ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
บทที่ 28

 

 

Blue Sea Wind ลิขิตรักใต้ฟ้า บทที่ 28 

 

 

 

" งานออกค่ายอาสา มันคืองานอะไรคะ!? แล้วทำไมเราต้องไปด้วย " บลูทำหน้าฉงนใส่พชรในเช้าวันนึงที่โต๊ะอาหารของร้านโรตี มะตะบะนิยะ เธอก้มลงอ่านเอกสาร " พรุ่งนี้แล้วด้วย "  

" เป็นการออกค่ายอาสาพัฒนาที่ทางคุณทิวาเป็นคนออกหน้าขอจัดขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนช่วยกันตระหนักถึงทรัพยากรทางทะเลครับ " พชรตอบ " เห็นว่าทางผู้ว่าฯก็เห็นชอบในเรื่องนี้ และดีใจมากที่คนระดับใหญ่โตอย่างคุณทิวาจะเป็นต้นแบบของประชาชนให้ช่วยกันรักษาทรัพยากรทางทะเลที่มีค่า "  

บลูยกคิ้วเงยหน้ามาดูสีหน้าเพื่อนร่วมโต๊ะอีกสองคนอย่างธนทัตและเดชกุล " ตลกจัง คนที่เป็นทั้งคนปล่อยนำ้เสียลงแหล่งน้ำ ลักลอบทิ้งสารเคมีลงทะเล รวมถึงเป็นคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบจับสัตว์น้ำอย่างผิดกฎหมายคนนั้นน่ะเหรอคะเป็นคนคิดจัดงานอนุรักษ์นี่ขึ้นมา เหมือนพวกตบหัวแล้วลูบหลังเลยค่ะ " บลูวางเอกสารลงอย่างไม่ใส่ใจ คำพูดของบลูทำเอาทั้งธนทัตและเดชกุลมองไปรอบร้านด้วยอาการเลิ่กลั่ก เดชกุลยกนิ้วแตะปาก  

" เบาหน่อยสิครับ คุณบลู แถวนี้ไม่ได้มีแค่เราหรอกนะครับ "  

" จริงของไอ้กุลครับ เพราะเป็นคนในพื้นที่ที่ทุกคนนับหน้าถือตาอยู่ไม่น้อย หลายคนเลยไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่นทำอะไรขืนพูดไม่เข้าหูอาจโดนกระแสตีกลับก็ได้ครับ " ธนทัตว่า  

" แล้วพวกคุณชอบใจกับเรื่องพวกนี้เหรอคะ " บลูถามกลับ " เพื่อนคุณรุ่นพี่คุณเค้าว่ายังไงล่ะคะ " บลูไม่เห็นศิลามากับทั้งคู่  

" รายนั้นน่ะไม่ต้องพูดถึงหรอกครับ หัวเสียไปเลยนี่ก็หายไปตั้งแต่บ่ายเมื่อวานมาวันนี้ก็ยังติดต่อไม่ได้เลยครับ " ธนทัตตอบ " ไม่รู้ไปไหนหรือทำอะไรอยู่ โดนหัวหน้าสั่งให้ไปเดินตามไอ้ทิวานั่นเก็บขยะถ่ายรูปโชว์สื่อแบบนั้นคงไม่ชอบใจแน่ "  

บลูแอบผิดหวังนิดๆ 'แต่ทำไมต้องผิดหวังด้วยนะ' บลูส่ายหัวสบัดความคิดนั้นออกไป " พวกคุณต้องเข้าร่วมงานนี้กันด้วยหรือเปล่าคะ " ใจอยากถามมากกว่าว่าศิลาจะไปงานนี้ด้วยมั้ย ทั้งสองยักไหล่  

" พวกเราเป็นส่วนประกอบสำคัญของงานทำความดีเอาหน้า ยังไงก็ไปอยู่แล้วครับ " เดชกุลทำเสียงเยาะไม่ชอบใจพลางยกถ้วยโอเลี้ยงเย็นขึ้นดื่มจากหลอด " แต่ก็ไม่รู้ว่าพี่ซีจะไปงานนี้ด้วยมั้ย เนอะพี่ทัต "  

" หัวหน้าสั่งให้มันไปเดินตามหลังช่วยเก็บขยะแบบนั้น ฉันว่ามันไม่ไปหรอก ไอ้ซีมันเหม็นขี้หน้าไอ้ทิวาจะแย่ " ธนทัตหันมาทางบลู " แล้วคุณบลูจะไปมั้ยครับ "  

