ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
Ep.2 : ผิดปกติ

Ep.2 : ผิดปกติ

 

"ไอ้เพลิง หน้ามึงไปโดนอะไรมาวะ" ทิศเหนือเอ่ยถามเพื่อนทันทีที่เห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าหล่อที่เคยใสไร้ที่ติมีรอยฟกช้ำตรงมุมปากและข้างแก้ม แถมบนหัวยังมีผ้าก็อซแผ่นเบ้อเร้อแปะอยู่ ทำให้เพื่อนทั้งสามและคนในห้องที่เห็นต่างก็หันมาสนใจ

"โดนหมาลอบกัดว่ะ แต่ไม่ได้เป็นอะไรมาก" เพลิงตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ แล้วเดินมานั่งเก้าอี้ตัวที่ว่างข้างทิศเหนือ ทำให้เพื่อนทั้งสามของเขาชะงักไป

"ใครวะ อย่าบอกนะว่าเป็นไอ้นิน" เจมส์เอ่ยปากถามเป็นคนแรก ซึ่งเพลิงเองก็พยักหน้ารับ ทำให้ทั้งสามชักสีหน้าไม่พอใจทันที

"เมื่อไหร่วะ" ธนาเอ่ยถามต่อ

"ก็วันที่เจอในผับไง พวกมันแอบมาดักตีหัวกู กูเลยจัดการสั่งสอนแม่ง" เพลิงตอบอย่างไม่ยีระ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสองวันก่อน ดีนะที่พ่อแม่เขาไปเที่ยวต่างประเทศ ไม่งั้นเขาคงโดนสอบสวนอีกเป็นแน่

"แม่ง! มันจะมากเกินไปแล้วนะ ให้พวกกูไปจัดการเลยมั้ย" ทิศเหนือที่แค้นแทนเพื่อนอยู่แล้วเป็นทุนเดิมเอ่ยปากขึ้น พร้อมกับลุกขึ้นยืนหยัดเต็มความสูงเหมือนพร้อมจะไปเอาคืนให้เพื่อนเต็มที

"ไม่ต้องอ่ะ กูจะรอดูว่ามันจะทำยังไงต่อ ถ้ามันยังไม่ยอมหยุด กูคงต้องจัดการขั้นเด็ดขาด" เอาให้มันไม่กล้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตอีก เพราะที่ผ่านมาเขาใจดีกับมันมามากเกินพอแล้ว

"ดี กูรอคำนี้จากปากมึงมานานละ" ทิศเหนือยกยิ้มพอใจกับคำตอบที่ได้รับ เพราะที่ผ่านมาเพลิงไม่เคยเอาจริงกับคานินเลยสักครั้ง นอกซะจากป้องกันตัวและพยายามหลบหลีกการปะทะ เลยยิ่งทำให้มันได้ใจกัดเพื่อนเขาไม่เลิก แต่คราวนี้แหละ มันได้เจอของจริงแน่ 

เขารู้ดีว่าเพลิงไม่ใช่คนที่จะให้ใครมารังแกได้ง่าย ๆ แต่ที่ไม่เคยเอาจริงกับคานินเพราะกลัวจะทำให้พ่อแม่และวงศ์ตระกูลเสื่อมเสียชื่อเสียง 

เพลิงเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล พัทรคินัย ตระกูลเก่าแก่ที่มีสายเลือดอัลฟ่าบริสุทธิ์ หรือเรียกอีกอย่างว่าทรูอัลฟ่า ตระกูลที่ไม่เคยผ่านการมีลูกจากเพศรองอื่นนอกจากอัลฟ่าด้วยกัน เป็นตระกูลที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ เนื่องจากทำธุรกิจหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ห้างสรรพสินค้า โชว์รูมรถ หรือแม้กระทั่งอสังหาริมทรัพย์ ทำให้เป็นที่น่าจับตามองของสังคม 

 

"ใช่มึง พวกกูรอคิดบัญชีกับมันมานานละ ถ้ามันมาหาเรื่องอีก เดี๋ยวกูเป็นคนเปิดให้เอง" เจมส์ว่าด้วยสีหน้าเคียดแค้นพลางหักนิ้วมือเหมือนอยากต่อยคนเต็มที่ ทำให้เพลิงถึงกับส่ายหัว แต่ก็ยังยิ้มให้กับความรักเพื่อนของมัน ส่วนธนาก็พยักหน้าเห็นด้วย ทำให้เพลิงยิ้มบาง ๆ ให้กับเพื่อนทุกคน และในตอนนั้นเองที่อาจารย์เดินเข้ามาในห้องพอดี ทุกคนจึงหุบปากเงียบเพื่อให้อาจารย์เริ่มทำการสอน 

 

11.45 น.

