ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
Ep.8 : มาทำไม

Ep.8 : ทำไม

 

1 อาทิตย์ต่อมา...

เพลิงได้กลับมาเรียนตามปกติ หลังจากออกจากโรงพยาบาลและพักรักษาตัวที่บ้านอีกสามสี่วัน โดยมีเพื่อนทั้งสามคอยไปเยี่ยมเยือนทุกวันหลังจากเลิกเรียนเสร็จ จึงทำให้เขาไม่ต้องรู้สึกเหงา

ส่วนคานินกับลูกน้องของมันถูกตำรวจจับ ข้อหาทำร้ายร่างกาย และพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทำให้กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่ว ที่ลูกชายเจ้าของสายการบินขนาดใหญ่ก่อเหตุรุนแรงถึงขั้นคิดจะฆ่าคน ทำให้หุ้นบริษัทและชื่อเสียงของพวกมันได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะคู่กรณีดันเป็นลูกชายตระกูลใหญ่อย่าง พัทรคินัย

เทวาส่งคลิปหลักฐานให้ตำรวจ ทำให้พวกมันไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะหลักฐานทุกอย่างมันมัดพวกตัว เขาสั่งให้ทนายฟ้องร้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด โทษฐานที่พวกมันกล้ามาทำร้ายลูกของเขา

ส่วนรามินพยายามส่งทนายเพื่อขอประกันตัวลูกชายอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่ศาลก็ไม่อนุญาตเพราะกลัวรามินจะส่งลูกหนีออกนอกประเทศ จึงทำให้คานินนอนรอในคุกเพื่อรอให้ศาลพิพากษา ซึ่งมันก็คือวันนี้ และแน่นอนว่าด้วยหลักฐานที่มักตัวเขาและลูกน้อง ทำให้โดนตัดสินจำคุกตลอดชีวิต โดยที่ผู้พิพากษาต้องตัดสินคดีให้เป็นธรรมที่สุด เพราะคดีนี้เป็นคดีดัง และเป็นคดีของตระกูลใหญ่อันดับต้น ๆ ของประเทศ จึงไม่สามารถตัดสินบิดเบี้ยวจากการยัดเงินใต้โต๊ะของรามินได้ เพราะเทวายิ่งใหญ่และมีอำนาจเงินทองมากกว่ารามินหลายเท่า คดีนี้จึงถูกตัดสินออกมาอย่างเป็นธรรม

 

"พ่อ! ช่วยผมด้วย! ผมไม่อยากติดคุกนะพ่อ ช่วยผมด้วย!" คานินร้องตะโกนโวยวายหลังจากศาลพิพากษา เขาได้ถูกเจ้าหน้าที่ใส่กุญแจมือแล้วลากออกไปจากห้อง ทำให้ผู้เป็นพ่อรู้สึกโมโหมาก ที่มีเงินมากมายแต่ไม่สามารถช่วยลูกชายตัวเองได้

ผู้คนเริ่มทยอยออกจากห้อง โดยที่เทวา เพลิงและเหล่าผองเพื่อนต่างมองไปที่คานินด้วยสีหน้าสะใจ

รามินได้แต่กำหมัดแน่น ไม่คิดว่าคนที่ลูกทำร้ายจะเป็นของลูกอริเก่า ยิ่งสร้างความคับแค้นใจให้เขาเพิ่มมากขึ้น

"หึ นายกับลูกนี่นิสัยเหมือนกันเลยนะ ชอบลอบกัดคนอื่นเหมือนหมาไม่มีผิด" คำพูดจิกกัดถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากหยัก ใบหน้าที่ยังคงความหล่อของอัลฟ่าชั้นสูงเหยียดยิ้มมุมปากมองศัตรูคู่อาฆาตอย่างสมเพช

ไม่แปลกใจเลยทำไมคานินถึงมีนิสัยแบบนี้ เพราะได้เชื้อหมามาจากพ่อของมันนี่เอง

"..."

รามินไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับเขาได้แต่ขบกรามแน่นแล้วมองเทวาด้วยสายตาโกรธแค้น ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือตอนนี้ ความเกลียดชังที่เขามีต่ออีกฝ่ายก็ไม่เคยลดน้อยลงเลย

เทวามองเหยียดอีกฝ่ายแล้วเดินออกไปพร้อมกับเหล่าลูก ๆ ปล่อยให้รามินมองตามหลังด้วยสายตาอาฆาต เขาตัวสั่นทิ่มด้วยความโกรธ อยากเข้าไปซัดหน้ามันให้หายแค้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากข่มอารมณ์ เพราะยังมีนักข่าวมากมายรอทำข่าวอยู่ด้านนอก

เทวาและเพลิงถูกนักข่าวรุมสัมภาษณ์ ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรมาก นอกจากบอกกล่าวว่าดีใจที่ได้รับความเป็นธรรม จากนั้นก็ฝ่าวงล้อมนักข่าวแล้วขึ้นรถหรูกลับบ้านไปทันที

ข่าวการพิพากษาถูกนำเสนอออกสื่อทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางโทรทัศน์ หรือสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ทำให้ผู้คนได้รับข่าวสารกันถ้วนหน้า และแน่นอนว่าคานินถูกทางมหาลัยไล่ออกด้วยเช่นกัน ด้วยฐานความผิดที่ร้ายแรงนี้

 

 

"ฝ่าบาท ทรงทราบข่าวผู้ชายคนนั้นหรือยังพ่ะย่ะค่ะ" เคซัสที่ได้เห็นข่าวรีบนำเรื่องราวมาบอกแก่เจ้าชาย เนื่องจากคิดว่าอีกฝ่ายคงอยากรู้

"อืม ฉันรู้แล้ว" เอทิสตอบทั้งที่ยังยืนหันหลัง ก่อนที่เขาจะหันกลับมาพร้อมกับเอกสารบางอย่างในมือ ทำให้เคซัสมองสิ่งนั้นด้วยความสงสัย

"นั่นอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ"

"ประวัติของผู้ชายคนนั้น" แครอนที่นั่งอยู่อีกฝั่งเป็นคนตอบแทน เพราะก่อนหน้านี้เขาได้สืบประวัติของเพลิงและคนในครอบครัวทุกคน ด้วยอยากรู้ว่าทำไมเลือดของเพลิงถึงปลุกความกระหายของเจ้าชายได้

"แล้วได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง"

"เขาเป็นโดมิเนทอัลฟ่า สายเลือดอัลฟ่าบริสุทธิ์ เป็นตระกูลเดียวที่ไม่เคยผ่านการมีลูกจากเพศรองอื่น ข้าคิดว่าคงเพราะเหตุนี้กลิ่นเลือดของเขาจึงพิเศษกว่าคนอื่น และปลุกความกระหายในตัวของฝ่าบาทได้" แครอนอธิบายตามความน่าจะเป็น เพราะเขาเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับเลือดของอัลฟ่าบริสุทธิ์ตั้งแต่โบราณกาล ว่าเลือดของคนกลุ่มนี้มีกลิ่นที่หอมหวานและพิเศษกว่ามนุษย์ไปอยู่แล้ว และเป็นเลือดที่หาได้ยากมาก ฉะนั้นนี่จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เอทิสเกิดอาการกระหายเลือดเมื่อได้กลิ่นเลือดของเพลิงก็เป็นได้

"ไม่ใช่แค่นั้น เขายังเป็นคนที่ทำให้ฉันมีอารมณ์ด้วย" เอทิสเอ่ยขึ้นก่อนจะวางเอกสารลงบนโต๊ะ ทำให้แวมไพร์ทั้งสองหันขวับมามองหน้าเขาโดยพร้อมเพรียงกัน

"ว่าอย่างไรนะพ่ะย่ะค่ะ" แครอนเอ่ยถามด้วยสีหน้าตกใจ

"อย่าบอกนะว่า เขาคือคนเดียวกับ..."