บลูนิ่งไปก่อนจะตอบ " ฉันอาจจะไปก็ได้ค่ะ ฝ่ายนั้นให้คนมาเชิญทั้งทีเลยคิดว่าจะไปทำความรู้จักกับเขาซักหน่อย "  

" อ่อ ผู้หญิงคนนี้น่ะเหรอ " กมลส่งมือถือคืนให้ลูกน้องของทิวา " ผมเคยเห็นตอนที่เกิดเรื่องที่ร้าน เห็นอยู่กับไอ้ศิลา "  

ทิวายกคิ้วขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ " อยู่กับไอ้ศิลา!? "  

" ใช่ มาพังร้านผมซะยับ ร้านผมต้องถูกปิดเพราะพวกมันนี่แหละ " กมลออกอาการเข่นเขี้ยว " คุณทิวาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนนี้เหรอครับ "  

" ทีแรกว่าจะไม่ทำแต่ดูท่าน่าจะก่อความยุ่งยากให้ฉันไม่น้อย ยิ่งไปยุ่งเกี่ยวกับไอ้ศิลาด้วยอีกก็มีแต่ความรำคาญใจเรื่องที่ให้ไอ้เสี่ยโก๊ะกับคนในชุมชนแหลมสะเก็ดปล่อยข่าวลือเรื่องน้ำเสียว่ามาจากโรงงานมันก็ได้ไอ้ศิลาช่วยไว้  ล่าสุดก็ได้ยินว่าแม่นี่จัดการเด้งทรงศีลกับไอ้อู๊ดออกจากโรงงานไปได้อีก  หนทางที่จะเอาโรงงานมันมาเป็นของฉันมีแต่พวกมันขวางทางเต็มไปหมด " ทิวาขบกรามเบาๆ  

" แล้วคุณทิวาจะให้ผมจัดการเลยมั้ยครับ " กมลถามหยั่งเชิง ทิวายกมือเป็นเชิงห้าม 

" ยังไม่ใช่ตอนนี้ ฉันอยากให้แกจับตาดูพวกมันไว้โดยเฉพาะกับไอ้ศิลาถ้ามันมายุ่มย่ามงานของเราก็กำจัดมันทิ้งไปได้เลย -- ส่วนงานวันพรุ่งนี้แกได้คุยกับปอดะหรือยัง "  

" คุยแล้วครับ คุณทิวา สินค้าได้ครบตามรายการขาดก็แต่ปลาสิงโตที่ดูจะหายากในช่วงนี้ อีกอย่างไอ้ปอดะมันบอกว่าคนบนเกาะล้อมดาวช่วยกันจัดเวรตรวจยามเข้มเลยทำให้เข้าถึงยากขึ้นด้วยครับ "  

" ไอ้ศิลาอีกแล้วสินะ ไม่รู้มันจะจองล้างจองผลาญกูไปถึงไหน " แววตาของทิวาดูดุร้าย " เอาเป็นว่าพรุ่งนี้อย่าให้มีเรื่องผิดพลาดก็แล้วกัน เสนามันจะเปิดทางให้พวกแกก็จัดการให้เรียบร้อยด้วย "  

" รับทราบครับ คุณทิวา " กมลรับคำ  

" พรุ่งนี้ฉันจะดูว่าไอ้ศิลามันจะทำหน้ายังไง " ทิวาแค่นยิ้มอย่างชอบใจ 

" จะกลับวันนี้เลยเหรอ " บลูที่เดินออกจากโรงงานมากำลังจะขึ้นรถถามฌอนที่ตอนนี้ตัวเขาอยู่ที่สนามบินภูเก็ตแล้ว " ทำไมด่วนขนาดนี้ล่ะ ฌอน "  

" งานที่กรุงเทพมีปัญหาน่ะสิ ฉันเลยต้องขึ้นไปแก้ด่วน ขอโทษทีนะบลู ที่นัดไว้เย็นนี้คงต้องติดไว้ก่อน งานเสร็จเมื่อไหร่ฉันจะใช้คืนให้ " ฌอนพูด  

" ไม่เป็นไร กลับไปแก้งานนายเถอะ ฉันโอเค "  

" แต่ว่าฉันไม่โอเคเลย อุตส่าห์จะได้ดินเนอร์กับเธอสองต่อสองทั้งทีดันมาติดงานด่วนนี่จนได้ " ฌอนขยันหยอดแต่บลูกลับไม่มีทีท่าว่าจะใจอ่อนกับเขาเลย 