"เฮ้ยพวกมึง ไปกินข้าวไหนดี โรงอาหารหรือข้างนอก" ธนาถามขึ้นในขณะที่เพื่อน ๆ กำลังเก็บข้าวของหลังหมดคาบแรก 

"โรงอาหาร" เจมส์ตอบคนแรก

"โรงอาหารเหมือนกัน" เพลิงคนที่สอง

"ไปกินข้างนอก กูขี้เกียจวิ่งหนีแฟนคลับมึง" ทิศเหนือหันไปแย้งเพลิง ทำให้เจมส์ที่นึกขึ้นได้รีบเปลี่ยนความเห็นทันที

"เออว่ะ งั้นไปกินข้างนอกเหอะเพลิง กูหิวไส้จะขาดแล้ว" 

"เออ ๆ ข้างนอกก็ข้างนอก" พอได้ข้อสรุปทุกคนก็ลุกออกไปจากห้อง โดยมีเจมส์เดินนำ ส่วนพ่อคนฮอตอย่างเพลิงก็เดินตามหลังสุด เพราะขี้เกียจปะทะกับสาว ๆ หรือหนุ่มน้อยใหญ่ที่พร้อมจะกระโจนใส่เขา

"นั่นน้องเพลิงนิ กรี๊ดดด ไปเร็ว" ยังไม่ทันออกจากอาคารก็มีสาว ๆ กลุ่มหนึ่งวิ่งเข้ามาหาพวกเขา ทำให้เพลิงที่เห็นต้องรีบชิ่งวิ่งหนีทันที

"พวกมึง เจอกันที่ร้านxx นะ" 

"กรี๊ด น้องเพลิงรอพี่ด้วยค่าา" 

"น้องเพลิง อย่าหนีพวกพี่สิคะ" 

พวกเธอวิ่งตามเพลิงไปติด ๆ โดยมีเพื่อนทั้งสามยืนมองร่างสูงที่วิ่งออกห่างไปเรื่อย ๆ พวกเขาได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินตรงไปยังลานจอดรถ เพราะนี่เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาเจอประจำตั้งแต่อยู่มอต้นแล้ว 

ส่วนเพลิงก็วิ่งหนีสาว ๆ อย่างสูงกำลัง เพราะถ้าพวกเธอตามถึงตัวเมื่อไหร่ เขาได้โดนกักตัวจนยาวแน่  

"น้องเพลิงหยุดก่อนค่ะ พวกพี่แค่อยากขอถ่ายรูปเอง" หญิงสาวคนหนึ่งตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ เธอพยายามกวักมือให้ร่างสูงหยุด ทว่าเขาก็ไม่ยอมหยุดและตั้งหน้าตั้งตาวิ่งต่อไป สลับกับหันมาดูพวกเธอที่ทิ้งระยะห่างมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็มาโผล่ตึกศิลป์ และด้วยความที่มัวแต่ระวังหลังจึงทำให้เขาชนเข้ากับใครบางคนที่เดินผ่านมา

"เฮ้ย!"

ปึก!

ทั้งคู่ล้มลงไปกับพื้น โดยที่เพลิงนอนคร่อมร่างสูงของชายคนนั้น ทำให้เหล่าสาว ๆ ที่วิ่งตามมามองไม่เห็นพวกเขาเพราะมีพุ่มไม้ใหญ่บดบังอยู่

