด้วย คุณโรบินถึงได้รู้ว่าตัวเองมีหลานชายแท้ๆอยู่และก็ตามหามาตลอด และเพราะฝ่ายชายที่เป็นพ่อของเด็กมีข้อมูลน้อยมากกว่าจะตามหาเจอก็หลายปีอยู่ค่ะ "  

" แบบนี้เรื่องที่ว่าจะยกตำแหน่ง สมบัติและธุรกิจให้คุณแอรอนก็คงยากแล้วสิคะ เพราะทางนั้นก็ไม่ใช่สายเลือดเป็นเด็กที่เก็บมาเลี้ยง "  

" คงต้องแบบนั้นแหละค่ะ ทายาทตัวจริงโผล่มาแล้วตัวปลอมก็ต้องหลบสิคะ " หลังจบประโยคเสียงหัวเราะอย่างน่ารังเกียจก็ดังออกมาในกลุ่ม อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าแฟชั่นโชว์กำลังจะเริ่มบลูกับฌอนรีบเดินเข้าไปในงานซึ่งครั้งนี้พวกเขาได้เนรมิตสวนขนาดใหญ่ของโรงแรมให้กลายเป็นสถานที่จัดแฟชั่นโชว์ ทั้งสองเดินไปนั่งแถวโซนวีไอพีที่ถูกจัดไว้ด้านหน้าสุด แต่ละเก้าอี้มีชื่อของแขกรับเชิญติดอยู่ 

" มาช้าจัง " เกรย์เอ่ยถามน้องสาวทันที 

" รถของตาบ้าฌอนน่ะสิ เกิดมาเสียกลางทางเลยต้องนั่งแท๊กซี่มางานแทน " บลูหันไปฟาดดวงตาขุ่นเคืองใส่ฌอนที่ได้ยิ้มเผล่  

" โถ่เอ๊ย บลู ฉันก็ไม่รู้ว่ามันจะเสียกลางทางแบบนี้ "  

" เช็คก่อนสิ เคยเอารถเข้าศูนย์บ้างมั้ยเนี่ย " บลูเสียงเขียวใส่  

" ยังวีนเก่งเหมือนเดิมเลยนะบลู " โรมที่นั่งถัดจากเกรย์ไปเอ่ยปากแซวเธอ บลูถลึงตามองพี่ชายคนโตสุดของบ้านทิลล์ที่มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องตัวเอง 

" ยุ่งน่า โรม -- สวัสดีค่ะ พี่น้ำมนต์ " เธอยกมือไหว้ภรรยาสาวคนสวยของเขา อีกฝ่ายรับไหว้พร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่โรมกับเกรย์จะสลับที่นั่งให้ภรรยาของตัวเองมานั่งติดกันเพื่อคุยตามประสาผู้หญิง 

" สบายดีนะคะ พี่น้ำมนต์ "  

" สบายดีค่ะ คุณบลูล่ะคะ " น้ำมนต์ถามไถ่ " ได้ข่าวว่าไปทำงานที่ภูเก็ตมา สนุกหรือเปล่าคะ "  

" สนุกดีค่ะ ได้ลองทำตั้งหลายอย่างที่ไม่เคยทำ " บลูตอบพลางมองท้องของทั้งสองคนที่ต่างก็โตขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะขององุ่น " นี่อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าบลูก็ต้องเป็นคุณอาแล้วสิคะเนี่ย "  

" ช่าย " องุ่นลูบท้องตัวเองไปมา " เธอเป็นคุณอาต้องรับขวัญหลานหนักๆหน่อยนะ " องุ่นยิ้มกริ่ม  

" รู้แล้วน่า " บลูว่าแล้วทั้งสามสาวว่าที่คุณแม่สองกับหนึ่งสาวน้อยก็เข้าสู่โหมดคุยเรื่องแฟชั่นคอลเลคชั่นใหม่ของกีกี้ที่จะเปิดตัวในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ขณะที่สามหนุ่มกำลังคุยกันถึงเรื่องธุรกิจรวมถึงข่าวลือที่มีอยู่ในงาน  

" ได้ยินที่เค้าพูดกันในงานมั้ย " โรมเป็นฝ่ายถามก่อน เขามองไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่ยังว่างอยู่และยังติดชื่อ 'วอลเลอร์' ไว้ ทั้งเกรย์และฌอนมองตาม 