" ดินเนอร์สองต่อสองอะไรกัน เราก็กินข้าวด้วยกันบ่อยๆ ไม่ได้กินคราวนี้ก็ไว้คราวหน้าก็ได้ไม่เห็นต้องบ่นเลย "  

" มันเหมือนกันที่ไหนล่ะ ฉันน่ะตั้งใจมากเลยนะดินเนอร์คืนนี้น่ะ " ฌอนยังบ่นไม่หยุด เจ้าตัวหัวเสียไม่น้อยที่ต้องบินกลับด่วนหลังจากที่คิดว่ายังไงคืนนี้เขาต้องขอบลูเป็นแฟนให้ได้ ความหวาดหวั่นใจมันเริ่มคืบคลานมาตั้งแต่ที่บลูกลับจากภูเก็ตคราวก่อนจนมาถึงตอนเดินซื้อของที่ตลาดและงานปาร์ตี้ริมทะเล เขารู้สึกว่าหัวใจของบลูอาจจะกำลังเป็นของคนอื่นถ้าเขาไม่รีบชิงมันมาก่อน " นี่บลู! "  

" ว่าไง " บลูกดปุ่มสตาร์ทรถเตรียมตัว  

" เธอรอฉันได้มั้ย " ประโยคคำถามกึ่งขอร้องของฌอน ทำเอาบลูนิ่งไปถึงจะพยายามแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจแต่เธอก็รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร  

" ฉันจะรอนายทำงานเสร็จแล้วมาเลี้ยงข้าวฉันนะ "  

ณอนฟังคำตอบของบลูแล้วก็ยิ้ม เขาถูกใจบลูก็ตรงนี้ ถึงจะเอาแต่ใจและเจ้าอารมณ์แต่บลูก็ฉลาดที่จะพูด " ฉันจะรีบทำงานให้เสร็จแล้วกลับมาหาเธอ ไปล่ะ ต้องขึ้นเครื่องแล้ว "  

" เซฟไฟล์ทนะ ฌอน "  

" โอเคครับ "  

บลูผ่อนลมหายใจยาวๆออกมาหลังจากวางสายฌอนไปแล้ว บลูก้มหน้าลงซุกกับฝ่ามือของตัวเองแล้วกรี๊ดเบาๆ " บ้าจังบลู เธอกำลังจะเป็นอย่างที่ยัยเนตรรพีพูดนะ " บลูตัดสินใจขับรถเล่นไปเรื่อยๆตามริมทะเลดวงอาทิตย์ค่อยๆลาลับขอบฟ้า แสงไฟบนท้องถนนเข้ามาแทนที่รวมถึงบรรดาร้านรวงก็แข่งกันสาดแสงสีจนบรรยากาศยามค่ำคืนในภูเก็ตดูตื่นตาตื่นใจ  

บลูจอดรถทิ้งไว้แล้วเลือกที่จะเดินเล่นบนถนนคนเดินอยู่คนเดียวในตอนที่เธอกำลังสนใจเชือกถักสำหรับใส่ข้อเท้าสายตาของเธอก็เหลือบเห็นร่างสูงในกลุ่มคนที่รายล้อมอยู่รอบตัว เขาคนนั้นกำลังยืนคุยอยู่กับเพื่อนของเขาท่าทางทั้งสองดูเคร่งเครียดก่อนที่พวกเขาจะเดินแทรกฝ่ากลุ่มคนออกไปอีกด้าน บลูเห็นแบบนั้นก็เดินตามทั้งศิลาและคชาไป  

" รีบไปไหนของเขากันนะ " บลูบ่นเร่งฝีเท้าตามคนตัวสูงที่ขายาวกว่า " สงสัยจะแอบมาเที่ยวผู้หญิงล่ะสิ " บลูคิดอย่างดูถูกถึงอย่างนั้นก็ตามไปอย่างอยากรู้ ศิลาและคชาเดินเลียบไปตามถนนที่มีผับบาร์เรียงรายพวกเขาทั้งคู่ไม่ได้แวะเข้าร้านไหนเลยแถมไม่สนใจสาวเชียร์เบียร์ที่พยายามเชิญชวนพวกเขา บลูเดินตามอยู่ห่างๆแบบนั้นมาเกือบสิบห้านาทีได้แต่ไม่มีทีท่าเลยว่าสองคนนั้นจะหยุดเดินเมื่อไหร่ " โอ๊ย! จะเดินไปถึงไหนกันเนี่ย " บลูโอดแต่ทันทีร้องไปแบบนั้นจู่ๆพวกเขาสองคนก็หยุดเดินแล้วแยกกันเดินไปคนละทาง บลูกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามมองซ้ายมองขวาก่อนจะหันไปเดินตามศิลาที่เดินไปอีกด้านนึงของถนน บลูก้าวเท้ายาวๆหวังให้ตามอีกฝ่ายทันแต่ปรากฏว่าร่างสูงนั้นก็หายไปจากสายตาเธอราวกับผี 

