ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ความในใจ

“อี้เหนียง” 

หลังจากที่ชิงอวี้ อี้เหนียง และชิงอิงได้นั่งคุยกันเบาๆ ในขณะที่ท่านอ๋อง และ ฉือเย่ว์ กำลังนั่งจ้องกระดานหมากล้อมอยู่นั้น พลันได้ยินเสียงของเฟิงหวงเรียกอี้เหนียงดังขึ้น ทุกคนจึงได้พากันหันมามองที่เฟิงหวงทันที 

“มีอันใดหรือเจ้าคะพี่เฟิงหวง” 

“อีกสามวันท่านพ่อและท่านแม่ของข้าที่ไปต่างแคว้นจะกลับมาถึงจวน ข้าจะมารับเจ้าไปพบกับท่าน” 

“พี่เฟิงหวงจะพาข้าไปพบท่านพ่อท่านแม่ของท่าน” 

อี้เหนียงได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจจึงได้เอ่ยย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เมื่อเห็นพี่เฟิงหวงพยักหน้า อี้เหนียงก็ได้หันไปมองพี่ชิงอวี้ และชิงอิง เมื่อเห็นทั้งสองพยักหน้าจึงได้หันกลับมาที่พี่เฟิงหวงอีกครั้ง 

“เจ้าค่ะพี่เฟิงหวง แต่ให้พี่ชิงอวี้กับชิงอิงไปกับข้าได้หรือไม่เจ้าค่ะ” 

“ได้สิ ถึงเจ้าไม่ขอข้า ข้าคิดว่าชิงอิงก็คงรบเร้าขอตามไปเป็นแน่” 

เมื่อเฟิงหวงเอ่ยออกมาเช่นนั้นทุกคนก็หัวเราะ 

“ถ้าเช่นนั้นเราก็ไปด้วยกันทั้งหมดนี่เลยเจ้าค่ะ ท่านก็ไปด้วยนะเจ้าคะท่านอ๋อง” เมื่อท่านอ๋องได้ยินชิงอิงกล่าวเช่นนั้นก็ทำท่าทอดถอนใจ 

“ถ้าข้าบอกว่าข้าไม่ไปกับเจ้า เจ้าก็คงต้องหาทางให้ข้าไปกับเจ้าให้ได้อยู่ดีถูกต้องหรือไม่” 

“ถูกต้องเจ้าค่ะ” 

“เช่นนั้นข้าก็ตอบตกลงกับเจ้าเลยแล้วกันจะได้ไม่ต้องถูกบังคับ” 

เอ่ยเช่นนั้นพร้อมด้วยสายตายิ้มๆ ชิงอิงและคนอื่นๆจึงได้หัวเราะออกมา ทั้งท่านอ๋อง ชิงอิง ชิงอวี้ และฉือเย่ว์ ต่างรู้ดีว่าสิ่งที่เฟิงหวงจะทำนั้นคือสิ่งใด เฟิงหวงคงตัดสินใจเป็นที่แน่นอนแล้ว ฉะนั้นการพาอี้เหนียงไปพบกับท่านพ่อและท่านแม่ก็เพื่อเป็นการเปิดตัวอี้เหนียงในฐานะคนรักของตนนั่นเอง  

“เช่นนั้นวันพรุ่งชิงอิงกับท่านอ๋องจะไปที่หอฟู่เฉิงกง ข้ากับอี้เหนียงจะไปที่ร้านผ้าไหมแพรพรรณของพี่ชายรองพร้อมกับท่านแม่ทั้งสอง จากนั้นอีกสามวันเราทั้งหมดไปที่จวนของพี่เฟิงหวงตามนี้นะเจ้าคะ” ชิงอวี้กล่าวขึ้น 

“อวี้เอ๋อ เจ้าจักไปร้านผ้าไหมแพรพรรณทำไมรึ” 

เมื่อชิงอวี้ได้ยินพี่ฉือเย่ว์ถามขึ้นก็ขัดเขินขึ้นเล็กน้อยจนเห็นชัดว่าแก้มของนางนั้นเป็นสีชมพูอ่อนๆ 

“ท่านแม่ทั้งสองจะพาข้าไปดูผ้าไหมสำหรับตัดชุดแต่งงานเจ้าค่ะ” 

