ภาพฝันนิรันดร [END]
3. ของสำคัญ (2)
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
3. ของสำคัญ (2)

 

           หลังจากวันนั้นตรีภพและสิบทิศก็ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันอีก ถึงแม้จะเจอหน้ากันบ้างที่คณะแต่ตรีภพก็เลือกที่เลี่ยงไม่เผชิญหน้า ส่วนสิบทิศและเพื่อนของเขาก็ไม่ได้ตามมาหาเรื่องอย่างที่เคยทำเป็นประจำ ต่างคนต่างอยู่จนทำให้ตรีภพลืมเรื่องราวที่สิบทิศแย่งของเทคของเขาไปเสียสนิท จวบจนการนัดเลี้ยงเปิดตัวพี่เทคที่จะมีขึ้นในวันนี้ทำให้ตรีภพฉุดคิดถึงเรื่องในวันนั้นขึ้นมาได้

           เมื่อวานมีสายปริศนาจากใครคนหนึ่งโทรเข้ามาในโทรศัพท์มือถือของตรีภพ ปลายสายเป็นผู้หญิงเสียงใสคนหนึ่งซึ่งแนะนำว่าเป็นพี่เทคของเขา เธอโทรมาเพื่อนัดเลี้ยงข้าวและเปิดตัวให้รู้จัก ซึ่งตรีภพยินดีเป็นอย่างยิ่งและตอบตกลงไปโดยไม่คิดจะปฏิเสธ ในที่สุดคำถามที่ค้างคามานานก็จะได้รับคำตอบเสียที

           ห้าโมงเย็นตรีภพเดินทางมายังร้านอาหารชื่อดังใกล้มหาวิทยาลัยอันเป็นสถานที่นัดหมาย ตรีภพเดินเข้าไปในร้านด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ พยายามกวาดสายตามองหาโต๊ะของพี่เทคของเขาซึ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร และเขาก็สบตาเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในร้าน โบกไม้โบกมือส่งสัญญาณเป็นการเรียกให้เขาเดินไปหา

           เธอคือรุ่นพี่ที่คณะที่ชื่อ ‘ขวัญ’ รูปร่างหน้าตาสะสวยแบบนี้เขาจำได้ดี ด้วยดีกรีที่เป็นถึงเชียร์ลีดเดอร์ของคณะ อย่าบอกนะว่าพี่ขวัญคือพี่เทคของเขา

           ตรีภพเดินตรงไปยังโต๊ะขนาดใหญ่ที่มีทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องนั่งรออยู่ก่อนแล้ว สายตานับสิบคู่ที่จับจ้องมาสร้างความประหม่าให้แก่ตรีภพอยู่ไม่น้อย

           ไม่คุ้นชินกับการเป็นจุดสนใจของคนอื่นเอาเสียเลย

           “สะ สวัสดีครับ” ตรีภพรีบยกมือไหว้บรรดารุ่นพี่เพื่อทำลายบรรยากาศที่น่าอึดอัด ดูเหมือนเขาจะเป็นคนเดียวที่มาสายและทำให้ทุกคนต้องนั่งรอ

           “นั่งก่อนสิน้องภพ” พี่ขวัญผายมือไปยังเก้าอี้ว่างที่อยู่ข้าง ๆ ตรีภพรีบหย่อนตัวลงนั่ง ก่อนจะสังเกตเห็นเก้าอี้ว่างอีกตัวหนึ่งที่อยู่ถัดจากเขา บนโต๊ะมีจานเปล่าวางอยู่ แสดงว่ายังมีคนที่มาถึงช้ากว่าเขา

           โล่งไป อย่างน้อยเขาก็ไม่ใช่คนที่สายที่สุด

           “ภพมายังไง?” ไม่ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมนาน พี่ขวัญก็เริ่มต้นบทสนทนากับตรีภพขึ้นอีกครั้ง

           “ผมนั่งวินมอเตอร์ไซค์มาครับ”

           “อ้าว ทำไมไม่บอกก่อนล่ะ พี่จะได้บอกให้พี่เทคของน้องไปรับ”

           “พี่เทคของผม?”