" อ้าว! หายไปไหนแล้ว -- ว๊าย! " บลูหลุดร้องอย่างตกใจตอนถูกใครคนนึงดึงมือเธอให้เดินตามเขาออกจากตรงนั้นมือใหญ่ของศิลากุมมือของบลูไว้จนมิดคนที่เดินตามหลังมองไม่เห็นสีหน้าของคนนำว่าขมึงถึงแค่ไหนจนพ้นระยะเขาถึงหันมาหาเธอ 

" คุณบลูใช่มั้ยที่เดินตามผม " น้ำเสียงทั้งแข็งและดุของเขาทำเอาคนฟังยกคิ้วมองไปรอบตัว 

" ยังมีคนอื่นที่เดินตามคุณอยู่เหรอ " บลูย้อนถาม  

" ผมถามคุณก่อน "  

บลูทำเสียงฮึแล้วสะบัดมือตัวเองออก " ใช่ ฉันตามคุณ แต่ตอนนี้ฉันจะกลับแล้ว " บลูหันหลังจะเดินหนี ศิลาถอนหายใจก่อนจะเดินตามไปขวางหน้า 

" มาทำอะไรที่นี่ครับ แล้วมีใครมาด้วยมั้ย "  

" เดินเล่น คนเดียว " บลูตอบเสร็จก็เดินผ่านตัวศิลาไป ศิลาจับแขนบลูไว้  

" ไปกับผม " 

" ไม่ไป ฉันจะกลับ " บลูจะดึงมือหนี ศิลานอกจากจะไม่ฟังแล้วเขายังไม่ปล่อยแขนบลูให้หลุดมือด้วย จากนั้นเขาก็พาเธอเดินลัดเลาะไปตามฟุตบาธหลีกเลี่ยงกลุ่มคนที่เดินขวักไขว่ไปสมทบกับคชาที่ด้านนอกถนน 

" เป็นไง ตามทันมั้ย " ศิลาถาม คชาส่ายหน้า 

" ตามไม่ทันว่ะ แม่งหายเหมือนหายตัวได้อย่างนั้น แล้วนี่ " คชามองไปทางบลู " คุณบลู!? ทำไม "  

" ไปหาที่นั่งคุยเถอะ  จะได้กินข้าวด้วย หิวแล้ว " ศิลาตัดบท คชาพยักหน้ารับเห็นด้วยส่วนคนถูกรั้งไว้ทำหน้างอใส่ ทั้งสามนั่งลงที่ร้านข้าวต้มกุ๊ยที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขาเจอกัน ลูกค้านั่งกันเต็มเกือบทุกโต๊ะแต่อาหารกลับเสิร์ฟขึ้นโต๊ะได้อย่างรวดเร็ว กับข้าวในจานชามใบขนาดย่อมเต็มโต๊ะจนดูละลานตา บลูถึงกับเบิกตากว้างกับอาหารตรงหน้า 

" สั่งมาเยอะขนาดนี้จะกินหมดเหรอวะ ไอ้ซี "  

" กินๆเข้าไปเถอะไม่ได้กินตั้งแต่เมื่อวาน หิวจนตาลายหมดแล้ว " ศิลาว่าเขาหยิบช้อนขึ้นมาเช็ดด้วยขอบเสื้อด้านในตัวเองแล้วส่งให้บลู " ไม่ต้องห่วงเรื่องความสะอาดนะครับ เสื้อผมซักแล้วเรียบร้อย " ศิลายกยิ้มตอนยื่นช้อนให้บลูเจ้าตัวรับไปเอาทิชชู่เช็ดอีกรอบแถมส่งค้อนวงโตให้เขา 

" คุณบลูทานได้หรือเปล่าครับ " คชาเอ่ยปากถามหลังตักข้าวต้มเข้าปากตัวเองไปแล้ว บลูเองก็เริ่มตักผัดหอยเชลล์ทอดกระเทียมใส่ชามตัวเอง 

" ทานได้ค่ะ "  