"ขอโทษครับ คุณไม่เป็นไรใช่มั้ย" เพลิงรีบยันตัวลุกแล้วดึงแขนให้ชายคนดังกล่าวลุกขึ้นมา แต่ทันทีที่พวกเขาสัมผัสกัน ดวงตาคมของอีกฝ่ายกลับไหววูบไปมาโดยที่เพลิงไม่ทันสังเกต ใบหน้าหล่อเหล่าภายใต้แมสสีดำจ้องเพลิงเขม็ง กลิ่นหอมหวานที่ปะทะเข้าจมูกทำให้ร่างกายของเขาเริ่มเกิดอาการผิดปกติ เขาจึงรีบสะบัดมือออกแล้วคว้าโทรศัพท์ที่ตกพื้นเดินออกไปทันที

"อะไรของเขาวะ" เพลิงได้แต่มองตามหลังอีกฝ่ายไปแบบงง ๆ ไม่รู้ทำไมต้องโมโหขนาดนี้ 

ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย..

"นั่นไงน้องเพลิง พวกเธอน้องเพลิงอยู่นี่" หญิงสาวคนหนึ่งที่วนกลับมาเห็นเพลิงตะโกนขึ้น ทำให้เหล่าสาว ๆ ที่วิ่งไปทางอื่นหันกลับมาทางนี้อีกครั้ง

"โอ้ย! จะหนีพ้นมั้ยเนี่ยวันนี้" เพลิงสบถออกมาอย่างหัวเสีย แล้วออกตัววิ่งหนีเหล่าสาว ๆ อีกครั้ง ขายาวก้าวฉับ ๆ อย่างทะมัดทะแมง จนในที่สุดก็รอดพ้นจนสามารถขับรถออกไปจากมหาวิทยาลัยได้ 

"นี่มันอะไรกัน ทำไมถึงเป็นแบบนี้" ใบหน้าหล่อขาวซีดมองตัวเองในกระจกอย่างตื่นตระหนก เขารู้สึกตกใจมากที่อยู่ ๆ ร่างกายก็เกิดอาการผิดปกติ ดวงตาสีน้ำตามนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิงพลันส่งแสงอย่างน่าประหลาด มือไม้สั่นเทาคล้ายมือบางสิ่งบางอย่างในร่างถูกปลุกขึ้น แต่เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่อาการกระหายเลือด เพราะคมเขี้ยวแวมไพร์ไม่ขึ้นมาเหมือนอย่างที่ควรเป็น

"หรือว่า..." เพราะผู้ชายคนนั้น 

เอทิสเริ่มครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เพราะร่างกายของเขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่ร่างกายเกิดอาการผิดปกติแบบนี้ ถ้าไม่นับตอนที่เขาเริ่มกระหายเลือดอย่างรุ่นแรงตอนอายุยี่สิบ

ตอนนั้นแครอนกับเคซัสบอกว่าแวมไพร์จะกระหายเลือดขั้นรุ่นแรงเมื่อถึงอายุสิบห้า ทว่าเขากลับเป็นตอนอายุยี่สิบ ซึ่งก็ถือว่าช้ากว่าแวมไพร์ปกติทั่วไป ทั้งคู่จึงสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นผลพวงมาจากการที่เขาเป็นลูกผสมระหว่างมนุษย์กับแวมไพร์ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูง 

เอทิสยืนมองตัวเองหน้ากระจกอยู่สักพัก จนกระทั่งร่างกายกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม เขาจึงรีบสวมแมสปิดปากกลับไปเหมือนเดิม พร้อมกับสวมฮู้ดปิดบังใบหน้าแล้วเดินออกจากห้องน้ำทันที เขาต้องรีบกลับบ้าน เพราะต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเขากันแน่ 

"ฝ่าบาท ทำไมวันนี้ทรงกลับเร็วล่ะพ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์หนุ่มที่กำลังตรวจเอกสารบางอย่างอยู่ที่โต๊ะเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นองค์ชายเดินกลับเข้ามาในบ้าน ทั้งที่พึ่งออกไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน 

"เคซัส ร่างกายฉันมีบางอย่างผิดปกติ" เอทิสเอ่ยเสียงเรียบหลังถอดฮู้ดกับแมสปิดปากสีดำออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพกรีกของเขา

"ว่าอย่างไรนะฝ่าบาท" เคซัสตาเบิกกว้างด้วยความตใจ รีบวางปากกาในมือลงแล้วเดินเข้าไปหาเอทิสทันที 