           “อื้ม”

           “พี่ขวัญไม่ใช่พี่เทคของผมเหรอครับ?” คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ตรีภพสบตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ

           “ไม่ใช่จ้ะ” เธอยิ้มตอบ “พี่เทคของน้องอยากจะเซอร์ไพร์ส เลยให้พี่เป็นคนโทรไปชวน น้องจะได้ไม่รู้ว่าเป็นใคร”

           “ถ้าอย่างงั้นใครเป็นพี่เทคของผมล่ะครับ?” ตรีภพกวาดสายตามองรุ่นพี่คนอื่นที่นั่งอยู่ แต่ดูเหมือนแต่ละคนจะไม่ใช่พี่เทคของเขา เพราะต่างมีรุ่นน้องนั่งประกบอยู่เคียงข้าง ซึ่งคงไม่พ้นน้องรหัสของพวกเขานั่นเอง

           แสดงว่าพี่เทคของเขาจะต้องเป็น...

           ตรีภพมองเก้าอี้ที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะหันความสนใจไปตามเสียงของขวัญที่เอ่ยคำขึ้นมา

           “นั่นไงพี่เทคของน้อง มาพอดี”

           “พี่ภาส!” ตรีภพเบิกตากว้าง เอ่ยชื่อเจ้าของหุ่นล้ำที่กำลังเดินตรงมาทางเขาอย่างไม่เชื่อในสายตา

           หัวใจดวงน้อยเต้นรัวและแรงจนแทบไม่เป็นจังหวะ การเคลื่อนไหวตรงหน้าดูดกลืนสติสัมปัชชัญญะของเขาจนแทบลืมหายใจ ภาพที่ปรากฎผ่านแว่นหนาค่อย ๆ ชัดเจนในม่านสายตา จนกระทั่งวินาทีที่ชายรุ่นพี่หย่อนตัวนั่งลงตรงเก้าอี้ว่างข้าง ๆ จะช่วยดึงสตินึกคิดของเขากลับมา

           พี่ภาสคือพี่เทคของเขาใช่ไหม

           “โทษทีนะที่มาช้า พอดีติดธุระนิดหน่อย” ผู้มาใหม่เอ่ยบอกกับเพื่อน ๆ ก่อนโฟกัสสายตาจะมาหยุดที่คนเคียงข้าง “รอนานมั้ยภพ?”

           “…”

           “ภพ”

           “…”

           “ภพ”

           “คะ ครับ”

           “เป็นอะไร ดูเราเหม่อ ๆ”

           “ปะ เปล่าครับ”

           “หิวหรือยัง?”

           “ไม่เลยครับ” ตอนแรกก็รู้สึกหิวอยู่หรอก เพราะตั้งแต่อาหารมื้อเที่ยงก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องของตรีภพเลย ทว่าความหิวโหยทั้งหมดได้หายเป็นปลิดทิ้ง เพราะมีความอิ่มเอมใจจนสุดล้นที่เข้ามาแทนที่

           “พี่ภาสคือพี่เทคของผมเหรอครับ?” ตรีภพเอ่ยถามด้วยแววตาเปล่งประกาย ถึงแม้จะสิ่งที่เกิดขึ้นจะชี้ชัดว่าเป็นอย่างนั้น แต่เขาอยากได้ยินคำยืนยันจากปากของภาสกรเอง

           “ใช่แล้ว” รอยยิ้มอบอุ่นที่ปรากฎทำให้ตรีภพยิ้มกว้างออกมาจนแทบปิดความดีใจไว้ไม่มิด “โชคร้ายหน่อยนะ อยู่รหัสท้าย ๆ ไม่มีพี่รหัสเลยสักคน”