"ใช่ เขาคือคนเดียวกับที่ฉันเคยเล่าให้ฟัง และเป็นคนเดียวที่มีผลต่อร่างกายฉัน" ไม่ทันที่เคซัสจะได้ถามจนจบ เอทิสก็พูดอธิบายให้เขาได้หายข้องใจ ทำให้ทั้งคู่ถึงกับพูดไม่ออก เพราะตอนแรกพวกเขาคิดว่าเพลิงแค่มีผลต่อการกระหายเลือดของเจ้าชายเท่านั้น แต่นี่ดันมามีผลต่ออีกฝ่ายทั้งสองทาง จึงทำให้พวกเขารู้สึกช็อกไม่น้อย

"แล้วเช่นนี้ฝ่าบาทจะทำอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ" เป็นแครอนที่เอ่ยถามออกมาอย่างเป็นกังวล เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ อีกต่อไปแล้ว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเหมือนกำลังบ่งบอกอะไรบางอย่างกับพวกเขา

"พวกนายไม่ต้องกังวลไปหรอก ฉันจะระวังตัวไม่เข้าใกล้เขา ส่วนเรื่องยานายก็รีบจัดการนะ ฉันเชื่อว่ามันจะช่วยฉันได้" เอทิสบอกทั้งสองด้วยสีหน้าปกติ ก่อนจะหันไปย้ำกับคุณหมอแวมไพร์ที่ยืนทำหน้าคร่ำเครียดอยู่ข้าง ๆ

"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมจะรีบเร่งมือพ่ะย่ะค่ะ" แครอนก้มหัวรับคำสั่ง จากนั้นก็เดินหน้าตั้งออกจากห้องไปทันที เหลือเพียงองครักษ์หนุ่มกับเอทิสแค่สองคน

"ฝ่าบาททรงไหวแน่หรือพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมว่าเราย้าย..."

"ไม่ ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ที่นี่เป็นบ้านเกิดของแม่ฉัน ฉันจะอยู่ที่นี่" เอทิสตัดบทไม่รอให้เคซัสพูดจนจบ เพราะรู้ดีว่าองครักษ์หนุ่มต้องการจะบอกอะไร แต่เขาจะไม่มีวันย้ายไปไหนแน่นอน เพราะที่นี่คือที่ที่แม่จากมา

"ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมแค่กลัวพระองค์จะเป็นอันตราย" เคซัสรีบคุกเข่าลง

"ฉันรู้ว่านายเป็นห่วง แต่อย่ากังวลไปเลย อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ฉันไม่สามารถหนีสัญชาตญาณของตัวเองไปได้ตลอดหรอกนะ นายเองก็น่าจะรู้"

"..."

เคซัสได้แต่เงียบ เพราะมันก็จริงอย่างที่เอทิสพูด แวมไพร์ไม่สามารถหนีสัญชาตญาณของตัวเองพ้น นอกเสียจากว่าทดแทนมันด้วยสิ่งอื่น อย่างเช่นเขากับแครอน ที่ดื่มเลือดสัตว์แทนเลือดมนุษย์ หรืออีกวิธีคือเอามาทำไวน์เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีขึ้น

 

 

วันต่อมา...

"ไงมึง เดินหน้าชื่นตาบานมาเชียวนะ" เจมส์เอ่ยแซวเมื่อเห็นเพื่อนสุดหล่อเดินหน้าระรื่นเข้ามาหา ใบหน้าหล่อเผยรอยยิ้มกว้างบ่งบอกถึงอารมณ์เจ้าตัวได้เป็นอย่างดี

"แน่นอนสิ ไม่เคยรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อนเลยนะ สะใจกูฉิบหาย" เพลิงยิ้มตอบอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินมานั่งข้าง ๆ เพื่อน วันนี้อาจารย์คาบเช้ายกคลาส พวกเขาจึงมารวมตัวกันที่นี่เพื่อปรึกษาเรื่องการทำรายงาน ส่วนธนามีเรียนบ่าย แต่ขี้เกียจฟังพ่อบ่นเลยหนีมาเรียนแต่เช้าเช่นกัน

"ใช่ๆ จำสีหน้าตอนที่มันโดนศาลตัดสินได้ปะ โคตรสะใจอ่ะ" ธนาเสริมทับเม้ามอยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างสนุกปาก ทำสีหน้าสะใจเหมือนเป็นเรื่องของตัวเองอย่างไรอย่างงั้น ซึ่งทั้งสามก็เออออด้วยเช่นกัน

"หึ สมน้ำหน้ามัน อยากเป็นหมาลอบกัดดีนัก ได้ติดคุกหัวโตแน่" ทิศเหนือเอ่ยสมทบแสยะยิ้มอย่างสะใจ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นใครบางคนเดินเข้ามาหาพวกเขา และมาหยุดอยู่ข้างหลังเพลิงพอดี ซึ่งพอธนาเห็นก็หน้าเสียไปอีกคน เขาหุบรอยยิ้มแทบจะทันที เหลือเพียงเพลิงกับเจมส์ที่นั่งพูดคุยกันไม่หยุด