เมื่อฉือเย่ว์ได้ยินเช่นนั้นตาก็เป็นประกาย 

“ข้าจักไปด้วยได้หรือไม่” 

“ไม่ได้เจ้าค่ะพี่ฉือเย่ว์ เป็นความลับเจ้าค่ะ” 

เมื่อชิงอวี้เอ่ยเช่นนั้นก็ได้หัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าพี่ฉือเย่ว์ทำหน้างอ  

“ถ้าท่านไปท่านก็ทราบหมดสิเจ้าคะ” 

“ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ข้าเห็นเพียงชนิดของผ้าและสีผ้าเท่านั้น ส่วนแบบชุดข้าไม่เห็นเสียหน่อย ถ้างั้นให้ข้าไปกับเจ้าด้วยคนนะอวี้เอ๋อ” 

เมื่อชิงอวี้ได้ยินถ้อยคำดังกล่าวก็ให้ใจอ่อนจึงพยักหน้าตกลง เมื่อฉือเย่ว์เห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ส่วนเฟิงหวงนั้นก็ได้มองไปที่ชิงอวี้ ชิงอวี้จึงเอ่ยขึ้นทันทีอย่างรู้ใจ 

“ท่านจะไปด้วยก็ได้เจ้าค่ะพี่เฟิงหวงเดี๋ยวเช้าวันพรุ่งข้าจะแจ้งท่านแม่ทั้งสองว่าให้รอพวกท่านด้วย แล้ววันพรุ่งท่านทั้งสองไม่ไปที่ค่ายทหารหรือเจ้าคะ” 

เมื่อได้ยินชิงอวี้ถามมาเช่นนั้น ฉือเย่ว์และเฟิงหวงก็ได้หันหน้าไปที่ท่านอ๋องโดยพร้อมเพรียงกัน เมื่อท่านอ๋องเห็นดังนั้นก็ได้ทำท่าทอดถอนใจอีกครั้ง 

“ความกดดันครั้งนี้คงต้องมาตกอยู่ที่ข้าอีกครั้งสินะ” 

“ขอรับท่านแม่ทัพใหญ่ ข้าสองคนขออนุญาตขอรับ” เมื่อได้ยินเสียงอันดังหนักแน่นของทั้งสองคนแล้ว คนอื่นๆก็ได้หัวเราะด้วยความครื้นเครง 

“ถ้าเช่นนั้นในเมื่อพวกเจ้าส่งงานข้าแล้ว ข้าก็อนุญาตให้เจ้าไปได้” 

ท่านอ๋องจึงทำหน้าขึงขังเช่นแม่ทัพใหญ่ที่สั่งการอยู่ที่สนามรบพร้อมเอ่ยอนุญาตทันที 

ชิงอวี้ อี้เหนียง และชิงอิงจึงพากันหัวเราะกับท่าทีดังกล่าวของท่านแม่ทัพใหญ่และท่านรองแม่ทัพทั้งสองเป็นยิ่งนัก ความสนุกสนานครื้นเครงเช่นนี้ท่านอ๋องไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ ณ. ตอนนี้ท่านอ๋องช่างผ่อนคลายและหัวเราะง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งเฟิงหวงและฉือเย่ว์รู้ดีว่าความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะใคร แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อท่านอ๋องอยู่ต่อหน้าบุคคลอื่น หรือ แม้แต่ตอนใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่มีชิงอิงอยู่ที่นั่นท่านอ๋องก็จะกลับเป็นท่านอ๋องผู้ที่แสนเย็นชา เคร่งขรึมตามเดิม 

“พี่ชิงอวี้เจ้าคะ” 

“ว่าเช่นไร”เมื่อได้ยินชิงอิงเรียกดังนั้น ชิงอวี้ก็ตอบกลับไป 

“ข้าเคยพบกับท่านพ่อ ท่านแม่ของพี่เฟิงหวงหรือไม่เจ้าคะ”  