" ดูเหมือนจะลือกันตั้งแต่ก่อนเข้างานอีกนะครับว่าจะมีทายาทของวอลเลอร์มางานนี้ด้วย " เกรย์ว่า  

" น่าสนใจมากเลยนะ คุณลิลลี่มีลูกชายเป็นทายาทสายตรงของวอลเลอร์แบบนี้ เรื่องผู้นำกลุ่มคนต่อไปก็ไม่ต้องสืบแล้วว่าจะเป็นใคร " โรมพูด " แต่ที่น่าสนใจกว่าคนที่ว่านั่นคือใคร "  

" ผมรู้นะครับ " ฌอนบอกกับทั้งสองคน โรมกับเกรย์ยกคิ้วขึ้นสีหน้าประหลาดใจแล้วจู่ๆเสียงพูดคุยที่ดังอยู่รอบตัวก็ปะทุขึ้นดังกว่าเดิมเมื่อร่างสูงในเสื้อสูทสีน้ำเงินเข้มสวมทับเสื้อยืดสีขาวด้านในกางเกงสแลคสีน้ำเงินเข้มเข้ากับสูทโดดเด่นด้วยหน้าตาเดินเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวที่ถูกเขียนว่า 'วอลเลอร์' ทรงผมถูกปัดเสยขึ้นจนเห็นเครื่องหน้าชัดเจนและรอยยิ้มที่ดูหยันอยู่ในที 

" นั่นแหละครับ " ฌอนสรุปให้โดยไม่ต้องเอ่ยปากบอกชื่อ เขามองไปทางบลูท่าทางของเธอก็ไม่ต่างจากทุกคนที่อยู่ตรงนี้  

" บลู คุณศิลานิ " องุ่นหันไปพูดกับบลู สายตาของสาวน้อยบนดาวศุกร์จ้องลุงเต่าอย่างไม่เชื่อสายตา 'นี่มันเรื่องบ้าบอที่สุดในชีวิตเธอเลย คนหนึ่งคนจะเป็นใครอื่นได้ถึงสามตัวละครเลยอย่างนั้นเหรอ' บลูสับสนเกินกว่าจะสนใจเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ของกีกี้ว่ามันสวยและน่ารักเหมาะกับหน้าร้อนมากแค่ไหน เธอลุกออกจากเก้าอี้ก่อนที่งานเริ่มได้ไม่กี่วินาทีฌอนที่จะตามไปเลยไม่สามารถตามไปได้เพราะงานได้เริ่มขึ้นแล้ว 

บลูเดินหนีเข้ามาในห้องน้ำเพื่อระงับคำถามที่ไหลพรั่งพรูเข้ามาในหัวตอนนี้ว่าแท้ที่จริงแล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันแน่แล้วตัวละครตัวไหนคือตัวจริงของเขา บลูกำมือที่กำลังเย็นจัดไว้ ความเงียบในห้องทำให้ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นแรง -- อันที่จริงเรื่องของผู้ชายคนนี้มันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอแล้ว เขาจะเป็นใครก็ช่างไม่ใช่เรื่องของเธอ 

บลูสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดและผ่อนออกอย่างช้าๆจากนั้นเธอก็เดินเข้าลิฟท์มั่งสู่ Rooftop Bar บนชั้นสูงสุดของโรงแรมแทนที่จะเดินกลับเข้าไปในงานแฟชั่นโชว์ บลูตัดสินใจระงับความคิดของตัวเองด้วยเครื่องดื่มสีหวานผสมแอลกอฮอล์ไม่มากแต่นั่นมันกลับทำให้เธอดื่มได้อย่างต่อเนื่อง รูปร่างและหน้าตาของบลูบวกกับเดรสเกาะอกสีแดงสั้นเหนือเข่าที่ชายกระโปรงเป็นผ้าพลิ้วนั้นทำให้เธอเป็นที่ต้องตาแก่ลูกค้าที่มานั่งดื่ม 

" อีกแก้ว! " บลูกระดกคอสโมโพลิแทนจนหมดแก้ววางลงบนเคาน์เตอร์แล้วสั่งให้บาร์เทนเดอร์ทำมาให้ใหม่ " เร็วซิ! " บลูร้องสั่งหลังบาร์เทนเดอร์เอาแต่มองใบหน้าหวานที่กำลังแดงจัดกับแก้วเปล่าสี่ใบที่ตั้งอยู่ตรงหน้า  