" ดีครับ งั้นทานเยอะๆเลย " คชายิ้มให้บลูแต่พอเจอสายตาของศิลา เขาก็หุบยิ้มทันที  

" คุณบลูมาเดินเล่นได้อะไรบ้างครับ " ศิลาถาม บลูไม่ตอบแถมยังทำเป็นไม่สนใจไปคุยกับคชาแทน 

" คุณคชามาเดินเล่นเหรอคะ "  

คชาจะตอบแต่ถูกศิลาเอาเท้าเขี่ยห้ามไว้ " คุณบลูยังไม่ตอบคำถามของผมเลยนะครับ " ศิลาเตือนพลางส่งสายตาเหมือนคุณครูกำลังดุเด็กนักเรียน บลูฮึดฮัดไม่ชอบใจ 

" ไม่ได้! ก็เพราะต้องมาตามคุณนี่ไง! คุณเอาแต่ถามฉัน ให้ฉันถามคุณบ้างสิ "  

" อยากรู้อะไรก็ถามสิครับ " ศิลาว่าพลางยกยิ้ม 

" พวกคุณมาทำอะไรกัน "  

" ผมกับคชาได้ยินว่าไอ้กมลมันลงมาที่ภูเก็ตแล้วเลยตามมาดูน่ะครับ " ศิลาตอบ บลูนิ่งคิดนึกถึงชื่อกมล 

" กมล!? เจ้าของร้านที่ลักลอบขายสัตว์น้ำน่ะเหรอ "  

" ถูกเผงเลยครับ คุณบลู ความจำดีนะครับเนี่ย " คชาชมเปาะ  

" เขาลงมาที่นี่มาทำอะไรคะ หรือว่า -- " บลูมองหน้าทั้งสองสลับไปมา  

" ยังไม่มีอะไรครับ " ศิลาชิงตอบก่อน  

" ถ้ายังไม่มีอะไรแล้วทำไมพวกคุณต้องตามดูด้วยล่ะ " บลูถามกลับ คชาทำเสียงอู้ออกมา 

" หัวไวจังแหะ " คชาหันไปพูดกับศิลา  

" อย่างที่คุณบลูรู้ว่ากมลทำงานอะไรและทำงานให้ใคร สายข่าวของพวกผมบอกว่าที่มันลงมาที่นี่เพราะมีรายการสั่งซื้อล็อตใหญ่เข้ามา มันเลยต้องลงมากำกับด้วยตัวเอง " ศิลาบอกบลู " เมื่อวานผมกลับไปที่เกาะล้อมดาวคนที่นั่นจัดเวรยามเพื่อลาดตระเวนรอบๆเกาะแล้วเจอเรือของพวกลักลอบวนเวียนอยู่แถวนั้นผมคิดว่ามันคงกำลังหาสินค้ากันอยู่" บลูนั่งฟังอย่างตั้งใจมือถือช้อนข้าวต้มค้างไว้ " เรือนั่นเป็นเรือของไอ้ปอดะที่ก่อนหน้านี้ก็เคยเข้ามาลักลอบจับสัตว์น้ำที่อยู่แถวนั้นไป "  

" พวกเราคิดกันว่าสินค้าบางส่วนน่าจะขึ้นฝั่งมาแล้วเลยตามดูว่าไอ้กมลมันเอาสินค้าไปไว้ที่ไหน " คชาเสริม " แต่พวกเราก็คลาดกับมัน " บลูกลอกสายตาไปมา  

" ไม่ได้เกี่ยวกับคุณบลูหรอกครับ " ศิลาว่า " คิดว่ามันคงรู้ว่าพวกผมตาม "  

" ถ้างั้นคุณจะทำยังไงต่อ " บลูถาม 

" ตามต่อครับ ต้องรีบหาทางสกัดไม่ให้มันเอาพวกสัตว์น้ำออกไปได้ สายข่าวยังหาข้อมูลไม่ได้ว่าพวกมันจะส่งวันไหนหรือที่ไหน "  

" เดี๋ยวเรื่องนี้กูให้สายตามต่อถ้าได้ข่าวแล้วจะรีบส่งข่าวมาให้มึงทันที " คชาพูด ศิลาพยักหน้ารับ 

" ขอบใจ "  

หลังจากนั้นทั้งสามก็นั่งกินข้าวต้มกุ๊ยต่อจนอาหารในจานแต่ละจานแทบไม่เหลือก่อนที่จะเรียกพนักงานมาเก็บเงิน " แล้วพรุ่งนี้มึงจะไปออกค่ายอาสานั้นมั้ย " คชาถามก่อนที่พวกเขากำลังจะแยกกัน ศิลาเอาลิ้นดุนแก้มตัวเองสีหน้าดูไม่ชอบใจ 