"ต่อไปกูก็มาเรียนได้อย่างสบายใจละ ไม่ต้องมาคอยระวังหมาบ้าอย่างมัน" เพลิงว่า

"อืม แต่พ่อมึงก็สุดยอดอ่ะ พูดตอกหน้าพ่อมันจนหน้าชาไปเลย ฮ่า ๆ"

"ก็ไม่แปลก พ่อกูบอกว่าเคยมีเรื่องกับพ่อมันตอนหนุ่ม ๆ รู้เลยอ่ะว่ามันได้นิสัยมาจากใคร"

"ก็เหมือนอย่างสุภาษิตที่ว่าแหละมั้ง ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น พ่อเลวยังไงลูกก็เลวแบบนั้น ฮ่า ๆๆ" เจมส์ว่าพลางหัวเราะร่าออกมาอย่างขบขัน โดยไม่ได้เอะใจถึงความผิดปกติของเพื่อน ทว่าเพลิงกลับสังเกตเห็น

"พวกมึงเป็นไร เงียบกันทำไม"

"..." ทิศเหนือไม่ตอบแต่พยักพเยิดหน้าให้อีกฝ่ายแทน ทำให้เพลิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย แต่ก็ยอมหันกลับไปมอง

"..."

ทุกสิ่งเหมือนหยุดชะงัก เมื่อดวงตาคมสีม่วงแกมเทาได้สบตากับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าน่ารัก ดวงตากลมโต ริมฝีปากจิ้มลิ้มชวนให้น่าหลงใหล สวมเสื้อนักศึกษาถูกระเบียบและยืนยิ้มให้เขา ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะบอกว่าอีกฝ่ายน่ารักและน่าทะนุถนอมมาก แต่ถ้าให้พูดตอนนี้บอกได้เลยคำเดียวว่าคนคนนี้น่ารังเกียจยิ่งกว่าสิ่งปฏิกูลทั้งปวงในโลกใบนี้เลย

"มาทำไม!" วาจาเฉยชาถูกพ่นจากริมฝีปากหยัก ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มเรียบตึงอย่างอัตโนมัติ

"คือ...มีน มีนแค่อยากจะมาทักทายอ่ะ ตอนนี้มีนกลับมาอยู่ไทยแล้วนะ แล้วก็ย้ายมาเรียนที่นี่แล้วด้วย" เจ้าของใบหน้าหวานตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ทั้งที่ในใจกระตุกวูบจากการกระทำและคำพูดของอีกคน มีนตัดสินใจเดินเข้าหาอดีตคนรักอีกก้าว ทว่าเพลิงกลับลุกขึ้นยืนแล้วเดินถอยหลังไปยืนข้างทิศเหนือ ก่อนจะตอบกลับด้วยคำพูดที่ทำเอาคนฟังถึงกับหน้าชา

"แล้วไง ไม่ได้อยากรู้"

"พะ...เพลิง เพลิงยังโกรธเค้าอยู่เหรอ เค้าขอโทษ เค้าขอโอกะ..." ไม่ทันที่มีนจะได้พูดจนจบ เพลิงก็รีบตัดบทสนทนา

"หุบปากไปซะ! ฉันไม่มีเวลามาฟังเรื่องไร้สาระของนาย แล้วก็เลิกยุ่งกับฉัน ชีวิตฉันไม่เคยรู้จักคนน่ารังเกียจอย่างนาย" พูดจบร่างสูงโปร่งก็เดินดุ่ม ๆ ออกไปทันที เพื่อนทั้งสามจึงรีบวิ่งตามออกไป ปล่อยให้โอเมก้าหนุ่มยืนน้ำตาคลอมองตามหลังอีกฝ่ายด้วยความโศกเศร้า

 

 

To be continued...

 

 

กลับหน้าเรื่อง
สวัสดีค่ะทุกคน ไรท์ชื่อคีย์นะคะ เป็นนัก (หัด) แต่งนิยายค่ะ พึ่งเริ่มมาแต่งได้ไม่นาน ภาษาอาจจะยังไม่สละสลวย ยังไงก็ขอผลงานด้วยนะคะ ไรท์แต่งวานค่ะ 
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น