" เออ ครับๆ "  

" น้องไม่ต้อง " ร่างสูงท่าทางดูไม่น่าไว้ใจเดินเข้ามาที่เคาน์เตอร์ เขานั่งมองบลูดื่มมาพักนึงแล้วพอเห็นว่ายังไงเธอมาคนเดียวแน่จึงได้เดินมา " เธอมากับผม "  

บลูเอี้ยวคอหันไปมองผู้ชายที่ดูแล้วก็ตั้งใจมาทำตัวหมาหยอกไก่กับธอแน่ เจ้าตัวเลยหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้าด้วยพลางวาดขาขึ้นไขว่ห้างอวดเรียวขาคู่งาม แถมยังตั้งใจโน้มตัวไปข้างหน้าโชว์เนินอกขาวอิ่มให้อีกฝ่ายจ้องดูด้วยความกลัดมัน แต่กลับทำให้คนที่ตามมาทีหลังขึงตาใส่กับท่าทางที่ยั่วยวนแบบนั้น  

คนไม่รู้ว่าถูกเฝ้าไว้ตลอดเวลากำลังคลี่ริมฝีปากสีสวยเข้ากับชุดออก นัยน์ตามองอีกฝ่ายอย่างท้าทาย " กล้าเล่นของสูงเหรอ "  

" ที่นี่ยังสูงไม่พอให้เล่นเหรอครับ " ไม่พูดเปล่าอีกฝ่ายเดินเข้ามาหาบลูหมายใจยังไงก็ต้องพากลับไปให้ได้ บลูยกยิ้มร้ายคิดไว้แล้วว่าถ้าอีกฝ่ายกล้าแตะตัวเธอขวดเบียร์ที่อยู่ข้างๆได้หยิบมาใช้แน่ " หรือว่าอยากจะไปเล่นอย่างอื่นแทนผมก็ไม่ขัดนะครับ " อีกฝ่ายมาถึงตัวใช้มือลูบไล้หัวไหล่เนียนของเธอ บลูทั้งขนลุกและขยะแขยงมือข้างหนึ่งจะเอื้อมไปหยิบขวดเบียร์หมายใจจะฟาดใส่แต่กลับถูกมือที่แข็งแรงกว่าจับมือข้างนั้นของเธอไว้  

" เอามือแกออกไป! " ศิลาสั่งเสียงเหี้ยมผลักอีกฝ่ายออกจากบลู ชายในชุดสูทสีดำจับล็อคชายคนนั้นที่จะเข้ามาทำร้ายศิลา 

" มึงเป็นใครวะ!! "  

" ก็เป็นคนที่จะเล่นกับมึงด้วยไง! " บลูจ้องตาโตใส่สีหน้าเกรี้ยวกราดของศิลาที่หันไปสั่งหลุยส์ " อย่าให้มันทำแบบนี้กับใครอีก "  

" ครับ คุณศิลา "  

" ส่วนคุณ! มานี่เลย! " ศิลากระชากแขนบลูให้ลุกออกจากเก้าอี้  

" คุณสั่งบ้าอะไรออกไป จะทำอะไรเขา คุณศิลา!! " บลูเสียงดังใส่  

" แล้วคิดว่าผมจะทำอะไรมันดีล่ะ " ศิลาคำรามกลับ " คุณบลูเองก็เหมือนกัน แต่งตัวแบบนี้มานั่งกินเหล้า ผู้ชายที่ไหนเห็นมันก็เข้าหาทั้งนั้นแหละ ไม่รู้จักระวังตัวเลย!! "  

" ใครใช้ให้คุณมาช่วยฉัน ฉันไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ! " บลูตวาดกลับพยายามสะบัดมือตัวเองออก " ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!! คุณศิลา!! "  

" ไม่ปล่อย! ใครจะปล่อยเด็กดื้ออย่างคุณไปทำความเดือดร้อนให้คนอื่นอีก! " ศิลาลากบลูให้เดินมากับเขา " มากับผม! "  

" ฉันไม่ไป!! " บลูร้องลั่น ทุบตีมือของศิลาอย่างแรงหวังให้เขาปล่อย " คุณศิลา!! " บลูกรี๊ดลั่นโถงจนศิลาต้องเอามือปิดปากไว้แล้วลากเธอลงมาจาก Rooftop Bar  จนลงมาที่ลานจอดรถก่อนจะดันเธอเข้าไปในรถยนต์คันหรู " ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!! " บลูเอามือฟาดใส่หน้าศิลาไปหลายที  