" ก็คงไป จะได้ไปจับตาดูพวกมันด้วย "  

" ได้เรื่องยังไงก็ส่งข่าวมาบอกด้วยนะ " คชาว่า " ไปก่อนนะครับ คุณบลู " 

" ค่ะ " บลูยิ้มบางๆตอบกลับไป เธอยืนมองรถมอเตอร๋ไซค์ของคชาที่แล่นผ่านสี่แยกเลี้ยวหายไปที่ถนนอีกด้าน  

" คชามันไปแล้วครับ คุณบลูจะไปได้หรือยัง " ศิลาถามสีหน้าดูหงุดหงิดที่เห็นบลูยิ้มให้คชา บลูไม่ได้สังเกตอาการนั้นเลยนึกว่าศิลาคงดุเธออีก  

" คุณก็กลับของคุณไปสิ เดี๋ยวฉันเดินกลับไปที่รถเอง " บลูว่า 

" ผมไม่ได้เอารถมา เพราะงั้นผมจะเดินไปที่รถกับคุณบลู ไปกันเถอะครับ " ศิลาเดินนำออกไปก่อน บลูแลบลิ้นใส่แผ่นหลังของร่างสูงนั้นก่อนจะยอมเดินตามเขา " ไอ้กุลมันบอกว่าคุณบลูก็ถูกไอ้ทิวาเชิญไปงานค่ายอาสาของมันเหรอครับ"  

" ใช่ และฉันก็คิดว่าจะไปด้วยเหมือนกัน "  

" เหตุผลที่ไปล่ะครับ "  

" ฉันก็อยากไปเจอตัวคนที่พยายามจะเล่นงานโรงงานเพอร์เฟค ยูน่ะสิ " บลูตอบ " แล้วคุณล่ะ โอเคเหรอที่จะไปเจอนายทิวาอะไรนั่น เห็นคุณกุลบอกว่าคุณหัวเสียน่าดูเลย "  

" ผมไม่ได้หัวเสียเพราะต้องไปเจอมัน แต่ที่หงุดหงิดเพราะทุกคนเห็นดีเห็นงามกับความดีที่มันแกล้งสร้างขึ้นมาต่างหากล่ะครับ " น้ำเสียงศิลาของดุดัน " คนอย่างไอ้ทิวาถ้าคิดทำอะไรแล้วไม่มีทางที่จะไม่หวังผลตอบแทนหรอกครับ "  

" เป็นคนที่ฟังดูแล้วยังไงก็เลวร้ายจริงๆ หวังว่าพรุ่งนี้ตอนที่ฉันเจอหน้านายทิวานั่นฉันจะยั้งอารมณ์ไว้ได้นะ " คำพูดบ่นเรื่อยเปื่อยของบลูทำคนฟังยกยิ้ม  

" พรุ่งนี้ต้องเดินเก็บขยะบนหาดทรายนะครับ อย่าลืมใส่บู๊ทตามที่เคยบอกไว้ด้วยล่ะครับ " ศิลาเอ่ยปากแซว 

" ไม่ต้องมาแซวหรอก " บลูหันหน้าหนีแล้วเดินนำหน้าไปแทน ทั้งคู่เดินย้อนผ่านตลาดคนเดินเส้นทางที่บลูเดินเข้ามาในครั้งแรก 

" คิดยังไงถึงได้มาเดินเล่นที่ตลาดแบบนี้คนเดียวครับ " ศิลาชวนคุย " คุณพชรกับนายฌอนหายไปไหน "  

" คุณพชรรายนั้นน่ะจริงจังกับนิยะมาก เร็วๆนี้คงมีข่าวดีออกมาแน่ ส่วนฌอนบินกลับกรุงเทพไปแล้วเพราะมีงานด่วน ฉันไม่รู้จะทำอะไรเลยขับรถเล่นแล้วก็มาเดินตลาด " บลูที่พลาดดูสร้อยข้อเท้าไปเพราะไปเดินตามศิลาแทนหยุดที่ร้านนั้นอีกรอบ  

" เปลี่ยนใจมั้ย น้องสาว " คนขายเป็นผู้ชายที่แต่งตัวคล้ายกับพวกเร้กเก้ลุกจากเก้าอี้ส่งยิ้มให้บลู เขาหันสายตาไปทางศิลาที่เข้ามายืนข้างๆบลู " อ้าว ไปตามแฟนมาช่วยเลือกด้วยเหรอ "  

