ภาพฝันนิรันดร [END]
4. ความลับ (1)
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
4. ความลับ (1)

  

เคยไหมที่รู้สึกอยากมีชีวิตอยู่เพื่อใครสักคน 

ความรู้สึกนี้ของตรีภพได้จางหายไปนับตั้งแต่วันที่แม่ของเขาเสียชีวิต ที่ผ่านมาเขาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ใช้ชีวิตไปวัน ๆ ไร้ซึ่งเป้าหมายหรือความฝันเหมือนอย่างคนอื่น ทว่าการได้รู้จักกับภาสกรทำให้ความคิดของเขาเปลี่ยนไป 

เขารู้แล้วว่าการมีชีวิตอยู่เพื่อรักใครสักคนนั้นเป็นอย่างไร 

ชีวิตอันเคว้งคว้างไร้แก่นสารเริ่มกลับมามีจุดมุ่งหมาย สุขใดเล่าจะเท่าการได้เห็นคนรักมีความสุข เพียงแค่เห็นรอยยิ้มของภาสกรในทุกวันก็ทำให้ตรีภพแทบลืมความขมขื่นที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต และเขาคงมีความสุขมากกว่านี้หากได้มีโอกาสดูแลคนรักอย่างใกล้ชิด 

ยอมรับว่าความสัมพันธ์ะระหว่างเขากับภาสกรคงพัฒนาเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากพี่น้อง ตรีภพรู้และเข้าใจในจุดนี้ดีจึงพยายามข่มจิตใจไม่ให้คิดเพ้อฝันไปไกล แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมีสิทธิ์ที่จะดูแลภาสกรในฐานะน้องคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ 

ถึงแม้จะเป็นน้องที่ไม่ได้พิเศษกว่าใครเขาก็ตาม 

  

กิจวัตรของตรีภพในแต่ละวันมีเพียงไม่กี่อย่าง​ นอกจากกิน​​ นอน​ และเรียนหนังสือแล้ว เวลาส่วนใหญ่ของเขาก็ใช้ไปกับการคิดถึงและเฝ้ามองชายอันเป็นที่รัก ไม่ว่าภาสกรจะอยู่ที่ไหน ทำอะไร ก็มักมีตรีภพตามติดดูแลอย่างใกล้ชิดเสมอ 

เช่นเดียวกับวันนี้  

กีฬามหาวิทยาลัยกำลังจะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ช่วงนี้นักศึกษาแต่ละคณะจึงทุ่มเวลาว่างไปกับการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง โดยปกตินักศึกษาแต่ละคนจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบอย่างน้อยคนละหนึ่งอย่าง ไม่เล่นกีฬาก็อาจจะเป็นเชียร์ลีดเดอร์ กองเชียร์ ฝ่ายศิลป์ หรือฝ่ายสวัสดิการต่าง ๆ ตามความเหมาะสมองแต่ละคณะ 

สำหรับตรีภพคงเดาไม่ยากว่าจะต้องอยู่ฝ่ายไหน คนที่ไม่มีความสามารถอะไรเลยอย่างเขาเลือกที่จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายสวัสดิการด้วยความเต็มใจ เพราะนอกจากไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมากมายแล้ว เขายังมีโอกาสได้ดูแลภาสกรอย่างเต็มที่โดยไม่เป็นที่ผิดสังเกตของคนอื่น 

หน้าที่ของฝ่ายสวัสดิการหลัก ๆ มีไม่กี่อย่าง นอกจากจะคอยจัดการเบิกจ่ายอุปกรณ์ให้แต่ละฝ่ายตามที่ต้องการแล้ว ก็ต้องจัดเตรียมน้ำและขนมบริการให้กับบรรดานักกีฬาและกองเชียร์ที่ต้องซุ่มซ้อมอย่างหนักเพื่อเตรียมความพร้อมในแต่ละวัน 

ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ตรีภพต้องการ 

ม้านั่งข้างสนามฟุตบอลของคณะอันกว้างใหญ่คือที่สิงสถิตย์ของตรีภพในทุก ๆ เย็น นอกจากจะมาทำหน้าที่ของฝ่ายสวัสดิการแล้ว เขาก็ตั้งใจมาที่นี่เพื่อเฝ้าดูและเป็นกำลังใจให้กับภาสกรในการฝึกซ้อม 

แค่เพียงได้เฝ้ามองคนรักอย่างใกล้ชิดในทุก ๆ วัน เท่านี้ก็มีความสุขจนล้นหัวใจแล้ว 

แชะ! แชะ! แชะ! 

เสียงชัตเตอร์จากกล้องโทรศัพท์มือถือดึงขึ้นรัว ๆ ผ่านการกดถ่ายรูปอย่างไม่หยุดยั้ง ทุกถ่วงท่าอริยาบถของภาสกรได้ถูกเก็บบันทึกไว้ในหน่วยความจำของสมาร์ทโฟนที่ตรีภพเพิ่งซื้อมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เพียงไม่กี่วันภาพในคลังก็มีรูปของชายหนุ่มรุ่นพี่มากกว่าพันรูป ยังไม่นับรวมคลิปวีดีโออีกเกือบร้อยคลิปที่เขาแอบถ่ายเก็บไว้ 