“เคยพบสิ ท่านลุงชิง ท่านป้าชิงซึ่งเป็นท่านพ่อกับท่านแม่ของพี่ฉือเย่ว์, ท่านลุงหยาง ท่านป้าหยางซึ่งเป็นท่านพ่อและท่านแม่ของพี่เฟิงหวงนั้นเป็นเพื่อนสนิทกันกับท่านพ่อและท่านแม่ของเรา ท่านได้ไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ท่านป้าทั้งสองก็ได้มาช่วยดูแลเจ้าด้วยนะ แต่ตอนนั้นเจ้ายังเล็กนักเจ้าอาจจะจำท่านไม่ได้” 

เมื่อชิงอิงได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับรู้ เช่นนั้นนางก็อยากพบท่านลุงกับท่านป้าเช่นกัน 

“ชิงอิง วันที่เจ้าไปที่จวนข้า เจ้าจะยึดโรงครัวของข้ารึไม่ 

เมื่อได้ยินเฟิงหวงเอ่ยเย้าแหย่เช่นนั้นทั้งหมดก็ได้หัวเราะขึ้น 

“ยึดสิเจ้าคะ ข้าอยากปรุงอาหารให้ท่านลุงกับท่านป้าลิ้มลอง แล้วยังจะได้ชวนว่าที่ลูกสะใภ้ของท่านป้าเข้าโรงครัวแสดงฝีมือการปรุงอาหารด้วยเจ้าค่ะ” 

 เมื่อได้ยินพี่เฟิงหวงเอ่ยเย้าแหย่ ชิงอิงก็เอ่ยเย้าแหย่กลับอย่างทันควัน ส่งผลทำให้พี่เฟิงหวงหัวเราะชอบใจเป็นยิ่งนัก แต่อีกคนหนึ่งที่กล่าวถึงกลับอายแล้วอายอีก 

“ท่านอ๋องเจ้าคะ” 

“หืม” 

เมื่อได้ยินชิงอิงกระซิบเรียกดังนั้นก็ตอบกลับในลำคอแต่ตาและมือยังอยู่ที่กระดานหมากล้อม แต่เมื่อไม่ได้ยินชิงอิงเอ่ยคำใดออกมาอีกจึงได้หันไปมอง 

“เจ้ามีอันใดจะพูดกับข้ารึ” ท่านอ๋องจึงกระซิบถามกลับไป 

“มีเจ้าค่ะ แต่ว่าข้ายังไม่พูดดีกว่าเจ้าค่ะ ขอให้ข้ามั่นใจอีกนิด วันพรุ่งข้าจะคุยกับท่านเจ้าค่ะ” 

ถึงท่านอ๋องจะสงสัยในเรื่องที่ชิงอิงจะกล่าวแต่ก็ไม่ซักไซร้ใดๆเพิ่มจึงได้แต่พยักหน้ารับทราบเพียงเท่านั้น จากนั้นชิงอิงจึงได้เอ่ยกับทุกคน 

“ท่านอ๋อง พี่ฉือเย่ว์ พี่เฟิงหวง ท่านทั้งสามคงรู้อยู่แล้วว่า เมื่อท่านมาจวนข้าแล้วท่านจะกลับไปก่อนที่จะรับอาหารได้ไม่ ฉะนั้นได้เวลาที่พวกข้าต้องเข้าโรงครัวแล้ว ท่านทั้งสามก็นั่งเล่นหมากล้อมรออาหารเย็นนะเจ้าคะ ข้า พี่ชิงอวี้และอี้เหนียงขอตัวไปเข้าโรงครัวเจ้าค่ะ” 

เอ่ยเช่นนั้นแล้วชิงอิงจึงได้เรียกพี่สาวและอี้เหนียงให้ไปช่วยนางปรุงอาหารและเดินควงแขนกันออกไปที่โรงครัวทันที ส่วนฝ่ายบุรุษทั้งสามนั้นก็ได้แต่มองตามนางทั้งสามคนไปแล้วจึงได้หันหน้ามาสบตากันพร้อมกับยิ้มเบาๆ 

“ข้าไม่เคยคิดว่าข้าจะได้พบกับสตรีที่ข้าพึงใจและปักใจเช่นนี้” เฟิงหวงเป็นผู้เอ่ยขึ้นหลังจากที่เขาได้มองตามอี้เหนียงไปจนพ้นระยะสายตา  