" โถ่เว้ย! " ศิลาจับรวบมือของคนตัวเล็กฤทธิ์เยอะที่กำลังตบตีเขา ข้อมือทั้งสองของบลูถูกรวบแน่น นัยน์ตาแกร่งดุดันจ้องใส่ใบหน้าหวาน ที่เธอเองก็พึ่งเห็นรอยฟกช้ำบนใบหน้าของเขา " ถ้าตีผมอีกจะหาว่าผมไม่เตือนไม่ได้นะ!! "  

" ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!! " บลูแน่ใจว่าถ้าเบิกตาไปมากกว่านี้ตาเธอคงหลุดจากเบ้าแน่ 

" รอไปก่อน!! " ศิลาคำรามดุดึงสายคาดเข็มขัดมาคาดให้บลู จากนั้นตัวเขาก็ขึ้นนั่งประจำคนขับแล้วขับรถออกจากโรงแรม grand luxury ไปตามถนน  

" จะพาฉันไปไหน! " บลูถาม ศิลาไม่ตอบ " ถามไม่ได้ยินหรือไง! จะพาฉันไปไหน " บลูเสียงดังลั่นรถ ดวงตาเกรี้ยวกราดจ้องใส่คนที่กำลังขับรถไม่สนใจเธอ " ถ้าคุณไม่ตอบ ฉันจะโดดลงจากรถ "  

ศิลาหันดวงตาดุดันมามองเธอ ไม่มีทีท่าว่าจะกลัวเธอโดดลงเลยแม้แต่น้อยแถมยังท้าทายอีก " ถ้ากล้าโดดก็โดดเลย! " คนพูดท้าไม่พอยังเพิ่มความเร็วแล้วขับฉวัดเฉวียนจนหวาดเสียว บลูร้องกรี๊ดลั่นเอามือยึดประตูไว้แน่นไม่กล้ากระโดดลงแล้ว 

" คุณศิลา! ขับช้าๆ!! " บลูร้องรู้สึกได้ว่าคอสโมโพลิแทนที่กินเข้าไปสี่แก้วกำลังถูกเขย่ารวมตัวกัน อาการมึนเมาเริ่มตีรวน แต่ถึงร้องออกไปแบบนั้นศิลาก็ไม่ได้ลดความเร็วลงเลย " คุณศิลา! ขับช้าๆเดี๋ยวนี้!! " บลูหันมาร้องใส่รู้สึกพะอืดะอมเต็มทน เธอหันมาทุบตีไหล่ของเขา 

" คุณศิลา! ฉันจะอ้วก!! " 

ศิลาเหยียบคันเร่งจนมิดจนรถวิ่งแซงรถคันหน้า จากนั้นเขาจึงผ่อนความเร็วลงและตบไฟขอเข้าทางเมื่อเห็นคนข้างตัวเริ่มจะทนไม่ไหวเขาจึงจอดรถเข้าข้างทาง ทันทีที่ศิลาจอดรถได้บลูก็จัดการปลดสายเข็มขัดแล้วเปิดประตูลงจากรถไปอ้วก เสียงโอ๊กอ๊ากของสาวน้อยบนดาวศุกร์ทำเอาลุงเต่าส่ายหัว เขาเองก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้แต่เพราะภาพที่บลูกำลังยั่วอีกฝ่ายมันทำให้เขาโมโหเลยอยากสั่งสอนเธอเบาๆ  

บลูคุกเข่าโก้งโค้งเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอกินเข้าไปออกมาจนหมด เสียงโอ๊กอ๊ากกับอาการไอค่อกแค่กยังดังเป็นระยะให้ศิลาได้ยิน สุดท้ายเขาก็ลงจากรถหยิบขวดน้ำเดินอ้อมรถไปหาคนร่างบางที่กำลังอ้วกอย่างน่าสงสาร  

ศิลาย่อตัวลงอยู่ในระดับเดียวกับบลู " น้ำครับ " เขายื่นขวดน้ำส่งให้ บลูหันกลับมามองนัยน์ตาของเธอแดงก่ำลุกวาวคว้าขวดน้ำมาจากมือศิลา เธอเปิดฝาออกก่อนจะสาดใส่หน้าของศิลาแล้วปาขวดเปล่ากลับไปให้เขา  

