ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
บทที่ ๑ กลับบ้าน 70%

พลอยใสตื่นมาอย่างหิวโหย มองตัวเลขบนนาฬิกาดิจิทัลที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงแล้วก็ตาเบิกกว้าง เข้าใจทันทีว่าทำไมถึงได้หิวอย่างนี้ เพราะเธอนอนยาวจนสี่โมงเย็นและยังไม่ได้กินข้าวกลางวัน จึงรีบลุกขึ้นมาแต่งตัวง่าย ๆ ด้วยเสื้อยืดกางเกงขาสั้น แล้วออกไปหาอะไรกินก่อนกลับเข้ามาอาบน้ำแต่งตัวใหม่ และเช็กเอาต์เพื่อกลับเข้าบ้าน 

เธอไปถึงบ้านในเวลาราว ๆ ห้าโมงครึ่ง เห็นรถพ่อกับแม่จอดอยู่ในโรงรถ จึงรู้ว่าท่านทั้งสองกลับมาจากทำงานแล้ว เธอขับรถเข้าไปจอดยังลานหน้าบ้านที่ยังว่างอยู่ ก่อนเปิดกระโปรงหลังรถแล้วยกกระเป๋าเดินทางสองใบลงวางบนพื้น ในขณะที่แม่เดินออกมาจากในบ้าน ตรงเข้ามาหาเธอ 

“แม่ สวัสดีค่ะ” พลอยใสยกมือไหว้ก่อนวิ่งเข้าไปกอดแม่ ซึ่งก็ถามเธอทันที 

“จะไปไหนเนี่ย ขนกระเป๋ามาซะเยอะแยะเลย” 

“แม่อยากให้กลับมาอยู่บ้านไม่ใช่เหรอคะ” เธอถามพร้อมยิ้มกว้าง อยากรู้ว่าแม่จะว่าอย่างไรหากรู้ว่าเธอจะกลับมาอยู่บ้าน แม้ว่าในวันทำงานจะต้องพักที่เขาค้อ แต่เธอก็กลับบ้านได้ทุกเย็นวันศุกร์ ไม่เหมือนตอนที่ทำงานที่กรุงเทพฯ ที่นาน ๆ ครั้งจึงจะมีโอกาสกลับมาเยี่ยมบ้านสักทีหนึ่ง 

“หือ ยังไง” 

“ก็ไม่ยังไง พลอยใสก็กลับมาอยู่บ้านไง” 

“กลับมายังไง งานเราล่ะ” แม่ถาม ก่อนหันไปหาพ่อที่เดินออกมาสมทบ แล้วบอก “พ่อ มาคุยกับลูกซิเนี่ย บอกจะกลับมาอยู่บ้าน พ่อรู้เรื่องไหม”  

“พ่อออออ มากอดที คิดถึงค่า” พลอยใสร้องเรียกพ่อเสียงสูงแล้ววิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อ  

“อะไรน่ะ จะกลับมาอยู่บ้านจริง ๆ เหรอ” พ่อถาม บุ้ยปากไปยังกระเป๋าเดินทางสองใบที่วางอยู่บนพื้น พลอยใสฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะตอบ 

“ก็จริงสิคะ เซอร์ไพรส์ไหม ดีใจเปล่า ลูกสาวคนสวยจะกลับมาอยู่บ้านแล้วน้า” 

“ทำไม เกิดอะไรขึ้น โดนไล่ออกจากงานหรือไง” 

“พ่อ! นี่ลูก ทำไมร้ายอะคะ” พลอยใสว่าพร้อมส่งค้อนให้พ่อ ซึ่งตอนนี้เดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งมาถือ เธอจึงเดินตามไปถืออีกใบหนึ่ง ปากก็ว่า “ไม่ได้โดนไล่ออกค่ะ แต่พลอยใสกลับมาอยู่บ้านจริง ๆ นะ” 

“แล้วงานเราล่ะ” แม่ที่เดินตามเธอกับพ่อตรงเข้าบ้านถามคำถามเดิมที่ยังไม่ได้คำตอบ 

“ลาออกค่ะ” 

“แล้วทำไมลาออกปุบปับ จะกลับมาอยู่บ้านก็ไม่บอกพ่อแม่สักคำ” แม่บ่น 

“ถ้าบอกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิคะ” 