แค่นี้ก็คงรู้แล้วว่าตรีภพคลั่งไคล้ในตัวภาสกรมากขนาดไหน 

“น้ำครับพี่ภาส” ทันทีที่ร่างสูงเดินออกมาพักที่ข้างสนาม ตรีภพที่เฝ้ารออยู่ก็รีบลุกขึ้น นำน้ำเย็น ๆ จากกระติกน้ำแข็งยื่นให้อย่างรู้งาน 

“ขอบใจมากนะ” 

ผู้เป็นน้องยิ้มกว้าง มองร่างสูงยกขวดน้ำขึ้นดื่มอย่างมีความสุข รู้สึกภูมิใจในตัวเองทุกครั้งที่ได้ดูแลภาสกรอย่างใกล้ชิด 

“มีแต่ของไอ้ภาส ไม่มีน้ำให้พี่บ้างเหรอครับน้องภพ” เสียงทุ้มติดแหย่ของผู้มาใหม่ดึงความสนใจของตรีภพให้หันมอง ก่อนจะเห็นพี่ ‘เทส’ เพื่อนของภาสกรที่เดินออกจากสนามตามมาติด ๆ 

“เออะ เออ…น้ำอยู่ในกระติกครับ พี่เทสหยิบได้เลย” 

“โห...อะไรวะ ทีไอ้ภาสเอามาให้ถึงที่ ทำไมทีพี่ถึงให้ไปหยิบเองอะ” ใบหน้าบึ้งตึงของรุ่นพี่เต็มไปด้วยความน้อยใจ 

“ก็…” ตรีภพอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะตอบกลับไปอย่างไรดี แต่โชคยังดีที่มีเสียงของภาสกรแทรกขึ้นมาช่วยแก้ไขสถานการณ์ 

“ก็กูเป็นพี่เทคภพไงเพื่อน ส่วนมึงที่ไม่ใช่ก็ต้องหยิบเองนะครับ” มือหนาตบบ่าเพื่อนรักเบา ๆ ส่งยิ้มติดกวนให้อย่างยียวน 

“ไม่ใช่แค่พี่น้องล่ะมั้ง กูว่าภพเป็นเหมือนเมียมึงมากกว่า” 

“พูดเชี่ยอะไรของมึง?” ภาสกรขมวดคิ้วมุ่น หรี่ตามองเพื่อนของตัวเองอย่างไม่ใจ 

“มึงดูน้องมึงดิ มานั่งเฝ้ามึงทุกวันตั้งแต่เย็นจนดึก ประเคนทั้งน้ำทั้งขนมให้ถึงที่ แถมยังคอยบีบนวดให้หลังซ้อมเสร็จอีก ไม่ใช่เมียแล้วจะให้เรียกว่าอะไร” 

“ผะ ผมก็แค่ทำตามหน้าที่อะครับ” ตรีภพอ้อมแอ้มตอบ แต่ก็อดอมยิ้มเขินไม่ได้หลังจากได้ยินคำพูดที่ฟังแล้วถูกอกถูกใจอยู่ไม่น้อย 

เหมือนเมียเลยเหรอ ถ้าได้เป็นจริง ๆ ก็ดีน่ะสิ 

“หุบปากไปเลยมึง” ทว่าเสียงติดโกรธของคนที่ถูกพาดพิงทำให้ตรีภพรีบหุบยิ้ม​ “พูดอะไรไม่เข้าท่า” 

“กูพูดความจริงนี่หว่า” 

“ถ้ามึงยังไม่หยุดกูจะเตะปากมึงตรงนี้แหละ” ภาสกรง้างเท้าไปทางเพื่อนของเขา เทสเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเบี่ยงตัวหลบ ยักคิ้วกวนใส่ก่อนจะเดินหนีไปอีกทาง 

สถานการณ์สงบลง ภาสกรหย่อนตัวนั่งลงบนม้านั่ง หันมองน้องเทคของตัวเองที่มีสีหน้าผิดปกติ 

“อย่าไปสนไอ้เทสมันเลยนะ ไอ้นี้ชอบพูดเรื่อยเปื่อย” สีหน้าเรียบนิ่งของคนเคียงข้างทำให้ภาสกรกังวลใจอยู่ไม่น้อย กลัวว่าน้องของเขาจะคิดมากเรื่องที่เทสล้อว่าเป็นเมีย 

“ครับ” ตรีภพตอบสั้น ๆ 

“งั้นพี่ไปซ้อมต่อก่อนนะ” ร่างสูงลุกขึ้น ตรีภพพยักหน้ารับ ฝืนยิ้มออกมาหวังให้ภาสกรคลายกังวล 

ที่ตรีภพมีสีหน้าเศร้าไม่ใช่เพราะคำพูดหยอกล้อของเทสหรอก แต่เพราะน้ำเสียงและสีหน้าดุดันของภาสกรในตอนนั้นต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกเสียใจ 

ทำไมพี่ภาสถึงต้องโกรธขนาดนั้น  

ตรีภพผ่อนลมหายใจออกมาอย่างผิดหวัง คอยบอกตัวเองซ้ำ ๆ ในใจว่าอย่าเพ้อฝันไปไกล เขากับภาสกรเป็นได้แค่พี่น้องเท่านั้น เลิกฟุ้งซ่านคิดฝันไปไกลได้แล้ว 

 

--- 

คิดมากแล้วหนึ่ง เป็นกำลังใจให้ตรีภพด้วยน้าทุกคน 

กลับหน้าเรื่อง
คอมเม้นต์พูดคุยกันได้น้า ฝากกดถูกใจ กดเพิ่มเข้าขั้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยเด้อ จุ๊บๆ
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น