" ไปให้พ้นหน้าฉัน!! " บลูคำรามกรอดลุกขึ้นยืนยกหลังมือเช็ดปากตัวเอง ศิลาที่ใบหน้าชุ่มโชกด้วยน้ำเขาเอาลิ้นดุนแก้มตัวเองแล้วลุกขึ้นยืนตาม  

" แผลงฤทธิ์เสร็จหรือยังครับ ถ้าเสร็จแล้วก็กลับขึ้นรถ " ศิลาชี้ไปที่รถ บลูไม่ยืนกอดอกไม่ขยับ " ไปขึ้นรถครับ คุณบลู " บลูเบือนหน้าหนี ศิลาผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะเข้าไปช้อนเอวของบลูยกคนร่างบางจนตัวลอย 

" คุณศิลาจะทำอะไร ปล่อยนะ!! " บลูทุบไหล่ของเขา ศิลาไม่สนใจอุ้มบลูกลับเข้าไปในรถแต่เพราะเจ้าตัวคนฤทธิ์เยอะดิ้นแรงเลยทำให้หัวตัวเองไปโขกกับขอบประตูรถดังโป๊กใหญ่ เจ้าตัวร้องกรี๊ดลั่น 

" โอ๊ย! หัว! " บลูยกมือขึ้นกุมหัวตัวเอง ศิลาตกใจรีบวางบลูลงบนเบาะมือใหญ่จับไปที่ด้านหลังหัวของเธอ 

" เจ็บมากหรือเปล่าครับ " ศิลาถาม 

" เจ็บสิ! ตาบ้า! ถามมาได้!! " บลูแว้ดกลับ ศิลาย่นจมูกจ้องหน้าเธอเขม็ง " มีอะไร! "  

" อย่าโกรธนะครับ " ศิลาทำหน้าลำบากใจ บลูขมวดคิ้ว  

" มีอะไรก็พูดมาสิ "  

ศิลายกข้อนิ้วถูจมูกตัวเองไปมา บลูยิ่งไม่เข้าใจ ศิลาขยับมือเรียกให้บลูโน้มเข้าไปใกล้เขา บลูมองอย่างไม่แน่ใจแต่ก็ขยับเข้าไปหา ศิลาพูดที่ข้างหูของบลูด้วยเสียงที่ต้องข่มเสียงหัวเราะของตัวเองไว้ " คุณบลูนี่กลิ่นละมุดมากเลยครับ "  

บลูหน้าร้อนวาบเกือบจะร้องกรี๊ดออกมาแต่ก็ต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้ หน้าที่แดงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งแดงหนักกว่าเธอไม่กล้าพูดหรือต่อว่าคนตรงหน้าเลยได้แต่ทำตาเกรี้ยวกราดฟาดกลับไปเท่านั้น   

'แบบนี้คงทำให้เงียบได้สักพัก' ศิลาซ่อนยิ้ม กลิ่นน่ะไม่มีหรอกเขาวางแผนเพราะอยากให้บลูเลิกอาละวาดเสียที มือใหญ่คลำหลังหัวของบลูเบาๆพลางมองตาเธอไปด้วย " เจ็บหรือเปล่าครับ " ตอนที่เขากดเบาๆบลูนิ่วหน้าพลางฟาดมือใส่ไปที่ไหล่เขาอีกครั้ง " ปูดเป็นลูกมะนาวเลย แต่ว่าดีนะที่รถไม่เป็นอะไร "  

" คุณศิลา! " บลูร้องผ่านมือตัวเองจ้องตาเขียวใส่เขา ศิลายกยิ้มมองใบหน้าหวานที่วันนี้ดูทั้งน่ารักและขมุกขมอมไปพร้อมกันหรือจะพูดว่ามันขมุกขมอมจนดูน่ารัก กลิ่นละมุดอะไรนั่นก็ไม่มีหรอกมีแต่กลิ่นหอมหวานของเจ้าตัวที่ลอยมาเตะจมูกให้เขาต้องข่มใจ สายตาซุกซนของเขามองสำรวจรายละเอียดคนร่างบางในชุดเดรสสีแดงที่ช่วยขับผิวขาวของเธอให้โดดเด่นและดูเย้ายวนด้วยสัดส่วนเหมาะเจาะ และเพราะชุดเจ้าปัญหานี่แหละที่ทำให้เขาเกือบคลั่งตอนเห็นเธอยั่วใส่ไอ้เบื้อกนั่น 