“นี่ไม่ได้ไปทำอะไรผิดจนต้องหนีมาใช่ไหม” คราวนี้เป็นพ่อถามด้วยคำถามที่ทำให้เธอกลอกตาบ้าง 

“ทำไมพ่อกับแม่มองลูกสาวในแง่ร้าย พลอยใสคิดว่าพ่อกับแม่จะดีใจที่พลอยใสกลับมาอยู่บ้านเสียอีกค่ะ” เธอแกล้งพ้อ 

“ก็ดีใจ แต่มันแปลก ๆ จะกลับมาอยู่บ้านก็ไม่บอกก่อน อยู่ ๆ ก็หิ้วกระเป๋ากลับมาเลย เหมือนหนีเจ้าหนี้หรือหนีคดีเลยน่ะ ไปทำอะไรมา” 

พลอยใสหัวเราะคิกเมื่อคิดตามคำพูดของพ่อ จะว่าไปมันก็แปลกจริง ๆ นั่นแหละที่เธอหิ้วกระเป๋ากลับมาบ้านโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า แต่เธอแค่อยากทำให้พ่อแม่ประหลาดใจเท่านั้นจึงไม่ได้คิดอะไรมากมาย 

“ไม่ได้ทำอะไรมาค่ะ เบื่อกรุงเทพฯ แล้ว” เธอว่า ตอนแรกก็ตั้งใจไว้ว่าจะบอกพ่อแม่ถึงเหตุผลที่เธอกลับมาตามจริง แต่เพราะตอนนี้เธอเลิกกับคนที่ชวนเธอกลับมาแล้ว จึงไม่คิดจะเอ่ยถึง 

“แล้วนี่ตาเตรู้หรือยัง” 

“ยังค่ะ ยังไม่ได้บอกเหมือนกัน” พลอยใสแอบถอนหายใจที่ต้องโกหกพ่อแม่ แต่ตอนนี้เธอยังไม่พร้อมจะบอกพวกท่านถึงความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป เพราะตอนที่เธอตกลงคบกับเตชินทร์นั้นพ่อแม่ดีใจมากที่ในที่สุดเธอก็มีใครสักคนเสียที แถมยังเป็นคนบ้านเดียวกันที่รู้จักไปถึงพ่อแม่ด้วย พอตอนนี้เธอไม่แน่ใจว่าหากบอกว่าเลิกกันแล้ว จะถูกคะยั้นคะยอให้กลับไปคิดใหม่ดี ๆ หรือเปล่า จึงคิดว่ายังไม่บอกแล้วให้พวกท่านเอะใจเองเมื่อไม่เห็นเตชินทร์ไปมาหาสู่กับเธอดีกว่า 

“แล้วนี่จะพักก่อนหรือจะหางานเลย ให้พ่อฝากให้ไหม” 

“พลอยใสได้งานแล้วค่ะ เจ้มีนกับท่านประธานที่ที่ทำงานเก่าฝากให้ เป็นรีสอร์ตเปิดใหม่ที่เขาค้อ” 

“อ้าว เขาค้อเหรอ จะเดินทางไหวเหรอลูก แม่นึกว่าจะทำงานในเมือง” 

“เขามีที่พักให้ค่ะ” 

“ไหนบอกจะกลับมาอยู่บ้าน” คราวนี้เป็นพ่อที่ถาม 

“ก็กลับบ้านเย็นวันศุกร์ แล้วไปทำงานเช้าวันจันทร์ ระหว่างสัปดาห์ก็พักที่นู่นค่ะ ก็ดีกว่าอยู่กรุงเทพฯ น้า” 

“แหม แล้วก็หลอกให้แม่ดีใจ” แม่ว่าพลางส่งค้อนมาให้ พลอยใสจึงวางกระเป๋าลงบนพื้นในห้องโถง แล้วหันไปกอดแม่อย่างออดอ้อน 

“แต่พลอยใสก็กลับบ้านทุกอาทิตย์ ดีกว่าตอนอยู่กรุงเทพฯ ตั้งเยอะนะคะ แล้วถ้าเผื่อมีอะไรพลอยใสก็ขับรถกลับบ้านได้ทันที ชั่วโมงเดียวเองค่ะ” 

“อืม ๆ แล้วนี่จะเริ่มทำงานเมื่อไหร่” พ่อถาม 

“วันจันทร์ค่ะ” 