"ตรงไหนพ่ะย่ะค่ะ ทรงมีพระอาการอย่างไร" เสียงทุ้มลึกเอ่ยถามพลางมองสำรวจร่างสูงตั้งหัวจรดเท้า ดวงตาเฉี่ยวคมดั่งนกเหยี่ยวฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิด 

"ตอนนี้หายแล้ว แต่เมื่อกี้อยู่ ๆ ฉันก็มีอาการแปลก ๆ ขึ้นมา แค่ผู้ชายคนนั้นโดนตัวฉันก็เหมือนถูกไฟฟ้าช็อต นี่มันแปลกเกินไปไหม" เอทิสเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย 

"แค่แตะโดนหรือพ่ะย่ะค่ะ" 

"ใช่" 

"หรือว่า..." เคซัสครุ่นคิด ก่อนจะตาเบิกกว้างเมื่อนึกอะไรขึ้นได้

"หรือว่าอะไร" เอทิสเร่งเร้า เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตกใจขององครักษ์หนุ่ม 

"ฝ่าบาทน่าจะทรงเข้าวัยมีเจริญพันธุ์แล้วพ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์หนุ่มตอบตามสิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็น ทำให้เอทิสถึงกับสมองตื้อ ในหัวของเขาไม่เคยมีเรื่องพวกนี้ จึงไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไร 

เขาใช้ชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์มายี่สิบกว่าปี พยายามใช้ชีวิตทั่วไปให้เหมือนมนุษย์ปกติ แต่สิ่งเดียวที่เขาไม่เคยเรียนรู้คือเรื่องเซ็กส์ เพราะร่างกายของเขามันเหมือนตายด้านไม่มีความรู้สึกในเรื่องแบบนี้ ทว่าอยู่ ๆ มาบอกว่าเขาเข้าวัยเจริญพันธ์ุแล้ว มันก็น่าตกใจไม่ใช่เหรอ

"แล้วต่อไปฉันจะเป็นยังไง จะสามารถควบคุมตัวเองได้ไหม" เอทิสถามต่อหลังจากนิ่งเงียบไปนานนับนาที ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยฉายความกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด

"กระหม่อมไม่แน่ใจพ่ะย่ะค่ะ เพราะฝ่าบาทเป็นลูกครึ่งแวมไพร์คนแรกที่มีชีวิตรอด แวมไพร์ทั่วไปจะควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่พวกกระหม่อมหรือแวมไพร์ชั้นสูงจะควบคุมมันได้ แต่ถ้าถูกกระตุ้นหนัก ๆ ก็ไม่สามารถควบคุมได้เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ" เคซัสอธิบายให้อีกฝ่ายฟังคร่าว ๆ เพราะแวมไพร์อย่างพวกเขาถูกฝึกมาให้อดทน จึงทนต่อสภาวะทางอารมณ์ของตัวเองได้ 

"..." เอทิสนิ่งเงียบเมื่อฟังคำตอบจากปากองครักษ์หนุ่ม 

"ฝ่าบาทอย่าพึ่งกังวลพระทัยไปเลยพ่ะย่ะค่ะ รอแครอนกลับมาค่อยถามเขาอีกทีก็ได้ เขาเป็นหมอ กระหม่อมคิดว่าเขาน่าจะรู้ดีที่สุด" องครักษ์พูดให้กำลังใจ เมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของอีกคน

"อืม" เอทิสพยักหน้ารับ จากนั้นก็เดินหน้านิ่งขึ้นห้องของตัวเองไป 

องครักษ์หนุ่มได้แต่มองตามหลังเจ้าชายของตนด้วยสีหน้ากังวล แววตาเจือไปด้วยความสับสน ไม่รู้ควรจะทำอย่างไรต่อ 

 

 

To be continued...

 

 

กลับหน้าเรื่อง
สวัสดีค่ะทุกคน ไรท์ชื่อคีย์นะคะ เป็นนัก (หัด) แต่งนิยายค่ะ พึ่งเริ่มมาแต่งได้ไม่นาน ภาษาอาจจะยังไม่สละสลวย ยังไงก็ขอผลงานด้วยนะคะ ไรท์แต่งวานค่ะ 
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น