" เดี๋ยวนวดด้วยยาก็หายครับ " ศิลาบอกแล้วขยับถอยออกมาจากบลู " กลับกันเถอะครับ " เขาบอกเธอตอนที่ขยับลุกขึ้น บลูจับแขนของเขาไว้แล้วชี้ให้เขาเดินออกไปอยู่ข้างหน้าเธอหลายก้าว ศิลาทำตาม " ตรงนี้ได้หรือเปล่าครับ กลิ่นไม่ถึงแน่นอน "  

บลูขึงตาใส่แล้วลดมือลง " ยืนอยู่ตรงนั้นแหละ และตอบฉันมา ตกลงคุณเป็นใครกันแน่! " เธอลุกออกจากเบาะจ้องมองเขาด้วยแววตาสงสัย ขณะที่เขาอยู่ห่างจากเธอไปไม่กี่ก้าวกำลังมองกลับมาที่เธอ  

" เป็นนายศิลาที่เป็นนักวิทยาศาสตร์นักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล เป็นลุงเต่าใจดีแห่งท้องทะเล หรือเป็นทายาทคนเดียวของกลุ่มวอลเลอร์ -- ตัวตนไหนที่คือคุณ! " บลูรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นคนอ่อนไหวในด้านอารมณ์ทันทีตั้งแต่มีเขาคนนี้เข้ามาในชีวิตของเธอ " ตอบฉัน คุณศิลา "  

" คำตอบของผมจะช่วยเปลี่ยนความรู้สึกของคุณบลูที่มีต่อผมได้หรือเปล่าครับ "  

" อย่ามาขี้โกง ฉันถามคุณก่อนนะ " บลูทำหน้านิ่วใส่  

" ผมเป็นทั้งหมดที่คุณพูดมาครับ ตาคุณบลูตอบแล้ว "  

บลูอึกอักมองคนที่ยืนห่างจากเธอไม่ไกล " ฉันไม่เคยรู้สึกอะไรกับคุณ " พูดจบคนปากแข็งก็กลับขึ้นรถปิดประตูรวมถึงปิดกั้นนายศิลาไม่ให้เข้ายุ่มย่ามในหัวใจเธออีก ศิลากลับขึ้นรถโดยไม่พูดหรือถามอะไรเธออีกจนมาส่งบลูถึงคอนโดพอลงจากรถได้บลูก็เปิดประตูลงจากรถวิ่งเข้าไปในคอนโดทันที แล้วรถยนต์คันหรูของศิลาก็แล่นจากไป 

เช้าวันต่อมาบลูไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปตอนไหนรู้แต่ว่าตื่นขึ้นมาแล้วเธอรู้สึกดวงตาแสบพร่าจากการที่เธอร้องไห้อย่างต่อเนื่องอีกคืนคนบ้านั่นมีแต่เรื่องที่ทำให้หัวใจของเธอสับสนไปหมด ตัวตนที่เขาเป็นทั้งหมดมีตัวตนไหนบ้างที่เป็นของจริง -- บลูไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเวลาที่ได้อยู่กับนายศิลาผู้พิทักษ์ท้องทะเลเขาทำให้เธอมีความสุข ในขณะเดียวกันเวลาได้คุยกับลุงเต่าใจดีแห่งท้องทะเลเธอก็มีความสุขไม่ต่างกัน คิดเพียงแค่นี้หยดน้ำตาเม็ดโตก็ร่วงเผาะเธอรีบยกมือเช็ดมันออกตอนที่มือถือของเธอดัง 

" ฮัลโหล "  

" ตื่นยัง "  

" นี่มันสิบโมงกว่าแล้วนะ "  

" งั้นก็อีกสักหนึ่งชั่วโมงฉันไปรับ ไปกินข้าวกลางวันกัน "  

" ได้สิ " บลูตอบรับคำเชิญของฌอน ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่าน้ำเสียงของฌอนฟังดูแปลกๆชอบกล หนึ่งชั่วโมงต่อมาฌอนก็ขับรถมารับเธอตามที่นัดไว้เรื่องที่บลูคิดว่าน้ำเสียงของฌอนนั้นฟังดูแปลกๆยังไม่เท่ากับท่าทีที่ร่าเริงเกินเบอร์ของฌอน ตลอดครึ่งวันมานี้ฌอนเอาอกเอาใจเธอ ไม่ว่าจะเป็นที่ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้าหรือแม้แต่ดินเนอร์สุดหรูและพาเธอมาชมวิวยามค่ำคืนของตึกระฟ้ากลางใจเมือง 