“ทำไมมันฉุกจะหุกจังลูก นี่วันเสาร์แล้วนะ” 

“ไม่ได้ฉุกละหุกหรอกค่ะ พลอยใสวางแผนมาระยะหนึ่งแล้ว แค่ไม่ได้บอกพ่อแม่เอง ตั้งใจจะเซอร์ไพรส์ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าจะคิดผิดละเนี่ย พ่อแม่ดูเครียด ๆ ไม่เห็นมีท่าทางดีใจแบบที่พลอยใสคิดเลย” 

“ระหว่างนี้ก็หางานในเมืองไปด้วยดีไหมลูก จะได้กลับมาอยู่บ้านจริง ๆ” พ่อเสนอ 

“ไม่ดีหรอกค่ะ ที่ทำงานใหม่พลอยใสเป็นรีสอร์ตหรู แล้วพลอยใสก็ทำตำแหน่งผู้จัดการด้วย จะไปหางานดีขนาดนี้ได้ที่ไหนคะ” 

“โห ลูกพ่อได้เป็นผู้จัดการแล้วเหรอเนี่ย เก่งเหมือนกันนะเรา” พ่อว่า น้ำเสียงภูมิใจ ทำให้เธออดยิ้มไม่ได้ ก่อนจะว่าอย่างประจบ 

“ลูกพ่อไงคะ เก่งเหมือนพ่อ” 

“เชิญพ่อลูกยอกันไปมาอยู่ตรงนี้นะ แม่ไปทำกับข้าวต่อก่อน เมื่อกี้เพิ่งหุงข้าว กำลังจะทำกับข้าวแต่ได้ยินเสียงรถพลอยใสมาซะก่อน” แม่ว่า 

“งั้นเดี๋ยวพลอยใสไปช่วยนะคะ แม่ทำอะไรกิน” 

“แม่ตาเตเอาปลานิลมาให้ แม่เลยจะทำฉู่ฉี่” แม่ตอบ ทำเอาพลอยใสเดินสะดุด แสดงว่าเตชินทร์ยังไม่ได้บอกพ่อแม่เรื่องของเธอกับเขาเหมือนกันใช่ไหม แม่เขาถึงยังเอาอาหารการกินมาฝากพ่อแม่เธออยู่เหมือนที่เคยทำ 

พลอยใสไม่ได้พูดอะไรอีก แต่เดินตามแม่เข้าไปช่วยหยิบจับเป็นลูกมือในครัว จนเสร็จและถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว จึงช่วยกันตั้งโต๊ะ ก่อนที่เธอจะออกไปเรียกพ่อให้มากินข้าวด้วยกัน 

แม้วันสองวันนี้ชีวิตเธอจะมีเรื่องมากมาย ทั้งเลิกกับแฟนที่เธอเพิ่งตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านเกิดตามคำชักชวนของเขา ทั้งเสียซิงให้คนไม่รู้จัก แต่เธอก็ยังรู้สึกเจริญอาหารมื้อนี้อยู่ดี คงเป็นเพราะการได้กลับมากินข้าวฝีมือแม่ ฟังเรื่องเล่าของพ่อ ช่วยปลอบประโลมจิตใจที่อ่อนล้าของเธอ ทำให้เรื่องแย่ ๆ ที่เกิดขึ้นทำอะไรเธอไม่ได้ 

หลังอาหารเย็นพลอยใสหิ้วกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบขึ้นไปบนห้องนอน ตั้งใจว่าจะจัดเสื้อผ้าเข้าตู้ก่อนแล้วจึงจะอาบน้ำ จากนั้นค่อยโทรศัพท์หากุ๋งกิ๋งและเจ้มีน อัปเดตชีวิตที่นี่นิดหน่อยแล้วจึงเข้านอน แต่เธอเพิ่งจะเปิดกระเป๋าเดินทาง ยังไม่ทันจะหยิบเสื้อผ้าสักตัว ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ในใจคิดว่าคงเป็นพ่อหรือแม่ที่อาจจะมีอะไรพูดกับเธอ จึงเดินไปเปิดประตู แต่พอเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงหน้า เธอก็ถามเสียงแข็ง 

“มาทำไม" 

กลับหน้าเรื่อง
ใครมาหาถึงห้องนอนน้า
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น