           “ไม่เลยครับ” ร่างเล็กยิ้มมองอย่างมีความสุข ใครบอกล่ะว่าโชคร้าย สำหรับตรีภพถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาตอนนี้เลยก็ว่าได้ ถ้าแลกกับการได้มีโอกาสใกล้ชิดสนิทสนมกับภาสกร ต่อให้ไม่มีใครคนไหนสนใจเขาเลย...เขาก็ยอม

           งานเลี้ยงในวันนี้นับเป็นมื้ออาหารที่สร้างความสุขให้แก่ตรีภพอีกมื้อหนึ่ง สำหรับคนแอบรักจะมีอะไรสุขใจไปกว่าการได้ลอบมองคนที่ตัวเองรักในระยะใกล้ ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวของภาสกรได้ถูกตรีภพบันทึกภาพเอาไว้ในส่วนลึกของห้วงความทรงจำ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ปรากฎทำให้ตรีภพอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามอย่างมีความสุข

           “น้องมึงเป็นใบ้เหรอวะไอ้ภาส” รุ่นพี่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเอ่ยขึ้น พยักเพยิดมาทางตรีภพ

           “ทำไม?”

           “ก็กูเห็นน้องมึงเอาแต่นั่งยิ้มอยู่คนเดียว ไม่พูดไม่จากับใครเลย”

           ตรีภพได้แต่ส่งยิ้มแหย ๆ แกล้งเขิน ไม่ตอบโต้อะไรหลังจากถูกพาดพิง ก่อนจะมีเสียงใส ๆ ของผู้หญิงอีกคนซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นปีของเขาเป็นคนตอบกลับ

           “ภพเขาก็เงียบแบบนี้อยู่แล้วล่ะค่ะ ในห้องเรียนก็ไม่ค่อยพูดคุยกับใครเหมือนกัน”

           “หรือน้องมึงจะเป็นใบ้จริง ๆ วะ ฮะ ฮะ ฮา”

           ตรีภพก้มหน้า หลบสายตาผู้คนที่กำลังจับจ้องมาทางเขา ถึงแม้จะเคยชินและไม่ได้รู้สึกรู้สากับคำดูถูกถากถาง แต่การถูกเย้ยหยันต่อหน้าคนที่ตัวเองรักก็ทำให้ตรีภพรู้สึกอายอยู่ไม่น้อย

           “หุบปากไปเลยมึง” เสียงทุ้มต่ำอันแข็งกร้าวของคนเคียงข้างทำให้ตรีภพต้องเงยมอง “เสือกอะไรน้องกู”

           ตรีภพรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นภาสกรกำลังจ้องมองเพื่อนของตัวเองด้วยสีหน้าดุดัน

           “เชี่ย ดุจังว่ะ แซวนิดแซวหน่อยไม่ได้เหรอวะ”

           “ไม่ได้ น้องกู กูหวง” มือหนาอ้อมมาโอบไหล่ของตรีภพ กระชับร่างเล็กเข้าไปจนแนบชิดกับตัวของผู้เป็นพี่ “ไม่เป็นไรนะ พี่จะปกป้องภพเอง”

           “…” ตรีภพเงยมองภาสกรที่สบตากับตนด้วยความสับสน สิ่งที่กำลังเกิดในตอนนี้เขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม

           หวง? ปกป้อง? เป็นอีกครั้งที่ภาสกรทำให้ตรีภพรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า เป็นอีกครั้งที่เขาได้รับความรักและห่วงใยจากชายคนนี้ ถึงแม้จะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยของคนทั่วไป แต่สำหรับตรีภพแล้วนั้นกลับทำให้รู้สึกอิ่มเอมจนหัวใจพองโต

กลับหน้าเรื่อง
ฝากกดเพิ่มเข้าชั้นด้วยนะครับจะได้ไม่พลาดตอนใหม่ คอมเมนต์พูดคุยกันได้น้า จุ๊บๆ
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น