เหตุการณ์เมื่อคืนที่เธอหายไปตลอดงานแฟชั่นโชว์ฌอนไม่ได้เอ่ยปากถามเธอเลยด้วยซ้ำว่าเธอไปไหนมา การอยู่กับฌอนก็สบายใจแต่ก็เพียงในสถานะเพื่อนที่ดีต่อกัน บลูละสายตาจากวิวยามค่ำคืนในกรุงเทพหันมามองคนที่ยืนข้างเธอ " ฌอน "  

" หืม " เขาขานรับสายตายังกวาดตาไปทั่ว  

" นายจะไม่ถามเหรอว่าเมื่อคืนฉันไปไหน "  

ฌอนหันกลับมามองใบหน้าที่ซ่อนความเศร้าเอาไว้ เขายิ้มฮึ " ไม่ถามหรอก " ฌอนหันกลับมาพลางเอนหลังพิงไปกับขอบกำแพงเอามือทั้งสองข้างกอดอกไว้เกิดความเงียบงันเพียงชั่วครู่แล้วบลูก็เอ่ยออกมา 

" ขะ ขอ " ฌอนรีบเอามือปิดปากบลูไว้ 

" อย่าพูดนะ ให้ฉันพูดก่อน " บลูเบิกตาขึ้นเล็กน้อยมองแววตาวูบไหวของฌอน เขาลดมือลง บลูมองท่าทีของฌอนในตอนนี้ที่ต่างจากตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง " ฉันกำลังจะไปอเมริกา พอดีบริษัทแม่ที่สิงคโปร์แจ้งมาว่าจะมีการปรับย้ายตำแหน่งและที่นั่นก็ขาดคน บริษัทแม่เลยโปรโมทฉันให้ไปนั่งทำงานบริหารที่นั่นน่ะ "  

" จริงเหรอ ฌอน! " บลูร้องอย่างตื่นเต้นรู้สึกดีใจแทนฌอน " ฉันดีใจด้วยนะ เป็นเรื่องที่น่ายินดีจริงๆ "  

" ใช่ เป็นเรื่องดีจริงๆเป็นโอกาสที่จะให้เนเชอนัล เบฟได้เติบโดในฝั่งอเมริกา ฉันคงต้องทำงานหนักมากเลย "  

" โถ่ ฌอน คนเก่งอย่างนายต้องทำให้เนเชอรัล เบฟก้าวหน้าได้แน่ -- แล้วต้องไปเมื่อไหร่ล่ะ ไปอยู่นานมั้ย " ฌอนมองดวงตาอยากรู้อยากเห็นของบลู  

" เรื่องเดินทางคงสักอาทิตย์หน้าแหละ ส่วนจะไปอยู่กี่ปีก็ขึ้นอยู่กับงานอาจสักสี่หรือห้าปี "  

" ทำไมเร็วจัง แล้วต้องไปอยู่นานขนาดนั้นเลยเหรอ "  

" อืม ทันทีที่ฉันเซ็นเอกสารการย้ายก็มีผลทันที เรื่องไปอยู่ที่นั่นฉันอาจจะไม่มีเวลาได้กลับมาที่เมืองไทยเลยก็ได้ " ฌอนว่า 

" หมายความว่ายังไงนายจะไม่กลับมาเหรอ " บลูทำหน้าฉงน ฌอนพยักหน้า บลูหรี่ตาพินิจดูสีหน้าของฌอนก่อนจะพูด " นายจะทิ้งฉันใช่มั้ย " สีหน้าขุ่นเคืองของบลูทำเอาฌอนยกมุมกปากขึ้นยิ้ม  

" ให้ฉันเป็นคนทิ้งเธอเถอะ เพราะถ้าให้เธอทิ้งฉัน ฉันคงทนไม่ไหว " คำพูดและแววตาของฌอนสื่อทุกความรู้สึกของเขาออกมา บลูพูดอะไรไม่ออก " อย่าพยายามปฏิเสธสิ่งที่อยู่ในหัวใจของบลูเลย "  