บลูหันไปมองคนข้างๆแล้วรีบปฏิเสธ " ไม่ใช่แฟนค่ะ แล้วก็ไม่ได้มาช่วยเลือกด้วย " บลูว่าคนขาย แสงสีเหลืองจากหลอดไฟส่องกระทบใบหน้าที่แก้มกำลังแดงระเรื่อ  

" โถ่ นึกว่าแฟน งั้นเลือกตามสบายเลย " คนขายว่า 

" ชอบเหรอครับ " ศิลาถามยื่นมือไปหยิบสร้อยข้อเท้าที่วางเรียงอยู่บนโต๊ะที่ปูด้วยผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มขึ้นมา 

" ก็น่ารักดี " บลูทำทีเป็นหยิบสร้อยนั้นสร้อยนี่ขึ้นมาดู ไม่สบตากับศิลาแต่กับคนมองพยายามสบตาด้วยเลยขยับเข้าไปใกล้ๆแล้วช่วยเลือก 

" อันนี้น่ารักดีนะครับ " ศิลาหยิบสร้อยที่ทำจากเชือกถักเรียงร้อยด้วยลูกปัดสีฟ้าขึ้นมาส่งให้บลูดู  

" ใช่ๆ อันนี้น่ารักมากเลย ฉันเห็นตอนแรกก็ชอบเหมือนกัน " บลูว่าหยิบสร้อยในมือศิลาขึ้นมาดูด้วยสายตาเป็นประกาย " มองกี่ทีก็น่ารัก "  

" ครับ มองยังไงก็น่ารัก " สายตาศิลามองอย่างเปิดเผยแต่คนถูกมองกลับสนใจสร้อยอยู่จะมีก็แต่คนขายที่เห็นเลยยื่นมือสะกิดที่แขนของศิลา  

" ซื้อให้สิ น้องเค้าชอบ พี่ก็ซื้อให้เลย " คนขายส่งภาษาถิ่นพลางยักคิ้วหลิ่วตาเชียร์ออกนอกหน้าทำเอาบลูออกอาการไปไม่ถูกมองหน้าศิลาแล้ววางสร้อยลง  

" ฉันไม่ชอบแล้ว " บลูบอกแค่นั้นแล้วเดินออกจากร้านไป 

" อ้าว ไม่ได้ขายเลย " คนขายร้องน้ำเสียงสุดเซ็ง  

" ผมเอาเส้นนี้ครับ " ศิลาหยิบเอาสร้อยที่บลูวางลงส่งให้คนขายพร้อมเงิน  

" เออ มันต้องอย่างนี้สิ พี่ชาย " คนขายจัดแจงเอาสร้อยใส่ในถุงยื่นให้ศิลา จากนั้นเขาก็เดินตามบลูออกไปที่ถนนด้านหน้า  

" ไม่ชอบสร้อยนั่นแล้วเหรอครับ " ศิลาถาม บลูเบือนหน้าหนีไม่ตอบ " ที่ไม่ชอบเพราะกลัวว่าผมจะซื้อให้ รังเกียจผมขนาดนั้นเลยเหรอครับ " ประโยคสุดท้ายที่ถามออกไปเขาเองก็รู้สึกเจ็บที่หัวใจพิลึก คนเราก็แปลกทำไมถึงทำอะไรที่ทำร้ายตัวเอง  

" ไม่ใช่! " บลูตอบทันควันเธอหันกลับมา ดวงตาสองคู่ต่างก็ค้นหาคำตอบจากแววตาของอีกฝ่าย บลูรู้สึกว่าตัวเองกำลังต่อสู้อยู่กับตัวตนอีกคนในจิตใจเธอ หัวใจเต้นรัวระส่ำทำเอาเจ็บหน้าอกไปหมด เธอหาคำพูดมาพูดต่ออีกไม่ได้สุดท้ายก็ทำได้แค่ " ฉันจะกลับแล้ว " ศิลาพยักหน้ารับไม่พูดอะไรอีก จากนั้นเขาก็เดินไปส่งเธอที่รถไม่มีใครพูดอะไรจนกระทั่งบลูขับรถลับสายตาของเขาไปแล้ว ศิลาถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา 

" ถ้าเค้ารู้ความจริงขึ้นมาคงได้เกลียดอย่างที่ถามไปจริงๆ "  

