ภาพฝันนิรันดร [END]
2. เพื่อนร่วมโต๊ะ (1)
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
2. เพื่อนร่วมโต๊ะ (1)

 

           การใช้ชีวิตคนเดียวอย่างโดดเดี่ยวเป็นสิ่งที่คุ้นชินสำหรับตรีภพ

           ถึงแม้จะเปิดภาคเรียนมาได้ซักระยะ แต่ตรีภพก็ยังไม่มีเพื่อนสนิทจริง ๆ จัง ๆ เหมือนอย่างคนอื่นเขาเลยสักคน ด้วยองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างที่ทำให้เป็นเช่นนั้น ทั้งตัวของตรีภพเองที่เป็นคนค่อนข้างเก็บตัว ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับโลกส่วนตัวของตัวเอง อีกทั้งบุคลิกที่เป็นคนพูดน้อย ขี้อาย รวมถึงรูปร่างหน้าตาที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ ก็ยิ่งทำให้ไม่มีใครอยากจะคบหา แต่ตรีภพก็ไม่ได้รู้สึกน้อยใจหรือกังวลแต่อย่างใด เพราะเขาคุ้นชินกับการใช้คนเดียวโดยไร้คนสนใจมาเนิ่นนานจนชินชาไปเสียแล้ว

           และดูเหมือนหลาย ๆ สิ่งก็เป็นใจให้ตรีภพต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ขนาดห้องพักที่เขาอาศัยอยู่ซึ่งเป็นหอภายในมหาวิทยาลัย แต่กลับไม่มีใครอยู่ร่วมเป็นรูมเมตของเขาเลยสักคน ซึ่งตรีภพรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ จะทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องเกรงใจใคร อีกทั้งยังสามารถสร้างวิมานอันแสนสุขของตัวเองได้ดั่งใจปรารถนาโดยไม่มีใครมาขัดขวาง

           วิมานที่มีแค่เขาและภาสกรเพียงสองคนเท่านั้น

           ทั่วทั้งห้องกว้างเต็มไปด้วยภาพถ่ายของภาสกรเกือบจะทุกอริยาบถของการดำรงชีวิต ขาดก็เพียงขณะนอนและเข้าห้องน้ำที่ตรีภพยังไม่มีโอกาสได้เก็บภาพน่าประทับใจเหล่านั้น ภายในห้องสี่เหลี่ยมจึงเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความสุข ไม่ว่าจะทำอะไร หันไปทางไหน ตรีภพก็มีภาสกรที่คอยอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจให้เขาเสมอ

           “ผมนอนก่อนนะครับ เจอกันในความฝัน” ริมฝีปากบางจุมพิตลงบนรูปภาพของภาสกรที่วางอยู่ข้างหมอน เขาหลับตาพริ้ม ส่งตัวเองเข้าสู่นิทราอันแสนหวาน เพื่อพบเจอกับชีวิตในความฝันที่เต็มไปด้วยความสุขสม

           ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นบนโลกของความจริง

 

           ‘น่ากินจัง ภพทำให้พี่เหรอ?’ ร่างโตมองกล่องสเต็กปลาแซลม่อนตรงหน้า สลับกับการสบมองชายหนุ่มรุ่นน้องที่หย่อนตัวนั่งลงตรงข้ามเขา

           ‘ใช่ครับ’ สายตาเปล่งประกายวิบวับของชายหนุ่มทำให้ตรีภพคลี่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ‘พี่ภาสลองทานดูนะครับ ผมตั้งใจทำให้พี่โดยเฉพาะเลย’

           ‘เสียดายจัง พี่อิ่มแล้วอะ ถ้าภพมาก่อนหน้านี้สักสิบนาทีพี่คงกินจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือ’

           ‘เหรอครับ?’ สิ่งที่ได้ยินทำให้รอยยิ้มหุบสนิท สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเศร้าหมองจนแทบจะร้องไห้

           ‘แต่ถ้าภพป้อน พี่ก็กินได้นะ’ ทว่าภาสกรก็ไม่ได้ปล่อยให้ผู้เป็นน้องต้องกล้ำกลืนความเจ็บช้ำจากการหยอกเย้าเป็นเวลานาน รีบเอ่ยคำทำให้รอยยิ้มน้อย ๆ ปรากฎบนใบหน้าของตรีภพอีกครั้ง

           ‘พี่ภาสอะ ชอบแกล้งผมอยู่เรื่อย’

           เจ้าตัวเล็กน่าแกล้งขนาดนี้ ใครจะอดใจไหว

           ‘แล้วชอบมั้ยล่ะ?’