" ฌอนรู้ " บลูรู้สึกผิดกับฌอนที่พยายามปิดบังความรู้สึกของตัวเองมาตลอดจนตอนนี้มันกลายเป็นความผิดพลาดที่เกือบจะทำร้ายฌอนไปด้วย 

" เธอปกปิดไม่เก่ง " ฌอนยิ้ม " ตอนลงไปภูเก็ตเห็นสีหน้าเธอ ฉันก็รู้แล้ว สีหน้าที่คงมีแต่พี่ซีคนเดียวที่ทำได้ " ฌอนดีดนิ้วใส่ตรงกลางระหว่างคิ้วของบลู " น่าหมั่นไส้นัก ฉันพยายามแทบตาย "  

บลูยกมือข้างหนึ่งตีไปที่ไหล่ฌอน ส่วนมืออีกข้างก็ลูบหัวคิ้วตัวเอง " ขอโทษนะ " บลูเอ่ยกับฌอนด้วยสีหน้ารู้สึกผิด  

" ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลย เห็นแล้วมันน่าโมโห " ฌอนแยกเขี้ยวใส่บลูก่อนจะหันกลับไปมองวิวอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนดวงตาสั่นเครือของตัวเอง  

" เราจะยังเป็นเพื่อนเหมือนเดิมใช่มั้ย " บลูถาม ฌอนดึงสายตากลับมามองคนตรงหน้าอีกครั้ง คำถามที่ไม่อยากตอบออกไปเพราะมันทำให้แผลที่อยู่ในใจยิ่งเจ็บลึกลงไปอีก แต่ถึงอย่างนั้นแววตาอ้อนวอนของบลูก็ทำให้เขาใจอ่อน 

" ยัยตัวแสบที่มีเพื่อนน้อยอย่างเธอน่ะเหรอ เป็นให้ก็ได้ " คำพูดคำจาช่างกวนนักแต่ว่ามันก็เป็นคำตอบรับจากใจของฌอน บลูระบายยิ้มอ่อนหวานที่สุดตอบกลับฌอน " อย่ามายิ้มแบบนี้นะ ใจยิ่งไม่ดีอยู่ "  

บลูหัวเราะเสียงใสออกมาก่อนจะหันกลับไปดูวิวยามค่ำคืนกับฌอนต่อ " แล้วเธอจะเอายังไงต่อ " ฌอนเอ่ยถาม " เรื่องพี่ซีน่ะ "  

บลูยกไหล่ " ไม่เห็นต้องทำอะไรเลยนิ ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ทำไมจะต้องทำอะไรอีก "  

" ปากแข็งไม่เลิกนะเธอ " ฌอนบีบจมูกบลู  

" โอ๊ย! ฌอน มาบีบจมูกทำไมเนี่ย " บลูโวยดึงมือฌอนออก ฌอนทำเสียงฮึ 

" อย่ามัวแต่ซ่อนหัวใจตัวเอง บลู มันจะยิ่งเจ็บเปล่าๆ "  

บลูทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของฌอน สายตาทอดไปยังเบื้องหน้าอย่างไร้ทิศทางแต่หัวใจดวงน้อยกลับไปเกาะเกี่ยวกับเขาคนนั้นเสียแล้ว  

 

 

 

 

************* 

เป็นสองอีพีที่มีทั้งความหน่วงและมาม่าน้ำขลุกขลิกไปเบาๆเนอะ (แฮร่) มาตามกันต่อค่ะว่า นุ้งบลูที่ซ่อนหัวใจตัวเองเก่งแบบนี้จะถูกพี่ซีค้นเจอเมื่อไหร่ ฝากเป็นกำลังใจให้ทั้งคู่ด้วยนะคะ  

ปอลอ ไรท์ขออภัยด้วยนะคะ ถ้าอาจมีการอัปให้ช้าไปบ้างแต่ก็พยายามเดินเครื่องเต็มกำลังเลย ส่งกำลังใจและคำขอบคุณให้รี้ดที่เฝ้ารออย่างอดทน ขอบคุณมากจริงๆค่ะ ^^ 

กลับหน้าเรื่อง
ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการติดตาม ทุกการรอคอย ทุกการสนับสนุน และทุกข้อความของทุกคนมากนะคะ ขอให้สนุกและมีความสุขกับการอ่านค่ะ แล้วเจอกัน
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น