“เมื่อนางได้เอ่ยกับข้าถึงเรื่องที่นางจะกลับเรือนที่แคว้นของนางข้าก็ให้รุ่มร้อนใจยิ่งนัก แต่ข้าไม่ใช่คนละเอียดอ่อน จึงยังคิดไม่ออกว่าข้าจักทำวิธีใดที่จะสามารถทำให้นางอยู่กับข้าที่นี่ได้ แต่สิ่งแรกที่ข้าคิดว่าต้องทำคือพาอี้เหนียงไปพบกับท่านพ่อ ท่านแม่ของข้าก่อน ข้าทำถูกแล้วใช่หรือไม่ ท่านอ๋อง ฉือเย่ว์” 

“เจ้าทำถูกแล้วเฟิงหวง การที่เจ้าพาอี้เหนียงไปพบกับพ่อและแม่ของเจ้า เท่ากับเจ้าให้คำยืนยันกับอี้เหนียงแล้วว่าเจ้าคิดจริงจังกับนาง นางจะได้วางใจเจ้าว่าเจ้าจะไม่เปลี่ยนแปลง” ท่านอ๋องพยักหน้าและกล่าวออกมาเสียงเรียบ 

“ตัวข้านั้นไม่มีเปลี่ยนแปลงแน่ ท่านก็ทราบว่าข้าไม่ชอบการเข้าใกล้สตรี จนท่านแม่ข้าบ่นแล้วบ่นอีกว่าข้าไม่หาลูกสะใภ้ให้ท่านสักที แต่ตอนนี้พบแล้ว แต่นางก็บอกข้าว่านางยังไม่ยอมแต่งให้ข้าจนกว่าจะอายุ 17 ข้าก็เลยไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี ท่านเองก็เช่นกันชิงอิงก็อาจไม่ยอมแต่งกับท่านเร็วๆนี้แน่ท่านคงต้องรอนาง 17 ก่อน” 

ถึงแม้ว่าเฟิงหวงจะมีเรื่องกลุ้มใจ แต่ก็ไม่วายแอบจุดไฟให้กับท่านอ๋องด้วย เมื่อท่านอ๋องได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้าขึ้นจ้องมองไปที่เฟิงหวงทันที 

“อาชิงกล่าวเช่นนั้นรึ” 

“ชิงอิงมิได้กล่าว แต่เป็นข้าที่กล่าว เพราะฉือเย่ว์ก็รอชิงอวี้จนอายุ17 เช่นกัน” เฟิงหวงกล่าวแล้วก็บุ้ยใบ้หน้าไปทางฉือเย่ว์ 

“เฟิงหวงเจ้ากำลังคุยกับท่านอ๋องและข้าถึงปัญหาของเจ้ามิใช่หรือ เหตุใดเจ้าถึงวกมาถึงเรื่องข้าไปได้เล่า” ฉือเย่ว์จึงเอ่ยขึ้นบ้างหลังจากที่นั่งตั้งใจฟังเรื่องของเฟิงหวงแต่ไหงวกกลับมาเรื่องของตนได้ 

“ปัญหาของข้าขั้นแรกได้จบลงไปแล้วตั้งแต่ที่ท่านอ๋องบอกว่าสิ่งที่ข้าจะทำนั้นถูกต้อง เช่นนั้นข้าจึงแจ้งถึงปัญหาของท่านอ๋องที่ต้องเผชิญร่วมกันกับข้าในขั้นต่อไปต่างหาก” 

เฟิงหวงเอ่ยแล้วก็หัวเราะชอบใจ 

“เจ้าอย่ามั่นใจในตัวเองไปข้าอาจจะสามารถล่วงหน้าเจ้าไปได้ก่อนใครจะไปรู้” 

เอ่ยเช่นนั้นท่านอ๋องก็ทำประกายตาเยาะเย้ยใส่เฟิงหวงทันที เมื่อเฟิงหวงเห็นประกายตาเช่นนั้นก็ได้หัวเราะ ท่านอ๋องร้ายนักท่านเยาะเย้ยข้า  

กลับหน้าเรื่อง
ผู้อ่านที่รัก ถ้าชอบนิยายของผู้เขียน ช่วยกดถูกใจ กดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจ หรือกดดาวเพื่อเป็นการสนับสนุนผู้เขียนด้วยนะเจ้าคะ มาทักทายพูดคุยกันได้เจ้าค่ะ
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น