The girl on the Venus : หนูไม่ได้รังเกียจอะไรเขาเลยนะคะ  

The girl on the Venus : แต่แค่รู้สึกเหมือนข้างในมันกำลังต่อสู้กันเอง คงเป็นเพราะเคยผิดหวังมาก่อนจากนั้นมาก็ปิดกั้นตัวเอง ไม่กล้าจะเปิดความรู้สึกของตัวเอง หรือรับความรู้สึกของใคร 

The girl on the Venus : พอมาเจอเขาคนนี้ ความรู้สึกมันก็ค่อยๆเปลี่ยน ไม่รู้เหมือนกันตั้งแต่เมื่อไหร่แต่มันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  

The girl on the Venus : น่าอายใช่มั้ยคะ มาเล่าเรื่องอะไรให้ลุงเต่าฟังเนี่ย  

ยูสเซอร์เนม Uncle Turtle ควรจะดีใจด้วยซ้ำที่เห็นข้อความของสาวน้อยบนดาวศุกร์ที่เปิดเผยความในใจที่มีต่อเขาให้เขาอีกคนได้รับรู้ แต่ศิลากลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิดเดียว เขาวางมือลงบนแป้นคีย์บอร์ดพยายามนึกหาถ้อยคำมาพิมพ์ลงไป  

The girl on the Venus : เรื่องของหนูทำให้ลุงเต่าเบื่อแล้วล่ะสิ  

Uncle Turtle : ไม่เลยครับ  

The girl on the Venus : ^^ ดีจัง อย่างน้อยก็มีลุงเต่าคอยเป็นเพื่อนคุยกับหนู สัญญานะคะว่าเรื่องที่หนูเล่าอย่าไปบอกใคร 

Uncle Turtle : สัญญาครับ  

ศิลามองข้อความขอบคุณของบลูตอบกลับมาก็ให้รู้สึกหนักอึ้งในใจ ก่อนจะพิมพ์ข้อความลงไป 

Uncle Turtle : ถ้าสมมติว่าลุงเต่าจะบอกว่าลุงเป็นใคร สาวน้อยบนดาวศุกร์ยังอยากรู้อยู่มั้ย  

ศิลาผ่อนลมหายใจมองข้อความที่ยังไม่ได้ถูกกดส่งนั้นอีกรอบ เขาควรต้องบอกความจริงเรื่องนี้ให้บลูรู้ถ้ายิ่งเก็บไว้นานมันต้องไม่ดีแน่ ในตอนที่เขากำลังจะกดส่งนั้นสายเรียกเข้าจากคชาก็ดังเข้ามาในมือถือ เขาลุกออกจากเก้าอี้เดินไปคุยโทรศัพท์ที่ด้านนอกโดยไม่ทันได้ปิดหน้าต่างเวบไซต์ around the world นั้นลงพอดีกับที่ใครคนนึงเดินกลับเข้ามาที่ห้องวิจัยเพราะลืมของไว้  

" ซีคะ ยังอยู่หรือเปล่าคะ เนตรว่าเนตรลืมเอกสารไว้บนโต๊ะคุณน่ะค่ะ " เนตรรพีเดินเข้ามาไม่เห็นศิลาอยู่ที่โต๊ะเธอเลยเดินเข้าไปหยิบเอกสารเอง ขณะที่กำลังมองหาแฟ้มเอกสารตัวเองสายตาของเธอก็มองเห็นข้อความโต้ตอบบนหน้าจอนั่น 

 

 

 

 

 

********************** 

สวัสดีค่า รี้ดที่น่ารักทุกคน 

ไรท์มาอัปเพิ่มให้อีกหนึ่งอีพีน้า ช่วงนี้จะอัปได้ช้ามากอยู่สักหน่อย (ไม่หน่อยล่ะ เศร้า) อยากมีเวลาอัปให้ได้เยอะๆจัง แหะๆ 

อีพีนี้ก็จะเป็นความหน่วงเบาเพราะความรู้สึกของทั้งคู่ แถมในตอนท้ายไรท์ยังหย่อนระเบิดไว้อีก อีพีหน้าจะเป็นยังไงน้า มาเป็นกำลังใจให้พวกเขากันด้วยนะคะ 

กลับหน้าเรื่อง
ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการติดตาม ทุกการรอคอย ทุกการสนับสนุน และทุกข้อความของทุกคนมากนะคะ ขอให้สนุกและมีความสุขกับการอ่านค่ะ แล้วเจอกัน
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น