           ‘ไม่’ ตรีภพอ้อมแอ้มตอบเสียงเบา ก้มหน้างุดหลบสายตาเจ้าเล่ห์ที่สบมองจนรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาบนใบหน้า

           ปากบอกไม่ แต่ใจชอบมาก

           ‘มัวเขินอยู่นั่นแหละ เมื่อไหร่พี่จะได้กินสเต็กฝีมือเราหึ’

           ‘กินเองเลย ผมไม่ป้อนแล้ว’ ผู้เป็นน้องผลักจานสเต็กไปให้ ถึงแม้จะพูดออกไปด้วยความงอน แต่ก็มีรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าด้วยความเขินอาย

           ‘ขี้น้อยใจเหมือนกันนะเรา’

           ‘…’ มือทั้งสองกอดอก ทำเป็นหันไปทางอื่นโดยไม่ตอบโต้ใด ๆ

           คิดจะงอนก็ต้องงอนให้ถึงที่สุด ให้พี่ภาสรู้ซะบ้างว่าเขาไม่ใช่คนที่จะให้แกล้งกันง่าย ๆ

           ‘โอเค ๆ พี่ไม่แกล้งแล้ว ช่วยป้อนพี่หน่อยนะครับ พี่อยากกินไม่ไหวแล้ว’

           จิตใจอันแข็งแกร่งดั่งหินผาพังทลายลงไม่เป็นท่าเพียงได้ยินเสียงออเซาะของชายหนุ่มรุ่นพี่ ถูกดวงตาคมมองออดอ้อนขนาดนี้ มีหรือที่ตรีภพจะไม่ใจอ่อนให้กับเขา

           มือบางหั่นสเต็กเป็นชิ้นเล็กพอดีคำ ยื่นป้อนให้ภาสกรแต่โดยดี

           ‘อร่อยมากครับ’

           ‘กินเยอะ ๆ นะครับ เดี๋ยวผมป้อนพี่เอง’

           ‘น่ารักที่สุด แฟนใครก็ไม่รู้’

           ความสุขสมอัดแน่นในอกของตรีภพ แค่เพียงได้เห็นรอยยิ้มของคนที่ตัวเองรัก ตรีภพก็ไม่ต้องการสิ่งใดมากไปกว่านี้อีกแล้ว

           ทว่าชีวิตจริงไม่ได้เป็นดั่งฝันเลยสักนิด

 

           การกินข้าวกลางวันคนเดียวในโรงอาหารของคณะเป็นสิ่งที่คุ้นชินสำหรับตรีภพเสียมากกว่า อย่างที่รู้ว่าเขาไม่มีเพื่อนสนิทเลยสักคน จะหวังให้ใครมาร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับคนไร้ตัวตนอย่างเขาก็คงเป็นไปได้ยาก

           “นั่งตรงนี้มั้ย? มีที่ว่าง” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นชวนให้ตรีภพเงยหน้ามอง ก่อนจะพบชายหนุ่มสามคนที่ถือจานข้าวและแก้วน้ำเต็มสองมือ พวกเขามองมายังโต๊ะตัวใหญ่ที่ตรีภพนั่ง ซึ่งทั้งโต๊ะสี่เหลี่ยมขนาดกว้างมีเพียงตรีภพคนเดียวที่นั่งอยู่

           ตรีภพรู้จักชายสามคนนี้เป็นอย่างดี พวกเขาคือเพื่อนร่วมรุ่นที่เรียนอยู่คณะเดียวกัน แต่จะเรียกว่าเพื่อนก็ดูจะเป็นการกล่าวเกินจริงไปสักหน่อย เพราะตั้งแต่เปิดเทอมบทสนทนาที่เคยเกิดขึ้นระหว่างพวกเขามีเพียงการดูถูกเหยียดหยัน กลั่นแกล้งตรีภพให้รู้สึกอับอายเสียมากกว่าการพูดคุยแบบเพื่อนปกติ

           เฉกเช่นเดียวกับวันนี้

           “จะถูกไอ้ภพกัดมั้ยวะ?” หนึ่งในนั้นพูดกลั้วหัวเราะ

           เขาชื่อปกรณ์ คนที่ชอบแกล้งตรีภพเป็นที่สุด

           “จริงด้วยว่ะ นั่น ๆ แยกเขี้ยวขู่แล้วโว้ย ฮะ ฮะ ฮ่า”

           “ไปนั่งตรงโน้นดีกว่า เห็นหน้าไอ้ภพแล้วแดกไม่ลง”

           ชายผู้อ่อนแอได้แต่นั่งนิ่ง ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อเหมือนไม่ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะ ปล่อยให้พวกเขาเดินจากไปโดยไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ ถึงแม้คำพูดดูแคลนเหล่านั้นจะน่าโมโหเพียงใดก็ตาม

           ในสายตาของพวกเขาคงเห็นตรีภพเป็นเพียงที่ระบายอารมณ์ การได้กลั่นแกล้งตรีภพให้เจ็บช้ำทั้งร่างกายและจิตใจคงทำให้ชีวิตพวกเขามีความสุขเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึงอย่างนั้นตรีภพก็ไม่เคยคิดจะต่อสู้หรือขัดขืน อยากทำอะไรก็ตามใจ เพราะเขาเองรู้สึกชินชาต่อการถูกกลั่นแกล้งแบบนี้ไปซะแล้ว

           รอดตายจากการถูกเพื่อนสมัยมัธยมแกล้งมาได้ ถูกพูดจาถากถางนิด ๆ หน่อย ๆ ทำอะไรตรีภพไม่ได้หรอก

 

--- 

อย่าลืมกดเพิ่มเข้าชั้นนะครับจะได้ไม่พลาดตอนใหม่ 

กดถูกใจ กดคอมเมนต์พูดคุยกันเป็นกำลังใจให้กันได้น้า  

กลับหน้าเรื่อง

ไรท์มี 3 นามปากกา น้า

ธ.ธีร์ >> แนวฟีลกู้ด ชาย-หญิง

SunTawan >> แนวฟีลกู้ด Y/boy love

ชาญกวี >> นิยายรัก

ฝากติดตามผลงานด้วยน้า

Love u all

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น